- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 718 ความรู้สึกผิดของเย่อู๋เหิน
บทที่ 718 ความรู้สึกผิดของเย่อู๋เหิน
บทที่ 718 ความรู้สึกผิดของเย่อู๋เหิน
มู่หนานจือและเปี่ยนซูเหวินต่างตกตะลึงเมื่อเห็นปฏิกิริยาอันรุนแรงเกินคาดของเย่อู๋เหิน
"รีบบอกมาเร็วๆว่าเป็นใคร?!" เย่อู๋เหินคาดคั้นถามทั้งสองคนด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่เมื่อเห็นทั้งคู่ยังคงนิ่งเงียบ เธอจึงเจาะจงถามรายคน
"หนานจือ เมื่อก่อนไอ้พวกแมลงวันที่มาตอมเธอ ฉันก็เป็นคนช่วยไล่ไปให้ เรื่องนี้เธอคงไม่คิดจะปิดบังฉันหรอกนะ รีบบอกมาเดี๋ยวนี้ว่าใครเป็นคนลักพาตัวเธอไป? มันชื่ออะไร? หน้าตาเป็นยังไง?"
"พี่เย่ พี่ทำหน้าดุขนาดนี้ ใครจะกล้าบอกล่ะคะ" มู่หนานจือหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้
"วางใจเถอะ ฉันจะไปทำร้ายคนที่เธอรักได้ยังไง? บอกมาเถอะ" แม้น้ำเสียงของเย่อู๋เหินจะฟังดูปลอบประโลม แต่สายตาของเธอกลับฉายแววไม่เป็นมิตรอย่างชัดเจน ซึ่งมู่หนานจือสังเกตเห็นได้
ทว่ามู่หนานจือหาได้กังวลแทนหวังฮ่าวหรานไม่ จึงตอบไปตามตรงว่า
"เขาก็มากับฉันด้วย พักอยู่ที่นี่แหละค่ะ เมื่อกี้เห็นเดินออกไปโทรศัพท์ อีกเดี๋ยวเขาคงกลับมา พี่คงได้เจอเขาแน่"
เย่อู๋เหินได้ยินดังนั้นก็ยิ่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
มู่หนานจือถึงขั้นพาผู้ชายเข้าบ้าน แสดงว่าความสัมพันธ์ต้องลึกซึ้งถึงขั้นนั้นแล้วสินะ
เย่อู๋เหินรู้สึกหงุดหงิดพลางหันขวับไปมองเปี่ยนซูเหวิน
ยังไม่ทันที่เย่อู๋เหินจะเอ่ยปากถาม เปี่ยนซูเหวินก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า "หนานจือพูดแทนฉันไปหมดแล้ว"
เย่อู๋เหินงุนงงไปชั่วขณะ สมองประมวลผลไม่ทัน ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงได้ร้องเสียงหลงออกมาด้วยความตกใจ
"ผู้ชายของพวกเธอสองคน... คือคนเดียวกัน?!"
“ใช่ค่ะ”
มู่หนานจือและเปี่ยนซูเหวินพยักหน้าพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
"เพื่อนรักสามารถแบ่งปันสิ่งต่างๆกันได้ แต่ไม่ใช่ทุกอย่างจะแบ่งกันได้นะ พวกเธอเป็นบ้ากันไปแล้วหรือไง?" เย่อู๋เหินอุทานด้วยความไม่อยากเชื่อ
"เรื่องมันค่อนข้างซับซ้อนน่ะค่ะ มีเหตุผลบางอย่างที่ฉันอธิบายให้พี่ฟังมากไม่ได้ แต่สรุปสั้นๆว่าพวกเราเต็มใจ และมีความสุขมากที่ได้อยู่กับเขา" เปี่ยนซูเหวินอธิบาย
"พี่เย่ พวกเรามีความสุขมากจริงๆ พี่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะคะ ถ้าพี่หวังดีกับพวกเราจริงๆ ก็ช่วยอวยพรให้พวกเราเถอะค่ะ" มู่หนานจือกล่าวเสริม
เย่อู๋เหินสัมผัสได้ว่าคำพูดของเพื่อนรักทั้งสองกลั่นออกมาจากใจจริง เธอรู้สึกยินดีไปกับอีกฝ่ายด้วย แต่ความรู้สึกขุ่นเคืองกลับมีมากกว่า
หากมู่หนานจือและเปี่ยนซูเหวินยังคงอาศัยอยู่ที่เมืองหลวง ปฏิกิริยาของเย่อู๋เหินคงรุนแรงขนาดนี้
แต่เมื่อครู่เปี่ยนซูเหวินประกาศชัดเจนว่าจะย้ายไปอยู่ชิงหลิงถาวร
ชิงหลิงกับเมืองหลวงอยู่ห่างกันไกลโข
นั่นหมายความว่า ต่อไปเธอคงหาโอกาสเจอเพื่อนรักทั้งสองได้ยากยิ่ง
ผู้ชายคนนั้นเปรียบเสมือนคนแย่งมู่หนานจือและเปี่ยนซูเหวินไปจากเธอ
เย่อู๋เหินกลืนความเจ็บแค้นนี้ไม่ลง เธอลุกพรวดขึ้นยืน ตะโกนลั่นด้วยความเดือดดาล
"ไอ้หมอนั่น ไสหัวออกมาหาแม่เดี๋ยวนี้!"
เสียงตวาดก้องกังวาน จนตัวบ้านสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
"พี่เย่ ใจเย็นๆก่อน อย่าเพิ่งวู่วามสิคะ!" เปี่ยนซูเหวินรีบเข้ามาห้ามปราม
"ความแค้นแย่งชิงภรรยา... แล้วยังถึงสองคน ฉันจะอยู่ร่วมโลกกับมันได้ยังไง!" เย่อู๋เหินแทบคลั่ง แต่ก็ยังพอมีสติอยู่บ้าง จึงกล่าวต่อว่า
"ซูเหวิน หนานจือ ฉันควบคุมตัวเองได้ ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรใบหน้ามัน พวกเธอวางใจเถอะ"
มู่หนานจือและเปี่ยนซูเหวินสบตากันด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
พวกเธอไม่ได้ห่วงหวังฮ่าวหราน แต่ห่วงสวัสดิภาพของเย่อู๋เหินต่างหาก
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะเอ่ยปากเตือนเย่อู๋เหินอีกครั้ง ร่างสูงโปร่งสง่างามของชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในสวนอย่างช้าๆ
แม้เย่อู๋เหินจะหันหลังอยู่ แต่ด้วยประสาทสัมผัสของยอดฝีมือ เธอย่อมได้ยินเสียงฝีเท้า
ดวงตาคู่สวยฉายแววอำมหิต มือกำหมัดแน่น ค่อยๆหันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือน
ทว่าทันทีที่เห็นหน้าอีกฝ่าย ความดุดันบนใบหน้าก็พลันแข็งค้าง ทั้งร่างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
หวังฮ่าวหรานเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้ามู่หนานจือและอีกสองสาว
เปี่ยนซูเหวินและมู่หนานจือต่างชำเลืองมองเย่อู๋เหินด้วยความกังวล กลัวว่าเธอจะบุ่มบ่ามลงมือ
แต่ผิดคาด เย่อู๋เหินกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นประหลาดพิกล ราวกับคนสติหลุด
มู่หนานจือและเปี่ยนซูเหวินต่างมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ
"จากกันที่เมืองมหัศจรรย์ ไม่นึกเลยว่าจะได้พบกันเร็วขนาดนี้" หวังฮ่าวหรานเอ่ยทักทายเย่อู๋เหินที่กำลังยืนตะลึง พร้อมรอยยิ้ม
เย่อู๋เหินได้สติกลับคืนมา อาการกราดเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความประหม่าทำตัวไม่ถูก
"พวกคุณรู้จักกันด้วยหรอ?"
มู่หนานจือและเปี่ยนซูเหวินต่างร้องถามด้วยความประหลาดใจ
"แม้จะเคยเจอกันแค่ครั้งเดียว แต่ก็นับว่าเป็นเพื่อนกัน คุณเย่ยังเคยกำชับผมว่า ถ้ามาเมืองหลวงเมื่อไหร่ ให้ไปหาเธอให้ได้" หวังฮ่าวหรานอธิบาย
เย่อู๋เหินได้ยินดังนั้น หัวใจก็เต้นระรัวด้วยความประหม่ายิ่งขึ้น
เดิมทีเรื่องที่เธอเชิญชวนหวังฮ่าวหราน เธอไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พอมาถูกพูดถึงต่อหน้าเปี่ยนซูเหวินและมู่หนานจือในสถานการณ์แบบนี้ มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังทำผิด
ความรู้สึกผิดบาปเหมือนกำลังแย่งของรักจากเพื่อนถาโถมเข้ามาในใจ
"หนานจือ ซูเหวิน อย่าเข้าใจผิดนะ พวกเราเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ ไม่ใช่อย่างที่พวกเธอคิดนะ" เย่อู๋เหินรีบแก้ตัวพัลวันโดยไม่รู้ตัว
มู่หนานจือและเปี่ยนซูเหวินเดิมทีก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอเห็นท่าทีลุกลี้ลุกลนของเย่อู๋เหิน ก็เริ่มเกิดความระแวงสงสัยขึ้นมาตงิดๆ
เพราะคำแก้ตัวของเย่อู๋เหินมันช่างดูมีพิรุธเหลือเกิน เหมือน 'วัวสันหลังหวะ' ไม่มีผิด
อีกอย่าง ตอนนี้ทั้งสองสาวรู้จักนิสัยของหวังฮ่าวหรานดีขึ้นมาก
ไม่ว่าจะเป็นสาวงามคนไหนมาพัวพันกับเขา พวกเธอก็ไม่แปลกใจอีกแล้ว
สามีของพวกเธอเสน่ห์แรงเกินต้าน แถมยังเป็นถึงอดีตจักรพรรดิเซียนผู้เก่งกาจ
หญิงสาวคนไหนมาเห็น ย่อมยากจะหักห้ามใจไม่ให้หวั่นไหว
เปี่ยนซูเหวินและมู่หนานจือรู้ดีว่ามาตรฐานชายหนุ่มในเมืองหลวงนั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดินเมื่อเทียบกับสเปกของเย่อู๋เหิน พวกเธอยังเคยห่วงว่าเพื่อนรักคนนี้จะต้องขึ้นคานไปจนแก่เฒ่า
หากเย่อู๋เหินจะมีใจให้หวังฮ่าวหรานจริงๆ พวกเธอก็ไม่ได้นึกรังเกียจ
เพียงแต่... เย่อู๋เหินในยามนี้กำลังสับสนว้าวุ่นใจ จนอ่านความคิดของเพื่อนไม่ออก
ยิ่งอธิบายก็ยิ่งดูแย่ เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถทนอยู่ในสถานการณ์น่าอึดอัดนี้ต่อไปได้ จึงอ้างว่ามีธุระด่วน ขอตัวลากลับทันที
"คุณเย่ เดี๋ยวผมเดินไปส่ง" หวังฮ่าวหรานมีเรื่องจะซักถามเธออยู่พอดี จึงฉวยโอกาสอาสา
เย่อู๋เหินได้ยินดังนั้น ย่อมไม่ปฏิเสธ
ทั้งสองเดินเคียงคู่กันออกจากสวน
เย่อู๋เหินแกล้งเดินช้าลง หวังจะยืดเวลาที่จะได้อยู่กับหวังฮ่าวหรานให้นานขึ้นอีกนิด
"คุณเย่ ช่วงนี้ดูเหมือนสถานการณ์ทางนี้จะไม่ค่อยสงบสุขเลยนะครับ?" หวังฮ่าวหรานเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนา
เมื่อเข้าเรื่องงาน ความประหม่าเขินอายของเย่อู๋เหินก็ลดลง สีหน้ากลับมาเคร่งขรึมจริงจัง เธออธิบายว่า
"อาจารย์ของฉันใกล้จะสิ้นอายุขัย ท่านจึงต้องปิดด่านเก็บตัวเพื่อทะลวงด่านหวังยืดอายุ พวกต่างแดนที่จ้องจะรุกรานประเทศจีนกลัวว่าอาจารย์จะทำสำเร็จ จึงพยายามก่อความวุ่นวายเพื่อรบกวนสมาธิอาจารย์ ไม่ให้ท่านอยู่ได้อย่างสงบ"
เย่อู๋เหินกำหมัดแน่น สีหน้าฉายแววเจ็บใจ "ฉันเจ็บใจนักที่ตัวเองฝีมืออ่อนด้อย หากฉันแข็งแกร่งพอจะต้านทานพวกมันได้ อาจารย์ก็คงไม่ต้องมาคอยพะวงหน้าพะวงหลังแบบนี้"
"อาจารย์ของฉันเหลือเวลาอีกไม่มาก หากพวกต่างแดนถ่วงเวลาจนอาจารย์สิ้นอายุขัย ประเทศจีนก็จะไร้ซึ่งผู้พิทักษ์ที่แข็งแกร่งพอจะต่อกรกับพวกมัน ยอดฝีมือระดับนั้นสามารถทำอะไรได้มากมาย ถึงตอนนั้นเกรงว่า..."
เย่อู๋เหินพูดไม่ออกด้วยความสะเทือนใจ
"เกรงว่าประเทศจีนจะถึงคราววิกฤต?" หวังฮ่าวหรานต่อประโยคให้ในเชิงถาม
*****