- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 748 เลื่อนกำหนดการวิวาห์
บทที่ 748 เลื่อนกำหนดการวิวาห์
บทที่ 748 เลื่อนกำหนดการวิวาห์
เมื่อได้ยินคำพูดของหวังฮ่าวหราน นัยน์ตากลมโตของเจียงชิงขุยก็เบิกกว้าง นางจ้องมองเขาด้วยความตื่นตะลึง ราวกับคิดว่าตัวเองหูฝาดไป
ทว่าเหล่าผู้ติดตามของเจียงชิงขุยกลับได้ยินชัดเจนเต็มสองหู
อันที่จริง พวกเขาดูออกตั้งนานแล้วว่าหวังฮ่าวหรานมีใจให้คุณหนูของพวกตน
หากเป็นก่อนหน้านี้ พวกเขาคงไม่ออกความเห็นใดๆ แต่นาทีนี้ เมื่อเห็นเจียงชิงขุยเอาแต่ยืนอึ้ง ไม่ยอมตอบรับเสียที พวกเขาแต่ละคนก็เริ่มร้อนใจขึ้นมา
"คุณหนู ตอบตกลงสิขอรับ รีบตอบตกลงเร็วเข้า!"
"คุณหนู รีบตอบตกลงเถิด!"
"ตอบตกลงเขาเลยขอรับ!"
"ได้โปรดเถอะคุณหนู!"
...
แต่ละคนต่างพากันส่งเสียงเร่งเร้า
ในบรรดาเก้าตระกูลใหญ่แห่งมณฑลจื้อจุน หากวัดกันที่พลังโดยรวม ตระกูลเย่านับว่าอ่อนแอที่สุด เพราะคนตระกูลนี้ไม่ถนัดการต่อสู้ เชี่ยวชาญเพียงการหลอมโอสถเท่านั้น
ทว่าสถานะของตระกูลเย่ากลับอยู่จุดสูงสุดในบรรดาเก้าตระกูลใหญ่
โอสถมีประโยชน์ต่อผู้บำเพ็ญอย่างมหาศาล ใครๆต่างก็อยากประจบสอพลอนักหลอมโอสถทั้งนั้น
ด้วยเหตุนี้ อีกแปดตระกูลที่เหลือจึงพยายามรักษาสัมพันธไมตรีอันดีกับตระกูลเย่ามาโดยตลอด ไม่มีใครกล้าล่วงเกินคนของตระกูลเย่าแม้แต่น้อย
แต่ถึงกระนั้น ในตระกูลเย่ายุคปัจจุบันก็ยังไม่มีนักหลอมโอสถระดับสูงแม้แต่คนเดียว
ทว่าตอนนี้ ตรงหน้าพวกเขากลับมีนักหลอมโอสถระดับสูงยืนอยู่ ซ้ำยังอายุน้อยถึงเพียงนี้!
นักหลอมโอสถระดับสูงเช่นนี้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนและเป็นใคร ย่อมกลายเป็นสิ่งล้ำค่าที่คนต้องการ
พวกเขาสามารถจินตนาการได้เลยว่า หากตระกูลอื่นๆอีกแปดตระกูลล่วงรู้ว่าหวังฮ่าวหรานคือนักหลอมโอสถระดับสูง บรรดาผู้นำตระกูลคงรีบแย่งกันประเคนบุตรสาวของตนเข้าสู่อ้อมอกของเขาแทบไม่ทันเป็นแน่
แต่ตอนนี้หวังฮ่าวหรานแสดงออกชัดเจนว่ามีใจให้เจียงชิงขุย ถึงขั้นเสนอตัวจะมอบสินสอดให้แล้ว โอกาสทองที่หล่นทับขนาดนี้ จะปล่อยให้หลุดมือไปได้อย่างไร?!
หากปล่อยให้อีกแปดตระกูลดึงตัวหวังฮ่าวหรานไปได้ ตระกูลเจียงคงต้องช้ำใจจนแทบกระอักเลือดตายเป็นแน่
จริงอยู่ที่ตระกูลเจียงกับตระกูลเย่ามีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน แต่การจะขอให้คนตระกูลเย่าหลอมโอสถให้นั้น ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ ซึ่งค่าตอบแทนที่ว่านี้ก็ไม่ใช่ถูกๆเลย
แต่หากหวังฮ่าวหรานกลายมาเป็นลูกเขยของตระกูลเจียง เขาก็คือคนกันเอง คนของตระกูลเจียงทุกคนย่อมได้รับผลประโยชน์ถ้วนหน้า
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เหล่าผู้ติดตามจึงได้ร้อนรนเป็นฟืนเป็นไฟ
เมื่อได้ยินผู้ติดตามพากันส่งเสียงเชียร์แกมบังคับ เจียงชิงขุยก็หน้าแดงก่ำไปถึงใบหู
"แม่นางเจียงคิดเห็นอย่างไร..." หวังฮ่าวหรานเอ่ยถามย้ำ
ในใจของเจียงชิงขุยนั้นยินยอมพร้อมใจไปนานแล้ว ทว่าด้วยความสงวนท่าทีตามประสาหญิงสาว นางจึงเอ่ยตอบไปว่า "เรื่องใหญ่เช่นนี้ ข้าจำต้องกลับไปปรึกษาท่านพ่อท่านแม่ก่อน"
"คุณหนู ไม่ต้องปรึกษาแล้วขอรับ ท่านผู้นำตระกูลกับฮูหยินต้องเห็นด้วยอย่างแน่นอน!"
"ใช่แล้วขอรับ!"
"ถูกต้อง!"
...
เหล่าผู้ติดตามต่างพากันประสานเสียงสนับสนุน
เจียงชิงขุยหน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม "หากพวกท่านไม่มีข้อขัดข้อง ข้า... ข้าก็ไม่มีข้อขัดข้องเช่นกัน"
"คุณหนู เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ขอรับ ให้พวกเราสักสองคนกลับไปรายงานเรื่องนี้ที่ตระกูล ส่วนคนที่เหลือจะคอยอารักขาท่านอยู่เงียบๆ คุณหนูกับคุณชายหวังก็ไปเที่ยวเล่นที่แดนบูรพาให้สบายใจเถิด" หนึ่งในผู้ติดตามที่มีความอาวุโสและน่าเชื่อถือที่สุดเสนอแนะขึ้นมา
การให้เจียงชิงขุยรั้งอยู่ข้างนอกนั้นมีความเสี่ยงอยู่บ้าง ทว่าสิ่งที่พวกเขาหวาดกลัวยิ่งกว่าคือ หากเจียงชิงขุยกลับไปที่ตระกูล หวังฮ่าวหรานอาจจะถูกหญิงสาวจากอีกแปดตระกูลที่เหลือชิงตัวไปเสียก่อน
ดังนั้น การให้เจียงชิงขุยอยู่เคียงข้างหวังฮ่าวหรานไว้ย่อมเป็นวิธีที่ดีที่สุด
อีกอย่าง ตำแหน่งคุณหนูแห่งตระกูลเจียงก็ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะกล้าแตะต้อง ยิ่งมีพวกเขาคอยอารักขาอยู่ด้วย ก็ไม่น่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงอันใดขึ้น
เมื่อมีคนเสนอแนะเช่นนี้ ผู้ติดตามคนอื่นๆต่างก็พากันพยักหน้าเห็นด้วยอย่างพร้อมเพรียง โดยไม่ได้รอคำตอบจากเจียงชิงขุยเลยแม้แต่น้อย
นี่ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่เคารพเจียงชิงขุยผู้เป็นนาย ทว่าพวกเขาเกรงกลัวว่าหากไม่ทำเช่นนี้ พอกลับไปถึงตระกูล อาจจะโดนท่านผู้นำลงโทษเอาได้
ความสำคัญของนักหลอมโอสถนั้น ผู้นำตระกูลเจียงย่อมทราบดีที่สุด ซ้ำหวังฮ่าวหรานและเจียงชิงขุยยังมีใจให้กัน หากผู้นำตระกูลมาอยู่ที่นี่ด้วยล่ะก็ คงจับเจียงชิงขุยยัดใส่มือหวังฮ่าวหรานเดี๋ยวนี้เลยเป็นแน่
เมื่อตกลงกันได้แล้ว ผู้ติดตามสองคนก็นำโอสถมังกรเก้าวิถีกลับไปที่ตระกูล ส่วนอีกแปดคนที่เหลือรับหน้าที่อยู่คุ้มกันเจียงชิงขุยต่อ
ใบหน้าแก่ชราของเหล่าผู้ติดตามตระกูลเจียงแต่ละคนล้วนเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
เจียงชิงขุยยืนอยู่เบื้องหน้าหวังฮ่าวหราน แม้ปากจะยืนกรานว่าต้องรอฟังคำของบิดามารดา ทว่าคนตาบอดก็ยังดูออก ว่าท่าทีเอียงอายของนางนั้นบ่งบอกชัดเจนว่าในใจยินดีปรีดาเพียงใด
ซูเสวียนที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ด้านข้าง รู้สึกขมขื่นใจจนแทบกระอักเลือด
[ติ๊ง! โฮสต์ทำให้สภาพจิตใจของตัวเอกซูเสวียนได้รับการกระทบกระเทือน ได้รับแต้มวายร้าย 12,000 แต้ม ออร่าตัวเอกของซูเสวียน -600 ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +600!]
ซูเสวียนจ้องมองภาพบาดตาบาดใจด้วยความเคียดแค้นอยู่อีกครู่หนึ่ง ก่อนจะทนดูต่อไปไม่ไหว สะบัดหน้าเดินหนีไป
จากนั้น หวังฮ่าวหรานและเจียงชิงขุยก็เดินทางออกจากเมืองเทียนหั่ว มุ่งหน้าสู่แดนบูรพา โดยมีผู้ติดตามทั้งแปดคนของตระกูลเจียงคอยเดินตามห่างๆ เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเวลาส่วนตัวของหนุ่มสาวทั้งสอง
หวังฮ่าวหรานและเจียงชิงขุยไม่ได้เร่งรีบเดินทางแต่อย่างใด พวกเขาแวะชมทิวทัศน์และเที่ยวเล่นตลอดเส้นทางจากมณฑลหลิงโจวแห่งนครหลวงไปจนถึงแดนบูรพา
กว่าจะเดินทางมาถึงตระกูลหวังแห่งแดนบูรพา เวลาก็ล่วงเลยไปครึ่งเดือนแล้ว
และในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ ความสัมพันธ์ระหว่างหวังฮ่าวหรานและเจียงชิงขุยก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วในแต่ละวัน
ระดับพลังของหวังฮ่าวหรานเองก็เลื่อนจากขอบเขตแก่นทองคำขั้นสามขึ้นมาเป็นขั้นสี่แล้วเช่นกัน
ในช่วงแรก เจียงชิงขุยยังคงสงวนท่าที ไม่ยอมตกลงปลงใจด้วยง่ายๆ
ทว่านางทนลูกตื๊อและคำหวานหูของหวังฮ่าวหรานไม่ไหว สุดท้ายก็ต้องยอมโอนอ่อนผ่อนตามแต่โดยดี
ตลอดระยะเวลาครึ่งเดือนที่ผ่านมา ตระกูลหวังกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมพิธีวิวาห์
แม้จะยังไม่ถึงวันงาน แต่ทั่วทั้งตระกูลก็อบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุข
ในวันที่สองหลังจากที่หวังฮ่าวหรานและเจียงชิงขุยเดินทางมาถึงตระกูลหวัง ผู้นำตระกูลเจียงและฮูหยิน ซึ่งก็คือบิดามารดาของเจียงชิงขุยก็ได้เดินทางมาหาด้วยตัวเอง
ทันทีที่พวกเขาได้พบกับหวังฮ่าวหราน ทั้งสองก็รู้สึกพึงพอใจในตัวว่าที่ลูกเขยคนนี้เป็นอย่างยิ่ง
พวกเขาไม่เพียงตกลงเห็นชอบในความสัมพันธ์ของทั้งสอง แต่ยังออกอาการรีบร้อนเร่งเร้าให้หวังฮ่าวหรานและเจียงชิงขุยรีบเข้าพิธีวิวาห์โดยเร็วที่สุด ราวกับกลัวว่าหากชักช้า หวังฮ่าวหรานจะหนีหายไปเสียก่อน
สถานะของผู้นำตระกูลเจียงนั้นสูงส่งและมีความสำคัญเป็นอย่างมาก หวังว่านหลี่จึงต้องต้อนรับขับสู้ด้วยความระมัดระวังและให้เกียรติอย่างสูงสุด ดังนั้น เขาจึงร่วมปรึกษาหารือเรื่องกำหนดการพิธีวิวาห์กับบิดามารดาของเจียงชิงขุยอย่างจริงจัง
หลังจากหารือกันเป็นที่เรียบร้อย บทสรุปก็ออกมาว่า จะให้เจียงชิงขุยและฟางโหยวรั่วเข้าพิธีวิวาห์และแต่งเข้าตระกูลเป็นภรรยาของหวังฮ่าวหรานในวันเดียวกัน
อันที่จริง หวังว่านหลี่มีความคิดเช่นนี้อยู่แล้ว แต่เกรงว่าจะทำให้เจียงชิงขุยรู้สึกเสียเกียรติ ทว่าในเมื่อบิดามารดาของเจียงชิงขุยเป็นฝ่ายเอ่ยปากเสนอขึ้นมาเอง เขาย่อมไม่มีเหตุผลที่จะคัดค้าน
เมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้แล้ว หวังฮ่าวหราน เจียงชิงขุย และฟางโหยวรั่วก็ได้รับแจ้งเรื่องนี้
สำหรับฟางโหยวรั่วและเจียงชิงขุย พวกนางไม่มีข้อขัดข้องใดๆ ทว่าทางฝั่งหวังฮ่าวหรานกลับเริ่มรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าขึ้นมาตงิดๆ
ก่อนหน้านี้ เฟิ่งซวนซู่ ตั้นไท่เหยาเยว่ และหญิงสาวคนอื่นๆเคยคุยกับหวังฮ่าวหรานไว้ชัดเจนแล้ว ว่าพวกนางจะมาร่วมเป็นสักขีพยานในงานแต่งของเขากับฟางโหยวรั่ว
เนื่องจากสถานการณ์ของฟางโหยวรั่วนั้นค่อนข้างพิเศษ การที่หวังฮ่าวหรานต้องแต่งงานกับนางก่อน เฟิ่งซวนซู่ ตั้นไท่เหยาเยว่ และคนอื่นๆจึงเข้าใจและไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ
แต่สำหรับเจียงชิงขุยนั้นต่างออกไป...
หากเฟิ่งซวนซู่ ตั้นไท่เหยาเยว่ และสาวๆคนอื่นมารู้เข้า มีหวังได้หึงหวงและอิจฉาจนวุ่นวายกันพอดี
หลังจากครุ่นคิดอย่างหนัก ในที่สุดหวังฮ่าวหรานก็ผุดความคิดที่บ้าบิ่นขึ้นมา
ไม่ว่าจะมาก่อนหรือหลังก็คือคนรักของเขา จะลำเอียงรักใครมากกว่าใครก็คงไม่ดี ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ต้องจัดสรรให้เท่าเทียมกันทุกคน!
ในเมื่อแต่งหนึ่งคนก็คือแต่ง แต่งสองคนก็คือแต่ง... ถ้าอย่างนั้นก็แต่งรวบยอดทุกคนไปพร้อมกันเลยแล้วกัน!
เมื่อตัดสินใจได้แน่วแน่ หวังฮ่าวหรานก็นำความคิดอันกล้าหาญนี้ไปปรึกษากับหวังว่านหลี่
ฝ่ายหวังว่านหลี่นั้น แทบจะภาวนาให้หวังฮ่าวหรานกวาดต้อนสตรีทั้งใต้หล้ามาแต่งงานให้หมดเสียด้วยซ้ำ เพื่อที่ตระกูลหวังจะได้แผ่กิ่งก้านสาขามีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง ดังนั้น พอได้ยินความคิดของหวังฮ่าวหราน เขาก็สนับสนุนอย่างสุดตัว
เพียงแต่ว่า กำหนดการพิธีวิวาห์เดิมที่วางไว้คงต้องถูกเลื่อนออกไป
เพราะพิธีวิวาห์ที่รวมเจ้าสาวหลายคนพร้อมกัน ย่อมต้องมีขนาดงานที่ยิ่งใหญ่อลังการกว่าพิธีทั่วไปมากนัก สิ่งของที่ต้องจัดเตรียมก็มีมากมายก่ายกอง เวลาที่ต้องใช้ในการเตรียมงานก็ย่อมเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว
ด้วยกำหนดการเดิมที่กระชั้นชิดเกินไป จึงไม่มีทางจัดเตรียมทุกอย่างให้พร้อมสรรพได้ทันเวลาอย่างแน่นอน
*****