229-230
229-230
บทที่ 229 เผชิญหน้า
แต่เพราะร่างกายของเธออ่อนเปลี้ยเพลียแรงไปหมดแล้ว กล้ามเนื้อต้นขาด้านในจึงสั่นระริกและกระตุกเกร็งอย่างควบคุมไม่ได้ ราวกับว่าวินาทีถัดไปเธอจะทนไม่ไหวแล้วทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
หลินเฟิงแสยะยิ้มชั่วร้าย นิ้วมือเรียวยาวของเขายังคงคว้านกวนและควักล้วงอยู่ภายในร่องหลืบของเธออย่างย่ามใจ ซึมซับจังหวะการตอดรัดและกระตุกเกร็งของเรือนร่างอรชรนั้นอย่างเต็มที่
เมื่อสัมผัสได้ว่าร่างกายของฉินหว่านโหรวกระตุกสั่นสะท้านอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงครางเครือในลำคอที่ลากยาวและเจือไปด้วยเสียงสะอื้น เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเธอเสร็จสมอารมณ์หมายแล้ว
เขาถึงได้ค่อยๆ ดึงนิ้วมือออกมาอย่างเชื่องช้า
บนนิ้วชี้และนิ้วกลาง ยังมีหยาดน้ำใสๆ "หยดแหมะๆ" ทิ้งตัวลงสู่พื้นดิน
ส่วนฉินหว่านโหรวน่ะเหรอ ตอนนี้สภาพเหมือนโดนสูบกระดูกออกจากร่างไปจนหมดเกลี้ยง
ร่างกายของเธอไถลรูดลงมาตามผนังเย็นเฉียบ ในขณะที่มือทั้งสองข้างยังคงถูกเข็มขัดมัดไพล่หลังเอาไว้หลวมๆ
และในที่สุด เธอก็ทรุดฮวบลงไปนั่งแหมะกองอยู่กับพื้นอย่างหมดสภาพ
เรียวขาคู่สวยถ่างแบะออกอย่างหมดเรี่ยวแรง กระโปรงไหมพรมรัดรูปก็ถลกขึ้นมากองยับยู่ยี่อยู่ที่เอว ส่วนกางเกงในก็เบี้ยวไปบิดมา ปิดบังอะไรไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
เธอหอบหายใจแฮกๆ กอบโกยอากาศเข้าปอด นัยน์ตาฉ่ำเยิ้มเลื่อนลอย ใบหน้าสวยหวานแดงก่ำราวกับมีเลือดจะหยดออกมา ลามไปถึงใบหู แต่มุมปากกลับยกยิ้มขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความฟินและหลงใหลอย่างถอนตัวไม่ขึ้น จมดิ่งสู่กามรมณ์อย่างสมบูรณ์แบบ
"ดูท่าทางอาจารย์จะสบายตัวแล้วนะ งั้นตอนนี้.... ก็ถึงคิวอาจารย์ต้องมาบริการผมบ้างแล้วล่ะ!"
น้ำเสียงของหลินเฟิงแหบพร่าและแฝงไปด้วยความเผด็จการที่ไม่อาจปฏิเสธได้
พูดจบ เขาก็จัดการปลดกางเกงที่ไร้ซึ่งเข็มขัดคอยรั้ง พร้อมกับรูดกางเกงในลงไปกองกับพื้น เผยให้เห็นกล้ามเนื้อต้นขาที่แกร่งกร้าวทรงพลัง จากนั้นก็ก้าวเดินเข้าไปหา นืนค้ำหัวมองฉินหว่านโหรวที่กำลังนั่งกองอยู่กับพื้นด้วยสายตาของผู้ชนะ
ฉินหว่านโหรวค่อยๆ ช้อนตาที่ฉ่ำปรือขึ้นมอง และเมื่อได้เห็น 'ท่อนเอ็นยักษ์' ที่เธอเฝ้าคิดถึงทั้งวันทั้งคืนจนเก็บไปฝันเปียกนับครั้งไม่ถ้วน เธอก็เผยอริมฝีปากบางออกโดยอัตโนมัติ ปลายลิ้นสีชมพูระเรื่อแลบออกมาเลียริมฝีปากตัวเอง ราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังรอคอยอาหารจากเจ้านาย
"ไม่ใช่แบบนี้สิ!"
หลินเฟิงส่ายเอวโยกคลอนท่อนล่างเบาๆ ส่งผลให้ 'ท่อนเอ็นยักษ์' นั้นแกว่งไกวไปมาด้วยวงกว้าง หลบเลี่ยงริมฝีปากเล็กๆ ของเธอได้อย่างง่ายดาย
ก่อนที่เขาจะจงใจแกว่งมันตบ "แปะๆ" เข้าที่พวงแก้มที่กำลังร้อนผ่าวของเธออย่างจัง
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังฟังชัดสะท้อนก้องไปทั่วทั้งออฟฟิศอันเงียบสงัด มันแฝงไปด้วยความอัปยศอดสูและหยามเกียรติขั้นสุด
ฉินหว่านโหรวโดนตบหน้าด้วยท่อนเอ็นจนมึนตึ้บไปชั่วขณะ บนพวงแก้มขาวเนียนปรากฏรอยแดงจางๆ สองรอยขึ้นมาทันที
แต่ทว่า การกระทำที่โคตรจะหยามเกียรตินี้ กลับไม่ได้ทำให้เธอได้สติเลยสักนิด ซ้ำร้ายมันยังไปกระตุ้นสัญชาตญาณความร่านในส่วนลึกให้พลุ่งพล่านหนักกว่าเดิม
เธอยังคงอ้าปากค้าง หันหน้าหันคอตาม ส่ายหัวดุ๊กดิ๊กพยายามจะงับเป้าหมายที่แกว่งไปแกว่งมาไม่ยอมหยุดนั้นให้ได้
"ก็บอกแล้วไงว่าไม่ใช่แบบนี้!"
หลินเฟิงเท้าสะเอว ขมวดคิ้วมุ่น
ยัยผู้หญิงคนนี้ความไวต่อสัมผัสมันสูงเกินไปแล้ว ตอนนี้สติสัมปชัญญะหลุดลอยไปหมดแล้วมั้งเนี่ย หลงใหลได้ปลื้มจนหน้ามืดตามัว สงสัยต้องให้เธอโดนกระซวกจนเสร็จไปสักรอบก่อน ถึงจะพอเรียกสติให้กลับมาคิดอะไรได้บ้าง
ตอนนี้ทุกการกระทำของเธอ มันถูกขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณดิบล้วนๆ
"ช่างเถอะ เดี๋ยวผมจัดการเองแล้วกัน!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำของหลินเฟิงแฝงไปด้วยความเอ็นดูระคนอ่อนใจ
เขาโน้มตัวลง สอดสองมือเข้าไปใต้รักแร้ของฉินหว่านโหรว แล้วออกแรงพยุงร่างที่อ่อนปวกเปียกไร้กระดูกของเธอให้ลุกขึ้นมา
ฉินหว่านโหรวโอนอ่อนผ่อนตามอย่างว่าง่าย ปล่อยให้เขาจับปู้ยี่ปู้ยำตามใจชอบ ราวกับตุ๊กตาบาร์บี้แสนสวยราคาแพงที่ถูกเขาจับจัดท่าทางให้นั่งคุกเข่า หนีบเรียวขาเข้าหากัน และยืดหลังตรง
ชุดเดรสไหมพรมสีเบจตัวนั้นยังคงร่นลงมากองอยู่ที่เอว ท่อนบนเปลือยเปล่าไร้สิ่งปกปิด ภายใต้แสงไฟสว่างจ้าของออฟฟิศ ผิวพรรณของเธอขาวผ่องราวกับเรืองแสงได้
ซาลาเปาคู่ยักษ์ที่เพิ่งจะถูก 'ทะลวงท่อ' เอาน้ำนมออกไปเมื่อครู่ ดูเหมือนมันจะยิ่งเต่งตึงและชูชันมากกว่าเดิม มันสั่นกระเพื่อมเบาๆ ตามจังหวะการหายใจเข้าออกของเธอ
แววตาของหลินเฟิงร้อนแรงดั่งเปลวเพลิง เขาย่อตัวลงเล็กน้อย เพื่อให้ 'ท่อนเอ็นยักษ์' ของเขาอยู่ในระดับเดียวกับภูเขาไฟแฝดคู่นั้น
เขายื่นมือข้างหนึ่งออกไป ใช้ฝ่ามือช้อนประคองซาลาเปาขาวอวบข้างซ้ายของเธอขึ้นมาเบาๆ
สัมผัสที่ได้รับมันทั้งอุ่น นุ่มนิ่ม และเด้งสู้มือสุดๆ ราวกับกำลังกอบกุมก้อนหยกเนื้อดีราคาแพง
ส่วนมืออีกข้างก็จับประคองท่อนลำของตัวเอง ค่อยๆ เล็งเป้าหมายไปที่ยอดร่องอกระหว่างภูเขาหิมะทั้งสองลูก ด้วยแรงกดดันที่ไม่อาจขัดขืนได้
จากนั้น เขาก็แอ่นเอวกระแทกเข้าไปอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น
"สวบ..."
เสียงเสียดสีดังขึ้นเบาๆ
มันลื่นไหลไร้แรงต้าน ราวกับมีดร้อนๆ ที่หั่นลงบนก้อนเนย ชำแรกแทรกตัวเข้าไปในร่องอกอันอ่อนนุ่มนั้นได้อย่างง่ายดาย
ความนุ่มหยุ่นและความเด้งสู้มือขั้นสุด โอบรัดท่อนลำของเขาไว้แน่นในชั่วพริบตา
"อืม..."
ฉินหว่านโหรวหลุดเสียงครางยาวในลำคอด้วยความฟินจัด ร่างกายกระตุกสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
ความรู้สึกแปลกประหลาดที่อธิบายไม่ถูกของการถูก 'เติมเต็ม' พลุ่งพล่านขึ้นมาในอก
เธอสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ามี 'สิ่งแปลกปลอม' กำลังรุกล้ำเข้ามาในส่วนที่นุ่มนวลและน่าภาคภูมิใจที่สุดของร่างกายเธอ ด้วยวิธีการที่เหนือจินตนาการสุดๆ
แต่มันไม่ใช่การล่วงละเมิดหรอกนะ มันเหมือนเป็นการปลอบประโลมและการยึดครองที่ลึกซึ้งต่างหาก
ท่อนเอ็นนั้นค่อยๆ กระแทกกระทั้นชักเข้าชักออกอยู่ท่ามกลางชั้นไขมันอันอ่อนนุ่มของเธอ ทุกครั้งที่มันกระซวกลึกลงไป ก็จะนำพาความเสียวซ่านที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณมาให้ และทุกครั้งที่มันถอนตัวออก ก็จะทิ้งความรู้สึกว่างเปล่าและความโหยหาที่แทบจะทนไม่ไหวเอาไว้
เธอค่อยๆ ปรือตาที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำตาขึ้นมา ภาพตรงหน้ามันช่างบ้าบอและกระตุ้นอารมณ์สุดๆ
ร่างกายของตัวเอง กำลังเชื่อมต่อกับผู้ชายคนนี้อย่างแนบชิด ในแบบที่เธอไม่เคยจินตนาการมาก่อน
ซาลาเปาคู่ยักษ์ของเธอ ถูกจังหวะการตอกเสาเข็มของหลินเฟิง กระแทกจนบิดเบี้ยวเปลี่ยนรูปทรงไปมาจนน่าตกใจ
เดี๋ยวก็โดนดันจนนูนป่องขึ้นมาจนดูผิดรูปผิดร่าง เดี๋ยวก็โดนกดทับจนแบนราบยุบตัวลงไป ราวกับว่าร่องอกของเธอจะกลืนกินเขาทั้งตัวเข้าไปอยู่แล้ว
สมองของเธอขาวโพลนไปหมด ความอับอายขายหน้าถูกเกลียวคลื่นแห่งความเสียวซ่านกลืนกินไปจนหมดสิ้น
เธอถึงขั้นแอ่นอกเข้าสู้โดยอัตโนมัติ พยายามจะกลืนกินท่อนเอ็นนั้นให้ลึกขึ้น และตอบสนองต่อจังหวะกระแทกของเขาให้เร่าร้อนยิ่งขึ้น
และในวินาทีที่ความฟินและความอับอายพุ่งทะยานจนถึงขีดสุดนั้นเอง เสียง "แกร๊ก" ก็ดังขึ้น ประตูห้องพักครูถูกเปิดออก!
อาจารย์ที่ปรึกษาสาวคนที่เพิ่งเดินออกไปคุยโทรศัพท์เมื่อกี้ กำลังถือแฟ้มเอกสารเดินกลับเข้ามา
พอเธอเดินพ้นประตูเข้ามา เธอก็ถึงกับชะงักกึกไปเลย สายตาจ้องเขม็งไปที่หลินเฟิงอย่างคนสติหลุด
ฉิบหายแล้ว! โป๊ะแตกแล้ว!
สถานการณ์ที่พลิกผันอย่างกะทันหันนี้ เหมือนเอาน้ำแข็งเย็นเจี๊ยบสาดโครมลงมาบนวิญญาณที่กำลังเร่าร้อนของฉินหว่านโหรว!
สมองของเธอส่งเสียง "วิ้ง" ขาวโพลนไปหมด
หน้าที่การงาน อนาคต ชื่อเสียง... หรือแม้กระทั่งชีวิตของเธอ พังพินาศป่นปี้หมดแล้วในวินาทีนี้!
เธออยากจะยกมือขึ้นมาปิดบังใบหน้า อยากจะมุดดินหนีไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่มือทั้งสองข้างกลับถูกเข็มขัดมัดไพล่หลังเอาไว้แน่น ขยับเขยื้อนไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ทำได้แค่ถูกบังคับให้อยู่ในท่าคุกเข่าแบบนี้ นั่งมองดูหลินเฟิงจับซาลาเปาของเธอมากระแทกกระทั้นซอยยิกๆ ประจานความร่านและความน่าสมเพชของตัวเองให้เพื่อนร่วมงานเห็นเต็มสองตา!
ความสิ้นหวังและความหวาดกลัวกระชากหัวใจของเธอเอาไว้แน่น!
"อาจารย์ครับ กลับมาแล้วเหรอครับ?"
แต่ทว่า หลินเฟิงกลับทำตัวชิลล์หยั่งกะไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาแค่หันหน้าไปมองพร้อมกับรอยยิ้มหล่อเหลากระชากใจ แม้ว่าจะมีเสียงหอบหายใจกระเซ้าเจืออยู่บ้างก็ตาม เขาส่งยิ้มทักทายอาจารย์ที่ปรึกษาที่กำลังยืนอึ้งอยู่ตรงประตู
เขาไม่ได้หยุดจังหวะตอกเสาเข็มเลยด้วยซ้ำ แค่ลดความรุนแรงลงมานิดหน่อย แต่ทุกครั้งที่ท่อนเอ็นนั้นเสียดสีบดขยี้ ก็ยังทำให้ร่างกายของฉินหว่านโหรวสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้
"อ๊ะ... อื้ม!"
อาจารย์ที่ปรึกษาสาวคนนั้นถึงเพิ่งจะได้สติกลับมาจากออร่าความหล่อทะลุแมสก์ของหลินเฟิง พวงแก้มของเธอขึ้นสีระเรื่อนิดๆ ก่อนจะยิ้มตอบ "ไม่นึกเลยนะว่าเด็กปีหนึ่งปีนี้จะมีคนหล่อขนาดนี้ด้วย สาวๆ รุ่นนี้นี่โชคดีจริงๆ เลยนะเนี่ย!"
ในมุมมองของเธอ ภาพที่เห็นคือหลินเฟิงกำลังยืนหันหลังให้เธออยู่ริมหน้าต่าง
แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ตกกระทบลงบนแผ่นหลังกว้างและรูปร่างที่สูงโปร่งของเขา เกิดเป็นออร่าสีทองเปล่งประกาย ยิ่งขับเน้นความหล่อเหลาและสดใสของเขาให้ดูโดดเด่น จนทำเอาเธอเผลอมองตาค้างไปชั่วขณะ
บทที่ 230 เชื้อเชิญ
"อ้อ จริงสิ แล้วอาจารย์ที่ปรึกษาของพวกเธอไปไหนซะล่ะ? ปล่อยให้เธออยู่คนเดียวแบบนี้ได้ไงเนี่ย?"
อาจารย์ที่ปรึกษาสาวเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ พลางจัดเรียงเอกสารบนโต๊ะไปด้วย
และโต๊ะทำงานของเธอนั้น... ก็ดันตั้งอยู่ชิดติดกำแพงเลยไงล่ะ!
ระยะห่างระหว่างเธอกับฉินหว่านโหรว ที่ตอนนี้กำลังท่อนบนเปลือยเปล่า และถูกลูกศิษย์ตัวเองจับสวบนมด้วยท่วงท่าพิสดาร... ห่างกันไม่ถึงหนึ่งเมตรด้วยซ้ำ!
หนึ่งเมตร!
ระยะเผาขนแค่นี้ ทำเอาสติสัมปชัญญะของฉินหว่านโหรวถูกกระชากกลับมาอย่างรุนแรง!
เธอได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่โชยมาจากตัวเพื่อนร่วมงาน ได้ยินแม้กระทั่งเสียง "สวบสาบ" ของกระดาษตอนที่อีกฝ่ายกำลังพลิกเอกสาร
ความเสียวซ่านที่พุ่งทะลุปรอทจากการโดนจับสวบนมต่อหน้าเพื่อนร่วมงานแบบนี้ มันเหมือนกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่ช็อตทำลายล้างสติสัมปชัญญะของเธอจนขาดสะบั้น!
ความหวาดกลัวและความอับอายขายหน้า ไม่ได้ทำให้เธอใจเย็นลงเลยสักนิด ในทางกลับกัน มันดันไปผสมปนเปกับความฟินที่ถูกหยามเกียรติ ก่อตัวเป็นมวลน้ำป่าหลากที่พร้อมจะกลืนกินเธอให้จมดิ่งลงไป!
หลินเฟิงเองก็เหมือนจะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเธอ เขากระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ มือที่จับประคองร่างของเธอไว้ จู่ๆ ก็ออกแรงกดกระแทกท่อนเอ็นให้ลึกและรุนแรงยิ่งขึ้น
แน่นอนว่า ซาลาเปาคู่ยักษ์มันไม่ใช่ร่องหลืบของจริง หลินเฟิงย่อมไม่สามารถกระซวกให้มิดด้ามได้อยู่แล้ว
พูดกันตามตรง วิธีการเล่นสวบนมแบบนี้ มีแค่คนที่มีไซส์หน้าอกระดับ G ขึ้นไปอย่างฉินหว่านโหรวเท่านั้นแหละถึงจะทำได้ มันคือการอาศัยไขมันที่ทั้งหนาและนุ่มเด้งของเธอ มาห่อหุ้มรัดรึงท่อนลำของเขาเอาไว้ ซึ่งอย่างมากก็บีบรัดได้แค่ช่วงหัวเห็ดเท่านั้นแหละ
แต่สำหรับหลินเฟิง แค่นี้แม่งก็โคตรจะฟินแล้วเว้ย!
ที่ฟินสุดๆ ก็คือไอ้ยอดปทุมถันที่ถูกดันแทรกเข้ามานั่นแหละ ไอ้เม็ดไตแข็งๆ ที่ชูชันอยู่ก่อนหน้านี้ ทุกครั้งที่เขาขยับโยกเอว มันก็จะเสียดสีครูดไปกับส่วนหัวเห็ดที่ไวต่อความรู้สึกที่สุดของเขา นำพาความเสียวซ่านจนหนังหัวชาดิกมาให้ ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว!
ส่วนฉินหว่านโหรวเองก็ไม่ต่างกัน
เธอไม่เคยโดนใครจับเล่นพิสดารขนาดนี้มาก่อน!
ความเสียวซ่านทางร่างกายที่เหนือคำบรรยาย โดยเฉพาะแรงกระตุ้นทางจิตใจที่ถูกหยามเกียรติต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน ทำเอาเธอสติแตกกระเจิง
ตรงพื้นกระเบื้องที่เธอนั่งคุกเข่าอยู่ มีหยาดน้ำหยด "แหมะๆ" จนขังเป็นแอ่งน้ำขนาดย่อมไปแล้ว
ด้วยความที่ร่างกายเกร็งจัด เธอจึงทำได้แค่จิกปลายเท้าลงบนพื้น รองเท้าส้นสูงคู่สวยหลุดรุ่ยออกจากส้นเท้าไปนานแล้ว เผยให้เห็นฝ่าเท้าเล็กๆ ที่ถูกห่อหุ้มด้วยถุงน่องดำบางเฉียบ และหลังเท้าที่โค้งงอนได้รูปสวยงาม มันสะท้อนแสงแดดเป็นประกายเงางาม ดูเซ็กซี่ยั่วเย้าจนอธิบายไม่ถูก
หลินเฟิงรู้สึกว่าได้เวลาอันสมควรแล้ว น่าจะเปลี่ยนท่าเล่นได้แล้ว
เขาเอื้อมมือไปรวบผมยาวสลวยสีดำขลับที่สยายเต็มแผ่นหลังของฉินหว่านโหรว รวบมันขึ้นมาเป็นกำหลวมๆ ในมือ การกระทำนี้ทำให้ลำคอระหงและกระดูกไหปลาร้าอันงดงามของเธอ ถูกเปิดเปลือยออกมาอย่างเต็มตา ความเป็นอาจารย์สาวทรงเจ๊ที่ดูภูมิฐานหายวับไปจนหมด เหลือเพียงกลิ่นอายความร่านสวาทของหญิงสาวที่ยอมจำนน
จากนั้น เขาก็ปล่อยมือที่บีบขยำซาลาเปาของเธอออก เปลี่ยนมาเชยคางเล็กๆ ของเธอขึ้น บังคับให้เธอแหงนหน้าขึ้นมามองเขา
ในแววตาของฉินหว่านโหรว เต็มไปด้วยความหิวกระหายและความคาดหวังอย่างปิดไม่มิด
เธอรู้ดีว่า ในที่สุดช่วงเวลานั้นก็มาถึงแล้ว
หลินเฟิงปล่อยมือจากซาลาเปาคู่ยักษ์ของเธอ พอปราศจากการบีบรัด ก้อนเนื้อสีขาวจั๊วะที่เต่งตึงก็เด้งดึ๋งดั๋งขึ้นมาทันที วาดเส้นโค้งที่ชวนให้ใจสั่นระรัว
'น้องชายหลินเฟิง' ตบแปะๆ ลงบนพวงแก้มที่ร้อนผ่าวของเธอเบาๆ ราวกับเป็นการให้รางวัล
"เด็กดี อ้าปากสิ"
ฉินหว่านโหรวรีบทำตัวเหมือนลูกแมวน้อยที่ถูกฝึกมาอย่างดี เธออ้าปากกว้างอย่างเชื่อฟัง แถมยังยืดคอขึ้นไปหา ทำหน้าตาประจบประแจงและรอคอยหลินเฟิงอย่างใจจดใจจ่อ แววตาเยิ้มหยาดไปด้วยความร่านสวาทที่แทบจะล้นทะลัก
หลินเฟิงยิ้มอย่างพอใจ เขาไม่รอช้า จับท่อนลำของตัวเอง เล็งเป้าแล้วกดพรวดเข้าไปตามรอยทางของลิ้นที่เปียกชุ่มของเธอ สอดกระซวกเข้าไปอย่างรุนแรง!
"ซี้ดดด—!"
หลินเฟิงแอ่นเอวเด้งรับ สูดปากครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน
ฉินหว่านโหรวแม่งโคตรรีบร้อนเลย!
ความเร่าร้อนของเธอราวกับจะหลอมละลายเขาทั้งตัว
ปลายลิ้นที่พลิ้วไหวนั้น ตวัดเลียและดูดกลึงไปทุกตารางนิ้ว ทั้งร้อนทั้งลื่นไหล แถมยังต้องมาเห็นสีหน้าจำยอมและพยายามเอาอกเอาใจ ตอนที่โดนเขากระชากผมบังคับให้เงยหน้าขึ้นมาอมอีก...
นี่คืออาจารย์ฉินผู้เคร่งขรึมและสง่างามเวลาอยู่หน้านักศึกษาเชียวนะเว้ย!
แต่ตอนนี้ กลับมาทำตัวเหมือนลูกแมวตะกละตะกลาม กำลังตั้งหน้าตั้งตาดูดกินท่อนเอ็นของเขาอย่างเมามันส์!
ความแตกต่างสุดขั้วและความรู้สึกสะใจที่ได้พิชิตนี้ ทำเอาหลินเฟิงรู้สึกว่าท่อนเอ็นของตัวเองมันขยายใหญ่จนแทบจะระเบิดอยู่แล้ว แม้แต่กล้ามเนื้อต้นขายังกระตุกสั่นอย่างควบคุมไม่ได้!
"อาจารย์ฉิน ช้าๆ หน่อยครับ... ไม่ต้องรีบ ของอาจารย์คนเดียวทั้งนั้นแหละ..."
หลินเฟิงทั้งหลับตาพริ้มเสวยสุข แถมยังไม่ลืมที่จะกระซิบหยอกเย้าเธอเบาๆ
[วิชาเร้นกาย] นี่มันฉลาดเป็นกรดจริงๆ ขอแค่หลินเฟิงไม่อยากให้ใครได้ยินเสียง เสียงนั้นก็จะไม่มีทางเล็ดลอดออกไปให้ใครได้ยินเด็ดขาด
ดังนั้น ไม่ว่าหลินเฟิงจะพูดจาหยาบโลนย่ำยีเกียรติฉินหว่านโหรวแค่ไหน หรือต่อให้อาจารย์ที่ปรึกษาอีกคนจะยืนหัวโด่อยู่ตรงนั้น แล้วเขาครางเสียงดังลั่นห้องพักครูแค่ไหน
อาจารย์ที่ปรึกษาคนนั้นก็ไม่ได้ยินเสียงเหี้ยอะไรเลย
"อื้อ!"
ฉินหว่านโหรวตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนจะยิ่งเร่งจังหวะดูดกลืนให้หนักหน่วงและเมามันส์ยิ่งขึ้น ราวกับต้องการใช้การกระทำนี้เพื่อระบายความอับอายและความเสียวซ่านที่อัดอั้นอยู่ภายในใจออกมา
"เป็นอะไรไปคะ? คิดอะไรอยู่เนี่ย?"
อาจารย์ที่ปรึกษาสาวเห็นหลินเฟิงเอาแต่เงียบ จ้องหน้าเธอไม่วางตา ก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงระเรื่อ ก่อนจะหลุดหัวเราะพรืดออกมา
เธอเผลอยกมือขึ้นทัดปัดปอยผมไปทัดหูตามสัญชาตญาณ ในใจก็แอบภูมิใจลึกๆ คิดว่าไอ้เด็กปีหนึ่งหน้าหล่อคนนี้ คงจะตะลึงในความสวยของเธอจนมองตาค้างไปแล้วแน่ๆ
อันที่จริง อาจารย์ที่ปรึกษาคนนี้ก็หน้าตาสะสวยใช้ได้เลยนะ ให้คะแนนเบ้าหน้าก็สัก 75 คะแนน หน้าอกก็คัพ C แต่พอเอาไปเทียบกับฉินหว่านโหรวที่มีเบ้าหน้าระดับ 90 คะแนน แถมหน้าอกระดับ H แล้วล่ะก็ เธอกลายเป็นยายจืดชืดไปเลยล่ะ
"อ๋อ ป่าวครับ พอดีอาจารย์ฉินออกไปกินข้าวน่ะครับ"
หลินเฟิงตอบกลับไปส่งๆ แต่สายตากลับหลุบต่ำลง ชื่นชมภาพความงดงามระดับ HD ที่อยู่เบื้องล่าง
ฉินหว่านโหรวกำลังใช้ปากปรนเปรอให้เขาอย่างขะมักเขม้น ด้วยความที่ออกแรงดูดจัด พวงแก้มขาวเนียนจึงตอบบุ๋มลงไปเล็กน้อย เกิดเป็นโครงหน้าที่สวยงามเย้ายวน
ขนตายาวงอนสั่นระริก ภายใต้เปลือกตาที่ปิดสนิท ลูกตาดำกลอกกลิ้งไปมาด้วยความกระวนกระวายใจ
หยาดเหงื่อไหลซึมลงมาตามลำคอระหงที่สวยงามดั่งหงส์ ก่อนจะผลุบหายเข้าไปในร่องอกของซาลาเปาคู่ยักษ์ที่กำลังกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงตามจังหวะหายใจ และภาพที่เขากำลังรวบกำเส้นผมสีดำขลับของเธอเอาไว้นั้น ยิ่งกระตุ้นความรู้สึกสะใจในการพิชิตให้พุ่งปรี๊ด
"หา? ออกไปกินข้าวตั้งแต่ตอนนี้เนี่ยนะ? ทิ้งเธอไว้คนเดียวเนี่ยนะ?" อาจารย์ที่ปรึกษาสาวตาเป็นประกาย โอกาสมาถึงแล้ว! "งั้น... ให้ครูเลี้ยงข้าวเธอไหมล่ะ?"
"ไม่เป็นไรครับอาจารย์" หลินเฟิงรีบโบกมือปฏิเสธ "อาจารย์ฉินสั่งให้ผมช่วยพิมพ์ตารางข้อมูลให้น่ะครับ อีกอย่าง ผมกินข้าวเช้ามาสาย ตอนนี้ยังไม่หิวเลยครับ"
พูดจบ ร่างเงาลวงตาของหลินเฟิงก็เดินไปนั่งแหมะที่หน้าคอมพิวเตอร์ของฉินหว่านโหรว แกล้งทำเป็นคลิกเมาส์พิมพ์งานก๊อกแก๊กๆ เสียงพิมพ์คีย์บอร์ดดังลั่นห้องพักครู และบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ปรากฏตารางข้อมูลที่ดูยุ่งยากซับซ้อนขึ้นมาจริงๆ
"อ้อ งั้นเหรอ แย่จัง" อาจารย์ที่ปรึกษาสาวหน้าสลดลงนิดนึง "คราวหน้าถ้าอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอไม่สนใจเธออีกล่ะก็ มาหาครูได้เลยนะ เดี๋ยวครูดูแลเธอเอง!"
"ได้ครับ ขอบคุณมากครับอาจารย์!" หลินเฟิงพยักหน้ารับ
"งั้น... ขอแอดวีแชตหน่อยได้ไหม?" อาจารย์ที่ปรึกษาสาวยังไม่ยอมแพ้ พูดพลางก็เปิดคิวอาร์โค้ดวีแชตของตัวเองขึ้นมา แล้วแกว่งไปมาตรงหน้าหลินเฟิง
"ได้เลยครับ เดี๋ยวผมสแกนเอง!" มือข้างหนึ่งของหลินเฟิงยังคงกำรวบผมยาวของฉินหว่านโหรวเอาไว้แน่น คอยควบคุมจังหวะการโยกหัวของเธอ ส่วนมืออีกข้างก็หยิบมือถือขึ้นมา สแกนคิวอาร์โค้ดอย่างชิลล์ๆ
"อื้อ แอดเรียบร้อยแล้วจ้ะ" อาจารย์ที่ปรึกษาสาวยิ้มหวานอย่างพอใจ "งั้นครูไปกินข้าวก่อนนะ เดี๋ยวรออาจารย์ฉินของเธอกลับมา ครูจะบ่นให้หูชาเลย ปล่อยปละละเลยนักศึกษาแบบนี้ได้ยังไงเนี่ย!"