เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 1138 ยอดฝีมือตระกูลเทียน.

Chapter 1138 ยอดฝีมือตระกูลเทียน.

Chapter 1138 ยอดฝีมือตระกูลเทียน.


จงซานที่นำคนของเขาและสามผู้ฝึกตนช่วงชิงชะตาของตระกูลจื่อหยางออกมาจากเขตแดนเทพหมาป่าอย่างรวดเร็ว.

พวกเขาเดินทางด้วยความเร็วสูง เหมือนว่ากำลังหลบหลีกอะไร สามผู้ฝึกตนช่วงชิงชะตาแน่นอนว่าพอจะเข้าใจได้บ้าง คิดว่าจงซานนั้นต้องการหลบหยิงเห่า.

พวกเขาที่บินติดต่อกันตลอดสิบวันสิบคืน ไม่มีใครพักเลยแม้แต่เล็กน้อย.

จงซานที่นำโลหิตของตัวเองและคนอื่น ๆ ผสมกัน ก่อนที่จะแบ่งเป็นสิบส่วน พร้อมส่งออกไปคนละทิศละทาง.

ผู้ฝึกตนช่วงชิงชะตาที่ขมวดคิ้ว แม้นว่าจงซานจะใช้วิธีการง่าย ๆ  ทว่าสามารถให้ผู้ฝึกตนช่วงชิงชะตาระดับต้นสับสนได้เช่นกัน.

"จงซาน ผู้น้อย จื่อหยางจิงหง!"

"จื่อหยาง จิงซิน!"

"จื่อหยาง จิงหุน!"

สามผู้ฝึกตนช่วงชิงชะตาที่แนะนำตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก.

จงซานที่ยกมือขึ้นมาประสาน จ้องมองไปยังคนทั้งสาม.

"ตระกูลจื่อหยาง ก่อนหน้านี้จงซานเคยได้ยินมาก่อน รับรู้ว่ามีชื่อเสียงเป็นหนึ่งในใต้หล้า!"จงซานพยักหน้ารับ.

"สหายเต๋าจงชื่นชมเกินไปแล้ว ตระกูลจื่อหยางของข้านั้น หลังจากสิ้นบรรพชน ก็ไม่ได้รุ่งเรื่องเหมือนเช่นในอดีตอีก!"จื่อหยางจินหงที่กล่าวตอบ.

"ทุกท่านอย่าได้ถ่อมตัว!"จงซานที่เอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม.

จื่อหยางจิงซินที่ไม่สามารถรั้งรอได้เอ่ยออกมาในทันที "สหายเต๋า ก่อนหน้านี้เจ้าเอ่ยว่า เขตแดนแห่งแสงอยู่ในมือเจ้า? ต้องทำอย่างไรถึงจะส่งมอบให้กับพวกเรา?"

จื่อหยางจิงซินที่กล่าวออกมาตามตรง จื่อหยางจิงเหิงและจื่อหยางจิงหุนขมวดคิ้วเล็กน้อย ทว่าไม่ได้ตำหนิจื่อหยางจิงซิน พวกเขาเองก็จ้องมองจงซานด้วยความหวังเช่นกัน.

จงซานที่สะบัดมือ นำผลึกคริสตัลที่ได้มาจากตี้เสวียนชาออกมา ที่ด้านในนั้นผลึกกลุ่มก้อนแสงสีทองเอาไว้.

เห็นคริสตัลดังกล่าวแล้ว สามผู้ฝึกตนช่วงชิงชะตาดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันที.

"ทั้งสาม เคยได้ยินศาลเทพต้าเจิ้งหรือไม่?"จงซานที่จ้องมองไปยังคนทั้งสาม.

ทั้งสามที่พยายามระงับอากาศ ถอนสายตาออกมาจาก เขตแดนแห่งแสง.

ทั้งสามขมวดคิ้วไปมาจ้องมองไปยังจงซาน ก่อนที่จื่อหยางจิงหงจะเอ่ยตอบ "เซิ่งหวังจง? ข้ารู้ความหมายของท่าน ทว่าช่างน่าเศร้าตระกูลผู้ฝึกตนช่วงชิงชะตาของพวกเราเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าร่วมราชวงศ์ชื่อเสียงวาสนา!"

"อาวุโสทั้งสาม เซิ่งหวังของพวกเรานั้นค้นหาเหล่าผู้มีความสามารถ หากทั้งสามต้องการ หรือจะเป็นใครก็ตามที่เป็นผู้ฝึกตนช่วงชิงชะตาเข้าร่วมราชวงศ์ของพวกเรา พวกเราย่อมรู้สึกเป็นเกียรติ นอกจากนี้ต้าเจิ้งต้องมอบตำแหน่งระดับสูงให้ ไม่กระทำการที่ไม่ยุติธรรมต่อพวกท่านแน่นอน ทุกท่านยังคงเป็นอิสระเช่นเดิม!"หวังจิงเหวินที่กล่าวเสริมในทันที.

ก่อนหน้านี้ได้เห็นการต่อสู้ของจงซาน ทั้งสามเองก็รับรู้ความร้ายกาจของเขาเช่นกัน ทว่าพวกเขาเองก็ไม่ได้รู้รายละเอียดอะไรของจงซานนัก ไม่สามารถที่จะตัดสินใจในเวลานี้อย่างแน่นอน.

"เซิ่งหวังจงมีความปรารถนาดี พวกเราคงได้แต่ขอบคุณ บรรพชนได้สอนสั่งมา ถึงแม้นว่าตระกูลจะตกต่ำ ก็ไม่สามารถเข้าร่วมราชวงศ์ชื่อเสียงวาสนาได้! ราชวงศ์ชื่อเสียงวาสนานั้นมีกรรมที่ใหญ่โตมาก พวกเราไม่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วม!"จื่อหยางจิงหงที่ส่ายหน้าไปมา.

เป็นคำสั่งเสียของบรรพบุรุษอย่างงั้นรึ?

หวังจิงเหวินที่จ้องมองจงซาน ถอนหายใจเล็กน้อย เห็นชัดเจนว่าเรื่องนี้ยาก ไม่ว่าตระกูลใหน หากเกี่ยวกับคำสอนของบรรพชนแล้ว นับว่าเป็นปัญหาใหญ่ เรื่องดังกล่าวนี้กลายเป็นทั้งกฎเกณฑ์และความภัคดีต่อบรรพชน การละเมิดคำสอบของตระกูล ก็มีแต่สร้างภัยพิบัติมาให้นั่นเอง.

"จงซานไม่ได้หวังให้ทุกท่านเข้าร่วมต้าเจิ้ง ไม่ว่าอย่างไร พวกเราได้มาพบกัน เห็นได้ชัดว่าเป็นชะตา สามารถอธิบายได้ว่า จงซานนั้นมีชะตากับทุกคน! หวังที่จะได้เป็นสหายกับทุกท่าน!"จงซานที่เอ่ยออกมาในทันที.

จงซานเห็นแววตาของทั้งสามได้ไม่สามารถที่จะบังคับได้ ไม่ว่าอย่างไรหากว่าสามารถสร้างความสัมพันธ์ได้ แม้จะเล็กน้อยก็ยังดี จากนั้นมันจะค่อย ๆ สะสมเพิ่มขึ้นจนมากมายในท้ายที่สุดเอง.

คนทั้งสามที่ยกมือคารวะ จื่อหยางจิงหงกล่าวออกมาเบา ๆ  "บรรพชนไม่ได้ห้ามพวกเราพบสหาย หากเซิ่งหวังต้องการ มอบเขตแดนแห่งแสงกับพวกเรา ผู้น้อยยินดีที่จะเป็นสหายกับเซิ่งหวังจง!"

"ข้าและคนอื่นเองก็ด้วย!"จื่อหยางจิงหุนและจื่อหยางจิงซินก็กล่าวออกมาด้วยเช่นกัน.

จงซานที่เผยยิ้มออกมาเล็กน้อย จ้องมองไปยังคนทั้งสาม แน่นอนจงซานไม่ได้เชื่อคำพูดของทั้งสาม การมอบเขตแดนแห่งแสงกับพวกเขา ความจริงนับว่าเป็นการสร้างความประทับใจ ทว่าหากต้องการมิตรภาพนั้น พูดตามจริงแล้วมันเป็นไปไม่ได้ เมื่อมอบเขตแดนแห่งแสงให้กับพวกเขา ก่อนที่จะมอบ จงซานจำเป็นต้องต่อรองสักเล็กน้อย เพื่อไม่ให้การทำธุรกิจครั้งนี้ขาดทุน.

จงซานที่เผยยิ้มออกมาเล็กน้อย "เขตแดนแห่งแสงนี้ เป็นเพราะจงซานและตี้เสวียนชานั้นเป็นสหายกันมาหลายปี ครั้งนี้จึงได้รับการสนับสนุนจากเผ่าหมาป่า ให้นำมาแลกเปลี่ยน."

สามผู้ฝึกตนช่วงชิงชะตาทั้งสามที่ขมวดคิ้วไปมาเล็กน้อย ความหมายของจงซานนั้นชัดเจนมา เรื่องนี้คงไม่ง่าย ครั้งนี้เขาช่วยเผ่าหม่าป่าไว้ นอกจากนี้ยังรู้จักกับตี้เสวียนชา การแลกเปลี่ยนครั้งนี้ มีเหรอที่จะมอบให้คนอื่นง่าย ๆ ? ในโลกนี้คงไม่มีใครโง่งมขนาดนั้น.

"แต่ว่า การที่จงซานได้ของสิ่งนี้มาจากตี้เสวียนชา ที่จริงก็ต้องการมอบให้กับทั้งสาม!"จงซานที่กล่าวออกมาอีกครั้ง.

"หืม!"

คนทั้งสามตกใจเล็กน้อย จงซานเป็นคนโง่อย่างงั้นรึ? เป็นไปได้อย่างงั้นรึ?

"ข้านั้นรู้สึกสนใจวิชาช่วงชิงชะตาด้วยเช่นกัน!"จงซานเอ่ย.

คนทั้งสามที่กลายเป็นครุ่นคิด เข้าใจ จงซานไม่บังคับให้พวกเขาเข้าร่วมศาลเทพต้าเจิ้ง ทว่าต้องการแลกเปลี่ยนวิชา ต้องการศึกษาวิชาช่วงชิงชะตาจากพวกเขา ซึ่งเป็นการทำให้พวกเขาเข้าร่วมอย่างชาญฉลาด.

จื่อหยางจิงหงที่ฝืนยิ้มส่ายหน้าไปมาพร้อมกับกล่าวออกมาว่า "บางทีเซิ่งหวังจงคงไม่รู้ ที่จริงวิชาบำเพ็ญช่วงชิงชะตานั้นได้สร้างบาดแผลต่อสวรรค์มากจนเกินไป ดังนั้นจึงเกี่ยวพันธ์กับความรุ่งเรือง หากพวกเรามอบมันให้กับคนอื่น คนที่เกี่ยวข้องอาจจะได้รับภัยพิบัติมา ดังนั้นผู้ฝึกตนช่วงชิงชะตาทั่วหล้าจึงกลายเป็นที่น่าหวาดกลัว เป็นเหตุผลทั่วไปเท่านั้น ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้บรรพชนได้มีคำสั่ง วิชาช่วงชิงชะตาจึงได้สั่งสอนให้กับคนในตระกูลเท่านั้น ไม่สามารถส่งต่อให้กับคนอื่นได้."

เป็นการชัดเจน จื่อหยางจิงหงได้ปฏิเสธจงซานอีกรอบ.

คำพูดของจงซานแน่นอนว่าไม่ธรรมดา แฝงความหมายที่มีหลายทางเลือก แต่สุดท้ายกับมีทางเลือกเดียว.

"ข้าบอกเพียงแค่ว่าสนใจในวิชาช่วงชิงชะตา แต่ไม่ได้เอ่ยว่าต้องการศึกษา นอกจากนี้ข้ายังบำเพ็ญวิถีแห่งราชา ไม่สามารถเปลี่ยนเส้นทางได้!"จงซานที่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม.

"หืม!"ผู้ฝึกตนช่วงชิงชะตาทั้งสามที่เผยท่าทางแปลกประหลาด.

ความจริง จงซานก็ไม่ได้เอ่ยว่าต้องการจะเรียน เป็นพวกเขาที่เข้าใจไปเอง.

คนทั้งสามที่เปลี่ยนเป็นเงียบงัน.

"เช่นนี้เป็นอย่างไร ก่อนหน้านี้ข้าได้ยินมาเกี่ยวกับเขตแดนแห่งแสง ที่ใช้ในการก่อกำเนิด หอคอยช่วงชิงชะตา? จงซานเองปรารถนาที่จะเห็นหอคอยช่วงชิงชะตา เพียงแค่ได้เห็นการก่อกำเนิดของหอคอยช่วงชิงชะตา ขอได้มองอยู่ห่าง ๆ เพียงแค่นี้ก็พึงพอใจแล้ว!"จงซานที่กล่าวออกมาง่าย ๆ สบาย ๆ .

เป็นความจริงไม่ใช่คำขอที่เกินจริง และไม่ได้เกินกว่าขอบเขตที่จะยอมรับได้.

"เซิ่งหวังจง ต้องขออภัย ข้ารู้ว่าท่านต้องการจะช่วยเรา ทว่าคำขอนี้ จริง ๆ ..... จิงหงละอายนัก!"จื่อหยางจิงหงที่กล่าวพลางถอนหายใจ.

"หืม? มีอะไรรึ?"จงซานที่เผยท่าทางสงสัย.

"บรรพชนได้ขอเอาไว้ การกำเนิดของหอคอยช่วงชิงชะตา มีเพียงแค่คนของตระกูลจื่อหยางที่เข้าร่วมพิธีได้ คนอื่น ๆ ไม่สามารถเข้าร่วมได้ ไม่เช่นนั้นก็ต้องผนึกหอกคอยช่วงชิงชะตาเอาไว้ต่อไป!"จื่อหยางจิงหงที่กล่าวออกมาด้วยความสำนึกผิดออกมาอีกครั้ง

ปฏิเสธจงซานอีกครั้งแล้ว ทำให้จื่อหยางจิงหงค่อนข้างรู้สึกอับอาย.

หากเป็นความเห็นของคนทั่วไป เรื่องนี้เป็นเรื่องง่าย ๆ ไม่ใช่คำขอที่เกินจริง แลกกับเขตแดนแห่งแสงที่ทรงค่า ไม่ใช่อะไรที่เกินเลยแม้แต่น้อย แต่เรื่องนี้กลับยังต้องปฏิเสธ แม้แต่จื่อหยางจิงซิน เริ่มบ่นธรรมเนียมของบรรพชนแล้ว.

"เฮ้เฮ้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ จงซานก็ไม่สามารถบังคับได้ เขตแดนแห่งแสงสามารถมอบให้กับพวกท่านได้ ทว่าจำเป็นต้องยืมแรงพวกท่าน แน่นอนเป็นเรื่องที่ไม่ได้ยากเย็นนัก."จงซานที่กล่าวออกมาอีกครั้ง.

จงซานที่กล่าวออกมาง่าย ๆ สบาย ๆ  ไม่ได้ต้องการขัดขืนหรือทำให้ยากลำบาก ภายในใจลึกลงไปจงซานก็หวังที่จะมอบเขตแดนแห่งแสงให้พวกเขา เพราะเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของบุตรชายด้วย.

"หืม?เซิ่งหวังจงซานขอให้กล่าวมาได้เลย!"จื่อหยางจิงหงที่กล่าวออกมาในทันที.

กับคำขอฝ่ายตรงขาม จื่อหยางจิงหงที่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ตราบเท่าที่ไม่เกี่ยวข้องกับธรรมเนียมบรรพชน ถึงแม้นว่ายากเท่าใดก็ต้องทำให้สำเร็จ.

"ที่จริงเป็นเรื่องง่ายมาก เรื่องนี้ พวกท่านคงเห็นก่อนหน้านี้ ข้าได้ใช้โลหิตของพวกเราสร้างความสับสนปกปิดทิศทาง เพื่อให้คนที่ไล่ตามมาเกิดความสับสน!"จงซานเอ่ย.

"หยิงเห่า?"จื่อหยางจิงซินเอ่ย.

จงซานที่ส่ายหน้าไปมาและกล่าวออกมาว่า "ไม่ใช่แค่หยิงเห่า น่าจะเป็นยอดฝีมือตระกูลเทียนด้วย เป็นใครบ้างนั้น ข้าเองก็ไม่รู้ พวกเราไม่ต้องการให้พวกเขาพบเจอพวกเราอย่างแน่นอน!"

"ตระกูลเทียน?"ผู้ฝึกตนช่วงชิงชะตาที่เผยท่าทางประหลาดใจ.

"ใช่ คนที่ไล่ตามมานั้นข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน ทว่ารู้ว่าพวกเขากำลังไล่ตามมา คำของของข้านั้นง่ายมาก พวกท่านนำพาพวกเรากลับไปยังศาลเทพต้าเจิ้ง ด้วยการสร้างความสับสนให้กับพวกเขาไล่ตามมาอย่างยากลำบาก การเดินทางนี้นับว่าค่อนข้างไกล บางทียิ่งผ่านนานไปก็ยากที่จะปกปิด หากได้สุดยอดผู้ฝึกตนช่วงชิงชะตาทั้งสามมาช่วย ก็จะสามารถคุ้มกัน ทำให้ผู้ฝึกตนช่วงชิงชะตาฝ่ายตรงข้ามยากที่จะพยากรณ์ตำแหน่งของพวกเราได้ เพียงแค่ส่งพวกเรากลับไปยังศาลเทพต้าเจิ้ง เขตแดนแห่งแสง จงซานจะมอบให้กับทุกท่านในทันที!"จงซานที่กล่าวออกมาด้วยความเคารพ.

"ง่าย ๆ เช่นนี้นะรึ?"จื่อหยางจิงซินที่เผยท่าทางประหลาดใจ.

ด้วยการใช้วิถีสวรรค์ลี้ลับ ปกปิดทุกคนเดินทางไปยังทวีปทิศเหนือ เรื่องนี้เป็นเรื่องง่ายมากสำหรับผู้ฝึกตนช่วงชิงชะตา ทว่าเพราะง่ายเกินไปทำให้พวกเขาลังเล ไม่คิดเลยว่าจงซานจะขอคำขอที่ง่ายขนาดนี้.

แน่นอน ทั้งสามเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่ง่าย ๆ  ทว่าทำไมจงซานถึงได้คิดช่วยพวกเขาล่ะ? นอกจากนี้พวกเขายังเข้าใจดี กับวิถีราชาการที่ราชาให้คำมั่นนั่น ไม่สามารถที่จะกลับคำได้ ดังนั้นพวกเขาย่อมเชื่อว่าจงซานไม่คิดที่จะหลอกพวกเขา.

"ไม่รู้ว่าได้ละเมิดธรรมเนียมของบรรพชนหรือไม่?"จงซานที่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม.

"เพียงเท่านี้รึ?!"จื่อหยางจิงซินที่เอ่ยปากออกมาในทันที.

"ไม่ดีรึ?!"จงซานพยักหน้ารับ.

"พวกเราเพียงแค่อยากรู้ ทำไมเซิ่งหวังจงจึงได้ขอคำขอที่ง่ายขนาดนี้?"จื่อหยางจิงหงสอบถาม.

"เป็นดังที่ข้าเอ่ยต่อทุกท่าน ว่าต้องการเป็นสหายต่อทุกท่าน!"จงซานที่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม.

ทั้งสามที่มองหน้ากันและกันจ้องมองด้วยความงงงวย ก่อนที่จื่อหยางจิงหงจะพยักหน้ารับ "เซิ่งหวังจง โปรดวางใจพวกเราจะต้องคุ้มกันทุกท่านไปให้ถึงต้าเจิ้งอย่างปลอดภัยแน่นอน."

"ตกลง!"จงซานพยักหน้ารับ.

------------------------------------------------------------------------

แดนเทพหมาป่า ทางเข้าแดนเทวะซือเทียน.

เหล่าเผ่าหมาป่ามากมายที่เดินมาจากทั่วสารทิศเพื่อคารวะจือจุ้นเผ่าหมาป่าของแดนเทพหมาป่า ตี้เสวียนชา! ทำให้พื้นที่รอบ ๆ เวลานี้ปกคลุมด้วยกลิ่นอายที่ดุร้ายหนักอึ้ง.

"ฟิ้ว!"

ทันใดนั้นปรากฎสายลมที่หนักหน่วงรุนแรง เกิดเป็นสนามวายุที่ปัดเป่าทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบ ๆ ออกไป.

"เป็นใครกัน ที่กล้าบุกรุกแดนเทวะซือเทียน!"หมาป่าตนหนึ่งที่คำรามออกมาในทันที.

ในเวลาเดียวกันนั้น หมาป่ามากมายที่อยู่บนผืนปฐพีต่างก็จ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อม ๆ กัน.

บนท้องฟ้าในเวลานี้ ปรากฎร่าง 11 ร่าง แต่ละคนเต็มไปด้วยท่าทางอหังการ มีหนึ่งคนที่สวมชุดสีขาว มีผมยาวสลวย ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าได้ และกลิ่นอายที่หนักหน่วงรุนแรงยิ่งใหญ่นั้นยากที่จะปิดบังเอาไว้ได้.

คนทั้ง 11 คนนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่น่าเกรงขาม แต่ละคนนั้นกวาดตามองไปรอบ ๆ  ทำให้จิตวิญญาณของเผ่าหมาป่าสั่นสะท้านจากแรงกดดัน.

จบบทที่ Chapter 1138 ยอดฝีมือตระกูลเทียน.

คัดลอกลิงก์แล้ว