- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 722 แผนซ้อนแผน
บทที่ 722 แผนซ้อนแผน
บทที่ 722 แผนซ้อนแผน
"โปรดอย่าเข้าใจผิด ข้าไม่ได้มีเจตนาร้ายจริงๆ" ฉู่เทียนรีบแก้ตัว
"พวกเราจะทานข้าวกันแล้ว กรุณาออกไปด้วย" หวังฮ่าวหรานออกปากไล่อย่างไม่ไยดี
เมื่อเห็นท่าทีแข็งกร้าวของ 'ผู้หญิง' ตรงหน้า ฉู่เทียนก็ได้แต่ถอนหายใจและยอมถอยออกมาโดยดี ไม่ได้เซ้าซี้ต่อ
แต่ในใจเขากลับวางแผนจะคอยแอบตามดูพวกเธออยู่เงียบๆ เผื่อเกิดเหตุร้ายขึ้น เขาจะได้ยื่นมือเข้าช่วยอย่างทันท่วงที
หวังฮ่าวหรานพอจะเดาความคิดของฉู่เทียนได้ทะลุปรุโปร่ง
ระหว่างรับประทานอาหาร เขาก็เริ่มขบคิดแผนการรับมือ
ฉู่เทียนมีพลังอยู่ที่ขอบเขตรวมปราณขั้นเก้า แต่ด้วยความช่วยเหลือจากกระบี่หงเหมิงที่เปรียบเสมือนสูตรโกง พลังต่อสู้ที่แท้จริงของเขาน่าจะเทียบเท่ากับขอบเขตสร้างรากฐานได้สบายๆ
หวังฮ่าวหรานประเมินว่า ฉู่เทียนน่าจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานขั้นห้าได้เลยทีเดียว
นั่นหมายความว่า เขามีระดับความเก่งกาจพอๆกับเย่ฟาน
พลังต่อสู้ที่แท้จริงของทั้งคู่อยู่ในระดับที่สามารถรับมือกับอูสิงเทียน อันดับหนึ่งแห่งทำเนียบสวรรค์ได้อย่างสูสี ไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น
หากไม่มีตัวแปรอื่น และพล็อตเรื่องของทั้งสองคนไม่มาชนกันเอง ศึกปะทะต่างแดนครั้งนี้ ทั้งคู่คงได้โชว์เทพกันอย่างเต็มที่แน่นอน
แต่น่าเสียดายที่โลกนี้ไม่มีคำว่า 'ถ้า'
เพราะหวังฮ่าวหรานคือตัวแปรที่ใหญ่ที่สุด
กระบี่หงเหมิงของฉู่เทียนนั้น หวังฮ่าวหรานจำเป็นต้องชิงมาให้ได้ แต่เขายังไม่รีบร้อน
เมื่อประเมินแล้วว่าพลังของฉู่เทียนใกล้เคียงกับเย่ฟาน จู่ๆหวังฮ่าวหรานก็ปิ๊งไอเดียสุดบรรเจิดขึ้นมา
นั่นคือ... เสี้ยมให้ฉู่เทียนกับเย่ฟานเปิดศึกซัดกันเองให้ตายไปข้างหนึ่ง
ส่วนวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ผู้ชายสองคนบาดหมางกันก็คือเรื่อง 'ผู้หญิง'
เย่ฟานรักเดียวใจเดียวกับฟางโหยวรั่ว หากจะยั่วโมโหเย่ฟาน ก็ต้องเล่นงานที่ฟางโหยวรั่วเท่านั้น
แต่ตอนนี้ฟางโหยวรั่วอยู่ไกลถึงฉงโจว การจะเรียกเธอมาเพื่อเป็นชนวนศึกดูจะเป็นเรื่องยุ่งยากเกินไป
อีกอย่าง เย่ฟานเป็นตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ คงไม่หลงกลง่ายๆ
หวังฮ่าวหรานจึงล้มเลิกความคิดที่จะเริ่มจากฝั่งเย่ฟาน และหันมาเล็งที่จุดอ่อนอย่างฉู่เทียนแทน
ฉู่เทียนเป็นตัวเอกสาย 'โดนถอนหมั้น'
ตัวเอกแนวนี้มักจะเลือดร้อน และพร้อมจะ 'ระเบิดโทสะเพื่อหญิงงาม' ได้ง่ายกว่ามาก
และที่เหมาะเจาะที่สุดคือ ตอนนี้มีเจียงหยุนเอ๋อร์อยู่ตรงหน้า ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีที่จะจุดไฟโทสะของฉู่เทียนได้
หวังฮ่าวหรานรับประทานอาหารไปพลาง วางแผนการอย่างละเอียดไปพลาง
หลังมื้ออาหาร หวังฮ่าวหรานตามเจียงหยุนเอ๋อร์กลับไปที่ห้องพักในโรงแรม
เมื่อตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่มีใครแอบฟัง หวังฮ่าวหรานก็เอ่ยกับเจียงหยุนเอ๋อร์ว่า
"น้ามีเซอร์ไพรส์จะให้ดู แต่ไม่ว่าหยุนเอ๋อร์จะเห็นอะไร อย่ากรี๊ดหรือเสียงดังเด็ดขาดนะ ต้องตั้งสติให้ดี เข้าใจไหม?"
เจียงหยุนเอ๋อร์มองอย่างสงสัย แต่ก็พยักหน้ารับด้วยความอยากรู้อยากเห็น "น้ามีเซอร์ไพรส์อะไรหรอคะ?"
"ดูให้ดีนะ"
สิ้นเสียง หวังฮ่าวหรานก็คืนร่างกลับเป็นชายหนุ่มรูปงามตามเดิม
ปฏิกิริยาแรกของเจียงหยุนเอ๋อร์คือความตกใจสุดขีด
เธอเติบโตมาในโลกปกติ กรอบความคิดของเธอจึงยึดติดอยู่กับความเป็นจริงทางโลก ภาพที่เห็นตรงหน้าจึงสั่นคลอนโลกทัศน์ของเธอจนแทบพังทลาย
แต่โชคดีที่หวังฮ่าวหรานเตือนสติไว้ก่อน แม้จะตกใจแต่เธอก็ยังพอคุมสติได้ ไม่กรี๊ดออกมา
"ตะ...ตกลงคุณเป็นใครกันแน่?" เจียงหยุนเอ๋อร์สับสนจนแยกแยะไม่ออก
"แน่นอนว่าเป็นแฟนคุณ..." หวังฮ่าวหราน ‘แนะนำตัว’ กับเจียงหยุนเอ๋อร์อีกครั้งด้วยเรื่องราวที่แต่งขึ้น ซึ่งก็เป็นชุดเดิมที่ใช้พูดกับสาวๆคนอื่น
เจียงหยุนเอ๋อร์อึ้งไปพักใหญ่ แต่เธอไม่สงสัยในคำพูดของหวังฮ่าวหรานเลยแม้แต่น้อย
ความตกใจจางหายไป แทนที่ด้วยความดีใจที่ได้พบหน้าชายคนรักอีกครั้ง
ความคิดถึงที่อัดอั้นมานานทำให้เธอโผเข้ากอดหวังฮ่าวหรานแน่น
หลังจากกอดกันจนหายคิดถึง เจียงหยุนเอ๋อร์ก็ถามขึ้นว่า
"แล้วน้าของฉันล่ะคะ? ทำไมคุณถึงต้องปลอมตัวเป็นเขาด้วย?"
"มีคนคิดไม่ซื่อกับคุณ ผมเลยต้องปลอมตัวเป็นน้าคุณเพื่อคอยปกป้อง น้าคุณปลอดภัยดีครับ ตอนนี้อยู่ในที่ที่ปลอดภัย ผมจะพาไปดู"
พูดจบ หวังฮ่าวหรานก็พาเจียงหยุนเอ๋อร์เข้าไปในเจดีย์เบิกนภา
น้าสาวของเจียงหยุนเอ๋อร์กำลังนอนหลับอย่างสงบอยู่ภายในหอคอย
"ผมไม่อยากให้คนอื่นรู้ตัวตนที่แท้จริง เรื่องนี้อย่าเพิ่งบอกน้าคุณนะ" หวังฮ่าวหรานกำชับ
"อื้ม เข้าใจแล้วค่ะ" เจียงหยุนเอ๋อร์พยักหน้าอย่างว่าง่าย ก่อนจะถามต่อ "ว่าแต่... ใครกันคะที่คิดไม่ซื่อกับฉัน?"
"คนที่เข้ามาทักพวกเราตอนจะกินข้าวนั่นแหละ" หวังฮ่าวหรานใส่ร้ายป้ายสีฉู่เทียนทันที
"อ๋อ... หมอนั่นเอง แต่มีคุณอยู่ด้วย ฉันไม่กลัวหรอกค่ะ" เจียงหยุนเอ๋อรฺยิ้มหวาน
"แน่นอน ผมจะปกป้องคุณเอง ไม่ให้ใครมาทำอันตรายคุณได้แม้แต่ปลายเล็บ แต่หมอนั่นกล้ามาวางแผนสกปรกกับคุณ เราจะปล่อยไปเฉยๆไม่ได้ ผมมีวิธีจัดการมัน แต่ต้องให้คุณช่วยร่วมมือหน่อย"
"ว่ามาเลยค่ะ ฉันยินดีทำทุกอย่าง" เจียงหยุนเอ๋อร์ตอบรับอย่างจริงจัง
"หมอนั่นจ้างนักแสดงมาคนหนึ่ง กะจะเล่นละครฉาก 'วีรบุรุษช่วยสาวงาม' ต่อหน้าคุณ เพื่อหวังให้คุณประทับใจ แต่คุณไม่ต้องไปเปิดโปงเขานะ ถึงตอนนั้นให้คุณ..." หวังฮ่าวหรานเริ่มแจกแจงแผนการ
เมื่อเตี๊ยมกันเสร็จ หวังฮ่าวหรานก็พาเจียงหยุนเอ๋อร์ออกจากเจดีย์เบิกนภา
......
ช่วงบ่ายสองโมง เจียงหยุนเอ๋อร์เดินทางไปฝึกซ้อมหมากล้อมที่ศูนย์ฝึก AI ตามกำหนดการเดิม
หวังฮ่าวหรานในคราบน้าสาวก็นั่งรถไปด้วย พร้อมกับบอดี้การ์ดอีกจำนวนหนึ่ง
ตกเย็น ทั้งคณะก็เดินทางออกจากศูนย์ฝึกเพื่อกลับโรงแรม
ขณะที่ขบวนรถขับผ่านถนนสายเปลี่ยวที่ไร้แสงไฟส่องสว่าง จู่ๆก็พบก้อนหินขนาดใหญ่มาขวางทางอยู่กลางถนน
รถจำต้องหยุดลง
บอดี้การ์ดหลายคนลงจากรถเพื่อจะไปยกหินออก
ทันใดนั้น ยางิว อิจิโร่ที่ซุ่มรออยู่ก็ปรากฏตัวขึ้นราวกับภูตผี เขาจัดการฟาดบอดี้การ์ดจนสลบเหมือดไปอย่างรวดเร็ว
จากนั้นเขาก็เดินตรงดิ่งมายังรถที่หวังฮ่าวหรานและเจียงหยุนเอ๋อร์นั่งอยู่
หวังฮ่าวหรานและเจียงหยุนเอ๋อร์เปิดประตูลงจากรถทำท่าจะวิ่งหนี
ยางิว อิจิโร่ใช้วิชาจี้สกัดจุดจากระยะไกล ตรึงร่างของทั้งสองไว้กับที่
"กะ...แกเป็นใคร?!"
ทั้งหวังฮ่าวหรานและเจียงหยุนเอ๋อร์ต่างแสร้งทำหน้าตื่นตระหนกสุดขีด
"ข้าคือคนที่จะมามอบความสุขให้พวกเจ้าไงล่ะ" ยางิว อิจิโร่แสยะยิ้มหื่นกระหาย สายตาโลมเลียสลับไปมาระหว่าง 'คุณน้าทรงเสน่ห์' กับ 'สาวน้อยวัยใส' ก่อนจะยื่นมือมาลูบแก้ม 'คุณน้า' อย่างถือวิสาสะ
หวังฮ่าวหรานต้องข่มใจอย่างหนักไม่ให้เผลอตบไอ้เวรนี่ตายคามือ พร้อมกับด่าทอฉู่เทียนในใจ
ไอ้ฉู่เทียนมันแอบดูอยู่แท้ๆ แต่ลีลาชักช้าไม่ยอมโผล่หัวออกมาสักที
"ที่นี่เมืองหลวงนะ อย่าทำอะไรบ้าๆ!" หวังฮ่าวหรานได้แต่แกล้งทำเป็นกลัวจนตัวสั่น
ยิ่งได้ยินเสียงร้องห้าม ยางิว อิจิโร่กลับยิ่งได้ใจ มันยื่นมือทำท่าจะกระชากเสื้อผ้า ‘หญิงสาว’ ตรงหน้า
ในจังหวะนั้นเอง ฉู่เทียนถึงได้ค่อยๆเดินออกมาจากเงามืดอย่างใจเย็น
ยางิว อิจิโร่ชะงักมือที่กำลังจะแตะต้องหวังฮ่าวหราน แล้วหดกลับทันที
"กล้ามาขัดความสุขของข้า อยากตายรึไง?!" ยางิว อิจิโร่ตวาดถามด้วยสายตาอำมหิต
"ข้าไม่มีงานอดิเรกอื่นนอกจากชอบแส่เรื่องชาวบ้านน่ะสิ" ฉู่เทียนหัวเราะเบาๆอย่างกวนประสาท
*****