เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 734 ฉู่เทียนสิ้นชื่อ

บทที่ 734 ฉู่เทียนสิ้นชื่อ

บทที่ 734 ฉู่เทียนสิ้นชื่อ


เย่อู๋เหินมองดูท่าทีของจิซึรุ ชินอิจิด้วยความรู้สึกหลากหลาย

จิซึรุ ชินอิจิ ในฐานะยอดฝีมืออันดับสองแห่งทำเนียบสวรรค์ ไปที่ไหนย่อมมีแต่ผู้คนยำเกรง

หากไม่ได้เห็นกับตา เย่อู๋เหินคงไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะมีมุมที่ต่ำต้อยเจียมตัวได้ถึงเพียงนี้ เธอหันไปถามหวังฮ่าวหรานด้วยความประหลาดใจ

"คุณทำยังไงให้เธอยอมศิโรราบได้ขนาดนี้?"

"เธอกลัวพลังของผม" หวังฮ่าวหรานตอบ

เย่อู๋เหินรู้สึกว่าเหตุผลนี้ฟังดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือนัก

ผู้แข็งแกร่งย่อมมีศักดิ์ศรี เย่อู๋เหินไม่เชื่อว่าจิซึรุ ชินอิจิจะยอมสยบเพียงเพราะกลัวพลังอำนาจ

ความจริงแล้ว เหตุผลที่แท้จริงย่อมไม่ใช่แค่นั้น

ในพล็อตเรื่องเดิมของเย่ฟาน จิซึรุ ชินอิจิถูกวางบทให้เป็นสาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ ตัวละครนี้มีความปรารถนาลึกๆที่จะถูก 'ควบคุมและบงการ'

ด้วยการตั้งค่าตัวละครแบบนี้ การยอมเป็นสาวใช้ให้เย่ฟานจึงเป็นเรื่องสมเหตุสมผล

เพียงแต่ว่า... จนถึงตอนนี้เย่ฟานยังไม่เคยได้เจอเธอเลย

หวังฮ่าวหรานจึงฉวยโอกาสสวมรอย เข้ามาแทนที่ในฐานะ 'นายท่าน' ของเธอได้อย่างแนบเนียน

"แค่เธอกลัวพลังของคุณจริงๆเหรอ?" เย่อู๋เหินถามย้ำ

"หรืออาจจะเป็นเพราะเสน่ห์ของผมทำให้เธอหลงใหลจนยอมจำนนก็ได้มั้ง" หวังฮ่าวหรานยิ้มกริ่ม

เย่อู๋เหินอดขำไม่ได้

แต่ถ้าให้พูดตามตรง เธอคิดว่าเหตุผลหลังดูน่าเชื่อถือกว่ามากทีเดียว

"เธอเป็นคนต่างแดน ถ้าเกิดวันหนึ่งคิดทรยศขึ้นมา คุณจะทำยังไง?" เย่อู๋เหินถามด้วยความเป็นห่วง

"คุณวางใจเถอะ ผมไม่ได้โง่ขนาดนั้น ผมลงอาคมสะกดวิญญาณใส่เธอไว้แล้ว ถ้าเธอยังไม่อยากตาย ก็ไม่มีทางกล้าทำเรื่องที่ส่งผลร้ายต่อผมแน่นอน"

สิ่งที่เย่อู๋เหินกังวล หวังฮ่าวหรานคิดเผื่อไว้หมดแล้ว

นอกจากอาคมสะกดวิญญาณ ยังมีระดับค่าความประทับใจที่สูงลิ่ว จิซึรุ ชินอิจิจึงไม่มีทางคิดร้ายต่อเขาได้เลย

"ราตรีนี้สั้นนัก อย่ามัวคุยเรื่องเครียดๆเลย" หวังฮ่าวหรานตัดบท

เย่อู๋เหินได้ยินดังนั้นก็ไม่ถามต่อ ความคาดหวังและความตื่นเต้นที่เคยมีเริ่มกลับมาอีกครั้ง

ครั้งนี้ไม่มีใครมาขัดจังหวะแล้ว

ทุกอย่างจึงดำเนินไปตามธรรมชาติ...

......

เช้าวันรุ่งขึ้น

ดวงอาทิตย์ทอแสง

เย่อู๋เหินที่กำลังหลับสนิท ถูกปลุกด้วยเสียงเคาะประตู

"อู๋เหิน เจ้าอยู่ข้างในหรือเปล่า?" เสียงของอูสิงเทียนดังมาจากหน้าห้อง

เย่อู๋เหินมองออกไปนอกหน้าต่าง พบว่าสายมากแล้ว เธอรีบแต่งตัวแล้วไปเปิดประตู

"ทำไมตื่นสายขนาดนี้ล่ะ?" อูสิงเทียนถามด้วยความแปลกใจ

ปกติเย่อู๋เหินเป็นคนตื่นเช้าและมีวินัยมาก การตื่นสายจึงเป็นเรื่องผิดปกติวิสัย

"เมื่อคืน... ศิษย์เหนื่อยมาก เลยตื่นสายไปหน่อย" เย่อู๋เหินยืนขวางประตูไว้ ไม่ยอมให้อูสิงเทียนเข้ามา

อูสิงเทียนรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

เขาสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัวลูกศิษย์ เธอดูแปลกไปจากปกติ แต่บอกไม่ถูกว่าตรงไหน

แม้อูสิงเทียนจะผ่านโลกมามาก แต่เรื่องบางเรื่องเขาก็ไม่ได้เชี่ยวชาญ

ความเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆของหญิงสาว เป็นเรื่องที่เกินความเข้าใจของชายโสดอายุหลายร้อยปีอย่างเขา...

"ไปตามหวังฮ่าวหรานมาหน่อย อาจารย์มีเรื่องจะคุยกับเขา" อูสิงเทียนเลิกสงสัยแล้วเข้าเรื่องสำคัญ

เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของอาจารย์ เย่อู๋เหินจึงรีบถาม "เกิดอะไรขึ้นหรอคะ?"

"เมื่อคืนฉู่เทียนฟื้นขึ้นมาครั้งหนึ่ง ข้าได้คุยกับเขาจนรู้ชื่อแซ่และที่มา ตอนนั้นอาการเขาก็ดูดีขึ้นมาก แต่ไม่รู้ทำไม วันนี้อาการถึงทรุดหนักลงกะทันหัน ตอนนี้ถึงขั้นวิกฤตแล้ว" อูสิงเทียนอธิบายด้วยสีหน้ากังวล

"พลังของข้ายังอ่อนแอเกินไป ไม่สามารถช่วยรักษาเขาได้ เลยอยากจะถามหวังฮ่าวหรานว่าพอจะมีวิธีช่วยไหม"

"ฉู่เทียนกำลังจะตาย?!"

เสียงอุทานด้วยความตกใจดังมาจากในห้อง

เย่อู๋เหินหน้าแดงก่ำ

อูสิงเทียนอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะเข้าใจสถานการณ์ทันที

มิน่าล่ะ... เย่อู๋เหินถึงตื่นสายขนาดนี้...

"ท่านอาจารย์..." เย่อู๋เหินก้มหน้างุดเหมือนเด็กทำความผิด

แต่อูสิงเทียนไม่ได้มีท่าทีตำหนิ กลับดูพอใจด้วยซ้ำ

ด้วยกลัวว่าหวังฮ่าวหรานจะหนีหายไป การที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองก้าวหน้าไปเร็วขนาดนี้ เขายิ่งยินดี

"อ้าว ฮ่าวหรานก็อยู่ด้วยเหรอ ดีเลย อู๋เหินจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปตาม" อูสิงเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

หวังฮ่าวหรานเดินออกมาจากห้อง มาหยุดอยู่ที่หน้าประตู

"เมื่อกี้ผู้อาวุโสบอกว่าฉู่เทียนกำลังจะตายเหรอครับ?" หวังฮ่าวหรานถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

ตอนที่เขาไปขโมยกระบี่หงเหมิง เขาเห็นอาการของฉู่เทียนแล้ว

ตอนนั้นอูสิงเทียนรักษาจนอาการคงที่ ความเป็นไปได้ที่จะทรุดหนักมีน้อยมาก

"ใช่ ฉู่เทียนอายุยังน้อยแต่มีฝีมือขนาดนี้ ถ้าต้องมาตายไปก็น่าเสียดายแย่ แต่ข้าจนปัญญาแล้วจริงๆ เลยอยากลองถามเจ้าดูว่าพอจะช่วยเขาได้ไหม" อูสิงเทียนกล่าว

"ผู้อาวุโสล้อเล่นแล้ว ผมจะไปช่วยเขาได้ยังไงกันครับ" หวังฮ่าวหรานแบมือปฏิเสธ

"เจ้าถ่อมตัวเกินไปแล้ว ขนาดเจ้ามีพลังแค่ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ขั้นหกยังสามารถสังหารหกยอดฝีมือแห่งทำเนียบสวรรค์ได้ด้วยกระบี่เดียว แค่รักษาฉู่เทียน ข้าเชื่อว่าไม่เกินความสามารถของเจ้าแน่" อูสิงเทียนมั่นใจ

หวังฮ่าวหรานถึงกับพูดไม่ออก

เมื่อก่อนอูสิงเทียนเคยแอบดูถูกเขา แต่ตอนนี้ดันมาเชื่อมั่นในตัวเขาซะงั้น

ดูท่าฉาก 'หนึ่งกระบี่สังหารหกยอดฝีมือ' จะสร้างความประทับใจให้อูสิงเทียนไม่น้อย

แต่จะว่าไป อูสิงเทียนก็ยังประเมินหวังฮ่าวหรานต่ำไปอยู่ดี

หวังฮ่าวหรานไม่ได้ปฏิเสธทันที แต่บอกว่าจะลองไปดูอาการก่อน

ภายใต้การนำของอูสิงเทียน หวังฮ่าวหรานมาถึงห้องพักของฉู่เทียน

ฉู่เทียนนอนแน่นิ่งไม่ได้สติ

หวังฮ่าวหรานนั่งลงข้างเตียง จับชีพจรตรวจดู เพียงครู่เดียวก็พบสาเหตุ

พลังสะท้อนกลับของกระบี่หงเหมิงที่ตกค้างอยู่ในร่างกายปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

เดิมทีพลังพวกนี้ถูกอูสิงเทียนสะกดไว้จนสงบแล้ว

ตามหลักการแล้ว โอกาสที่จะกำเริบขึ้นมาอีกแทบจะเป็นศูนย์

กรณีของฉู่เทียน ต้องเรียกว่า 'ซวยซ้ำซวยซ้อน'

ดูเหมือนว่าหลังจากสูญเสียออร่าตัวเอก ไร้ซึ่งโชคชะตาคุ้มครอง ความซวยจึงถาโถมเข้าใส่ไม่ยั้ง

หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ... นี่คือผลกรรมจากการถูกโชคชะตาทอดทิ้ง

"พอจะรักษาได้ไหม?" อูสิงเทียนถาม

หวังฮ่าวหรานถอนหายใจแล้วส่ายหน้า

ความจริงเขารักษาได้ แต่เขาไม่อยากรักษา

ในฐานะศัตรู การที่เขาแค่แย่งกระบี่หงเหมิงมาโดยไม่ฆ่าฉู่เทียนให้ตายคามือ ก็นับว่าเมตตาปรานีมากแล้ว จะให้มาช่วยชีวิตอีก คงไม่ใช่เรื่อง

เขาไม่ใช่พ่อพระใจบุญขนาดนั้น

เห็นหวังฮ่าวหรานส่ายหน้า อูสิงเทียนก็ถอนหายใจยาว ไว้อาลัยให้ฉู่เทียนเงียบๆ

แต่ไม่นานเขาก็ปล่อยวาง

เขากับฉู่เทียนเป็นแค่คนแปลกหน้าที่บังเอิญเจอกัน ที่ช่วยไว้ตอนแรกก็เพราะหวังจะให้เป็นกำลังสำคัญของชาติ

แต่ตอนนี้มีหวังฮ่าวหรานอยู่แล้ว ความกังวลของอูสิงเทียนจึงหมดไป

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับอูสิงเทียนในตอนนี้ คือการเก็บตัวฝึกวิชาเพื่อทะลวงด่านยืดอายุขัย

......

อีกด้านหนึ่ง

หลังจากเย่ฟานเก็บตัวรักษาอาการบาดเจ็บจนดีขึ้น เขาก็ออกมาดูสถานการณ์ภายนอกตามสัญญาที่ให้ไว้กับอูสิงเทียน

แต่เมื่อได้รับข่าวเรื่องการตายของ 'หกยอดฝีมือแห่งทำเนียบสวรรค์' และเห็นรายชื่อทำเนียบสวรรค์ที่อัปเดตใหม่ คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันแน่น

*****

จบบทที่ บทที่ 734 ฉู่เทียนสิ้นชื่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว