- หน้าแรก
- ยุคแห่งลอร์ด
- บทที่ 207: หลิงหยุนคือจุดสูงสุด ที่อยู่เหนือจุดสูงสุดของจุดสูงสุดอีกที
บทที่ 207: หลิงหยุนคือจุดสูงสุด ที่อยู่เหนือจุดสูงสุดของจุดสูงสุดอีกที
บทที่ 207: หลิงหยุนคือจุดสูงสุด ที่อยู่เหนือจุดสูงสุดของจุดสูงสุดอีกที
บทที่ 207: หลิงหยุนคือจุดสูงสุด ที่อยู่เหนือจุดสูงสุดของจุดสูงสุดอีกที
อุเมะคาวะ ฟุกุอิ ที่กำลังหัวเสียอยู่แล้ว พอได้ยินประโยคนี้ก็ถึงกับสติแตก "บากะยาโร่ รีบถอยออกมา อย่าไปสู้กับมัน!" จากตอนที่มัตสึชิตะ ชุน เพิ่งจะรู้ตัวว่ามีศัตรูบุกมา จนถึงตอนที่ตายห่าไป มันใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีด้วยซ้ำ ไม่ต้องเดาก็รู้ ว่านี่ต้องเป็นฝีมือของหลิงหยุนแน่ๆ และตอนนี้ หลิงหยุนก็หันไปเล็งทาเคดะ อิจิโร่แล้ว ถ้าเกิดการปะทะกันขึ้นมา ทาเคดะ อิจิโร่ ต้องตายหยั่งเขียดแน่นอน
ประเทศซากุระเพิ่งจะเสียลอร์ดระดับคุมสนามรบไปคนหนึ่งแล้ว ถ้าทาเคดะ อิจิโร่ ต้องมาตายไปอีกคน เหลือแค่อุเมะคาวะ ฟุกุอิ คนเดียว แล้วจะไปสู้รบในสงครามระดับประเทศที่เหลือต่อได้ยังไง?
ดังนั้น ในวินาทีที่รู้ว่าทาเคดะ อิจิโร่ตกเป็นเป้าหมายของหลิงหยุน สิ่งที่อุเมะคาวะ ฟุกุอิ คิดได้เป็นอย่างแรก ก็คือการสั่งให้ทาเคดะ อิจิโร่ล่าถอย อย่าไปสู้กับหลิงหยุนเด็ดขาด รักษาชีวิตน้อยๆ ไว้ก่อนสำคัญที่สุด แต่มันจะเป็นไปได้งั้นเหรอ? ที่หลิงหยุนเทเลพอร์ตมาที่นี่ ก็เพื่อมาล่าหัวทาเคดะ อิจิโร่ โดยเฉพาะเลยนะ! และใครก็ตามที่ถูกหลิงหยุนหมายหัวเอาไว้ ย่อมไม่มีทางรอดชีวิตไปได้อย่างเด็ดขาด ดังนั้น! ทาเคดะ อิจิโร่ ตายแน่ๆ และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
ในวินาทีต่อมา หลังจากที่ทาเคดะ อิจิโร่เพิ่งจะกรีดร้องด้วยความสิ้นหวังจบ เขาก็ถูกกองทัพของหลิงหยุนล้อมกรอบเอาไว้จนมิด การโจมตีที่อัดแน่นจนมืดฟ้ามัวดิน ถาโถมซัดกระหน่ำลงมา ตัวเลขดาเมจอันน่าสะพรึงกลัวจนชวนให้ขนหัวลุก ลอยขึ้นมาเป็นพรวน ถึงแม้ทาเคดะ อิจิโร่ จะมีดีกรีเป็นถึงลอร์ดระดับคุมสนามรบของประเทศซากุระ แต่เมื่อนำมาเทียบกับหลิงหยุนแล้ว เขามันก็แค่เด็กอมมือที่อยู่คนละชั้นกันเลย หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ ลอร์ดระดับคุมสนามรบทุกคนในสมรภูมิระดับหนึ่งนี้ ไม่ว่าจะมาจากประเทศไหน หรือจะอยู่อันดับที่เท่าไหร่ ล้วนแล้วแต่ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับหลิงหยุนทั้งสิ้น
คนพวกนั้นอาจจะถูกยกย่องว่าเป็น 'จุดสูงสุด' ของสมรภูมิระดับหนึ่ง แต่หลิงหยุนน่ะ... เขาคือจุดสูงสุด ที่อยู่เหนือจุดสูงสุดของจุดสูงสุดอีกที! ทิ้งห่างพวกนั้นไปไกลลิบลิ่วเป็นร้อยๆ ช่วงตึก ถามหน่อยเถอะว่า พวกมันจะเอาอะไรมาสู้ไหว?
หลังจากจัดการทาเคดะ อิจิโร่เสร็จเรียบร้อย หลิงหยุนก็สั่งให้เหล่าฮีโร่นำกองทหารแยกย้ายกันออกไป เพื่อกวาดล้างลอร์ดผู้ทรงพลังคนอื่นๆ ของประเทศซากุระในบริเวณนี้ ด้วยข้อมูลข่าวสารและตำแหน่งจากแผนที่ดวงตาแห่งเทพ มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีใครเล็ดลอดสายตาไปได้ เจอตัวไหนก็เก็บเรียบ ฆ่าล้างบางไม่ให้เหลือแม้แต่คนเดียว ส่วนตัวหลิงหยุนนั้น เขาได้ติดต่อหาหลี่หลงหู่ พร้อมกับเปิดประตูเทเลพอร์ตเชื่อมต่อไปยังจุดที่พวกเขาอยู่
เมื่อประตูเทเลพอร์ตขยายจนได้ขนาดที่ต้องการ หลี่หลงหู่ก็นำกองทัพแห่งพันธมิตรของตนเอง เทเลพอร์ตข้ามมายังฝั่งนี้ทันที และในตอนที่กองทัพของหลี่หลงหู่เดินทางมาถึง การลอบสังหารของหลิงหยุนก็เสร็จสิ้นลงพอดี แต่เขาไม่ได้หยุดมือ กลับออกคำสั่งให้สู้รบต่อไป ทางด้านหลี่หลงหู่เองก็นำทัพใหญ่ของประเทศเซี่ยที่เพิ่งจะเทเลพอร์ตมาถึง เข้าร่วมผสมโรงในการต่อสู้ด้วย
ลอร์ดประเทศซากุระในบริเวณนี้ ถูกหลิงหยุนทำให้หวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อไปตั้งนานแล้ว แถมพวกมันยังสูญเสียศูนย์บัญชาการไป ทำให้ไม่มีใครคอยสั่งการและคุมสถานการณ์ พวกมันจึงกลายสภาพเป็นเพียงเม็ดทรายที่แตกกระจายไร้ทิศทาง ลอร์ดประเทศเซี่ยจึงสามารถจัดการพวกมันได้อย่างง่ายดาย และเปิดฉากการสังหารหมู่ฝ่ายเดียวได้อย่างสบายมือ
ส่วนหลิงหยุน ก็ฉวยโอกาสนี้ หยิบ 'คทาโครงกระดูก' ออกมา ชุบชีวิตศพที่ตายเกลื่อนกาดให้กลายเป็นอันเดด เพื่อมารับใช้เขา และนี่ก็คือเหตุผลที่เขาเลือกที่จะอยู่ที่นี่เพื่อสู้รบต่อไป มัตสึชิตะ ชุน กับ ทาเคดะ อิจิโร่ ก็ตายห่าไปหมดแล้ว ที่เหลืออยู่ ก็มีแค่อุเมะคาวะ ฟุกุอิ คนเดียวเท่านั้น รอให้หลิงหยุนชุบชีวิตกองทัพอันเดดให้ครบ 1,000 ล้านตนก่อนเถอะ เขาจะจัดหนักทะลวงก้นอุเมะคาวะ ฟุกุอิ ให้ยับไปเลย
กลับมาดูทางฝั่งอุเมะคาวะ ฟุกุอิ กันบ้าง ในเวลานี้ เขาได้รับข่าวการตายของทาเคดะ อิจิโร่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แถมเขายังมองเห็นสีแดงที่กำลังเบ่งบาน ขยายวงกว้างอยู่ในบริเวณที่ทาเคดะ อิจิโร่เคยอยู่ด้วย เรื่องนี้ทำเอาเขาโมโหจนแทบจะหงายหลังล้มตึง
"บากะ บากะ บากะ! ประตูเทเลพอร์ตทั้งสองบาน ล้วนมีลอร์ดประเทศเซี่ยเข้าไปยึดครองเอาไว้แล้ว พวกมันกะจะปิดทางหนี ขังพวกเราเอาไว้ในน่านฟ้าแห่งนี้ให้ตายตกไปตามกันสินะ!" "นี่มันกะจะฆ่าล้างบางกันให้สิ้นซากเลยนี่หว่า โหดเหี้ยมผิดมนุษย์มนาจริงๆ โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว!" "หลิงหยุน ไอ้เวรตะไล ฉันขอแช่งโคตรเหง้าศักราชแก..."
อุเมะคาวะ ฟุกุอิ สบถด่าออกมาอย่างหยาบคาย สีหน้าของเขาดูย่ำแย่ยิ่งกว่าเพิ่งกลืนขี้เข้าไปเสียอีก บรรดาลอร์ดประเทศซากุระคนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ ต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก และรู้สึกได้ถึงลางร้ายในใจ พวกมันไม่รู้หรอกว่าลอร์ดประเทศเซี่ย โผล่มาอยู่ที่บริเวณประตูเทเลพอร์ตทั้งสองบานอย่างกะทันหันแบบนั้นได้ยังไง
แต่ที่พวกมันรู้แน่ๆ ก็คือ จุดประสงค์ที่ลอร์ดประเทศเซี่ยไปปรากฏตัวอยู่ตรงประตูเทเลพอร์ตทั้งสองบานนั้น ก็เพื่อปิดกั้นประตูเทเลพอร์ตเอาไว้ ไม่ให้ลอร์ดประเทศซากุระเฉียดกรายเข้าไปใกล้ได้นั่นเอง และการที่ลอร์ดประเทศซากุระจะเดินทางออกจากน่านฟ้าหมายเลข 1 ได้ ก็มีเพียงหนทางเดียวคือต้องผ่านประตูเทเลพอร์ตเท่านั้น
ถ้าหากประตูเทเลพอร์ตถูกปิดกั้น พวกมันก็จะถูกขังลืมอยู่ที่นี่ เห็นได้ชัดว่าลอร์ดประเทศเซี่ย ตั้งใจจะฆ่าล้างบางพวกมันให้สิ้นซากจริงๆ! ยุทธวิธีการต่อสู้แบบนี้ พวกมันไม่เคยพบเคยเห็นและไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยในชีวิต สถานการณ์นี้ทำให้พวกมันถึงกับเสียศูนย์และทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้เลยว่าควรจะรับมือยังไงต่อไป
ผ่านไปกว่าสิบนาที อุเมะคาวะ ฟุกุอิ ถึงได้หยุดด่าทอและกลับมาใจเย็นลงได้ จากสถานการณ์ในปัจจุบัน หนทางที่เขาสามารถเลือกเดินได้ มีเพียงสองทางเท่านั้น ทางเลือกแรก ยอมทิ้งน่านฟ้าหมายเลข 1 แล้วนำลอร์ดประเทศซากุระตีฝ่าวงล้อมออกไป แต่ปัญหาก็คือ ประตูเทเลพอร์ตทั้งสองบานของน่านฟ้าหมายเลข 1 ถูกลอร์ดประเทศเซี่ยยึดครองไปหมดแล้ว
การตีฝ่าวงล้อม ก็หมายความว่าต้องเปิดศึกปะทะกับลอร์ดประเทศเซี่ย ซึ่งก็ยังไม่รู้เลยว่าจะสามารถตีฝ่าออกไปได้สำเร็จหรือเปล่า เพราะอุเมะคาวะ ฟุกุอิ เชื่อว่า ในเมื่อประเทศเซี่ยเลือกที่จะทำแบบนี้ พวกเขาก็ต้องมีการเตรียมการรับมือกับการตีฝ่าวงล้อมของพวกตนเอาไว้อย่างแน่นอน ต่อให้สามารถตีฝ่าออกไปได้สำเร็จ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นก็คงจะหนักหนาสาหัสเอาการ แล้วถ้าความสูญเสียมันหนักหนาขนาดนั้น จะเอาปัญญาที่ไหนไปแย่งชิงน่านฟ้าแห่งอื่นได้อีกล่ะ?
ทางเลือกที่สอง ระดมลอร์ดประเทศซากุระที่ยังมีชีวิตรอดอยู่ทั้งหมด ทุ่มกำลังบุกโจมตีธงประจำน่านฟ้าหมายเลข 1 จากนั้นก็ใช้สถานที่แห่งนั้นเป็นฐานที่มั่นหลักในการตั้งรับ สู้ตายเพื่อปกป้องธงประจำน่านฟ้า และรับมือกับการบุกโจมตีของกองทัพมหาเซี่ย วิธีนี้ก็จะทำให้เกิดความสูญเสียหนักหนาเช่นกัน แต่อย่างน้อยก็ยังมีโอกาสที่จะรักษาธงประจำน่านฟ้าหมายเลข 1 เอาไว้ได้
เพราะเมื่อประเทศซากุระเกิดความสูญเสียหนัก ประเทศเซี่ยเองก็ต้องเกิดความสูญเสียหนักเช่นกัน อุเมะคาวะ ฟุกุอิ ไม่เชื่อหรอกว่า เมื่อความสูญเสียเพิ่มสูงขึ้นจนถึงจุดๆ หนึ่งแล้ว ประเทศเซี่ยจะยังคงดึงดันที่จะบุกโจมตีต่อไป ตราบใดที่ประเทศเซี่ยยอมล้มเลิกการบุกโจมตีเพราะทนรับความสูญเสียไม่ไหว น่านฟ้าหมายเลข 1 ก็จะตกเป็นของประเทศซากุระ
ถึงแม้การทำแบบนี้ จะทำให้ผลตอบแทนจากสงครามระดับประเทศลดน้อยลง แต่มันก็ยังดีกว่าการไม่ได้น่านฟ้าอะไรติดมือกลับไปเลยสักแห่ง ไม่ใช่หรือไง?
ดังนั้น ระหว่างสองทางเลือกนี้ อุเมะคาวะ ฟุกุอิ จึงเลือกทางเลือกที่สอง เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เขาก็รีบออกคำสั่งให้ลอร์ดคนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ ทันที: "เร็วเข้า รีบถ่ายทอดคำสั่งลงไป ให้ลอร์ดประเทศซากุระทุกคน รีบมารวมตัวกันที่พวกเราด่วนที่สุด" "พวกเราจะบุกยึดธงประจำน่านฟ้าหมายเลข 1 ให้ได้ก่อน จากนั้นก็ตั้งรับสู้ตาย ยอมแลกความสูญเสียกับประเทศเซี่ย ต่อให้ต้องตาย ก็ต้องรักษาธงประจำน่านฟ้าหมายเลข 1 เอาไว้ให้จงได้!"
ลอร์ดประเทศซากุระคนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ ต่างก็จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอยู่แล้ว เมื่อได้ยินคำสั่งของอุเมะคาวะ ฟุกุอิ พวกมันก็ไม่คิดอะไรให้มากความ รีบทำตามอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้น คำสั่งเรียกกระดมพลก็ถูกส่งต่อกันไปเป็นทอดๆ ลอร์ดประเทศซากุระที่เดิมทีกำลังมุ่งหน้าไปยังประตูเทเลพอร์ตทั้งสองบาน เมื่อได้รับคำสั่งก็รีบหันหัวเรือกลับทันที และมุ่งหน้าตรงมายังใจกลางของน่านฟ้า
ส่วนทางด้านอุเมะคาวะ ฟุกุอินั้น เขาได้นำกองทัพมาถึงเกาะที่ตั้งของธงประจำน่านฟ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พูดง่ายๆ ก็คือมันเป็นหมู่เกาะลอยฟ้าที่รวมตัวกันเป็นกลุ่ม บนเกาะลอยฟ้าที่อยู่ตรงกลางสุด จะมีธงประจำน่านฟ้าปักอยู่ ใครที่สามารถชักธงนั้นลงมาได้ ก็เท่ากับว่าได้ยึดครองน่านฟ้าแห่งนี้ แต่บริเวณรอบๆ เกาะลอยฟ้าแห่งนี้ กลับเต็มไปด้วยเกาะมอนสเตอร์ที่ลอยอยู่อย่างหนาแน่นจนมืดฟ้ามัวดิน
หากต้องการจะชักธงประจำน่านฟ้าลงมาให้ได้ ก็จำเป็นจะต้องฆ่าล้างบางมอนสเตอร์ผู้พิทักษ์เหล่านี้ให้หมดเสียก่อน เนื่องจากกองทัพใหญ่ของประเทศเซี่ยกำลังจะบุกมาถึงในไม่ช้า อุเมะคาวะ ฟุกุอิ จึงไม่กล้าชักช้า รีบออกคำสั่งให้เปิดฉากโจมตีทันที แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ... ในวินาทีที่เขาออกคำสั่ง ให้ลอร์ดประเทศซากุระพุ่งเข้าโจมตีเกาะมอนสเตอร์นั้น หลิงหยุนก็ได้ชุบชีวิตกองทัพอันเดดจนครบ 1,000 ล้านตนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และยังได้เปิดประตูเทเลพอร์ตแห่งความว่างเปล่า เพื่อเตรียมจะเดินทางมายังที่นี่อีกด้วย...