- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 720 รอจับกระต่าย
บทที่ 720 รอจับกระต่าย
บทที่ 720 รอจับกระต่าย
ทันทีที่ได้ยินข้อมูล หวังฮ่าวหรานก็ฟันธงได้ทันทีว่าจิซึรุ ชินอิจิ และยางิว อิจิโร่ นั้นต้องมีบทบาทสำคัญอย่างแน่นอน
เหตุผลน่ะหรือ? ง่ายนิดเดียว
ในพล็อตเรื่องที่เกี่ยวกับคนต่างแดน ตัวร้ายจากญี่ปุ่นมักจะเป็นตัวเรียกแขก ดึงดูดความเกลียดชังได้ดีที่สุดเสมอ เหตุผลเบื้องหลังนั้นทุกคนคงรู้กันดีอยู่แล้ว
ดังนั้น ทั้งจิซึรุ ชินอิจิ และยางิว อิจิโร่ ย่อมต้องมีฉากปะทะคารมหรือลงไม้ลงมือกับตัวเอกอย่างดุเดือดแน่นอน
หวังฮ่าวหรานจัดให้สองคนจากญี่ปุ่นนี้เป็นเป้าหมายสำคัญทันที เขาหันไปถามเย่อู๋เหินต่อว่า
"ช่วยบอกข้อมูลทั้งหมดที่คุณรู้เกี่ยวกับจิซึรุ ชินอิจิ และยางิว อิจิโร่ มาให้ผมฟังหน่อย"
"จิซึรุ ชินอิจิผู้นี้เป็นหญิงงามที่แฝงด้วยความชั่วร้าย ว่ากันว่าเธอมักมากในกาม ยั่วยวนผู้ชายไม่เลือกหน้า และเชี่ยวชาญการใช้เสน่ห์ล่อลวงบุรุษ ถ้าคุณเจอเธอ ต้องระวังตัวให้ดี อย่าได้เผลอไผลไปกับมารยาของเธอเด็ดขาด" เย่อู๋เหินกำชับด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะกล่าวต่อ
"ส่วนยางิว อิจิโร่นั้นเป็นพวกวิปริตขั้นรุนแรง ชอบทรมานผู้หญิง มีหญิงสาวตกเป็นเหยื่อสังเวยความบ้าคลั่งของมันนับไม่ถ้วน เรียกได้ว่าเป็นคนชั่วช้าสารเลวโดยสมบูรณ์"
หวังฮ่าวหรานฟังแล้วก็เริ่มวิเคราะห์ในใจ
เขาคาดการณ์ไว้แล้วว่าในเมืองหลวงตอนนี้มีตัวเอกอยู่สองคน นอกจากเย่ฟานแล้ว ยังมีอีกคนหนึ่ง
จิซึรุ ชินอิจิ น่าจะเป็นตัวละครที่เตรียมไว้สำหรับเย่ฟานโดยเฉพาะ
ส่วนคำอธิบายของเย่อู๋เหินเกี่ยวกับจิซึรุ ชินอิจิ เขาคิดว่ามันน่าจะไม่ตรงกับความเป็นจริง
ถึงแม้พล็อตเรื่องของเย่ฟานจะเป็นแนวรักเดียวใจเดียว แต่สาวใช้ที่เป็นตัวประกอบหญิงก็คงมีไม่น้อย จิซึรุ ชินอิจิอาจจะเป็นหนึ่งในนั้น
เย่ฟานเป็นพวกถือตัวมาก หากจิซึรุ ชินอิจิเป็นผู้หญิงสำส่อนจริง เธอคงไม่มีคุณสมบัติพอที่จะมาเป็นสาวใช้ของเย่ฟาน
ดังนั้น จิซึรุ ชินอิจิอาจจะมีชื่อเสียงไม่ดี แต่ตัวจริงคงยังบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่
ส่วนความชั่วช้าของยางิว อิจิโร่ น่าจะเป็นเรื่องจริงแท้แน่นอน
ไอ้พวกหื่นกามวิปริตแบบนี้ มักจะมีบทให้ยื่นมือสกปรกไปแตะต้องนางเอก แล้วตัวเอกก็จะโผล่มาตบหน้าสั่งสอน
พูดง่ายๆคือ ยางิว อิจิโร่น่าจะเป็นบันไดให้ตัวเอกอีกคนเหยียบขึ้นไปโชว์เทพนั่นเอง
ในเมืองหลวงตอนนี้ นางเอกที่หวังฮ่าวหรานรู้จักมีอยู่สามคน คือมู่หนานจือ เปี่ยนซูเหวิน และเจียงหยุนเอ๋อร์
เมื่อเทียบกันแล้ว หวังฮ่าวหรานคิดว่าเจียงหยุนเอ๋อร์ที่เดินทางมาไกลจากต่างแดนมีโอกาสตกเป็นเป้าหมายมากที่สุด
นั่นหมายความว่า ขอแค่เขาจับตาดูเจียงหยุนเอ๋อร์ไว้ ก็จะได้เจอกับยางิว อิจิโร่แน่นอน
หวังฮ่าวหรานตั้งใจจะแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มยอดฝีมือต่างแดนอยู่แล้ว
ระหว่างจิซึรุ ชินอิจิกับยางิว อิจิโร่ เขาจะเลือกใครก็ได้ ปัญหาคือจะเลือกใครดี?
เย่ฟานเป็นพวกหนุ่มซิง สนใจแค่ฟางโหยวรั่วคนเดียว ต่อให้จิซึรุ ชินอิจิพลาดท่าเสียทีให้เย่ฟาน ก็คงไม่โดนทำอะไร
แต่หวังฮ่าวหรานมีสกิล 'ออร่าเสน่ห์ขั้นสูง' การจะจัดการตัวประกอบหญิงอย่างจิซึรุ ชินอิจิถือเป็นเรื่องง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ
ดังนั้น ทางฝั่งจิซึรุ ชินอิจิ เขาไม่ต้องกังวลอะไรเลย
แต่ทางฝั่งยางิว อิจิโร่นั้นต่างออกไป ถ้าเขาไม่เข้าไปขัดขวาง ตัวเอกอีกคนต้องโผล่มาเล่นบทฮีโร่ช่วยสาวงามแน่นอน
หลังจากเปรียบเทียบดูแล้ว หวังฮ่าวหรานจึงตัดสินใจเลือกยางิว อิจิโร่เป็นเป้าหมาย
การจะแฝงตัวให้แนบเนียนที่สุด ก็คือการปลอมตัวเป็นหนึ่งในพวกมัน
ยางิว อิจิโร่เป็นผู้ชาย ส่วนจิซึรุ ชินอิจิเป็นผู้หญิง ผู้ชายปลอมเป็นผู้ชายย่อมดูเป็นธรรมชาติกว่า
แถมยางิว อิจิโร่ยังเป็นกุญแจสำคัญที่จะล่อให้ตัวเอกอีกคนเผยตัวออกมา
หวังฮ่าวหรานอยากรู้เต็มแก่แล้วว่าตัวเอกอีกคนนั้นเป็นใครกันแน่
เมื่อตกลงกันเสร็จสรรพ เย่อู๋เหินก็ขอตัวลากลับไป
หวังฮ่าวหรานมองส่งเธอจนลับสายตา จากนั้นก็เริ่มกางม่านพลังป้องกันไว้รอบคฤหาสน์ของมู่หนานจือ เพื่อป้องกันไม่ให้คนนอกบุกรุกเข้ามาได้
หากมีใครคิดจะโจมตีม่านพลัง หวังฮ่าวหรานจะรู้ตัวทันที
เขากำชับเปี่ยนซูเหวินและมู่หนานจือว่าห้ามออกไปไหนเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของพวกเธอ
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย หวังฮ่าวหรานก็ออกจากคฤหาสน์ มุ่งหน้าไปสืบหาที่พักของเจียงหยุนเอ๋อร์
สาเหตุที่เขาไม่โทรถามเจียงหยุนเอ๋อร์ไปตรงๆว่าพักที่ไหน ก็เพราะกลัวว่าจะไปกระทบกับเนื้อเรื่องเดิม ทำให้ฉากฮีโร่ช่วยสาวงามที่ปูมาให้ตัวเอกต้องล่มไป
เพราะถ้าเขาถาม เจียงหยุนเอ๋อร์อาจจะเปลี่ยนแผนกระทันหัน เช่นรีบมาหาเขาโดยทิ้งทุกอย่างไว้ก่อน
ถ้าเนื้อเรื่องเปลี่ยน ยางิว อิจิโร่ที่ควรจะโผล่มาก็อาจจะไม่โผล่มาตามนัด
ดังนั้น หวังฮ่าวหรานจึงตัดสินใจปิดบังเจียงหยุนเอ๋อร์ไว้ก่อน แล้วแอบไปหาเธอเงียบๆ
ในฐานะเซียนหมากล้อมอันดับหนึ่งของเกาหลี การเคลื่อนไหวของเจียงหยุนเอ๋อร์ย่อมเป็นที่จับตามอง การสืบหาที่พักของเธอจึงง่ายดายยิ่ง
หวังฮ่าวหรานเช็กข่าวจากสื่อออนไลน์เพียงไม่กี่นาที ก็รู้ว่าเธอพักอยู่ที่โรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่ง
เมื่อรู้พิกัดแน่ชัด หวังฮ่าวหรานก็ลอบเข้าไปในโรงแรม ใช้ตาทิพย์กวาดหาจนเจอห้องพักของเจียงหยุนเอ๋อร์
จากนั้นเขาก็หาจังหวะจัดการน้าสาวที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวของเจียงหยุนเอ๋อร์ ทำให้สลบแล้วใช้วิชาค้นความทรงจำเพื่อป้องกันความผิดพลาดในการกระทำ แล้วนำร่างไปซ่อนไว้ ก่อนจะแปลงโฉมเป็นน้าสาวของเจียงหยุนเอ๋อร์อย่างแนบเนียน
เมื่อเข้าสู่ขอบเขตแก่นทองคำ หวังฮ่าวหรานสามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาได้ดั่งใจนึก ภายนอกดูเหมือนต้นฉบับทุกระเบียดนิ้ว
มีเพียงผู้บำเพ็ญเพียรที่มีระดับพลังสูงกว่าเขามากๆเท่านั้นถึงจะมองออก
วิชานี้เหนือชั้นกว่าวิชาแปลงโฉมของจิซึรุ ชินอิจิและยางิว อิจิโร่อย่างเทียบไม่ติด
หลังจากเจียงหยุนเอ๋อร์พักผ่อนในห้องได้สักพัก ก็ถึงเวลาอาหารเย็น เธอจึงชวน 'น้าสาว' ออกไปทานข้าว
หวังฮ่าวหรานที่ต้องมาปลอมเป็นผู้หญิงรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง แต่โชคดีที่น้าสาวของเจียงหยุนเอ๋อร์เป็นผู้หญิงธรรมดาๆ กิริยาท่าทางไม่ได้มีอะไรพิเศษมากนัก จึงเลียนแบบได้ไม่ยาก
เจียงหยุนเอ๋อร์เดินเคียงคู่กับหวังฮ่าวหราน โดยมีบอดี้การ์ดเดินตามหลังเป็นพรวน มุ่งหน้าไปยังห้องอาหารของโรงแรม
ระหว่างเดิน หวังฮ่าวหรานแอบชำเลืองมองเจียงหยุนเอ๋อร์อยู่บ่อยครั้ง
ไม่ได้เจอกันนาน รูปร่างของเจียงหยุนเอ๋อร์ดูดีขึ้นกว่าตอนอยู่ชิงหลิงมาก ส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน ไร้ไขมันส่วนเกิน
จากความทรงจำของน้าสาว หวังฮ่าวหรานรู้ว่าพอกลับไปเกาหลี เจียงหยุนเอ๋อร์ก็ขยันออกกำลังกายฟิตหุ่นอย่างหนัก
ผลลัพธ์ที่ได้คือหุ่นที่สุดยอดแบบนี้นี่เอง
แถมความยืดหยุ่นของร่างกายก็น่าทึ่งขึ้นด้วย
ในความทรงจำยังบอกอีกว่า เวลาซ้อมหมากล้อมกับ AI เจียงหยุนเอ๋อร์มักจะฝึกฉีกขาร้อยแปดสิบองศาเพิ่มความยืดหยุ่นไปด้วยเสมอ
นอกจากนี้ เจียงหยุนเอ๋อร์ยังใส่ใจเรื่องการแต่งตัวแต่งหน้ามากขึ้น
เสื้อผ้าหน้าผมจัดเต็ม ไม่เหมือนตอนอยู่ชิงหลิงที่เน้นลุคสบายๆ
ตอนนี้เธอดูมีเสน่ห์เย้ายวนใจขึ้นเป็นกอง
เมื่อรู้สึกว่าถูก 'น้าสาว' จ้องมองแปลกๆ เจียงหยุนเอ๋อร์จึงเอ่ยถามด้วยภาษาเกาหลี
หวังฮ่าวหรานที่มีความทรงจำของน้าสาวอยู่ย่อมฟังรู้เรื่อง แต่เขายังไม่ค่อยชินปาก จึงแกล้งบอกไปว่า
"เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม มาถึงประเทศจีนแล้ว พูดภาษาที่นี่เถอะ"
"คุณน้า ทำไมมองฉันแบบนั้นล่ะคะ?" เจียงหยุนเอ๋อร์เปลี่ยนมาพูดภาษาจีนและถามซ้ำ
"น้าแค่รู้สึกว่าช่วงนี้หยุนเอ๋อร์ดูสวยขึ้นผิดหูผิดตาเลย" หวังฮ่าวหรานชม
"น้าอย่าล้อฉันเล่นสิคะ" เจียงหยุนเอ๋อร์พูดอย่างเขินอาย
"มีแฟนแล้วมันดีอย่างนี้เองสินะ" หวังฮ่าวหรานยังคงแซวต่อ
ความเปลี่ยนแปลงของเจียงหยุนเอ๋อร์ น้าสาวตัวจริงก็สังเกตเห็นและเคยถามไถ่ไปแล้ว
เจียงหยุนเอ๋อร์ยอมรับว่ามีแฟน แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นใคร
น้าสาวของเธอเป็นคนหัวสมัยใหม่ หรือจะบอกว่าวัฒนธรรมบ้านเขาค่อนข้างเปิดกว้างเรื่องพวกนี้ จึงไม่ได้คัดค้านอะไร
เพราะสำหรับเจียงหยุนเอ๋อร์ที่เพิ่งจะมามีความรักตอนอายุสิบแปด ถือว่าช้ากว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันมากโข
พอโดนแซวเรื่องแฟน เจียงหยุนเอ๋อร์ก็หน้าแดงก่ำ
เธอมีเพื่อนสาวที่เชี่ยวชาญเรื่องความรักอยู่หลายคน
พอกลับเกาหลี เธอก็ไปปรึกษาเพื่อนๆว่าจะทำยังไงให้แฟนหนุ่มชอบเธอมากขึ้น
พวกเพื่อนๆก็แนะนำเทคนิคของผู้ใหญ่ให้ฟัง
ตอนแรกเจียงหยุนเอ๋อร์ก็ไม่กล้าทำ แต่เพราะแคร์ใครบางคนมาก เลยยอมลงทุนเปลี่ยนแปลงตัวเอง
แต่เรื่องพวกนี้ เจียงหยุนเอ๋อร์ไม่กล้าเล่าให้น้าสาวฟังหรอก น่าอายจะตาย
หวังฮ่าวหรานเห็นท่าทางเขินอายของเจียงหยุนเอ๋อร์ก็นึกสนุก อยากจะแกล้งต่ออีกหน่อย
แต่ทันใดนั้น เขาก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังวิญญาณที่แผ่วเบาแต่ไม่ธรรมดาจากบริเวณใกล้เคียง
เขาละสายตาจากเจียงหยุนเอ๋อร์ กวาดตามองไปรอบๆ และพบต้นตอของพลังนั้นอย่างรวดเร็ว
"อ้าว... เป็นไอ้หมอนี่เองสินะ..."
หวังฮ่าวหรานเห็นใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นเคย อดรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยไม่ได้
*****