เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 732 หนึ่งกระบี่สังหารสิ้น

บทที่ 732 หนึ่งกระบี่สังหารสิ้น

บทที่ 732 หนึ่งกระบี่สังหารสิ้น


อูสิงเทียนทอดสายตามองจิซึรุ ชินอิจิและพรรคพวก เขารู้ดีว่าคืนนี้คงยากที่จะจากไปแบบมีชีวิต แต่ในฐานะยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่ เขายังคงรักษาความสุขุมเยือกเย็นเอาไว้ได้

"ไม่เจอกันนาน สบายดีกันสินะ... หืม แต่ดูเหมือนจะขาดไปคนหนึ่ง ยางิว อิจิโร่หายไปไหนเสียล่ะ?" อูสิงเทียนกวาดตามองกลุ่มคนตรงหน้า แล้วแสร้งถามด้วยความสงสัย

คำถามนี้ จิซึรุ ชินอิจิและคนอื่นๆไม่มีใครตอบได้ และก็ไม่มีใครสนใจจะตอบด้วย

"อูสิงเทียน เวลาตายของเจ้ามาถึงแล้ว พวกเราตั้งใจมาส่งวิญญาณเจ้าโดยเฉพาะ" สมิธแสยะยิ้มเย็นชา

"น้ำใจไมตรีของทุกท่าน ข้าซาบซึ้งยิ่งนัก" อูสิงเทียนหัวเราะเบาๆ สายตาเลื่อนไปหยุดที่จิซึรุ ชินอิจิ "ยินดีกับเจ้าด้วย"

"ยินดีเรื่องอะไร?" จิซึรุ ชินอิจิถามอย่างไม่เข้าใจ

"หากข้าตายไป เจ้าก็จะได้ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งในทำเนียบสวรรค์ ในบรรดายอดฝีมือที่มีชื่อในทำเนียบ เชื่อว่าคงไม่มีใครต่อกรกับเจ้าได้" อูสิงเทียนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

สมิธและยอดฝีมือคนอื่นๆสบตากัน แววตาแต่ละคนฉายประกายบางอย่างที่ไม่อาจอ่านได้ออกมา

"ข้ารู้ว่าชาวจีนมีคำเรียกขานคนว่า 'นักหว่านความขัดแย้ง' ดูเหมือนคำนี้จะเหมาะกับเจ้าในตอนนี้มาก" จิซึรุ ชินอิจิกล่าวเสียงเรียบ

"เจ้ารู้ลึกซึ้งถึงวัฒนธรรมชาวเหยียนขนาดนี้ ไม่ทราบว่าสนใจจะเป็นสะใภ้ชาวจีนบ้างไหม? หากเจ้ายินดี ข้าพอจะแนะนำหนุ่มดีๆให้ได้นะ" อูสิงเทียนชวนคุยอย่างสบายอารมณ์ ราวกับคุยเล่นเรื่องสัพเพเหระ ไม่มีความตึงเครียดของการเผชิญหน้าศัตรูแม้แต่น้อย

"อูสิงเทียน อย่ามัวถ่วงเวลาเลย วันนี้ไม่มีใครช่วยเจ้าได้หรอก" นักบวชจากอินเดียกล่าวตัดบท

"เลิกคุยไร้สาระได้แล้ว รีบลงมือให้จบๆไปเถอะ" สมิธเร่งเร้า

แม้พวกเขาจะมั่นใจในฝีมือตัวเอง แต่ที่นี่คือถิ่นของชาวจีน หากชักช้าอาจเกิดเหตุไม่คาดฝัน การรีบกำจัดอูสิงเทียนให้เร็วที่สุดจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

"ท่านจิซึรุ ข้ากับท่านร่วมมือกันจัดการอูสิงเทียน ส่วนคนที่เหลือไปจัดการพวกกองทัพมังกรเพลิง ตกลงตามนี้ไหม?" สมิธหันไปถามจิซึรุ ชินอิจิ

สมิธ, จิซึรุ ชินอิจิ และอูสิงเทียน ต่างก็อยู่ในขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ขั้นสิบขึ้นไป ความแตกต่างอยู่ที่ระดับขั้นย่อยเท่านั้น

หากเป็นช่วงที่อูสิงเทียนมีกำลังเต็มร้อย ต่อให้สมิธกับจิซึรุ ชินอิจิร่วมมือกัน ก็ยังไม่อาจเทียบได้

แต่ในยามที่อูสิงเทียนอ่อนแอเช่นนี้ ลำพังแค่สมิธกับจิซึรุ ชินอิจิสองคน ย่อมเกินพอที่จะจัดการเขาได้แล้ว

ส่วนอีกสี่คนที่เหลือ ต่างก็มีพลังขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ขั้นห้าถึงสิบ การจัดการเย่อู๋เหินและกองทัพมังกรเพลิงจึงเป็นเรื่องง่ายดาย

ไม่ว่ามองจากมุมไหน นี่ก็คือการบดขยี้ฝ่ายเดียวชัดๆ

แต่จิซึรุ ชินอิจิกลับรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี ลางสังหรณ์บางอย่างเตือนว่ามีเรื่องผิดปกติ นางจึงไม่ได้ตอบรับทันที

คนอื่นๆต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับแผนของสมิธ

"ท่านจิซึรุ?" สมิธเรียกซ้ำเมื่อเห็นนางนิ่งเงียบ

"ข้าไม่ขัดข้อง" แม้จะกังวล แต่ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ นางจำต้องพยักหน้าตกลง

อีกอย่าง คำพูดของอูสิงเทียนแม้จะเป็นการยุแยงให้แตกคอกัน แต่ก็เป็นความจริง

หากอูสิงเทียนตาย ย่อมไม่มีใครในทำเนียบสวรรค์จะต่อกรกับนางได้

ในฐานะยอดฝีมือ ตำแหน่งอันดับหนึ่งย่อมเป็นที่ปรารถนา

จิซึรุ ชินอิจิเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

เมื่อตกลงกันได้ ยอดฝีมือทั้งหกก็ระเบิดพลังวิญญาณอันมหาศาลออกมา ราวกับเทพเจ้าจุติลงมายังโลกมนุษย์

ทุกคนในที่นั้น ยกเว้นอูสิงเทียน ต่างรู้สึกหายใจติดขัดด้วยแรงกดดันอันมหาศาล

ทั้งหกคนนี้คือยอดฝีมือระดับสูงสุดของแต่ละประเทศ เฉกเช่นเดียวกับอูสิงเทียนของประเทศจีน

การรวมพลังกันของพวกเขา สร้างแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวจนผู้คนสั่นสะท้าน

ในสายตาคนธรรมดา พวกเขาไม่ต่างจากเทพเจ้าเลยจริงๆ

แต่ในขณะที่ทั้งหกกำลังจะลงมือ จู่ๆก็มีวัตถุบางอย่างพุ่งแหวกอากาศลงมา ปักลงที่พื้นเบื้องหน้าพวกเขา

ทั้งหกชะงักไปพร้อมกัน สายตาจับจ้องไปยังวัตถุนั้น...

มันคือดาบยาวสามชุ่นเล่มหนึ่ง

พร้อมกันนั้น หวังฮ่าวหรานก็ก้าวเดินออกมาจากฝูงชนฝั่งกองทัพมังกรเพลิง

"เห็นแก่ที่พวกคุณฝึกฝนกันมาอย่างยากลำบาก ผมขอเตือนให้กลับใจเสียเถิด มิฉะนั้นวันนี้คงต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่" หวังฮ่าวหรานเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

รูปลักษณ์และกิริยาท่าทางที่สง่างามดุจเซียนจากสวรรค์ ทำให้ทั้งหกคนถึงกับตะลึงงันไปชั่วขณะ

โดยเฉพาะจิซึรุ ชินอิจิ ที่หัวใจเต้นระรัวอย่างรุนแรง

[ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์ดวงดีสุดขีด พบเจอนางรอง 'จิซึรุ ชินอิจิ' เป็นครั้งแรก ออร่ามหาเสน่ห์ขั้นเทพทำงาน กระตุ้นเอฟเฟกต์ระดับ 1 'พลีกายถวายชีวิต']

[ติ๊ง! นางรองจิซึรุ ชินอิจิ ค่าความประทับใจที่มีต่อโฮสต์เพิ่มขึ้นเป็น 80 (ความรักอันลึกซึ้ง)]

หวังฮ่าวหรานได้รับแจ้งเตือนสองครั้งซ้อน แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉย

ก่อนหน้านี้เขาอยู่ในร่างยางิว อิจิโร่ จึงไม่เข้าเงื่อนไขการทำงานของออร่า

ตอนนี้มาในร่างจริง เงื่อนไขครบถ้วน ออร่าจึงทำงานเต็มประสิทธิภาพ แถมยังดวงดีขั้นสุดอีกด้วย

ทุกคนในที่นั้นต่างตกอยู่ในความงุนงง

สมิธได้สติก่อนใครเพื่อน เขาจ้องมองหวังฮ่าวหรานด้วยความอิจฉาริษยาในความหล่อเหลา แล้วพูดอย่างเหยียดหยามว่า

"แค่ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ขั้นหก ยังกล้ามาปากดี?"

"พวกคุณมีเวลาคิดหนึ่งวินาที" หวังฮ่าวหรานกล่าวเสียงเรียบ

ตอนนี้เขากำลังสวมบทบาทแทนที่ฉู่เทียนและเย่ฟานในการเผชิญหน้ากับศัตรู ตามพล็อตแล้ว สมิธและพรรคพวกต้องพูดจาดูถูกเหยียดหยามเป็นธรรมดา

แต่หวังฮ่าวหรานไม่มีอารมณ์จะฟังพวกมันพล่าม

"ข้าขอถอนตัว" จิซึรุ ชินอิจิโพล่งขึ้นมาหลังจากครุ่นคิดเพียงชั่ววูบ

นางรู้สึกว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำมาตั้งแต่ต้น พอได้เห็นหน้าหวังฮ่าวหราน จิตสังหารก็มลายหายไปจนหมดสิ้น ซ้ำยังกลัวว่าสมิธจะทำร้ายเขาเสียอีก จึงตัดสินใจถอนตัวทันทีที่ได้ยินคำเตือน

"ท่านจิซึรุ?!" สมิธและคนอื่นๆร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ

"คุณฉลาดมาก แต่น่าเสียดายที่มันเกินหนึ่งวินาทีแล้ว" หวังฮ่าวหรานกล่าวเรียบๆ

สมิธกำลังจะอ้าปากเถียง

อูสิงเทียนและเย่อู๋เหินที่อยู่ด้านหลังก็ทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง

ทว่าหวังฮ่าวหรานไม่รอช้า เขายื่นมือออกไปในอากาศทำท่าคว้าจับ ดาบยาวที่ปักอยู่บนพื้นก็พุ่งเข้าหามือในพริบตา

ดาบเล่มนั้นดูธรรมดาสามัญไร้ซึ่งความพิเศษ

หวังฮ่าวหรานเพียงแค่วาดดาบออกไปในอากาศเบาๆ หันไปทางกลุ่มของสมิธ

แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกลับน่าสยดสยองยิ่ง

ร่างของหกยอดฝีมือจากต่างแดนระเบิดออกเป็นหมอกเลือดในทันที ล้มลงสิ้นใจโดยไม่มีโอกาสได้ร้องขอชีวิต

ทั่วทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบสงัด จนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มตก

หวังฮ่าวหรานสะบัดมือเบาๆ ดาบเล่มนั้นก็พุ่งกลับไปปักลงที่พื้นดังเดิม แล้วเขาก็เดินจากไปอย่างสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ดาบเล่มนั้นเป็นเพียงดาบธรรมดาที่ทหารใช้ฝึกซ้อม ไม่ได้ลับคมด้วยซ้ำ

"เจตน์กระบี่... มันคือเจตน์กระบี่!"

อูสิงเทียนที่ได้สติกลับมา อุทานด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด

หวังฮ่าวหรานใช้พลังเพียงขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ขั้นหก ไม่ใช่เพราะประมาท แต่มันเกินพอแล้วจริงๆ

หลังจากได้กระบี่หงเหมิงมา เขาก็เริ่มทำการหลอมรวมทันที

ความคืบหน้าในการหลอมรวมกระบี่หงเหมิงขึ้นอยู่กับระดับพลัง

หวังฮ่าวหรานที่อยู่ขอบเขตแก่นทองคำหลอมรวมได้เร็วกว่าฉู่เทียนมาก ตอนนี้ทะลุ 10% ไปแล้ว

เมื่อการหลอมรวมถึง 10% หวังฮ่าวหรานก็ได้รับประโยชน์มหาศาล

'เจตน์กระบี่' นี้คือสิ่งที่เขาตระหนักรู้ได้จากการหลอมรวมกระบี่หงเหมิง

แม้จะใช้พลังเพียงขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ขั้นหกเป็นตัวขับเคลื่อน แต่เมื่อผนวกกับเจตน์กระบี่ อานุภาพของมันจึงน่าสะพรึงกลัวยิ่ง

อย่าว่าแต่สมิธและพวกเลย ต่อให้อูสิงเทียนในสภาพสมบูรณ์พร้อม ก็ยังไม่อาจต้านทานกระบี่นี้ได้

เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ เย่อู๋เหินย่อมมีภารกิจล้นมือ หวังฮ่าวหรานรู้ดีว่าเธอคงไม่ว่างมาหาเขาคืนนี้แน่ จึงกลับไปที่บ้านของมู่หนานจือ

กลางดึกคืนนั้น เย่อู๋เหินส่งข้อความมาถามหวังฮ่าวหรานว่าเขามีฉายาเต๋าหรือไม่

แวบแรกหวังฮ่าวหรานอยากตอบกวนๆว่า 'รื่อเทียน[1]' แต่กลัวจะดูตลกไปหน่อย เลยตอบไปว่า 'จี๋เทียน'

คำว่า 'จี๋เทียน' นี้ เขาเอามาจากชื่อของจักรพรรดิมารจี๋เทียน

......

เช้าวันรุ่งขึ้น

หวังฮ่าวหรานตื่นขึ้นมาท่ามกลางมู่หนานจือและเปี่ยนซูเหวินในอ้อมแขน พร้อมกับข่าวใหญ่จากองค์กรไป๋เสี่ยวเซิงอันลึกลับ

ประกาศอัปเดตทำเนียบสวรรค์ใหม่ล่าสุด

อันดับ 1: หวังจี๋เทียน

อันดับ 2: เย่ซวนเทียน

อันดับ 3: ฉู่เทียน

อันดับ 4: อูสิงเทียน

อันดับ 5: ยางิว อิจิโร่

อันดับ 6: หลงเฉียนซาน

หลังจากอันดับหกลงไป... ว่างเปล่า!

จิซึรุ ชินอิจิ สมิธ และคนอื่นๆหายสาบสูญไปจากรายชื่อ

ผู้คนที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางต่างพากันงุนงงสงสัย

แต่ไม่นานหลังจากทำเนียบสวรรค์อัปเดต ไป๋เสี่ยวเซิงก็ปล่อยข่าวใหญ่ตามมาติดๆ

"หวังจี๋เทียน กระบี่เดียวสังหารหมู่ต่างแดน! หกเซียนสิ้นชื่อ!"

ข่าวนี้สร้างความตกตะลึงให้กับทั้งโลก!

*****

[1] รื่อเทียน (日天) ใช้ในเชิงคำแสลง แปลว่า ยิ่งใหญ่ระดับสวรรค์,โคตรเทพ

จบบทที่ บทที่ 732 หนึ่งกระบี่สังหารสิ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว