- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 623 : หลอมลมปราณหนึ่งล้านชั้น
บทที่ 623 : หลอมลมปราณหนึ่งล้านชั้น
บทที่ 623 : หลอมลมปราณหนึ่งล้านชั้น
บทที่ 623 : หลอมลมปราณหนึ่งล้านชั้น
“ท่านอาจารย์วางใจเถอะขอรับ”
“สองเรื่องที่รับปากท่านไว้ ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ ข้าจะทำให้สำเร็จแน่นอน”
เฉินซานซือรับคำหนักแน่น
“ดี”
มู่ชูไท่ไม่พูดพร่ำทำเพลง โยนยาเม็ดสีครามเข้าปาก
“เจ้าเตรียมตัวเก็บตัวฝึกวิชาได้แล้ว ทำให้เต็มที่ รีบทะลวงขั้นเปลี่ยนแปลงเทวะให้ได้ไวๆ ล่ะ”
“เก็บตัว?”
“แต่พวกมันกำลังจะมาถึงแล้วนะขอรับ”
“ข้าจัดการเอง” มู่ชูไท่เดินดุ่มๆ ออกไปข้างนอก
“จัดการ?”
“ในเมื่อยาเสร็จแล้ว ทำไมท่านไม่พาพวกเราหนีฝ่าวงล้อมออกไปล่ะขอรับ ขืนอยู่ที่นี่ มีหวังโดนรุมตายแน่”
“ฝ่าวงล้อมบ้าบออะไรกัน!” ไท่ซานจวินสบถอย่างไม่ยี่หระ “ข้าหนีหัวซุกหัวซุนมาตั้งหลายปี...ขี้เกียจหนีแล้วโว้ย”
เฉินซานซือเงียบกริบ
“ไอ้หนู” มู่ชูไท่เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “คนเราต่างก็มีวิถีทางของตัวเอง เส้นทางของข้ามันมาถึงทางตันแล้ว...จากนี้ไป ต้องพึ่งตัวเจ้าเองแล้วนะ”
“นังหนู” ไท่ซานจวินหันไปหานางมาร “เมื่อกี้...ไม่รู้ว่าเจ้าได้ยินหรือเปล่า”
“หลายปีมานี้...”
“ข้ากับแม่ของเจ้าทำผิดต่อเจ้า ผนึกเมล็ดพันธุ์มารไว้ในตัว ทำให้เจ้าต้องมารับเคราะห์กรรมที่ไม่ควรได้รับ”
“แต่พ่อไม่เคยคิดจะทิ้งเจ้า หรือทิ้งแม่เจ้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว”
“ไม่ว่าในใจเจ้าจะคิดยังไง”
“วันนี้พ่อจะทำให้เจ้าเห็นว่า พ่อคนนี้...ไม่ใช่ไอ้ขี้ขลาดตาขาว”
การยอมทิ้งเกียรติยศชื่อเสียง แบกรับคำดูถูกเหยียดหยามจากคนทั้งโลก แม้กระทั่งจากลูกสาวตัวเอง
นั่นแหละ…คือความกล้าหาญที่แท้จริง
“ตกลง”
นางมารตอบด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์
“ข้าจะไปบอกแม่เจ้าให้...รีบไปเถอะ ลูกศิษย์กับลูกสาวของเจ้า รอดูเจ้าเอาชีวิตรอดอยู่นะ”
“ไอ้ลูกทรพี”
ไท่ซานจวินส่ายหัวยิ้มๆ แล้วก้าวเดินต่อไปโดยไม่หันกลับมามอง จนร่างหายลับไปในม่านหมอกของถ้ำสวรรค์
ภายนอกยอดเขาวิญญาณ...
เงาร่างหลายสายปรากฏขึ้นบนยอดเขารอบด้าน
มนุษย์, มาร, อสูร, ลัทธินอกรีต, พุทธ...ห้าขั้วอำนาจระดับเปลี่ยนแปลงเทวะ มารวมตัวกันโดยพร้อมเพรียง
ฝ่ายมนุษย์ นำโดย “มู่หยุน” ผู้อาวุโสสูงสุดสำนักคุนซู และ “อันชู่จือ” แห่งสำนักดาบสวรรค์
ฝ่ายมาร นำโดย “หมิงกุ่ยซ่างเหริน” ผู้อาวุโสสูงสุดสำนักเซียนป่า (ซากศพเซียน) และ “ซุ่ยหลีจิ้น” ผู้อาวุโสเผ่ามารโบราณ
ฝ่ายอสูร นำโดย “เกิงหลินถง” บรรพบุรุษเผ่าเทียนจวิน และ “ชิงหยวนซ่างเหริน” บรรพบุรุษเผ่าไม้
ฝ่ายลัทธินอกรีต นำโดย “คูกู่ผูซ่า” (พระโพธิสัตว์กระดูกขาว) เจ้าอาวาสวัดพุทธนอกรีต
ฝ่ายพุทธ นำโดย “หงย่วนจุนเจ๋อ” (ผู้อาวุโสปณิธานยิ่งใหญ่) แห่งเขาซูมิ
รวมแล้วถึงแปดผู้ยิ่งใหญ่ระดับเปลี่ยนแปลงเทวะ!
บุคคลระดับตำนานเหล่านี้ ปกติแทบจะไม่ปรากฏตัวให้ใครเห็น แต่วันนี้เพื่อเมล็ดพันธุ์มาร พวกเขายอมวางความแค้นส่วนตัวลงและร่วมมือกัน
….
“ถึงแล้ว”
มู่หยุนส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุด
“พวกมันอยู่ในยอดเขาวิญญาณ ดูเหมือนจะซ่อนตัวอยู่ในถ้ำสมบัติของโย่วซูชางหมิง”
“งั้นรออะไรอยู่?”
ชิงหยวนซ่างเหริน บรรพบุรุษเผ่าไม้ เร่งเร้า
“รีบๆ เข้าไปลากตัวพวกมันออกมา อย่าให้เสียเวลาพวกข้า”
“ศิษย์น้อง” มู่หยุนหันไปพูดกับผีเสื้อ “เห็นไหม? ไอ้แซ่มู่มันพาพวกเรามาหาจริงๆ ด้วย”
พูดจบ…เขาก็หายวับไปจากจุดที่ยืน
ชั่วพริบตาต่อมา เขาก็มาปรากฏตัวที่ตีนเขายอดเขาวิญญาณ ซึ่งห่างออกไปร้อยลี้
เบื้องหน้าบันไดทางขึ้นเขา มีร่างหนึ่งยืนขวางอยู่
มู่ชูไท่ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าบันได รูปลักษณ์เปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้
เขาไม่อยู่ในสภาพซกมกเหมือนเคย แต่สวมชุดคลุมยาวสีเมฆาครามเนื้อดี ผมเกล้าสูงปักปิ่นไม้ ดูองอาจผ่าเผยราวกับย้อนเวลากลับไปสู่ยุคที่เขาเคยเป็นหนึ่งในใต้หล้า
มีเพียงเคราดกหนาที่ปลายคางเท่านั้น ที่เป็นเครื่องยืนยันถึงกาลเวลาและความลำบากที่ผ่านมา
เขายกน้ำเต้าสีเข้มมันวับขึ้นกระดกเหล้า
ท่วงท่าการดื่มไม่รีบร้อนหรือตายด้านเหมือนเก่า แต่กลับเต็มไปด้วยความสุขุมเยือกเย็น ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงช้าๆ ภายใต้หนวดเครารุงรัง กลืนของเหลวรสจัดจ้านลงคอ
มู่หยุนขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน
“พวกมันอยู่ไหน?” เขาถามเสียงเข้ม
ไท่ซานจวินไม่ตอบ เอาแต่ดื่มเหล้า จนกระทั่งหยดสุดท้ายไหลลงคอ เขาถึงตะโกนออกมาอย่างสะใจ
“เหล้าดี! เหล้าดีจริงๆ!!!”
“มู่ชูไท่!”
มู่หยุนเริ่มหมดความอดทน
“ข้าถามเจ้าว่า พวกมันอยู่ไหน!”
“พวกมันน่ะรึ?”
มู่ชูไท่ปรายตามอง “อยู่ข้างในโน่น แต่ถ้าพวกเจ้าอยากผ่านไป...ต้องข้ามศพข้าไปก่อน”
“ไม่ต้องมาแสดงละคร” มู่หยุนแค่นเสียง “พอพวกมันตาย ก็ไม่มีใครโทษเจ้าหรอก”
“มู่หยุนเอ๋ย...ข้าไม่มีอารมณ์มาเล่นขายของกับเจ้านะ”
มู่ชูไท่วางน้ำเต้าลง แขนเสื้อกว้างทิ้งตัวลงข้างลำตัว ที่ปลายแขนเสื้อเหมือนจะมีลายอักขระจางๆ สว่างวาบขึ้นแล้วหายไป
เขายืนหลังตรงแน่วแน่ดุจต้นสน กลิ่นอายที่หลับใหลมานานตื่นขึ้นราวกับมังกรเทพ
พลังปราณที่มองไม่เห็นแผ่ขยายออกไปเงียบๆ ฝุ่นผงบนบันไดหินรอบตัวถูกพลังลึกลับผลักออกไป จนเกิดเป็นวงกลมสะอาดตาที่แทบสังเกตไม่เห็น
เมื่อเห็นภาพนี้
มู่หยุนถึงตระหนักได้ว่าเจ้านี่เอาจริง
แต่แล้วเขาก็อดเยาะเย้ยไม่ได้
“พลังบำเพ็ญเพียรระดับหลอมลมปราณช่างเข้มข้นเสียจริง สมกับที่เป็นอดีตอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเผ่ามนุษย์
“ดูเหมือนว่า...”
“พลังหลอมลมปราณของเจ้า จะทะลุขีดจำกัดไปไกลโข เท่าไหร่ล่ะ? ห้าสิบชั้น? ร้อยชั้น? หรือสองร้อยชั้น?”
ไท่ซานจวินไพล่มือข้างหนึ่งไว้ด้านหลัง
“อยากรู้...ก็ลองเข้ามาสิ”
ระหว่างที่ทั้งสองประจันหน้ากัน
ผีเสื้อตัวน้อยบินออกมาจากถุงเก็บของของมู่หยุน ลอยละล่องไปหยุดตรงหน้ามู่ชูไท่
“ชิงเอ๋อ!”
มู่ชูไท่รู้ทันทีว่าใครมองผ่านผีเสื้อตัวนี้ เขาเอื้อมมือจะไปสัมผัสมัน
แต่ก่อนที่ปลายนิ้วจะแตะโดน แสงสว่างก็วาบขึ้น ผีเสื้อเจ็ดสีลุกไหม้เป็นจุณ กลายเป็นเถ้าธุลีไปในพริบตา
มู่หยุนตัดการเชื่อมต่อระหว่างผีเสื้อวิญญาณกับหนานกงชิงเหยาด้วยตัวเอง
ความผิดหวังฉายชัดในแววตาของมู่ชูไท่เพียงชั่วครู่
“ช่างเถอะ...เดี๋ยวข้าจะไปหาเจ้าที่คุนซูด้วยตัวเอง”
“เจ้าไม่มีโอกาสนั้นหรอก!”
พูด​จบ…มู่หยุนก็ลงมือทันที
เขาพลิกฝ่ามือ เสกหนามไม้ออกมาจากความว่างเปล่า อัดแน่นด้วยพลังเปลี่ยนแปลงเทวะอันมหาศาล พุ่งเข้าใส่อีกฝ่าย
ไท่ซานจวินยืนนิ่งไม่ไหวติง แสงสีทองสว่างวาบขึ้นรอบกาย ก่อตัวเป็นเกราะป้องกัน
วิชาหลอมลมปราณ...เกราะทองคำ!
เคร้ง!
หนามไม้ปะทะเข้ากับเกราะทองคำจนแตกกระจาย แต่เกราะที่เกิดจากวิชาระดับต่ำกลับไร้รอยขีดข่วน
“อะไรกัน!” มู่หยุนเบิกตากว้าง
“มู่หยุน สมัยหนุ่มๆ เจ้ากับข้าก็นับว่าเป็นสหาย”
ไท่ซานจวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าก่อน ข้าจะให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...ออกไปจากที่นี่ กลับไปคุนซูแล้วปล่อยชิงเอ๋อซะ ไม่อย่างนั้น การบำเพ็ญเพียรนับพันปีของเจ้า จะจบสิ้นลงวันนี้”
มู่หยุนมองคนคุ้นเคยที่ดูแปลกตาตรงหน้า จิตใจปั่นป่วนรุนแรงจนแทบไม่อยากเชื่อสายตา
เขาเห็นอะไร...ไอ้แซ่มู่...
มันใช้วิชาระดับหลอมลมปราณ รับการโจมตีของเขาได้!
ถึงเมื่อครู่จะเป็นแค่การโจมตีธรรมดา แต่มันก็คือวิชาของผู้ฝึกตนระดับเปลี่ยนแปลงเทวะเชียวนะ!
ไอ้คนไร้ค่านี่...มันรับได้ยังไง!
“มู่หยุน เจ้ายังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ”
มู่ชูไท่จ้องมองอีกฝ่าย
“อะไรที่ตัวเองไม่เคยเห็น ก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้ ความรู้ของเจ้ามันตื้นเขินเหมือนกบในกะลา และเพราะแบบนี้ เจ้าถึงไม่มีวันเทียบชั้นกับคนรุ่นเดียวกันได้ ต่อให้พวกเขาตายไปหมดแล้ว ก็ยังเป็นปมในใจเจ้าตลอดไป”
“หุบปาก! ตายซะเถอะ!”
มู่หยุนถูกจี้ใจดำจนตาแดงก่ำ เขาชักดาบชิงเฟิงสามฟุตออกมา ฟันลงไปเต็มแรง
ปราณดาบรูปจันทร์เสี้ยวฉีกกระชากพื้นดิน พุ่งเข้าหาศัตรู
มู่ชูไท่เพียงแค่สะบัดแขนเสื้อเบาๆ ปราณดาบนั้นก็สลายกลายเป็นควัน
“เป็นไปไม่ได้...” หน้ามู่หยุนซีดเผือด
“เกิดอะไรขึ้น? นี่มู่หยุน เจ้าเป็นถึงผู้อาวุโสสูงสุดสำนักศักดิ์สิทธิ์ จัดการแค่ผู้ฝึกตนระดับหลอมลมปราณคนเดียวยังไม่ได้หรือไง!”
หมิงกุ่ยซ่างเหริน ผู้อาวุโสสำนักเซียนป่า เหาะลงมาสมทบ
“เอ๊ะ นั่นมู่ชูไท่นี่นา”
“มู่ชูไท่!”
ชิงหยวนซ่างเหริน บรรพบุรุษเผ่าไม้ จำศัตรูได้
“เรื่องที่เจ้าฆ่าบุตรศักดิ์สิทธิ์เผ่าไม้เมื่อหลายปีก่อน ข้ายังไม่ได้คิดบัญชีเลยนะ!”
พูดยังไม่ทันจบ เขาก็ลงมือทันที
ดาบไม้เล่มหนึ่งพุ่งออกจากปาก ม้วนตัวเป็นพายุอสูร เตรียมจะกลืนกินคนตรงหน้า
ทว่า...ผลลัพธ์ไม่ต่างจากตอนมู่หยุนลงมือ
ไท่ซานจวินเพียงแค่โบกมือเบาๆ การโจมตีก็สลายไปอย่างง่ายดาย
“ซู้ดดด!”
เห็นฉากนี้เข้า ซุ่ยหลีจิ้น ผู้อาวุโสเผ่ามารโบราณถึงกับสูดปาก
“หรือข้าตาฝาดไป เจ้านั่นดูยังไงก็แค่ระดับหลอมลมปราณชัดๆ แค่มีพลังหนาแน่นกว่าปกติ...นิดหน่อย”
“ซุ่ยหลีจิ้น ข้าว่าเจ้าตาบอดแล้วล่ะ นั่นมันนิดหน่อยที่ไหน” หมิงกุ่ยซ่างเหรินแย้ง
“ข้าว่าระดับหลอมลมปราณของมัน อย่างน้อยต้องเป็นพันชั้น...เผลอๆ อาจจะถึงหมื่นชั้น”
“อมิตาพุทธ” คูกู่ผูซ่าพนมมือ “โลกหล้ากว้างใหญ่ เรื่องแปลกประหลาดมีมากมายนัก”
“มู่ชูไท่…เจ้าทำได้ยังไง?”
เกิงหลินถง บรรพบุรุษเผ่าเทียนจวินถามด้วยความสงสัย
“คึกคักดีจริง สหายเก่าที่ไม่ได้เจอกันนานมากันครบเลย”
ท่ามกลางวงล้อม สีหน้าของไท่ซานจวินยังคงสงบนิ่ง
“แต่พวกเจ้าเข้าใจผิดไปเรื่องหนึ่ง ข้าไม่ได้มีระดับหลอมลมปราณร้อยชั้น พันชั้น หรือหมื่นชั้น...”
เขาหยุดพูด เน้นเสียงหนักแน่นทีละคำ
“แต่เป็น...หนึ่งล้านชั้น!”
สิ้นเสียง…เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
ก้าวนี้ก้าวเดียว ฟ้าดินแปรเปลี่ยน!
อากาศในรัศมีร้อยวาที่มีไท่ซานจวินเป็นศูนย์กลาง พลันหนืดข้นและหนักอึ้ง ราวกับกลายเป็นปรอทเหลว แสงรอบตัวเขาบิดเบี้ยวหักเหอย่างน่าประหลาด
นี่มัน...พลังปราณ!
พลังปราณระดับหลอมลมปราณที่เข้มข้นถึงขีดสุด จนก่อตัวเป็นสสารที่จับต้องได้!
ในสายตาของทุกคน ร่างของไท่ซานจวินท่ามกลางม่านปรอทนั้นดูบิดเบี้ยวเลือนราง แผ่แรงกดดันที่ราวกับมาจากยุคบรรพกาล!
“เหลวไหล!”
มู่หยุนตั้งสติได้
“ต่อให้ล้านชั้น สิบล้านชั้น ยังไงก็เป็นแค่ระดับหลอมลมปราณ จะมีน้ำยาอะไร!”
เสียงดาบกรีดร้องก้องฟ้า
ฉัวะ!
ลำแสงดาบสีเขียวมรกตที่ถูกบีบอัดจนถึงขีดสุดก่อตัวขึ้น พุ่งตรงไปข้างหน้า
ดาบนี้ไม่มีความอลังการหรือปรากฏการณ์น่ากลัวใดๆ ดูเล็กบางดุจเส้นผม แต่กลับคมกริบไร้เทียมทาน
ที่ใดที่แสงดาบพาดผ่าน ห้วงมิติจะถูกกรีดขาดราวกับผ้าแพรบางๆ ทิ้งรอยแยกสีดำมืดที่มีกระแสลมมิติปั่นป่วนอยู่ภายใน!
ไท่ซานจวินค่อยๆ พลิกฝ่ามือ แล้วผลักออกไปรับแสงดาบอย่างนุ่มนวล
ห้วงมิติเบื้องหน้าเขา...ถล่มทลายลง!
แสงดาบพุ่งชนเข้าไป เหมือนถูกสัตว์ร้ายกลืนกิน หรือเหมือนโคลนจมทะเล หายวับไปไร้ร่องรอย
มู่หยุนขมวดคิ้วแน่น ไม่ทันจะได้โจมตีซ้ำ ร่างเลือนรางนั้นก็มายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว ฝ่ามือข้างหนึ่งยื่นออกมา ตบเข้าที่กลางอก
เขาใจหายวาบ รีบกระชับดาบชิงเฟิงฟันขวางออกไป แต่ยกแขนขึ้นได้แค่ครึ่งเดียว ดาบชิงเฟิงก็ส่งเสียงร้องหึ่งๆ หนักอึ้งขึ้นมาทันที
ดาบบินประจำตัวเล่มนี้...ไม่เชื่อฟังคำสั่งเขาเสียแล้ว!
“บ้าเอ๊ย!”
มู่หยุนใช้มือซ้ายกดทับแขนขวา พยายามข่มดาบไว้ แต่ก็ไร้ผล กระดูกฝ่ามือแทบแตกละเอียด เขาทำได้แค่มองดูดาบชิงเฟิงหลุดมือไป...
ไปอยู่ในมือของไท่ซานจวิน
เขาจับด้ามดาบ แล้วแทงปลายดาบออกไป
การแทงที่ดูธรรมดานี้ กลับทำให้มู่หยุนสัมผัสถึงความตาย
เขารีบประสานอิน สร้างภาพเงาดอกบัวบานสะพรั่ง เรียกโล่เหล็กดำและอาคมป้องกันออกมาขวางหน้า พร้อมกับสวมเกราะเงินทับร่างอีกชั้น
โล่เหล็กดำนี้ เป็นถึงสมบัติโบราณระดับห้า
แต่เมื่อสัมผัสถูกดาบชิงเฟิง กลับเปราะบางราวกับกระดาษ ถูกผ่าแยกอย่างง่ายดาย
อาคมคุ้มกันร่างกาย ก็แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ เหมือนแก้ว
แม้แต่เกราะเงินบนร่างมู่หยุน ก็ไม่อาจหยุดยั้งความเร็วของดาบได้ เขาทำได้เพียงเบิกตามองดาบของตัวเอง ทะลวงเข้าใส่หัวใจ
การป้องกันสามชั้น...ไร้ผลโดยสิ้นเชิง!
มู่หยุนกระอักเลือด พยายามจะร่ายเวทหนี แต่ไหล่ถูกมือที่หนักดั่งขุนเขาไท่ซานกดไว้จนขยับไม่ได้
“มู่หยุน”
ไท่ซานจวินยืนอยู่ข้างกายเขา
“เจ้าใช้ชีวิตเหนื่อยมามากแล้ว พักผ่อนเถอะ”
“สารเลว! ข้าไม่มีทางแพ้ให้เจ้า!!”
มู่หยุนคำรามลั่น ดวงตาส่องแสงสีทอง เตรียมจะใช้วิชาลับบางอย่าง
ไท่ซานจวินบิดดาบชิงเฟิงอย่างแรง
เสียงคมมีดเฉือนเนื้อดังสยดสยอง อวัยวะภายในของมู่หยุนถูกปั่นจนเละเทะ วิชาลับที่กำลังจะใช้ถูกขัดจังหวะทันที
แสงวิญญาณสายหนึ่งพุ่งออกจากหน้าผากของเขา พยายามจะหนีไป
ดวงจิตเทพ!
เมื่อบรรลุระดับเปลี่ยนแปลงเทวะ ผู้ฝึกตนจะมีดวงจิตเทพ
มู่ชูไท่กำมือซ้ายในอากาศ
พลังปราณที่เข้มข้นดั่งปรอท รวมตัวกันเป็นฝ่ามือยักษ์ คว้าจับดวงจิตเทพนั้นไว้แน่น แล้วบีบจนแหลกละเอียด!
ผู้ฝึกตนระดับเปลี่ยนแปลงเทวะ...ไร้ทางสู้เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา!
และทั้งหมดนี้...เกิดขึ้นในชั่วลมหายใจเดียว!
…..
เหล่าระดับเปลี่ยนแปลงเทวะที่เหลืออยู่ ต่างพากันอ้าปากค้าง ตกตะลึงพรึงเพริด
“อะไรกันเนี่ย! หลอมลมปราณหนึ่งล้านชั้น!”
หมิงกุ่ยซ่างเหรินไม่อยากจะเชื่อสายตา หันไปมองหน้าคนอื่นเลิ่กลั่ก ทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ
“อมิตาพุทธ ข้าไม่ลงนรกแล้วใครจะลง”
หงย่วนจุนเจ๋อแห่งสำนักพุทธ กล่าวพลางแผ่รังสีธรรม พลองขขรักเจ็ดสมบัติปรากฏในมือ พุ่งเข้าใส่ไท่ซานจวินเป็นคนแรก
“สหายทุกท่าน อย่ามัวแต่เห็นแก่ตัว พวกเรารุมเข้าไปพร้อมกัน! ถ้าจับเมล็ดพันธุ์มารได้ ทุกคนก็ได้ประโยชน์!”
เมื่อเกิงหลินถงปลุกระดม เหล่าระดับเปลี่ยนแปลงเทวะที่เหลือจึงตัดสินใจลงมือพร้อมกันในที่สุด
…………