เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 1109 ชีพจรฟ้า.

Chapter 1109 ชีพจรฟ้า.

Chapter 1109 ชีพจรฟ้า.


"ผู้น้อยหงซาน การต่อสู้ครั้งนี้ขอยอมแพ้!"

ชายในชุดสีแดงที่กล่าวยอมแพ้ ทำให้ผู้คนรอบ ๆ ตื่นตะใจเล็กน้อย ก่อนที่จะส่งเสียงอื้ออึงขึ้นในทันที.

"ยอมแพ้? ยอมแพ้ได้อย่างไร?"เหล่าศิษย์ของกงซูจื่อที่เผยความโกรธออกมาในทันที.

"ไม่ใช่ว่าหงซานเป็นเซียนบรรพชนรึ? ไม่ต่อสู้กับยอมแพ้? ขี้ขลาดตาขาว?"

"ทำเช่นนี้ได้อย่างไร? ยอมแพ้อย่างงั้นรึ? อาจารย์ไปหาขยะเช่นนี้มาได้อย่างไร!"

..............................

..................

......

บนสนามต่อสู้เวลานี้เสียงดังกึกก้องด้วยท่าทางไม่อยากเชื่อ ทั้งโกรธ ดูแคลน กล่าวเย้ยหยันดังออกมา แต่ละคนต่างก็ด่าว่าหงซานอย่างไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย.

จะไม่ให้ส่งเสียงเซ็งแซ่ได้อย่างไร เพราะนี่คือการเดิมพันของกงซูจื่อและเนี่ยฟ่านเฉิน ยอมรับความพ่ายแพ้เองอย่างงั้นรึ? ทำเช่นนั้นได้อย่างไร?

เหล่าผู้เยาว์ตระกูลเทียนเองก็เช่นกันจ้องมองตาขวาง! เหล่าศิษย์ของกงซูจื่อเองเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวเช่นกัน.

กงซูจื่อที่ราวกับไม่แยแสเท่าใดนัก เหมือนจะรับรู้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว.

เซียนบรรพชนอีกสามคนที่ได้รับเชิญเข้าร่วมครั้งนี้ แม้จะยังไม่ปรากฎตัวออกไป ทว่าเมื่อเห็นคำพูดเหยียดหยันของคนกงซูจื่อ แม้นจะไม่ได้ไปยืนอยู่ในจุดเช่นกับหงซาน แต่ก็รู้สึกสั่นสะท้านเช่นกัน.

เจ้าหมิง ผู้เข้าร่วมการต่อสู้รอบที่ห้า จ้องมองหงซานที่ยอมรับความพ่ายแพ้ ไม่ได้ใส่ใจนัก การต่อสู้นี้ไม่ว่าจะสู้หรือยอมแพ้ ผลสุดท้ายก็เหมือน ๆ กัน.

ฝ่ายตรงข้ามเองก็เป็นเซียนบรรพชนที่มีชื่อมานานแล้ว เจ้าหมิงรู้จักฝ่ายตรงข้ามเช่นกัน แม้นว่าจะเทียบตนไม่ได้ ทว่าก็ไม่คิดว่าหงซานจะยอมแพ้เช่นนี้?

เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาของเนี่ยฟ่านเฉิน ที่ส่งเสียงเฮดังลั่น การต่อสู้รอบที่ห้า ชนะโดยที่ไม่ต้องสู้ด้วยซ้ำ!

จงซานที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ตัวเอง เคาะนิ้วไปที่พนักพิงเบา ๆ  ริมฝีปากที่ยกยิ้มขึ้นมาบาง ๆ .

"จงซาน คาดไม่ถึงเลยว่าคนผู้นั้นจะยอมแพ้!"เทียนหลิงเอ๋อที่เอ่ยออกมาด้วยตื่นเต้น.

"จงซาน คงเห็นคู่ของเจ้าเลยไม่กล้า!"เห่าเม่ยลี่เอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม.

"ข้าคิดว่าเพราะว่าพวกเราชนะมาสามรอบแล้ว อีกฝั่งเลยหวาดกลัว!"เนี่ยชิงชิงที่ดวงตาเป็นประกาย.

"กล่าวได้ถูกต้อง การต่อสู้ก่อนหน้านี้ ได้โจมตีไปยังจิตใจของพวกเขา ทำให้จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของพวกเราลดลง และพวกเขาไม่คิดที่จะทุ่มไปด้วยชีวิต ทำให้เป็นไปตามแผนการ เรื่องนี้ต้องชื่นชมหวังจิงเหวิน!"จงซานที่กล่าวยกย่องหวังจิงเหวิน.

"เซิ่งหวังยกย่องเกินไป เป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อย ยังด้อยกว่าหลุมพลางของเซิ่งหวังวางไว้!"หวังจิงเหวินที่กล่าวถ่อมตัว.

ที่ไกลออกไป หงซานที่ยอมรับความพ่ายแพ้ ก่อนที่จะหันหน้ามาทิศทางของกงซูจื่อและเอ่ยออกมาเล็กน้อย "กงซูจื่อ ข้าได้ทำลายความไว้ใจ หงซานรู้สึกละอายนัก ไว้วันหลังค่อยชดใช้คืนก็แล้วกัน!"

คำพูดของหงเซียวทันทีที่เปล่งออกมา สายตาของทุกคนที่จดจ้องมองด้วยความดูแคลน ก่อนที่จะหันหน้าไปมองกงซูจื่อพร้อม ๆ กัน.

กงซูจื่อที่รับรู้ว่างานสำคัญของเขาถูกหงเซียวทำลาย ควรจะโกรธถึงจะถูก ทว่าในเวลานี้กงซูจื่อกับไม่มีอารมณ์เช่นนั้น เขาเพียงส่ายหน้าไปมา "เป็นข้าเองที่ไม่รอบคอบ ทำให้ทุกคนเสียหาย! เจ้าไม่จำเป็นต้องตำหนิตัวเอง!"

"หงซานขอถอนตัว!"หงซานที่เอ่ยออกมาอีกครั้ง.

"อืม!"กงซูจื่อพยักหน้ารับ.

จากนั้นเซียนบรรพชนหงเซียวก็จ้องมองคนอื่น ๆ ที่ไม่เข้าใจในตัวเขา ก่อนที่จะหายไปจากสายตาของทุกคนในทันที.

ส่วนเจ้าหมิงที่แสดงท่าทางงงงวยเช่นกัน ก่อนที่จะบินกลับไปบนเมฆใหญ่ ไม่ได้กล่าวอะไรอีก.

เนี่ยฟ่านเฉินที่โบกมือ การต่อสู้ที่หกบินออกไป เป็นชายในชุดสีดำเช่นกัน.

หากแต่ฝ่ายตรงข้าไม่มีใครออกมา.

เหลือเซียนบรรพชนที่ถูกเชิญมาสามคน หนึ่งคนในชุดสีเขียว ขณะที่ก้าวออกมาและกล่าวออกมาว่า "ลู่โหยวทำให้กงซูจื่อขายหน้า ลู่โหยวทำให้วุ่นวายแล้ว ไม่สามารถที่จะต่อสู้ได้ ภายในใจรู้สึกละอาย ไว้วันข้างหน้าจะชดเชยให้!"

เซียนบรรพชนลู่โหยวที่เอ่ยออกมาอีกครั้ง เหล่าศิษย์ของกงซูจื่อต่างส่งเสียงอื้ออึงขึ้นอีกครั้ง.

นี่มันอะไร?สู้ไม่ได้?กล่าวยอมแพ้อย่างงั้นรึ? นี่ไม่เท่ากับตบหน้ากงซูจื่อหรอกรึ? สายตาของทุกคนที่แสดงท่าทางดูแคลนออกมา.

"อืม ข้าเข้าใจทั้งหมด เจ้าไม่จำเป็นต้องตำหนิตัวเอง."กงซูจื่อเอ่ยออกมาเบา ๆ .

"ลู่โหยวขอถอนตัว!"

"อืม!"

ส่วนเซียนบรรพชนอีกสองคนก็เริ่มเอ่ยปากออกมาเช่นกัน "ข้าและอีกคนก็ขอถอนตัวเช่นกัน!"

"อืม!"

เมื่องกงซูจื่อพยักหน้า สามเซียนบรรพชนก็หายไปจากพื้นที่ดังกล่าวในทันที.

ทุกคนในเวลานี้กลายเป็นเงียบงันหยุดนิ่งในทันที.

แม้นว่าผลการต่อสู้ของผู้ฝึกตนฮวงจุ้ยยังไม่ออกมา ทว่าในเวลานี้การแข่งขันของกงซูจื่อและเนี่ยฟ่านเฉินจบลงแล้วอย่างคาดไม่ถึง เจ็ดการต่อสู้ แพ้สาม ยอมแพ้อีกสอง ผลลัพธ์มันชัดเจนแล้ว.

กงซูจื่อที่สูดหายใจลึก กงซูจื่อที่ลุกขึ้นช้า ๆ  จ้องมองไปยังเนี่ยฟ่านเฉินที่อยู่ไกลออกไป.

"ชะตาของข้าด้อยกว่าเจ้า และการมองคนเองก็ยังด้อยกว่าเจ้ามาก เจ้านับว่าแข็งแกร่งจริง ๆ  ครั้งนี้ข้าพ่ายแพ้แล้ว ทว่าข้าก็ยังต้องการที่จะทดสอบความแข็งแกร่งเช่นเดียวกัน!"กงซูจื่อเอ่ยออกมาอย่างเคร่งขรึม.

ได้ยินคำพูดของกงซูจื่อ ศิษย์แดนเทวะของกงซูจื่อได้แต่ก้มหน้า ภายในใจที่รู้สึกโศกเศร้า ทุกคนเต็มไปด้วยความหดหู่ พวกเขายากที่จะยอมรับได้ ทว่าเหล่าตัวแทนล้วนแต่ยอมรับความพ่ายแพ้ไปหมดแล้ว.

ฝ่ายตรงข้ามเนี่ยฟ่านเฉินลุกขึ้นเบา ๆ  ไขว้แขนเอาไว้ด้านหลังจ้องมองไปยังกงซูจื่อ.

"แข็งแกร่งหรืออ่อนแอ? ข้าเองก็ต้องการเห็นมหาวิถีกงซูของเจ้าเช่นกัน หลายแสนปีที่ข้าไม่อยู่นี้ ตระกูลจี้ได้ก้าวมาถึงขั้นใดแล้ว!"เนี่ยฟ่านเฉินที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม แววตาทีส่องประกายแสงวับวาว เต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้.

กงซูจื่อพยักหน้า ก่อนที่จะสะบัดแขนเสื้อ! บนลานต่อสู้ ทุกคนที่ถอยห่างออกไปอย่างรวดเร็ว.

กงซูจื่อที่ลอยออกไป เมฆกรรมวาสนามากมายส่งเสียงคำรามดังลั่นในทันที ก่อนที่มันจะกระจายสลายเข้ามาในร่างของกงซูจื่อ ทำให้ร่างกายของกงซูจื่อขยายออกมาสามเท่าในทันที.

ตำหนักกงซูปรากฏ แสงสีเขียวที่ส่องประกายทะลวงไปบนชั้นฟ้า.

พื้นที่รอบ ๆ ที่ถูกปิดกั้น วิถีสวรรค์ขนาดใหญ่ทะลวงค้ำยันสวรรค์.

ไม่ นี่ไม่ใช่วิถีสวรรค์ นี่คือมหาวิถีของกงซูจื่อ มันมีขนาดรัศมีหมื่นจั้ง ยืดยาวออกไป อำนาจมหาวิถีที่ทำให้ผืนปฐพีสั่นไหว ห้วงมิติสั่นไปมา.

เสียงดังกึกก้องของมหาวิถีกงซู มหาวิถีนี้ดูเหมือนว่ามันจะมีหัวเป็นเทพอสูรตนหนึ่ง.

"นี่มันอะไร?"จินเผิงที่เอ่ยออกมาด้วยความประหลาดใจ.

มหาวิถี? มหาวิถีของกงซูจี่อ เป็นรูปของเทพอสูรอย่างงั้นรึ?

เนี่ยชิงชิงที่อยู่ใกล้ ๆ กล่าวอธิบาย "ได้ยินมาว่ามหาวิถีของกงซูจื่อนั้น มีมหาวิถีเป็นหุ่นเชิด ภายในนั้นซ่อนหุ่นเชิดเทพอสูรที่มีความแข็งแกร่งของเซียนบรรพชนร้อยตน การต่อสู้นี้ก็เหมือนกับเขามีหุ่นเชิดบรรพชนร้อยตัวคอยสนับสนุน เป็นพลังที่เกินกว่าจะคาดเดาได้!"

"หนึ่งร้อยเซียนบรรพชน?"เห่าเม่ยลี่เอ่ยออกมาด้วยความประหลาดใจ.

"หุ่นเชิดสุดท้ายก็คือหุ่นเชิด เป็นไปไม่ได้ที่จะเทียบกับเซียนบรรพชน!"จงซานที่ส่ายหน้าไปมา.

ที่ไกลออกไปนั้น ร่างกายของกงซูจื่อที่รวมมหาวิถี ลอยอยู่บนฟ้า เต็มไปด้วยความอหังการ พลังอำนาจที่เหลือล้ำไม่ยอมใคร.

กงซูจื่อและเนี่ยฟ่านเฉิน.

เนี่ยฟ่านเฉินที่ลอยออกไป จากเมฆขนาดใหญ่ จ้องมองมหาวิถีที่ใหญ่โต ก่อนที่จะเอ่ยปากออกมาว่า "ทรงพลัง ยอดเยี่ยม!"

ในเวลานี้ คาดไม่ถึงเลยว่าเนี่ยฟ่านเฉินกลับเอ่ยชมมหาวิถีของกงซูจื่อ?

เนี่ยฟ่านเฉินกล่าวชมเสร็จ มือของเขาที่ยื่นออกไปในอากาศ.

"พรึดดดด ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~!”

สวรรค์และปฐพีที่ถูกดึงกระชาก.

เมื่อฟ้าดินถูกกระชาก มหาวิถีของกงซูจื่อก็สั่นไหว ห้วงมิติรอบ ๆ ที่สั่นไหวเป็นระลอกคลื่น.

มหาวิถีของกงซูจื่อที่สั่นไหวไปมาเล็กน้อย ทว่าคลื่นที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้ทั่วทั้งอาณาเขตน้ำพุเหลือง สั่นไหวไปมาอย่างรุนแรง.

พื้นที่น้ำพุเหลืองนั้นเดิมที่เป็นพื้นที่ท้องทะเลที่กว้างใหญ่ ในเวลานี้คลื่นจากมหาสมุทรที่กำลังสูงใหญ่ ปรากฎสึนามิที่ใหญ่โตพวยพุ่งสาดซัดออกไปรอบ ๆ.

เกิดการสั่นไหวที่รุนแรงมาก ถึงกับกวาดผ่านแรงกดดันของกงซูจื่อออกไป.

รอบ ๆ เนี่ยฟ่านเฉินนั้น ปรากฎวิถีสวรรค์ วิถีสวรรค์ที่มีขนาดหมื่นจั้ง ดูทรงพลังน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก.

วิถีสวรรค์ ที่ทะลวงลงไปใต้พื้นดิน พร้อมกับค้ำยันท้องฟ้ามีขนาดใหญ่กว่าปรกติ มีสีเขียวอีกด้วย และที่สำคัญที่สุด วิถีสวรรค์นี้ยังกลายเป็นของแข็ง!

วิถีสวรรคควบแข็ง!

สามพันวิถีสวรรค์ในโลกใบนี้ ในภพหยางนั้นมีเพียงวิถีสวรรค์เก้าเส้นเท่านั้นที่เป็นของแข็ง หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเก้าชีพจรฟ้า!

หลิน ปิง โต้ว เจ๋อ เจี่ย เจิ้น เลี่ย เฉียน

เก้าชีพจรฟ้า! คาดไม่ถึงเลยว่าเนี่ยฟ่านเฉินจะครอบครองหนึ่งในนั้น?

จงซานที่เผยจ้องมองด้วยความประหลาดใจ รับรู้ว่าเนี่ยนฟ่านเฉินมีไพ่ในมือ แต่ไม่คิดเลยว่าที่อยู่ในมือนั้นจะเป็นหนึ่งในชีพจรฟ้า?

ข่าวลือกล่าวว่า ชีพจรฟ้าหนึ่งล้านปีถึงจะมีสักคน!

หงจวินที่ครอบครองชีพจรฟ้าหลิน! ส่วนจงซานเองก็พอสามารถใช้งานชีพจรฟ้าปิงได้บ้างเล็กน้อย แล้วนี่คือ?

เหล่าเสนาธิการหลายคนที่เผยความตื่นเต้นออกมา ชัดเจนว่าพวกเขาเคยเห็นเป็นครั้งแรก ไม่มีใครคิดว่าเซิ่งหวังครอบครองชีพจรฟ้า.

กัวซือฝูและเจียงซ่าง ไม่ได้เผยท่าทางอะไรออกมาเช่นกัน ชัดเจนว่ารับรู้เรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว

"ชีพจรฟ้า? กงเชียนเคยกล่าวในเวลานั้นเป็นเรื่องจริงอย่างงั้นรึ?!"ดวงตาของจินเผิงที่สั่นไหวไปมา.

"เป็นชีพจรฟ้าอย่างงั้นรึ?"จงซานเอ่ย.

"เวลานั้นกงเชียนเคยบอกข้า ข้ากลับไม่เชื่อ หลายล้านปีถึงจะเห็นผู้ครอบครองชีพจรฟ้า เขากล่าวว่าหงจวินครองครองชีพจรฟ้าหลิน ทว่าจี้กงหนี่เองก็ครอบอครองชีพจรฟ้าด้วยเช่นกัน!"จินเองเอ่ย.

จงซานพยักหน้า เป็นความจริง ตั้งแต่แรกแล้วจี้กงหนี่ก็ครอบครองมันอยู่แล้ว ทำให้เขาสามารถยกระดับตัวเองเทียบเท่าหงจวินได้อย่างงั้นรึ?

"เจียงซ่าง!"เนี่ยฟ่านเฉินกล่าวอย่างเคร่งขรึม.

"เฉินอยู่นี่แล้ว!"เจียงซ่างที่เอ่ยรับในทันที.

"เตรียมจุดไฟสงคราม!"เนี่ยฟ่านเฉินที่กล่าว.

เจียงซ่างที่เงยหน้า เผยแววตาตื่นเต้น "รับทราบ!"

เจียงซ่างที่โค้งคารวะเนี่ยฟ่านเฉิน พร้อมกับนำคนกลุ่มหนึ่งบินออกไปจากเมฆยักษ์ ตรงไปยังทิศทางเขตแดนหงส์เพลิง.

"กัวซือฝู ปกป้องคนอื่น ๆ เอาไว้!"เนี่ยฟ่านเฉินกล่าว.

"รับทราบ!"กัวซือฝูเอ่ยตอบรับในทันที.

ในเวลาเดียวกันนี้ เนี่ยฟ่านเฉินที่จ้องมองไปยังกงซูจื่อ.

"สถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะที่จะสู้ ตามข้ามา!"เนี่ยฟ่านเฉินเอ่ย.

กงซูจื่อพยักหน้า จากนั้นทั้งสองก็กลายเป็นริ้วแสงพุ่งออกไป พริบตาเดียวก็หายขึ้นไปบนอวกาศ.

มหาวิถีขนาดใหญ่ยักษ์บนเขตแดนน้ำพุเหลืองและชีพจรฟ้าก็หายไปในทันที.

บนอวกาศที่ไกลออกไป ทุกคนสามารถมองเห็นริ้วแสงที่ทรงพลังสองเส้นเข้าปะทะกัน.

เนื่องจากอยู่ไกลมาก ทำให้มองเห็นได้เพียงแค่จุด และยังรวดเร็วยิ่งนัก ความเร็วของทั้งสองนั้นน่าอัศจรรย์ใจจริง ๆ .

แม้นว่าจะไม่ได้ยินเสียงดังจากในอวกาศ ทว่าการเข้าปะทะกันเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง ประกายแสงสว่างเจิดจ้าเป็นระยะ ๆ ไม่ยากที่จะบอกว่ามันรุนแรงขนาดใหน?

อดีตเทียนตี้ ปราชญ์เทพ ยอดฝีมือทั้งสอง ต้องออกไปต่อสู้บนอวกาศ ไม่เช่นนั้นแล้วจะต้องทำลายอาณาเขตแม่น้ำเหลืองแห่งนี้ สร้างความวุ่นวายขึ้นอย่างแน่นอน.

จงซานที่จ้องมองขึ้นไปบนอวกาศ พร้อมกลับลอบมองไปยังเทียนฉู่ที่อยู่ตรงข้ามเป็นระยะเช่นกัน.

เทียนฉู่ผู้นี่ซ่อนแววตาที่น่าเกรงขามเอาไวั เขาที่จ้องมองจงซานและเทียนหลิงเอ๋อเป็นระยะ ขณะที่นั่งบนบัลลังก์ นิ้วของเขาที่เคาะไปบนพนักพิงเบา ๆ  ราวกับว่ามีแผนการร้ายกาจได้เตรียมเอาไว้.

ปรัชญาเก้าคำของลัทธิเต๋า

• หลิน(เผชิญ) - คือ การมุ่งใจที่ไม่หวั่นไหว เรียกว่า ปางพื้นฐานไม่เคลื่อน เพื่อไม่ย่อท้อต่อความยากลำบากทั้งปวงและมีพลังกายที่เข้มแข็ง
• ปิง(ทัพ) - คือ การทำให้มีอายุยืน ปลอดจากโรคภัยไข้เจ็บ และเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต เรียกว่า ปางวัชระ
• โต่ว(สู้) - คือ ความกล้าหาญที่จะยืนหยัดต่อสู้ เรียกว่า ปางราชสีห์นอก
• เจ๋อ(ผู้) - คือ การช่วยเยียวยา รักษา หรือบำบัดผู้อื่น เรียกว่า ปางราชสีห์ใน
• เจีย(ล้วน) - คือ การเข้าใจจิตใจของผู้อื่น เรียกว่า ปางร้อยรัดนอก
• เจิ้น(เรียง) - คือ การรู้จักชะตากรรมของตนเองและเปลี่ยนแปลงมันได้ เรียกว่า ปางร้อยรัดใน
• เลี่ย(แถว) - คือ การมุ่งช่วยเหลือผู้อื่นเป็นหลักเพราะสำเร็จกิจของตนแล้ว เรียกว่า ปางหมัดปัญญา

เฉียน(อยู่) - คือ การดิ่งลึกลงในการช่วยเหลือผู้อื่น เรียกว่า ปางดวงสูรย์

จบบทที่ Chapter 1109 ชีพจรฟ้า.

คัดลอกลิงก์แล้ว