เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 1122 เทียนเต๋าจื่อ.

Chapter 1122 เทียนเต๋าจื่อ.

Chapter 1122 เทียนเต๋าจื่อ.


"เป๋าซือ?"จี้กงหนี่ที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ.

"ใช่แล้ว เมื่อหลายร้อยปีก่อนความจริงจงซานได้พบกับเป๋าซือ นางอยู่ในอาณาเขตเฟิงจง ซึ่งทุกคนรู้ว่าไม่ได้ปรากฎตัวออกมาบ่อยนัก!"จงซานที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"เป๋าซืออยู่ที่ใหน?"จี้กงหนี่ที่แสดงท่าทางร้อนใจ.

"เป๋าซือได้ตายแล้ว!"จงซานที่แสดงท่าทางหนักอึ้งจริงจังออกมา.

เหล่าขุนนางต้าโจวที่อ้าปากเล็กน้อย เผยใบหน้าที่หวาดผวา.

"หมายความว่าอย่างไร?"ท่าทางของจี้กงหนี่ที่เปลี่ยนเป็นเย็นชา.

"ข้าคิดว่านางควรจะตายแล้ว ส่วนจะมีชีวิตอีกครั้งหรือไม่ ข้าไม่อาจรู้!"

"นางอยู่ที่ใหน? เจ้าเห็นนางได้อย่างไร? ตายอย่างไร?ศพนางล่ะ?"จี้กงหนี่เอ่ยด้วยเสียงที่เย็นยะเยือบ.

"เป๋าซือนั้น ใช้นามหม่ากู๋ ปกป้องโลกนวีหวา ตกตายในการต่อสู้ กับปราชญ์เทพหมี่เทียน ปราชญ์เทพหมี่เทียนนั้น ต้องการสร้างสี่ภูตวิถีสวรรค์ขึ้นมา จำเป็นต้องรวบรวม ซือ เหม่ย หวังและเหลียง เป่าซือก็คือเหม่ย ที่ถูกปราชญ์เทพหมี่เทียนหลอมขึ้นเป็นหุ่นเชิด! ข้าเห็นมันด้วยตาตัวเอง! ในเวลานั้นไม่มีความสามารถใด ๆ ช่วยได้!"จงซานเอ่ย.

"เหม่ย? ซือ เหม่ย หวัง เหลียง? หมี่เทียน?"ดวงตาของจี้กงหนี่ที่กลายเป็นสีแดงขึ้นมาในทันที.

จากท่าทางของจงซานแล้ว จี้กงหนี่เห็นว่าจงซานไม่ได้โกหก และไม่มีเหตุผลที่เขาต้องโกหก ไม่ว่าอย่างไรเขาในเวลานี้รู้สึกขุ่นเคืองจงซาน จงซานไม่มีทางที่จะใช้เล่ห์กลใด ๆ  เพราะไม่ว่าอย่างไร เขาก็โกรธเคืองขึ้นมาอยู่แล้ว.

แต่มันคือความจริงอย่างงั้นรึ?

"โฮกกก ~~~~~~~~~~~~~~~~~~!”

จี้กงหนี่ที่คำรามลั่นดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า สายลมและเมฆที่บิดม้วนแยกออกจากกัน แท่งไฟรอบ ๆ ที่กำลังสั่นไหวไปมาอย่างรุนแรง.

"เป็นไปไม่ได้ นางไม่ตาย!"จี้กงหนี่ที่ค่อย ๆ ระงับความเจ็บช้ำในหัวใจเอาไว้.

จากนั้นจงซานที่ค่อย ๆ เล่าเรื่องทุกอย่างในอดีตให้กับเนี่ยฟ่านเฉินฟัง.

---------------------

"ข้ารู้ว่าวันนี้ไม่สามารถผ่านเคราะห์กรรมไปได้ และไม่คิดที่จะหลบเลี่ยง หมี่เทียน เจ้าจงรอ รอให้มีใครบางคนมาล้างแค้นให้กับข้า วันนี้เจ้าหลอมข้าเป็นหุ่นเชิด วันข้างหน้า ก็จะมีคนหลอมเจ้าเป็นหุ่นเชิดเช่นกัน! เจ้าจงรอ รอคอยได้เลย!"

........................

............

"เขาจะต้องล้างแค้นให้กับข้า!"

---------------------

กับเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตนั้น แม้แต่จงซานยังรู้สึกหนักอึ้งในใจ แล้วจี้กงหนี่ที่เป็นคู่ความจะเป็นเช่นไร?

จี้กงหนี่ที่ต่อยหมัดไปยังฝ่ามือตัวเอง ร่างกายสั่นเล็กน้อย หากแต่ไม่ได้เสียภาพพจน์ราชา เขาที่กำหมัดแน่นซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ แววตาที่ดุร้ายเย็นชา แม้แต่กงซูจื่อยังประหลาดใจ.

"ขอบคุณ!"จี้กงหนี่ที่กัดฟันเอ่ยออกมาสองคำ ที่หน้าผากยังมีเส้นโลหิตที่บวมปูด.

จงซานที่พ่นลมหายใจยาว ก่อนที่จะหันหน้ามายังเนี่ยชิงชิง.

"กงจูชิงชิง!"

เนี่ยชิงชิงที่ใบหน้าเปลี่ยนเป็นซับซ้อนจนจ้องมองจงซานด้วยแววตาที่อ่อนไหว.

"จงซานนั้นติดหนี้ท่านมากมาย ทว่าจงซานคงต้องไปแล้ววันนี้ วันข้างหน้า กงจูชิงชิง เพียงแค่ส่งสารไปยังต้าเจิ้ง ขอเพียงไม่ผิดหลักการของข้า ไม่ว่าจะเป็นคำขอใดข้าก็จะทำ จงซานขอให้คำสัญญา!"จงซานที่กล่าวออกมาอย่างจริงจัง.

"อืม!"เนี่ยชิงชิงพยักหน้า แววตาที่เผยท่าทางซับซ้อนไม่ต้องการแยกจาก.

"เซิ่งหวังจี้ นั่นคือเรื่องทั้งหมดที่ข้ารู้ ขอแสดงความเสียใจด้วย จงซานขอลา!"จงซานที่กล่าวต่อจี้กงหนี่.

[节哀顺变 jié āi shùn biàn เจี๋ย ไอ สุ้น เปี้ยน วลีนี้ไว้ใช้ในการปลอบใจหรือแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิต แปลเป็นไทยก็คือ “ขอแสดงความเสียใจด้วย”]

"อืม!"จี้กงหนี่ที่รับคำ อารมณ์ที่สั่นไหวราวกับจะเสียการควบคุมได้ทุกขณะ เขาที่กักเก็บความโกรธมากมายเอาไว้ ไม่ได้ต้องการจะกล่าวสิ่งใดออกมาอีก.

จงซานที่สะบัดแขนเสื้อนำพาทุกคนบินออกไปพุ่งตรงไปยังทิศตะวันออก หายไปลับสายตาของทุกคนอย่างรวดเร็ว.

เหล่าขุนนางต้าโจวได้แต่จ้องมองกลุ่มของจงซานที่ค่อย ๆ หายไป แววตานั้นไม่ได้เผยท่าทางไม่พอใจอีกแล้ว ทว่าไม่มีใครกล่าวอะไรออกมาต่อเซิ่งหวังเวลานี้เช่นกัน.

"เซิ่งหวัง!"กัวซือฝูที่เอ่ยออกมาเ กัวซือฝูเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของจี้กงหนี่ดี.

"เรื่องเฉลิมฉลองทั่วแผ่นดินนั้น เจ้าและเจี่ยงซ่างเป็นคนจัดการ ข้าต้องการอยู่คนเดียว ห้ามใครมารบกวนข้า!"จี้กงหนี่ที่พ่นลมหายใจยาว ระงับความโศกเศร้าอย่างที่สุดเอาไว้.

จากนั้นร่างกายของเขาก็ก้าวออกไปหายไปต่อหน้าของทุกคน.

กงซูจื่อที่ได้แต่จ้องมองไปยังจี้กงหนี่ด้วยความประหลาดใจ.

สายตาของจี้กงหนี่ที่ดุร้ายเย็นชา เขากำลังวางแผนที่จะต่อกรกับหมี่เทียนหรือไม่?

--------------------------------------------------------

เมื่อออกมาจากอาณาเขตหงส์เพลิง กลุ่มของจงซานที่ไปหยุดอยู่ที่แห่งหนึ่งจ้องมองเสาเปลวเพลิงที่อยู่ไกลออกไป จงซานที่พ่นลมหายใจยาว.

"เป๋าซือที่เซิ่งหวังเอ่ย กล่าวความจริงอย่างงั้นรึ?"จินเผิงที่เอ่ยออกมาด้วยความสงสัย.

"แน่นอนว่าเป็นเรื่องจริง เจ้าไม่เคยเห็นหมี่เทียนอย่างงั้นรึ? ที่ทวีปซือต้าปู่ เจ้าก็เห็นภูตวิถีสวรรค์ เหลียง ที่ถูกนำไปสร้างเป็นภูตวิถีสวรรค์ ไม่ต้องบอกเลยว่าหุ่นเชิดของหมี่เทียนนั้นร้ายกาจแค่ใหน ทรงพลังยิ่งกว่าหุ่นเชิดของกงซูจื่อสะอีก!"จงซานเอ่ย.

"เรื่องที่โลกนวีหวามีคนมากมายที่รู้ ทำไมจี้กงหนี่ไม่รู้?"จินเผิงที่แสดงท่าทางไม่เข้าใจ.

"มีคนมากมายที่เข้าไปในโลกนวีหวาในครั้งนั้น ทว่ามีคนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่รอดออกมา ในเวลานั้นจี้กงหนี่วุ่นวายเกี่ยวกับเขตแดนหงส์เพลิง ไม่ได้ส่งคนออกมา ดังนั้นจึงไม่รู้เรื่องนี้!"หวังจิงเหวินที่กล่าวตอบ.

"จี้กงหนี่ เป๋าซือ? ทั้งสองนั้นมีความสัมพันธ์ที่ลึกล้ำทั่วหล้าต่างรู้ดีว่านางคือคู่บำเพ็ญของเขาในอดีต การที่เห็นเป๋าซือตายไป โดยที่เขาไม่รู้อะไรเลยก็อีกเรื่องนี้ ทว่าการที่จี้กงหนี่แสดงท่าทีก่อนหน้าก็เกินไปจริง ๆ  คาดไม่ถึงเลยว่าเขาจะต้องการข่มเหงเซิ่งหวัง!"จินเผิงเอ่ย.

หวังจิงเหวินส่ายหน้าไปมา "ข้าเองก็มีเพียงหัวเดียว ถึงแม้นว่าจะไม่มีข้า จี้กงหนี่ก็คงไม่ยอมปล่อยพวกเราง่าย ๆ  เซิ่งหวังฉลาดหลักแหลม ใช้ข่าวเรื่องเป๋าซือทำให้หัวใจจี้กงหนี่โกลาหล ทำให้พวกเราออกมาได้อย่างปลอดภัย!"

"เจ้าบอกว่าเนี่ยฟ่านเฉินจะหาเรื่องพวกเราอย่างงั้นรึ? เขาจะไม่ทำเช่นนั้น!"เทียนหลิงเอ๋อที่โพลงออกมา.

หวังจิงเหวินที่โค้งคารวะให้เทียนหลิงเอ๋อ และไม่กล่าวสิ่งใด.

จงซานลูบศีรษะของเทียนหลิงเอ๋อและกล่าวออกมาว่า "เขาไม่ใช่เนี่ยฟ่านเฉินอีกแล้ว ตอนนี้เขาคือจี้กงหนี่ ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว หลังจากนี้คำพูดของเขาไม่สามารถเชื่อได้!"

เทียนหลิงเอ๋อที่เบ้ปาก โอดครวญออกมา แสดงท่าทางราวกับว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก่อนที่จะพยักหน้ารับ."อืม!"

"เซิ่งหวัง พวกเราจะกลับต้าเจิ้งทันทีเลยหรือไม่?"เต้าเหรินถูเอ่ย.

"ไม่ พวกเราจะต้องแวะสถานที่หนึ่งก่อน!"จงซานที่ส่ายหน้าไปมา.

"หืม?"

"แดนเทวะซือเทียน!"

--------------------------------------------------------

ภพหยาง ทวีปเทียน ตระกูลเทียนใหญ่! วิหารชีพจรสวรรค์!

ตำหนักชีพจรสวรรค์นั้น เป็นที่พำนักของประมุข ซึ่งเป็นตำหนักที่สำคัญที่สุด โครงสร้างของตระกูลเทียนที่โลกใบเล็กและโลกใบใหญ่เหมือน ๆ กัน แน่นอนว่าตำหนักชีพจรสวรรค์จึงเป็นตำหนักที่ใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดของตระกูลเทียน.

ภายในตำหนักที่ปิดแน่น.

ภายในห้องโถงใหญ่นั้น มีคนแปดคน แต่ละคนสวมชุดสีขาว อยู่ด้านล่างตั้งแถวเป็นสองแถว ฝั่งล่ะสี่คน ด้านซ้ายคนแรก แม้นว่าจะเก็บกลิ่นอายเอาไว้ก็ดูน่าเกรงขาม เป็นคนที่สำคัญไม่น้อย และไม่สามารถมองเห็นใบหน้าได้ชัดเจน คนผู้นี้คือปราชญ์เทพของตระกูลเทียน เทียนโจวจื่อ!

ทั้งแปดคนไม่มีใครกล้าเอ่ยสิ่งใด จดจ้องมองไปยังชายผู้หนึ่งที่อยู่ในตำแหน่งสูงสุด.

ใบหน้าของบุรุษผู้นั้นค่อนข้างเยาว์วัย ทว่าดวงตานั้นเต็มไปด้วยเชาว์ปัญญา ใบหน้าที่ค่อยละเอียด เผยแววตาที่ดูสะกดข่มน่าเกรงขามออกมา.

นี่ก็คือประมุขตระกูลเทียน เทียนเต๋าจื่อ!

เทียนเต๋าจื่อสวมมงกุฎขนนกขนาดเล็ก มีสองริ้วขนลู่ออกไปด้านหลัง ขณะที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สูง นิ้วของเขาที่เคาะไปยังพนักพิงเบา ๆ .

"ประมุข!"

แถวด้านขวามีคนหนึ่งที่เอ่ยปากออกมา.

"ตราสวรรค์ ผู้ถือครอง สามารถออกคำสั่ง ที่ไม่มีใครกล้าขัด!"เทียนโจวจื่อที่เอ่ยปากออกมา.

"เกี่ยวกับข่าวลือ เจ้าได้บันทึกเอาไว้หรือไม่!"เทียนเต๋าจื่อที่เอ่ยปากออกมา แม้นว่าจะเป็นน้ำเสียงเบา ๆ แต่ดูจริงจังเคร่งขรึม.

"ข้าและคนอื่นไม่มีทางลืม!"อีกคนที่รีบเอ่ยออกมาในทันที.

เทียนเต๋าจื่อที่แววตาที่เคร่งขรึมดุดัน แววตาที่ราวกับอำนาจสวรรค์กดลงมา ทำให้ทุกคนที่จ้องมองประมุข จิตใจสั่นไหวก้มหน้าลงเล็กน้อย ถึงเทียนโจวจื่อจะไม่สามารถมองเห็นใบหน้าได้ ทว่าก็ไม่กล้าที่จะสบตาเช่นกัน.

"ข่าวที่ข้าเพิ่งได้ยินมา ข้าไม่ต้องการให้คนอื่น ๆ รู้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาได้!"เทียนเต๋าจื่อที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"รับทราบ!"ทุกคนที่ตอบรับในทันที.

"ท่านประมุข พวกเรายินดีที่จะเดินทางไปชิงตราสวรรค์กลับมา!"

"ท่านประมุข ข้ายินดีอาสา!"

"ท่านประมุข ..................!”

..................

............

......

มีคนหลายคนที่อาสา ทว่าเทียนเต๋าจื่อนั้นกวาดตามองไปยังคนผู้หนึ่ง.

"เทียนโจวจื่อ!"เทียนเต๋าจื่อที่เอ่ยออกมาในทันที.

"อยู่นี่แล้ว!"

"เจ้ารับหน้าที่นี่ด้วยตัวเอง!"เทียนเต๋าจื่อกล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"รับทราบ!"เทียนโจวจื่อรับคำในทันที.

"เจ้าเป็นคนเตรียมคนด้วยตัวเอง การเดินทางครั้งนี้ไม่ง่าย เจ้าจัดการได้ทุกอย่าง ข้าจะไม่ถามวิธีการ ข้าต้องการเพียงผลลัพธ์!"เทียนเต๋าจื่อเอ่ยออกมาเบา ๆ .

"รับทราบ!"เทียนโจวจื่อที่รับคำ.

"ส่วนพวกเจ้า? ระหว่างนี้ ปกป้องทวีปเทียน ห้ามออกไปใหน!"เทียนเต๋าจื่อกล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"รับทราบ!"คนอื่น ๆ ที่เร่งรีบรับคำในทันที.

เห็นชัดเจนว่า ตราสวรรค์นั้นมีความสำคัญมาก ๆ  เทียนเต๋าจื่อที่เต็มไปด้วยความระมัดระวัง ให้เทียนโจวจื่อเดินทางไปด้วยตัวเอง เพราะว่าเทียนโจวจื่อคือปราชญ์เทพ สามารถที่จะขัดขืนอำนาจของตราสวรรค์ได้ ทว่าคนอื่นนั้นต่างออกไป.

เทียนเต๋าจื่อที่ลุกขึ้น กวาดตามองทุกคน ก่อนที่จะหายไป.

เมื่อประมุขไปแล้ว ใบหน้าของทุกคนที่เปลี่ยนไป.

ภายในห้องโถงทุกคนที่อยู่ในความเงียบงัน.

"นี่มัน ก่อนหน้านี้ เป็นเพียงแค่ร่างแยกของท่านประมุขอย่างงั้นรึ?"หนึ่งในนั้นเผยท่าทางประหลาดใจ.

"พวกเราที่อยู่ในระดับเซียนบรรพชน ยังไม่สามารถเทียบกับร่างแยกของท่านประมุขเลย ท่านประมุขแข็งแกร่งยิ่งนัก!"คนผู้หนึ่งที่เอ่ยปากออกมา.

"ประมุขแข็งแกร่ง ยากที่จะประเมินได้จริง ๆ !"

ขณะที่ทุกคนกำลังเอ่ยนั้น เทียนโจวจื่อที่สูดหายใจเบา ๆ  ชัดเจนว่าเทียนโจวจื่อเองก็ตื่นตระหนกตกใจกับความแข็งแกร่งของเทียนเต๋าจื่อเช่นกัน.

ประมุขตระกูลเทียน เทียนเต๋าจื่อ ไม่มีใครรู้ว่าแข็งแกร่งขนาดใหน ทว่าเขาที่ปกครองตระกูลเทียน ได้อย่างสงบสุข ใต้หล้าแห่งนี้ คนที่ทำได้ ไม่ได้มีมากนัก ถึงแม้นว่าจะเป็นเช่นนั้นเทียนเต๋าจื่อยังให้ความสำคัญต่อตราสวรรค์เป็นอย่างมาก เห็นชัดเจนว่าตราสวรรค์นั้นไม่ธรรมดา.

ตราสวรรค์ เป็นดั่งคำสั่งสวรรค์ ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถขัดขืน ไม่กล้าขัดคำสั่งได้!

จบบทที่ Chapter 1122 เทียนเต๋าจื่อ.

คัดลอกลิงก์แล้ว