- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 730 พายุลูกใหญ่กำลังก่อตัว
บทที่ 730 พายุลูกใหญ่กำลังก่อตัว
บทที่ 730 พายุลูกใหญ่กำลังก่อตัว
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของอูสิงเทียน หวังฮ่าวหรานก็พอจะเดาความคิดของอีกฝ่ายได้คร่าวๆ
ในสายตาของอูสิงเทียน ระดับพลังขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ขั้นหกนั้นช่างน้อยนิดเกินกว่าจะรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ไหว
แต่ในมุมมองของหวังฮ่าวหราน ระดับพลังแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
เขาไม่เคยมีนิสัยเปิดเผยไพ่ตายทั้งหมด การที่เขาจงใจเผยพลังให้เห็นเพียงขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ขั้นหก เพราะมั่นใจว่าแค่นี้ก็คุมสถานการณ์ได้อยู่หมัด
อีกอย่าง หวังฮ่าวหรานเคยพบกับพวกต่างแดนเหล่านั้นมาแล้ว จึงรู้ถึงความแข็งแกร่งของพวกมันดี
เพียงแต่อูสิงเทียนไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยเรื่อง 'การต่อสู้ข้ามขั้น' จึงมองว่าพลังระดับนี้ไม่คณามือศัตรู
เรื่องนี้ หวังฮ่าวหรานคร้านจะอธิบายให้มากความ
เมื่อเห็นอูสิงเทียนมีท่าทีเช่นนั้น เขาจึงเตรียมตัวจะลาไปพร้อมกับเย่อู๋เหิน เพื่อให้ผู้เฒ่าได้พักผ่อน
เย่อู๋เหินเองก็มองออกว่าอาจารย์กำลังผิดหวัง เธอยังไม่ยอมขยับไปไหน ด้วยความอยากให้อาจารย์สบายใจ จึงกัดฟันพูดโกหกคำโตออกไปว่า
"ท่านอาจารย์ อย่าเพิ่งตัดสินเขาแค่ระดับพลังที่เห็นสิคะ พลังต่อสู้ที่แท้จริงของเขาน่ะ ร้ายกาจกว่าระดับพลังที่แสดงออกมามากนัก"
พูดจบ เย่อู๋เหินเองยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อคำพูดตัวเองเท่าไหร่
ไม่ต้องพูดถึงคนอื่น แค่จิซึรุ ชินอิจิ อันดับสองแห่งทำเนียบสวรรค์ก็มีพลังขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ขั้นสิบสามเข้าไปแล้ว
ลำพังหวังฮ่าวหรานที่มีพลังแค่ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ขั้นหก หากต้องดวลเดี่ยวกับนาง คงพ่ายแพ้ไม่เป็นท่า ไม่ต้องพูดถึงพวกต่างแดนคนอื่นๆที่จะเข้ามารุมล้อมเลย
"อาจารย์เชื่อเจ้า" อูสิงเทียนยิ้มอย่างอ่อนโยน
เขาเองก็รู้ตัวว่าเมื่อครู่เผลอแสดงอาการผิดหวังออกนอกหน้าเกินไป
ไม่ว่าหวังฮ่าวหรานจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน แต่การที่เขายอมเสี่ยงชีวิตเพื่อประเทศชาติ ก็นับเป็นเรื่องที่น่ายกย่องแล้ว
อูสิงเทียนหันไปมองหวังฮ่าวหราน แล้วส่งยิ้มเมตตาให้
"อายุยังน้อย แต่กลับมีพลังถึงขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ขั้นหกแล้ว ในบรรดาอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่ข้าเคยพบเจอมา เจ้านับเป็นอันดับสามที่ยอดเยี่ยมที่สุด ไม่แปลกใจเลยที่อู๋เหินจะมอบใจให้เจ้า" น้ำเสียงของอูสิงเทียนเต็มไปด้วยความชื่นชม
หากตัดเรื่องวิกฤตต่างแดนออกไป อูสิงเทียนก็ค่อนข้างพอใจในตัวหวังฮ่าวหราน คิดว่าอีกฝ่ายคู่ควรกับศิษย์รักอย่างเย่อู๋เหินแล้ว
แน่นอนว่า 'สองอันดับแรก' ที่อูสิงเทียนกล่าวถึง ย่อมหมายถึงฉู่เทียนและเย่ซวนเทียน
หวังฮ่าวหรานจับใจความแฝงนั้นได้ แต่ไม่ได้แก้ต่างอะไร เพียงแค่ยิ้มรับอย่างมีเลศนัย "ขอบคุณผู้อาวุโสที่ชมเชยครับ"
หลังจากพูดคุยกันอีกเล็กน้อย หวังฮ่าวหรานและเย่อู๋เหินก็ขอตัวออกมา เพื่อให้อูสิงเทียนได้พักผ่อน
เย่อู๋เหินและหวังฮ่าวหรานเดินเคียงคู่กันไปในฐานทัพของกองทัพมังกรเพลิง
ทหารที่เดินผ่านไปมาต่างมองดูทั้งคู่แล้วก็พอจะเดาความสัมพันธ์ได้
ปกติเย่อู๋เหินไม่เคยเดินเคียงข้างกับผู้ชายคนใดมาก่อน ภาพนี้จึงบอกอะไรได้หลายอย่าง
แต่สิ่งที่ทหารเหล่านั้นแสดงออกคือความชื่นชมยินดี พวกเขาต่างคิดว่าทั้งสองเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก จึงได้แต่อวยพรในใจ ไม่มีใครเข้ามาหาเรื่องหวังฮ่าวหรานแม้แต่คนเดียว
แน่นอนว่าเพราะเขาไม่ใช่ตัวเอก พล็อตเรื่องประเภท 'โดนดูถูก-โดนหาเรื่อง-แล้วตบหน้ากลับ' จึงไม่เกิดขึ้นกับเขา
ขณะเดิน เย่อู๋เหินก้มหน้าเล็กน้อย สีหน้าดูครุ่นคิดเหมือนมีเรื่องในใจ
เมื่อเดินมาถึงจุดที่ปลอดคน จู่ๆเย่อู๋เหินก็เอ่ยขึ้นว่า
"ถ้าเกิด... ถ้าเกิดพวกต่างแดนบุกมาจริงๆ แล้วสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต คุณอย่าฝืนสู้นะคะ ถ้าหนีได้ต้องรีบหนีไปทันที"
"ผมดูเป็นคนขี้ขลาดขนาดนั้นเลยเหรอ?" หวังฮ่าวหรานถามกลั้วหัวเราะ
เย่อู๋เหินส่ายหน้า "คุณยังมีหนานจือ ซูเหวิน แล้วก็คุณฉินฮวาเมิ่งรออยู่ ถ้าคุณเป็นอะไรไป พวกเธอจะอยู่ยังไง?"
"แล้วคุณล่ะ?" หวังฮ่าวหรานย้อนถาม
"ฉันเป็นผู้นำกองทัพมังกรเพลิง หน้าที่ของฉันคืออยู่และตายไปพร้อมกับประเทศชาติ" น้ำเสียงของเย่อู๋เหินเด็ดเดี่ยวแน่วแน่
"คุณคิดว่าระหว่างหนานจือ ซูเหวิน ฮวาเมิ่ง กับคุณ... ผมแคร์ใครมากกว่ากัน?" หวังฮ่าวหรานถามคำถามที่ชวนปวดหัวขึ้นมาดื้อๆ
"ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะคะ" เย่อู๋เหินส่ายหน้า
"ทุกคนสำคัญเท่ากันหมด ไม่ว่าใครตกอยู่ในอันตราย ผมก็ไม่มีวันทิ้งใครไว้ข้างหลังเพื่อเอาตัวรอดคนเดียว ถ้าวันนั้นพวกต่างแดนบุกมา แล้วคุณต้องตาย... นั่นหมายความว่าพวกมันข้ามศพผมไปแล้ว" หวังฮ่าวหรานกล่าวช้าๆอย่างหนักแน่น
ได้ยินดังนั้น เย่อู๋เหินก็ชะงักไป ความซาบซึ้งใจเอ่อล้นจนกลั้นไม่อยู่ เธอโผเข้ากอดหวังฮ่าวหรานแน่น
[ติ๊ง! นางรองเย่อู๋เหิน ความประทับใจที่มีต่อโฮสต์เพิ่มขึ้น 10 แต้ม ปัจจุบันอยู่ที่ 90 (รักชั่วนิรันดร์)]
"แค่ได้ยินคำนี้... ต่อให้ต้องตายตอนนี้ ฉันก็ไม่เสียดายชีวิตแล้ว" เย่อู๋เหินกล่าวอย่างอ่อนโยน
"ไม่หรอกครับ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ผมคงเสียใจแย่" หวังฮ่าวหรานถอนหายใจ
"ทำไมล่ะคะ?" เย่อู๋เหินเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างสงสัย
หวังฮ่าวหรานกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูเธอ ใบหน้าของเย่อู๋เหินค่อยๆแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆ แววตาสั่นระริก
"ไม่ใช่แค่คุณหรอก... ฉัน... ฉันเองก็คงเสียดายเหมือนกัน" เย่อู๋เหินพูดเสียงแผ่ว หน้าแดงจนลามไปถึงใบหู
"ไม่ต้องเสียดายหรอกครับ ในเมื่อพวกต่างแดนยังไม่บุกมา เรามาชดเชยความเสียดายนี้ล่วงหน้ากันดีไหม?" หวังฮ่าวหรานเสนอ
พอเข้าเรื่องแบบนี้ แม่ทัพหญิงผู้เกรียงไกรก็กลายเป็นสาวน้อยขี้อายไปในทันที
หลังจากลังเลอยู่ครู่ใหญ่ เย่อู๋เหินก็ตอบเสียงเบาหวิวราวยุงบิน "แล้วแต่คุณเลยค่ะ... ว่าจะทำเมื่อไหร่"
"ฤกษ์งามยามดีไหนสู้วันนี้ไม่ได้" หวังฮ่าวหรานตอบ
เย่อู๋เหินพยักหน้า "งั้น... คืนนี้คุณมาหาฉันนะ"
"ไม่ต้องรอถึงคืนนี้หรอก ตอนนี้เลยดีกว่า" หวังฮ่าวหรานรุกคืบ
"นี่มันยังกลางวันแสกๆอยู่เลยนะคะ!" เย่อู๋เหินอุทานด้วยความตกใจ
"พวกต่างแดนจ้องจะเล่นงานเราอยู่ ช้าไปแค่นาทีเดียวอาจเกิดสถานการณ์ไม่คาดฝันได้ ยิ่งเร็วยิ่งดีครับ" หวังฮ่าวหรานหว่านล้อม
"ก็ไม่ได้ช้าขนาดนั้นสักหน่อย แค่รอถึงคืนนี้เอง คงไม่บังเอิญเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอกมั้งคะ" เย่อู๋เหินแย้ง
'บังเอิญจริงๆนั่นแหละ เพราะไอ้พวกนั้นมันนัดกันบุกคืนนี้พอดีน่ะสิ' หวังฮ่าวหรานบ่นพึมพำในใจ แต่เรื่องนี้บอกเย่อู๋เหินไม่ได้เด็ดขาด
ขืนบอกไป ก็ต้องเล่าเรื่องที่เขาปลอมตัวเป็นยางิว อิจิโร่ด้วย
ถ้าเย่อู๋เหินรู้ อูสิงเทียนก็ต้องรู้
ตอนที่ฉู่เทียนสู้กับเย่ฟาน อูสิงเทียนถูกล่อออกไปเพราะกลิ่นอายของยางิว อิจิโร่
ถ้าความแตก เรื่องก็จะแดงขึ้นมาว่าทั้งหมดนี้เป็นแผนการของเขา
ถึงจะเป็นตัวร้าย แต่หวังฮ่าวหรานก็ยังอยากรักษาภาพลักษณ์ชายหนุ่มผู้แสนดีเอาไว้
เรื่องสกปรกพวกนี้ ให้มันอยู่ในเงามืดต่อไปดีกว่า
และสาเหตุที่เขาจงใจเปิดเผยพลังแค่ขอบเขตรวมปราณ ก็เพื่อไม่ให้อูสิงเทียนสงสัย
หากเขาแสดงพลังขอบเขตสร้างรากฐาน หรือขอบเขตแก่นทองคำออกมา อูสิงเทียนอาจจะเอะใจได้ว่า ยางิว อิจิโร่ที่ล่อเขาออกไปวันนั้นคือตัวปลอม
เพราะยางิว อิจิโร่ตัวจริงนั้นอ่อนที่สุดในกลุ่มยอดฝีมือ
ด้วยระดับพลังของอูสิงเทียน หากเจอเบาะแสแล้วไล่ตามทันที ยางิว อิจิโร่ตัวจริงไม่มีทางหนีพ้นเงื้อมมือไปได้
ตอนที่อูสิงเทียนกลับมามือเปล่า เขายังทำหน้าสงสัยไม่หาย
หวังฮ่าวหรานที่แอบดูอยู่เห็นสีหน้าของอูสิงเทียนชัดเจน
อูสิงเทียนเริ่มระแคะระคายเรื่องที่ยางิว อิจิโร่หนีรอดไปได้แล้ว
ดังนั้น หวังฮ่าวหรานจึงต้องระวังตัวแจ ไม่ให้เผลอหลุดพิรุธใดๆออกไปให้อูสิงเทียนจับได้
*****