- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 726 ตาข่ายดักปลา
บทที่ 726 ตาข่ายดักปลา
บทที่ 726 ตาข่ายดักปลา
เมื่อเห็นสีหน้าของเย่อู๋เหิน หวังฮ่าวหรานก็พอจะเดาความคิดของเธอได้
"อันที่จริง ตั้งแต่ต้นจนจบ ผมไม่เคยกลัวเย่ซวนเทียนเลย ไม่ว่าเขาจะบาดเจ็บหรือไม่ ก็ไม่มีผลอะไรกับผมทั้งนั้น" หวังฮ่าวหรานเอ่ยขึ้น
เย่อู๋เหินเพิ่งประจักษ์แก่สายตาตัวเองถึงความน่าสะพรึงกลัวของการต่อสู้เมื่อครู่ จึงมีความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเย่ซวนเทียน
เมื่อได้ยินคำพูดโอ้อวดของหวังฮ่าวหราน เธอจึงคิดว่าเขาคงพูดเพื่อรักษาหน้าตัวเองเท่านั้น
หรืออีกความเป็นไปได้หนึ่งคือ หวังฮ่าวหรานอาจจะไม่รู้ว่าตอนนี้เย่ซวนเทียนแข็งแกร่งขนาดไหน จึงได้มีความมั่นใจผิดๆเช่นนี้
เย่อู๋เหินไม่ได้โต้ตอบอะไร เพียงแค่ฝืนยิ้มบางๆ แสร้งทำเป็นเชื่อในสิ่งที่เขาพูด
"คุณไม่ต้องกังวลไปหรอก เรื่องของพวกต่างแดน ผมจะจัดการเอง รับรองว่าจะไม่ปล่อยให้พวกมันสร้างปัญหาแน่นอน" หวังฮ่าวหรานกล่าวย้ำอีกครั้ง
"อื้ม แต่คุณเองก็ต้องระวังตัวด้วยนะ อย่าฝืนทำอะไรเกินตัว" เย่อู๋เหินเตือนด้วยความเป็นห่วง
หวังฮ่าวหรานเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ประดับประดาด้วยหมู่ดาวและดวงจันทร์ ราวกับกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศ ก่อนจะหันมาเอ่ยชวนกะทันหัน
"พอจะมีเวลาว่างไหม เราไปเดินเล่นด้วยกันเถอะ"
"ฉัน..." เย่อู๋เหินตั้งท่าจะปฏิเสธ เพราะอาจารย์เพิ่งสั่งกำชับให้ปิดข่าว ตอนนี้งานล้นมือจนแทบไม่มีเวลาหายใจ
แต่เมื่อฉุกคิดได้ว่า นานทีปีหนหวังฮ่าวหรานจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากชวน โอกาสดีๆแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ ขืนปฏิเสธไป เขาอาจจะไม่สนใจเธออีกเลยก็ได้
"ได้ค่ะ แต่ขอเวลาสักครู่นะ เดี๋ยวฉันขอสั่งงานลูกน้องก่อน" เย่อู๋เหินหาทางออกที่ลงตัว
แม้จะต้องควบคุมข่าวสาร แต่เรื่องพวกนี้เธอไม่จำเป็นต้องลงมือทำเองทั้งหมด แค่สั่งการลูกน้อง แล้วตัวเองคอยดูภาพรวมอยู่ห่างๆก็ไม่มีปัญหาอะไร
หวังฮ่าวหรานพยักหน้ารับ
เย่อู๋เหินรีบไปสั่งการลูกน้องอย่างรวดเร็ว เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจก็รีบกลับมาหาหวังฮ่าวหรานทันที
ทั้งสองเดินเคียงคู่กันไปตามทางเดินเล็กๆท่ามกลางแสงจันทร์สลัว
หัวใจของเย่อู๋เหินเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและความประหม่า จนลืมหาเรื่องคุย ทำให้ตลอดทางเต็มไปด้วยความเงียบงัน
การที่หวังฮ่าวหรานชวนเธอมาเดินเล่นสองต่อสองแบบนี้ อดไม่ได้ที่จะทำให้เธอคิดเข้าข้างตัวเองไปไกล
"ตรงนี้ไม่มีคนแล้ว สะดวกคุยธุระสำคัญได้สักที" เมื่อเดินมาถึงจุดที่เงียบสงบ หวังฮ่าวหรานก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นก่อน
เย่อู๋เหินชะงัก "คุณมีธุระสำคัญจะคุยกับฉันหรอคะ?"
"ใช่ เมื่อกี้คนเยอะเกินไป ไม่ค่อยสะดวกคุย ผมเลยต้องหาข้ออ้างพาคุณออกมา" หวังฮ่าวหรานอธิบาย
เย่อู๋เหินแอบผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วถามด้วยความจริงจัง "คุณมีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันหรอคะ?"
"พูดไปก็น่าละอาย..." หวังฮ่าวหรานถอนหายใจยาว ก่อนจะกล่าวต่อ "แม้รอบกายผมจะมีหญิงงามมากมาย ทว่าตั้งแต่ได้พบกับคุณเย่เป็นครั้งแรก ผมก็ไม่อาจลืมเลือนคุณได้เลย การที่ผมพาซูเหวินและหนานจือมาเมืองหลวงครั้งนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะตั้งใจจะมาหาคุณ"
"ผมรู้ว่าอาจจะดูเสียมารยาท แต่ผมก็ยังอยากจะถาม... คุณเย่เต็มใจที่จะใช้ตลอดชีวิตที่เหลือร่วมกับผมไหม?"
เย่อู๋เหินที่กำลังตั้งใจรอฟัง 'ธุระสำคัญ' ถึงกับตะลึงงันเมื่อได้ยินคำสารภาพรักที่ไม่คาดฝันนี้
"นี่คือ... ธุระสำคัญที่คุณว่า?" เย่อู๋เหินถามเสียงหลง
"เรื่องความสุขชั่วชีวิตไม่ใช่ธุระสำคัญหรอครับ?" หวังฮ่าวหรานย้อนถาม
"มันเป็นเรื่องสำคัญของชีวิตจริงๆ แต่มันเกี่ยวข้องกับความรู้สึกส่วนตัวด้วย... ตอนนี้บ้านเมืองกำลังวิกฤต ฉัน..." เย่อู๋เหินอึกอัก ไม่สามารถพูดจนจบประโยค
"ต้องขออภัยที่ผมล่วงเกิน ในเมื่อคุณเย่ยังไม่พร้อมจะพูดเรื่องความรักในตอนนี้ ก็ถือซะว่าผมไม่เคยพูดอะไรแล้วกัน" หวังฮ่าวหรานตีหน้าเศร้า
"จากนี้ไป ผมจะตัดใจ และมองคุณเย่เป็นเพียงเพื่อนคนหนึ่ง จะไม่คิดเกินเลยให้คุณต้องลำบากใจอีก"
ได้ยินดังนั้น เย่อู๋เหินก็ร้อนรน รีบพูดสวนขึ้นมา "พูดออกมาแล้ว จะให้ทำเหมือนไม่เคยพูดได้ยังไงคะ?"
"คุณเย่หมายความว่ายังไง?" หวังฮ่าวหรานแกล้งถาม
"ความจริงแล้ว... ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน ฉันตกหลุมรักคุณตั้งแต่แรกเห็น พอกลับมาเมืองหลวงก็เฝ้าคิดถึงแต่คุณ ถึงขั้นตัดสินใจแล้วว่า... ชาตินี้ถ้าไม่ได้แต่งงานกับคุณ ฉันก็จะไม่ขอแต่งงานกับใครอีก" เย่อู๋เหินก้มหน้าสารภาพเสียงแผ่วด้วยความเขินอาย
หวังฮ่าวหรานเชยคางเธอขึ้นให้สบตา ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ด้วยแววตาเปี่ยมรัก
เหตุผลบอกเย่อู๋เหินว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลามาพร่ำเพ้อเรื่องความรัก แต่หัวใจกลับเรียกร้องรุนแรงจนเธอไม่อาจต้านทาน เย่อู๋เหินหลับตาลงอย่างจำยอม ปล่อยกายปล่อยใจไปกับรสสัมผัส
เนิ่นนานกว่าทั้งสองจะผละออกจากกัน
ใบหน้าของเย่อู๋เหินแดงระเรื่อ ในใจเปี่ยมไปด้วยความหวานล้ำ แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดอยู่ลึกๆ
ด้วยสถานะผู้พิทักษ์ของชาติ ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เธอไม่ควรเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปน แต่ความรู้สึกผิดนั้นไม่อาจหักห้ามความปรารถนาที่มีต่อเขาได้
หวังฮ่าวหรานและเย่อู๋เหินเดินเล่นชมจันทร์กันต่ออีกพักใหญ่ แลกเปลี่ยนความหวานซึ้งกันเป็นระยะ
จนกระทั่งดึกสงัด หวังฮ่าวหรานจึงแยกทางกับเย่อู๋เหิน
แต่เขาไม่ได้กลับไปที่บ้านของมู่หนานจือ
หวังฮ่าวหรานแปลงกายเป็นยางิว อิจิโร่ อาศัยความทรงจำที่ขโมยมา มุ่งหน้าไปยังจุดนัดพบของพวกต่างแดนนอกเมืองหลวง และส่งสัญญาณลับออกไป
หวังฮ่าวหรานรออยู่ที่จุดนัดพบได้ไม่นาน ก่อนจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังที่กำลังมุ่งหน้าเข้ามา แต่เขายังคงทำท่าทีสงบนิ่ง ไม่แสดงพิรุธใดๆ
เพราะด้วยระดับฝีมือของยางิว อิจิโร่ ไม่ควรจะจับสัมผัสได้เร็วขนาดนี้
ทันใดนั้น ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไป
สาวงามสุดเซ็กซี่จำนวนมากปรากฏขึ้น รายล้อมรอบตัวเขาด้วยท่วงท่าเย้ายวนชวนฝัน และพากันรุมล้อมเข้ามานัวเนีย
กิเลสบางอย่างในใจหวังฮ่าวหรานถูกปลุกกระตุ้นขึ้นมาวูบหนึ่ง
เขารู้ดีว่านี่คือภาพลวงตา
แต่ในเมื่อต้องสวมบทบาทเป็นไอ้หื่นกามยางิว อิจิโร่ เขาจึงต้องแกล้งทำเป็นหลงใหลไปกับภาพมายาเหล่านั้น
ในจังหวะที่ยางิว อิจิโร่ตัวปลอมกำลังจะ 'ลงมือ' ภาพมายาทั้งหมดก็อันตรธานหายไปในพริบตา
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงงามผู้แสนเย้ายวนเดินนวยนาดเข้ามาในห้อง
"ท่านจิซึรุ ท่านไม่จำเป็นต้องเล่นตลกกับข้าแบบนี้ทุกครั้งก็ได้กระมัง?" หวังฮ่าวหรานจัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่ แล้วบ่นอุบเป็นภาษาญี่ปุ่นด้วยท่าทีหงุดหงิดใส่ผู้มาใหม่
หญิงผู้นี้คือจิซึรุ ชินอิจิ ยอดฝีมืออันดับสองแห่งทำเนียบสวรรค์ ผู้มีสถานะและพลังเหนือกว่ายางิว อิจิโร่ อันดับแปดอยู่หลายขุม
"เมื่อกี้เจ้าก็ดูเพลิดเพลินดีไม่ใช่หรือ?" จิซึรุ ชินอิจิยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย "ผู้ชาย... ก็สันดานเหมือนกันหมด"
หวังฮ่าวหรานสบถด่าบรรพบุรุษอีกฝ่ายในใจ แต่ปากกลับฉีกยิ้มประจบประแจง
"ท่านจิซึรุพูดถูกแล้วขอรับ"
หลังจากจิซึรุ ชินอิจิมาถึง ยอดฝีมือต่างแดนคนอื่นๆก็ทยอยมาสมทบ
รวมจิซึรุ ชินอิจิและยางิว อิจิโร่แล้วมีทั้งหมดเจ็ดคน ล้วนเป็นยอดฝีมือสิบอันดับแรกของทำเนียบสวรรค์ทั้งสิ้น
ขาดไปเพียงแค่อันดับหนึ่งอูสิงเทียน อันดับเก้าหลงเฉียนซาน และอันดับสิบเย่ซวนเทียน นอกนั้นมากันครบองค์ประชุม
"ยางิว อิจิโร่ เจ้าส่งสัญญาณฉุกเฉินเรียกพวกข้ามา มีเรื่องสำคัญอะไร? ถ้าเป็นเรื่องไร้สาระล่ะก็ ข้าจะบิดคอเจ้าให้หลุดจากบ่าซะ" ยอดฝีมือจากอเมริกาที่มีสายเลือดมนุษย์หมาป่าคำรามขู่
หวังฮ่าวหรานต้องสะกดกลั้นความอยากจะตบไอ้ฝรั่งผิวขาวนี่ให้คว่ำ แล้วตอบกลับไปว่า
"ข้าได้ข้อมูลสำคัญบางอย่างมา"
"เจ้าเนี่ยนะไปสืบข่าว? ข้าว่าไปหาผู้หญิงมากกว่า" มนุษย์หมาป่ามองอย่างดูแคลน เพราะรู้กิตติศัพท์ความหื่นของยางิว อิจิโร่ดี
"แน่นอนว่าข้าไปหาผู้หญิงมา" หวังฮ่าวหรานตอบหน้าตาย
เหล่ายอดฝีมือ รวมถึงจิซึรุ ชินอิจิต่างมองยางิว อิจิโร่ด้วยสายตาเหยียดหยาม
"แต่ผู้หญิงคนนั้นชื่อ... เย่อู๋เหิน" หวังฮ่าวหรานแสยะยิ้มชั่วร้าย
หน้าตาของยางิว อิจิโร่เดิมทีก็ดูเจ้าเล่ห์เพทุบายอยู่แล้ว พอยิ้มแบบนี้ยิ่งดูชั่วช้าสามานย์เข้าไปใหญ่
ได้ยินชื่อ 'เย่อู๋เหิน' เหล่ายอดฝีมือต่างชะงักไปตามๆกัน
หวังฮ่าวหรานรีบขยายความ "ข้ารวบหัวรวบหางเย่อู๋เหินได้แล้ว และหลอกให้นางไปวางยาพิษอูสิงเทียน ถึงพิษจะฆ่าตาแก่นั่นไม่ได้ แต่จะทำให้พลังของมันลดฮวบลงอย่างแน่นอน"
"พวกเราจะแฝงตัวเข้าไปในเมืองหลวงพร้อมกัน รอจังหวะที่เย่อู๋เหินลงมือสำเร็จ บุกเข้าไปล้อมสังหารอูสิงเทียนซะ"
"หากสิ้นอูสิงเทียนแล้ว เรื่องหลังจากนั้น... คงไม่ต้องให้ข้าพูดต่อนะ?"
*****