เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 1112 ศพปราชญ์เทพที่เหมือนกับเซียนเซิงซือ.

Chapter 1112 ศพปราชญ์เทพที่เหมือนกับเซียนเซิงซือ.

Chapter 1112 ศพปราชญ์เทพที่เหมือนกับเซียนเซิงซือ.


ดวงตาของศพปราชญ์เทพที่เปิดขึ้น ส่องประกายสีเขียว แผ่กลิ่นอายแห่งความตายออกมา ทำให้อาวุโสเทียนสั่นไหวขึ้นมาทันที.

อาวุโสเทียนที่เผยท่าทางหวาดหวั่นขึ้นมาในทันที ร่างกายที่ของเขาที่ถอยออกไป ไม่กล้าจ้องมองศพนั่นอีก.

ดวงตาของศพปราชญ์เทพที่ลืมขึ้น ทำให้เสียงแตรเขาสัตว์ที่ดังขึ้นก่อนหน้าหยุดลง.

พลังกดดันพลานุภาพสยบที่กระจายไปทั่วทุกสารทิศ ราวกับฟ้าสวรรค์และปฐพีจะหยุดนิ่ง โลงศพที่ปรากฎขึ้นบนทะเลน้ำพุเหลือง ทำให้คลื่นทะเลที่บ้าคลั่งนั้นหยุดลง เจตภูตบนอากาศที่บินอยู่หยุดลงในทันที ทว่าเจตภูตหลายตนที่อยู่ไกลออกไป ราวกับว่าสัมผัสถึงกลิ่นที่น่าเกรงขามไร้ที่สิ้นสุดก็เตรียมการจะหนี.

พื้นที่รอบ ๆ เหล่าเจตภูตที่ค่อย ๆ สลายหายไปช้า ๆ  เจียงซือมากมายของเซียนเซิงซือที่ร่อนลงพื้น พร้อมกับคุกเข่าลงข้างหนึ่ง เผยความเคารพต่อศพปราชญ์เทพ.

เจตภูตที่อยู่รอบ ๆ  หลังจากถูกแรงกดดันพลานุภาพมหาศาลสะกด หลังจากนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นเทิดทูนศพปราชญ์เทพ.

อาวุโสเทียนที่เผยท่าทางหวาดผวาตื่นตระหนกลอบมองอยู่ด้านหลังเซียนเซิงซือ.

เซียนเซิงซือที่จ้องมองไปยังโลงศพด้วยสายตาไม่แยแส.

"กึก!"แขนที่ซีดจางยื่นออกมาจากโลงศพ พร้อมกับวางมือที่ขอบโลงศพ.

ศพปราชญ์เทพในชุดที่ดูหรูหราสีดำเงาลุกขึ้นนั่ง.

บนศพของปราชญ์เทพ กลิ่นอายที่เก่าแก่แต่ บรรพกาลแผ่ออกมา อำนาจที่ทำให้พื้นที่รอบ ๆ หวั่นไหวอย่างไร้เหตุผล กลิ่นอายที่ดูตึงเครียดตลบอบอวลไปทั่ว.

แม้แต่อาวุโสเทียนยังรู้สึกว่าแม้แต่กงซูจื่อยังไม่ทำให้บรรยากาศรอบ ๆ ตึงเครียดได้ขนาดนี้.

ศพปราชญ์เทพที่ลุกขึ้นยืนช้า ๆ  ก้าวออกจากโลงศพ ทั่วร่างส่องประกายแสงสีขาวออกมา.

ร่างของศพปราชญ์เทพบินขึ้นบนอากาศ พร้อมกับกวาดตามองพื้นที่รอบ ๆ  ทำให้พื้นที่ในรัศมี หนึ่งแสนลี้ ไม่มีเจตภูตตนใหนเข้าใกล้.

ดวงตาสีเขียวที่ส่องประกาย ศพปราชญ์เทพที่เงยหน้าขึ้นบนท้องฟ้า.

"โฮกก ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~!”

ศพปราชญ์เทพที่เงยหน้าขึ้นคำราม เสียงที่ราวกับทำให้ท้องฟ้าแยกออกเป็นสองส่วน ห้วงมิติที่กำลังสั่นไหวเป็นระลอกคลื่นกระจายออกไป.

จากนั้น บนท้องฟ้าที่กลายเป็นหลุมน้ำวนขนาดใหญ่ขึ้น ก่อนที่ปราณสวีมากมายจะผุดออกมา ปราณสวีที่น่าสะพรึงเป็นอย่างยิ่ง หมุนวนอยู่บนท้องฟ้าบนศีรษะของศพปราชญ์เทพ.

กลิ่นอายที่มีเพียงปราชญ์เทพถือครองกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แรงกดดันผลานุภาพสยบที่มากขึ้นเรื่อย ๆ .

ทันใดนั้น ภายในภพหยาง ก็ปรากฎเสียงคำรามก้องไปทั่ว อำนาจของศพปราชญ์เทพทำให้เจตภูตทุกตนหยุดนิ่งไปในทันที.

"แกร่ง! แกร่ง! แกร่ง!"

เซียนเซิงซือที่สั่นกระดิ่งเบา ๆ .

บนอากาศ ศพปราชญ์เทพที่น่าเกรงขามสั่นไปมา.

จากนั้น เกิดเรื่องที่แปลกประหลาดศพปราชญ์เทพที่กวาดตามองลอบ ๆ ขณะจ้องมองลงมายังเซียนเซิงซือ.

ใบหน้าของเซียนเซิงซือและศพปราชญ์เทพเหมือนกันมาก ๆ  อาวุโสเทียนที่ยืนอยู่ด้านหลังเซียนเซิงซือ ภายในใจที่เย็นยะเยือบ เพราะว่าดวงตาของศพปราชญ์เทพนั้นทรงพลังร้ายกาจเกินไป ไม่กล้าแม้แต่สบตามอง.

แน่นอนว่า ดวงตาของปราชญ์เทพคนอื่นนั้นอาวุโสเทียนไม่เคยเห็น ต้องไม่ลืมว่าตัวตนของปราชญ์เทพนั้น ทุกคนไม่สามารถมองเห็นใบหน้าได้อย่างชัดเจน.

ทว่าใบหน้าของศพปราชญ์เทพเวลานี้สามารถมองเห็นได้ดูเหมือนกับเซียนเซิงซือมาก เวลานี้พวกเขากำลังจ้องมองกันและกัน ทำให้เกิดความรู้สึกที่แปลกประหลาด แม้แต่อาวุโสเทียนเวลานี้ยังรู้สึกหวั่นเกรงต่อเซียนเซิงซือ.

อาวุโสเทียนเพียงแค่รู้ว่าเซียนเซิงซือสามารถควบคุมศพได้ ก่อนหน้านี้มีศพหลากหลายประเภทที่ช่วยงานจงซาน ทว่าในวันนี้เวลานี้ คาดไม่ถึงเลยว่าเขายังมีพลังอำนาจในการควบคุมหุ่นเชิด บางทีการควบคุมของเขานั้นไม่ต่างจากการควบคุมหุ่นเชิด ที่หลอมขึ้นมาจากสุดยอดผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่ง.

ในเวลานี้ อาวุโสเทียนไม่กล้าประเมินเซียนเซิงซือต่ำอีกแล้ว สิ่งที่เขาเห็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ใต้สวรรค์แห่งนี้มีหลายคนที่ไม่สามารถใช้พลังฝึกตนในการวัดความแข็งแกร่งได้ ศพปราชญ์เทพรึ? คาดไม่ถึงเลยว่าจะสามารถควบคุมศพปราชญ์เทพได้? น่าเกรงขามเกินไปแล้ว!

ศพปราชญ์เทพ อาวุโสเทียนที่จ้องมอง สัมผัสได้ถึงแรงกดดันอำนาจที่ยิ่งใหญ่โถมทับลงมา ทว่าในเวลานี้ เซียนเซิงซือกลับกำลังควบคุม แม้แต่ศพปราชญ์เทพที่จ้องมองลงมา ดวงตาของเซียนเซิงซือเวลานี้ยังแผ่แสงอำนาจที่น่าเกรงขามออกมาได้ด้วยเช่นกัน.

ปากของเซียนเซิงซือที่กำลังร่ายอาคมที่ไม่มีใครสามารถเข้าใจได้ ดวงตาที่ส่องประกายเงาความมืด แววตาที่ดุร้ายจดจ้องมองศพปราชญ์เทพที่อยู่ตรงข้าม.

ใบหน้าของศพปราชญ์เทพที่เผยความโกรธเกรี้ยวออกมาราวกับว่ากำลังถูกเซียนเซิงซือยั่วยุ.

ใบหน้าที่เหมือนกันเป็นอย่างมากทั้งสองที่กำลังจ้องมองกันและกัน.

เซียนเซิงซือยังคงบริกรรมคาถา ส่วนอาวุโสเทียนยืนอยู่ด้านกลัง ไม่กล่าวอะไร รับรู้ว่าเวลานี้ทั้งสองที่เหมือนกับกำลังเดิมพันกันอยู่.

เซียนเซิงซือต้องการควบคุมศพปราชญ์เทพ ส่วนศพปราชญ์เทพเองก็กำลังดิ้นรนจากการควบคุมเซียนเซิงซือ.

ใบหน้าของอาวุโสเทียนที่กระตุก หลังจากที่ตัวเองได้รับการช่วยเหลือจากเทียนเสิ่นจื่อ ทำให้พลังฝึกตนก้าวไปถึงระดับเซียนโบราณ ก็ทำให้ตัวเองพึงพอใจแล้ว ทว่าเวลานี้ตัวเองกับด้อยกว่าเซียนเซิงซือมาก จนเทียบกันไม่ได้เลย.

แน่นอน เพราะว่าผู้ฝึกตนฮวงจุ้ยของตระกูลเทียน ล้วนแต่เป็นตัวตนระดับสูง หากไม่เพราะว่าค่ายกลน้ำพุเหลืองหยินหยางพลิกกลับ อาวุโสเทียนก็มั่นใจว่าจะไม่พ่ายแพ้ใคร.

"โฮก!"ศพปราชญ์เทพ.

"โฮกก!"เซียนเซิงซือที่คำรามออกมาเช่นเดียวกัน.

อาวุโสเทียนพบว่าเสียงคำรามของทั้งสองเหมือนกันเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นคลื่นเสียง ความยาวเสียงที่ราวกับคัดลอกกันออกมา.

หลังจากที่ทั้งสองคำรามออกมาด้วยเสียงที่เหมือน ๆ กัน ศพปราชญ์เทพคาดไม่ถึงเลยว่าจะเปลี่ยนเป็นสุขุม ไม่ต่อต้านเซียนเซิงซืออีกต่อไป ใบหน้าที่เผยท่าทางเฉยเมยออกมา.

เซียนเซิงซือที่สั่นกระดิ่งเบา ๆ  ศพปราชญ์เทพที่หันหลังกลับ ยอมให้เซียนเซิงซือควบคุมโดยสมบูรณ์.

"อาวุโสเทียน เขาสามารถควบคมเจตภูตได้เป็นจำนวนมาก พวกเราไปค้นหาผู้ฝึกตนฮวงจุ้ยต่อ!"เซียนเซิงซือเอ่ย.

"เป็นเป็นปราชญ์เทพจริง ๆ รึ?"อาวุโสเทียนที่ไม่อยากเชื่อเท่าใดนัก.

"ในอดีตคือปราชญ์เทพ ตอนนี้เป็นเพียงศพ มีเพียงแค่กลิ่นอายที่น่าสะพรึงหลงเหลือ ทว่าความแข็งแกร่งนั้นยังเทียบปราชญ์เทพไม่ได้!"เซียนเซิงซือส่ายหน้าไปมา.

เพียงแค่กลิ่นอายอย่างงั้นรึ? อาวุโสเทียนไม่อยากเชื่อนัก ทว่าก็ไม่ถามอะไรต่อไป.

"ดี ควบคุมเจตภูตจำนวนมาก ก็ง่ายที่จะทำ ค่ายกลฐานน้ำพุเหลืองนั้น อยู่ในทะเลน้ำพุเหลือง ตราบเท่าที่เราค้นหาชีพจรค่ายกล เส้นโลหิตค่ายกล ที่ควบคุมเจตภูต ข้าคิดว่าจะสามารถค้นหาผู้ฝึกตนฮวงจุ้ยฝ่ายตรงช้ามได้!"อาวุโสเทียนที่เอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้น.

"ดี!"เซียนเซิงซือพยักหน้ารับ.

-----------------------------------------------------------------------

ภพหยาง อาณาเขตน้ำพุเหลือง.

เส้นทางบรรจบของน้ำพุเหลือง เวลานี้มีเจตภูตจากภพหยินมากมายผุดออกมา เวลานี้กลายเป็นความวุ่นวายโกลาหลไปแล้ว.

เจตภูตที่มากขึ้นและก็มากขึ้น อีกทั้งยังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ  แม้นว่ากลุ่มของจงซานเวลานี้จะพบเจอกับระดับเซียนโบราณเท่านั้น ทว่าก็มาไม่ขาดสาย สังหารไปเรื่อย ๆ  ไม่มีทีท่าว่าจะหมดเลยแม้แต่น้อย.

กลุ่มของจงซานยังคงถอยเพื่อไปยังทางออก และระวังพื้นที่รอบ ๆ ด้วย.

จินเผิงและเต้าเหรินถูคอยปกป้อง เหวี่ยงง้าวและดาบสังหารเจตภูตไม่หยุด ขณะถอยออกไป.

"เซิ่งหวัง ไม่ว่าจะไปทางใหนก็เต็มไปหมด ซ้ำยังมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย อีกไม่นาน พวกเราคงไม่สามารถขยับได้แน่ เฉินคาดเดาได้ว่ามันปกคลุมทั่วอาณาเขตน้ำพุเหลือง หากเป็นเช่นนี้ไม่ว่าจะหนีไปที่ไหนก็เปล่าประโยชน์.

"อืม!"จงซานพยักหน้ารับ.

"จินเผิง เช่นนั้นค้นหาหุบเขา ตั้งเป็นฐานที่มั่นชั่วคราว.

"รับทราบ!"จินเผิงที่ตอบรับในทันที.

จากนั้นไม่นาน จินเผิงก็ค้นพบหุบเขาขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ก่อนที่จะเร่งรีบสร้างค่ายกลปกคลุม ปกปิดพื้นที่ดังกล่าว คลุมท้องฟ้า เพื่อเป็นที่มั่นชั่วคราว.

"ทำไมพวกเราไม่หนี!"เนี่ยชิงชิงที่เอ่ยออกมาด้วยความกังวล.

"ไม่สามารถหนีได้ บนพื้นที่เส้นทางน้ำพุเหลือง ไม่ว่าไปที่ใหนก็เหมือนกัน กล่าวอีกอย่างหนึ่ง เหล่าเจตภูตมีอยู่ทุกที่ ยิ่งเราเคลื่อนที่ บางทีอาจจะเข้าปะทะกับเจตภูตที่น่าหวาดกลัวเข้า แม้นว่าจะไม่ได้หวาดกลัว ทว่าก็ไม่จำเป็นต้องลงมือต่อสู้ให้เสียเปล่า.

"แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดี?"เห่าเม่ยลี่ที่แสดงท่าทางกังวล.

เห่าเม่ยลี่ที่มีวิชาคำสาปที่ไม่ว่าไปที่ใหนก็ราบรื่น ทว่ากับสถานการณ์ในเวลานี้ กลับไม่สามารถทำอะไรได้ ฟ้าดินผันแปร คำสาปของนางใช้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย.

"รอ!"จงซานที่กล่าวออกมาดอย่างเคร่งขรึม.

"อะไรนะ?"

"เซียนเซิงซือและอาวุโสเทียนจะได้รับชัยชนะ!"จงซานที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"พวกเขารึ? มั่นใจอย่างงั้นรึ?"เนี่ยชิงชิงที่ดูไม่ค่อยอยากเชื่อนัก.

"แน่นอน "จงซานที่กล่าวยืนยันหนักแน่น.

ดังนั้น กลุ่มของจงซานจึงหยุดชั่วคราว เต้าเหรินถูและจินเผิงทั้งสองที่ผลัดเปลี่ยนเวรกันคนละสองชั่วยาม เพื่อจัดการเหล่าเจตภูตที่แข็งแกร่ง ส่วนเจตภูตที่อ่อนแอนั้นไม่สามารถทะลวงผ่านค่ายกลเข้ามาได้!

ในเวลาเดียวกันนั้น เต้าเหรินถูที่ออกไปจัดการเจตภูต จินเผิงที่นั่งพักผ่อนบำเพ็ญลมหายใจด้านใน.

ส่วนจงซานและคนอื่น ๆ เองก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา ยังคงรอคอยอย่างเงียบ ๆ .

ทันใดนั้น จินเผิงที่ลืมตาขึ้นในทันที ร่างกายผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว!

"มีอะไร?"เห่าเม่ยลี่ที่อุทานออกมา.

"มีเซียนบรรพชนมา และต่อสู้กับเต้าเหรินถูอยู่!"จินเผิงที่เอ่ยออกมาในทันที.

จินเผิงที่ก้าวออกไปในทันที ชัดเจนว่าออกไปช่วยเต้าเหรินถู.

"เซียนบรรพชน?"ทุกคนที่กลายเป็นงงงวย.

จงซานที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ จ้องมองขึ้นไปด้านนอกอย่างไม่แยแส ส่วนคนอื่น ๆ ที่อยู่อยู่ข้าง ๆ จงซาน.

ที่ด้านนอกนั้น มีเสียงของเจตภูตที่ดังโหยหวนมากขึ้นและก็มากขึ้น และเริ่มมีเจตภูตมากมายเข้าโจมตีค่ายกล ทำให้เนี่ยชิงชิงและเทียนหลิงเอ่อหวาดหวั่น ขณะเข้าไปอยู่ข้าง ๆ จงซาน.

"จินเผิงและเต้าเหรินถูสู้กับเซียนบรรพชนอยู่รึ? ทำไมถึงได้นานเช่นนี้?"เห่าเม่ยลี่ที่เผยท่าทางร้อนใจ.

"ตูมมมมม!”

ที่ไกลออกไปนั้น จงซานที่มองไปยังท้องฟ้าที่มืดครึ้ม ก่อนที่จะสามารถมองเห็นศัตรูได้.

"ไม่ใช่เจตภูตเซียนบรรพชนอย่างงั้นรึ?"เห่าเม่ยลี่ที่เอ่ยออกมาในทันที.

"เป็นเทียนฉู่!"หวังจิงเหวินที่เอ่ยปากออกมาในทันที.

เป็นความจริง เทียนฉู่ จินเผิงและเต้าเหรินถูที่ต่อสู้กันอยู่ ทั้งสามที่อยู่ในวิถีสวรรค์.

พลังกระแทกเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ห้วงมิติที่สั่นไหวอย่างรุนแรง จินเผิงและเต้าเหรินถูที่เป็นนักรบที่บ้าคลั่ง แน่นอนย่อมไม่หวาดกลัวเทียนฉู่.

"จินเผิง เจ้าไม่ต้องลงมือ ให้ข้าเอง!"เต้าเหรินถูที่เอ่ยออกมา.

จินเผิงไม่ลงมืออีกต่อไป ทว่าบินไปรอบ ๆ  จัดการเจตภูตที่อยู่รอบ ๆ ในทันที.

ที่ไกลออกไปนั้น เต้าเหรินถูและเทียนฉู่ต่อสู้กัน เต้าเหรินถูที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร แม้แต่ดึงแรงอาฆาตจากเจตภูตจากพื้นที่รอบ ๆ มาใช้ด้วย ทำให้สามารถเพิ่มพลังให้กับวิถีสวรรค์ตัวเอง อำนาจของดาบโลหิตที่ฟุ้งกระจายพร้อมกับเข้าโจมตีวิถีสวรรค์สีเงินของเทียนฉู่.

"ตูมมมมม!"

วิถีสวรรค์ของเทียนฉู่ที่สั่นไปมา.

ทว่าเทียนฉู่นั้นสู้พลางถอยพลาง คอยจับจ้องมองหาจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ ดวงตาของเต้าเหรินถูที่เต็มไปด้วยความเย็นชา.

เต้าเหรินถูนั้น มีประสบการณ์ในการต่อสู้มากมาย มีรึจะเผยจุดอ่อน?

"ซี่!"

ดาบโลหิตของเขาที่ฟันอะไรบางอย่าง เป็นร่างของเทียนฉู่ที่ถูกฟันขาดครึ่ง!

จบบทที่ Chapter 1112 ศพปราชญ์เทพที่เหมือนกับเซียนเซิงซือ.

คัดลอกลิงก์แล้ว