- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 716 ข้อสันนิษฐาน
บทที่ 716 ข้อสันนิษฐาน
บทที่ 716 ข้อสันนิษฐาน
หลังจากผ่านจุดตรวจความปลอดภัยและเดินออกมาจากสนามบิน เปี่ยนซูเหวินก็หันไปถามมู่หนานจือ
"ไปบ้านเธอหรือบ้านฉันดี?"
ทั้งสองรู้จักกันมาเนิ่นนาน สนิทสนมกลมเกลียวดั่งพี่น้อง เมื่อก่อนตอนอยู่เมืองหลวงก็มักจะผลัดกันไปนอนค้างที่บ้านของอีกฝ่ายเป็นประจำ
แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีหวังฮ่าวหรานร่วมเดินทางมาด้วย การจะให้เขาแยกไปพักที่บ้านใครคนใดคนหนึ่งคงไม่เหมาะสม ทางเลือกที่ดีที่สุดคือไปพักรวมกันที่เดียว
"บ้านฉันอยู่ใกล้กว่า ไปที่บ้านฉันเถอะ" มู่หนานจือเสนอ
"ตกลง ตามใจเธอ" เปี่ยนซูเหวินพยักหน้ารับ
ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง มู่หนานจือก็พาหวังฮ่าวหรานและเปี่ยนซูเหวินมาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่สไตล์โบราณที่ดูโอ่อ่าภูมิฐาน
ในช่วงที่มู่หนานจือไม่อยู่ เหล่าคนรับใช้ต่างได้รับอนุญาตให้กลับบ้านไปพักผ่อน ทำให้บรรยากาศภายในคฤหาสน์ดูเงียบเหงาไปบ้าง
ทว่าสวนหย่อมภายในคฤหาสน์กลับสะอาดสะอ้าน ไร้ซึ่งใบไม้แห้งรกรุงรัง แสดงให้เห็นว่าตลอดช่วงเวลาที่เธอไม่อยู่ มีคนคอยมาดูแลทำความสะอาดให้อย่างสม่ำเสมอ
และเพียงไม่นานหลังจากที่มู่หนานจือกลับมาถึง ก็มีแขกมาเยือนที่คฤหาสน์ทันที
มู่หนานจือเดินออกไปต้อนรับ พบว่าเป็นเทียนจีจื่อ
"ศิษย์น้อง ในที่สุดเธอก็กลับมาเสียที ฉันนึกว่าเธอจะตั้งรกรากอยู่ที่ชิงหลิงถาวรเสียแล้ว" เทียนจีจื่อเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม
"ก่อนหน้านี้ฉันเสียมารยาทไปบ้าง หวังว่าศิษย์พี่คงไม่ถือสา" มู่หนานจือกล่าวขอโทษด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด
"ไม่เป็นไรๆ เห็นศิษย์น้องดูสดใสเปล่งปลั่งเช่นนี้ ศิษย์พี่ก็พลอยยินดีไปด้วย" เทียนจีจื่อส่งยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างมีความหมายแฝง
มู่หนานจือรู้สึกขัดเขินเล็กน้อย จึงรีบเปลี่ยนเรื่องคุย "ขอบคุณศิษย์พี่มากที่ช่วยดูแลบ้านให้ในระหว่างที่ฉันไม่อยู่"
"เรื่องเล็กน้อย" เทียนจีจื่อโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะถามต่อ "ศิษย์น้องจะไม่เชิญฉันเข้าไปข้างในหน่อยหรือ?"
มู่หนานจือลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ผายมือเชื้อเชิญ "เชิญศิษย์พี่"
เทียนจีจื่อสังเกตเห็นท่าทีแปลกๆของมู่หนานจือ จึงเดินตามเข้าไปด้วยความสงสัย
ระหว่างทาง เปี่ยนซูเหวินก็เดินผ่านมาพอดี
"อ้าว ท่านหมอเทวดาก็อยู่ด้วย... ศิษย์น้อง เรื่องแค่นี้ไม่เห็นจำเป็นต้องปิดบังฉันเลยนี่?" เทียนจีจื่อแซว
มู่หนานจือยิ้มเจื่อนๆ ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี
เทียนจีจื่อเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ลางๆ จึงลองหยั่งเชิงดู "หรือว่าที่นี่ยังมีแขกคนอื่นอีก?"
"ศิษย์พี่คิดมากไปแล้ว มีแค่ซูเหวินนี่แหละ" มู่หนานจือรีบปฏิเสธ
ลำพังแค่เรื่องของเธอกับหวังฮ่าวหราน หากเปิดเผยออกไปคงไม่มีปัญหาอะไร แต่ประเด็นคือมีเปี่ยนซูเหวินรวมอยู่ด้วยนี่สิ
ทั้งเธอและเปี่ยนซูเหวินต่างก็มีหนุ่มๆในเมืองหลวงมาตามจีบเป็นขบวน หากข่าวลือแพร่ออกไปว่าสองสาวงามตกลงปลงใจกับชายคนเดียวกัน หวังฮ่าวหรานคงหนีไม่พ้นเรื่องวุ่นวาย
แม้มู่หนานจือจะรู้ดีว่าคนพวกนั้นทำอะไรหวังฮ่าวหรานไม่ได้ แต่เธอก็ไม่อยากให้พวกเขามาสร้างความรำคาญใจให้ชายคนรัก
"ศิษย์น้องเห็นฉันเป็นคนนอกไปแล้วหรือ? จะว่าไปฉันก็เปรียบเสมือนพ่อสื่อของพวกเธอเชียวนะ เรื่องแค่นี้ยังต้องปิดบังกันอีก?" เทียนจีจื่อแกล้งตัดพ้อ อยากรู้ว่าชายหนุ่มผู้โชคดีที่คว้าหัวใจของมู่หนานจือไปครองนั้นเป็นใครมาจากไหน
มู่หนานจือลังเล หันไปส่งสายตาขอความเห็นจากเปี่ยนซูเหวิน
เปี่ยนซูเหวินขยับปากบอกใบ้ว่าให้มู่หนานจือตัดสินใจเอง
มู่หนานจือคิดทบทวนดูแล้ว จึงได้แต่ถอนหายใจ "งั้นศิษย์พี่ตามฉันมาเถอะ"
เทียนจีจื่อยิ้มรับด้วยความพอใจ เดินตามมู่หนานจือและเปี่ยนซูเหวินเข้าไปยังสวนด้านใน
ที่โต๊ะหินกลางสวน มีชายหนุ่มรูปงามนั่งหันหลังให้อยู่
เพียงแค่เห็นแผ่นหลัง เทียนจีจื่อก็รู้สึกทึ่งในบุคลิกอันสง่างาม แต่เมื่อชายหนุ่มผู้นั้นหันหน้ามา... ใบหน้าที่คุ้นตานั้นทำให้เทียนจีจื่อถึงกับสะดุ้งโหยง
"ปะ...เป็นท่าน...?!" เทียนจีจื่อเสียงสั่นด้วยความตกใจ
เมื่อครั้งเทพสงครามซูหลางเชิญเขาไปที่ชิงหลิง เขาเคยพบกับหวังฮ่าวหรานมาก่อน
ตอนนั้นเขาทำนายชะตาแล้วพบว่าหากยังรั้นอยู่กับซูหลางต่อไป อาจมีอันเป็นไปด้วยน้ำมือของหวังฮ่าวหราน เขาจึงรีบชิ่งหนีกลับเมืองหลวง และสาบานว่าจะไม่ไปเหยียบชิงหลิงอีกตลอดชีวิต
แม้กระทั่งตอนที่รู้ว่าอาจารย์ของเขาอยู่ที่ชิงหลิง เขาก็ยังไม่กล้าไปพบ
เพราะคำทำนายบอกชัดเจนว่า 'ไปเท่ากับตาย'
ดังนั้น สำหรับเทียนจีจื่อแล้ว หวังฮ่าวหรานคือตัวตนที่น่าหวาดหวั่นที่สุด
ทางด้านหวังฮ่าวหราน เมื่อเห็นเทียนจีจื่อก็ไม่ได้แสดงอาการแปลกใจแต่อย่างใด
หลังจากตกลงปลงใจกับมู่หนานจือแล้ว เธอก็ได้เล่าเรื่องราวรอบตัวให้เขาฟัง รวมถึงเรื่องของเทียนจีจื่อผู้นี้ด้วย
"พวกคุณรู้จักกันหรือ?" มู่หนานจือถามด้วยความประหลาดใจ
"เปล่า เขาคงจำคนผิดน่ะ" หวังฮ่าวหรานตอบพร้อมรอยยิ้ม
เมื่อได้ยินดังนั้น เทียนจีจื่อถึงได้ดึงสติกลับมา... ที่นี่คือเมืองหลวงไม่ใช่ชิงหลิง เขาไม่ได้ผิดคำสาบานเสียหน่อย
อีกอย่าง หวังฮ่าวหรานเป็นคนรักของศิษย์น้อง อย่างน้อยๆก็ต้องไว้หน้าศิษย์น้องบ้าง คงไม่ถึงขั้นจะฆ่าแกงกันหรอกมั้ง?
คิดได้ดังนี้ เทียนจีจื่อก็ค่อยเบาใจลง
"ฉันตาฝาด จำคนผิดไปเอง" เทียนจีจื่อรีบรับมุก แสร้งทำเป็นไม่รู้จักหวังฮ่าวหรานเช่นกัน
มู่หนานจือและเปี่ยนซูเหวินรู้สึกว่าท่าทีของเทียนจีจื่อดูแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ
จากนั้น มู่หนานจือก็แนะนำหวังฮ่าวหรานให้เทียนจีจื่อรู้จักอย่างคร่าวๆ โดยบอกเพียงว่าเป็นลูกเศรษฐีธรรมดา ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดอื่น
เทียนจีจื่อรู้ดีว่าหวังฮ่าวหรานไม่ธรรมดา แต่ก็ไม่คิดจะเปิดโปง ได้แต่กล่าวคำอวยพรและชื่นชมยินดีที่ศิษย์น้องและหมอเทวดาได้พบคู่ครองที่ดี
"ศิษย์พี่ อย่าได้แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปเชียวนะ" มู่หนานจือกำชับ
"ศิษย์น้องวางใจได้" เทียนจีจื่อรีบรับคำ ใครจะกล้าเอาเรื่องของบุคคลอันตรายแบบนี้ไปนินทากันล่ะ
หลังจากสนทนาไปได้สักพัก เทียนจีจื่อเริ่มรู้สึกอึดอัดที่ต้องอยู่ต่อหน้าหวังฮ่าวหราน จึงหาข้ออ้างขอตัวกลับ
"จริงสิ ศิษย์น้องคนหนึ่งกำลังจะเดินทางมาถึงเมืองหลวง ฉันต้องรีบไปรับเขาหน่อย"
"อ้อ ศิษย์น้องคนไหนหรือ?" มู่หนานจือถาม
"ชื่อจิงลู่ เรียนวิชาหมากล้อมจากท่านอาจารย์ ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ชิงหลิง เขาเคยเอาชนะเจียงหยุนเอ๋อร์ เซียนหมากล้อมอันดับหนึ่งของเกาหลีมาแล้ว ศิษย์น้องอยู่ที่ชิงหลิงน่าจะได้ข่าวบ้างกระมัง?"
"ฉันได้ยินมาบ้าง" มู่หนานจือพยักหน้า "แล้วศิษย์น้องผู้นี้มาเที่ยวเล่นหรือมาทำธุระอันใด?"
"เร็วๆนี้ที่เมืองหลวงจะมีการแข่งขันหมากล้อมนานาชาติ เหล่าสุดยอดเซียนหมากล้อมทั่วโลกจะมารวมตัวกัน ศิษย์น้องในฐานะมือวางอันดับหนึ่งของประเทศจีนย่อมพลาดไม่ได้"
หวังฮ่าวหรานที่นั่งฟังอยู่เงียบๆพลันฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
เจียงหยุนเอ๋อร์เป็นถึงเซียนหมากล้อมอันดับหนึ่งของเกาหลี งานใหญ่ระดับนี้เธอก็ต้องมาด้วยแน่นอน
สถานการณ์ในเมืองหลวงตอนนี้มีพวกต่างแดนคอยจ้องจะเล่นงาน ดูเหมือนจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นในเร็วๆนี้ ซึ่งน่าจะเป็นเวทีให้เย่ฟานได้โชว์เทพ
แต่เย่ฟานเป็นตัวเอกสายรักเดียวใจเดียว นางเอกของเรื่องมีแค่คนเดียว ส่วนตัวละครหญิงอื่นๆที่เข้ามาพัวพันมักจะเป็นแค่ตัวประกอบหญิง
ส่วนเจียงหยุนเอ๋อร์ เธอมีศักดิ์เป็นถึงนางเอก ตามหลักแล้วไม่น่าจะมีบทบาทเกี่ยวข้องกับเย่ฟาน
การที่เจียงหยุนเอ๋อร์มาปรากฏตัวที่เมืองหลวง คงไม่ใช่เพราะถูกดึงดูดด้วยบทของเย่ฟาน แต่อาจจะเป็นเพราะบทของตัวเอกคนอื่นมากกว่า
แสดงว่า... ในเมืองหลวงตอนนี้ไม่ได้มีแค่เย่ฟาน แต่ยังมีตัวเอกคนอื่นอยู่อีก?
วิกฤตจากต่างแดนครั้งนี้ อาจไม่ใช่เวทีโชว์เทพของเย่ฟานแต่เพียงผู้เดียว
หวังฮ่าวหรานเริ่มตั้งข้อสันนิษฐานในใจ
แน่นอนว่าสิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือการยืนยันให้แน่ใจว่าเจียงหยุนเอ๋อร์มาที่เมืองหลวงจริงๆหรือไม่
ถ้าเธอไม่มา ข้อสันนิษฐานทั้งหมดก็เป็นอันตกไป
หลังจากเทียนจีจื่อกลับไปแล้ว หวังฮ่าวหรานก็ปลีกตัวออกจากสวน แอบติดต่อหาเจียงหยุนเอ๋อร์ทันที
*****