เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 716 ข้อสันนิษฐาน

บทที่ 716 ข้อสันนิษฐาน

บทที่ 716 ข้อสันนิษฐาน


หลังจากผ่านจุดตรวจความปลอดภัยและเดินออกมาจากสนามบิน เปี่ยนซูเหวินก็หันไปถามมู่หนานจือ

"ไปบ้านเธอหรือบ้านฉันดี?"

ทั้งสองรู้จักกันมาเนิ่นนาน สนิทสนมกลมเกลียวดั่งพี่น้อง เมื่อก่อนตอนอยู่เมืองหลวงก็มักจะผลัดกันไปนอนค้างที่บ้านของอีกฝ่ายเป็นประจำ

แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีหวังฮ่าวหรานร่วมเดินทางมาด้วย การจะให้เขาแยกไปพักที่บ้านใครคนใดคนหนึ่งคงไม่เหมาะสม ทางเลือกที่ดีที่สุดคือไปพักรวมกันที่เดียว

"บ้านฉันอยู่ใกล้กว่า ไปที่บ้านฉันเถอะ" มู่หนานจือเสนอ

"ตกลง ตามใจเธอ" เปี่ยนซูเหวินพยักหน้ารับ

ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง มู่หนานจือก็พาหวังฮ่าวหรานและเปี่ยนซูเหวินมาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่สไตล์โบราณที่ดูโอ่อ่าภูมิฐาน

ในช่วงที่มู่หนานจือไม่อยู่ เหล่าคนรับใช้ต่างได้รับอนุญาตให้กลับบ้านไปพักผ่อน ทำให้บรรยากาศภายในคฤหาสน์ดูเงียบเหงาไปบ้าง

ทว่าสวนหย่อมภายในคฤหาสน์กลับสะอาดสะอ้าน ไร้ซึ่งใบไม้แห้งรกรุงรัง แสดงให้เห็นว่าตลอดช่วงเวลาที่เธอไม่อยู่ มีคนคอยมาดูแลทำความสะอาดให้อย่างสม่ำเสมอ

และเพียงไม่นานหลังจากที่มู่หนานจือกลับมาถึง ก็มีแขกมาเยือนที่คฤหาสน์ทันที

มู่หนานจือเดินออกไปต้อนรับ พบว่าเป็นเทียนจีจื่อ

"ศิษย์น้อง ในที่สุดเธอก็กลับมาเสียที ฉันนึกว่าเธอจะตั้งรกรากอยู่ที่ชิงหลิงถาวรเสียแล้ว" เทียนจีจื่อเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม

"ก่อนหน้านี้ฉันเสียมารยาทไปบ้าง หวังว่าศิษย์พี่คงไม่ถือสา" มู่หนานจือกล่าวขอโทษด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด

"ไม่เป็นไรๆ เห็นศิษย์น้องดูสดใสเปล่งปลั่งเช่นนี้ ศิษย์พี่ก็พลอยยินดีไปด้วย" เทียนจีจื่อส่งยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างมีความหมายแฝง

มู่หนานจือรู้สึกขัดเขินเล็กน้อย จึงรีบเปลี่ยนเรื่องคุย "ขอบคุณศิษย์พี่มากที่ช่วยดูแลบ้านให้ในระหว่างที่ฉันไม่อยู่"

"เรื่องเล็กน้อย" เทียนจีจื่อโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะถามต่อ "ศิษย์น้องจะไม่เชิญฉันเข้าไปข้างในหน่อยหรือ?"

มู่หนานจือลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ผายมือเชื้อเชิญ "เชิญศิษย์พี่"

เทียนจีจื่อสังเกตเห็นท่าทีแปลกๆของมู่หนานจือ จึงเดินตามเข้าไปด้วยความสงสัย

ระหว่างทาง เปี่ยนซูเหวินก็เดินผ่านมาพอดี

"อ้าว ท่านหมอเทวดาก็อยู่ด้วย... ศิษย์น้อง เรื่องแค่นี้ไม่เห็นจำเป็นต้องปิดบังฉันเลยนี่?" เทียนจีจื่อแซว

มู่หนานจือยิ้มเจื่อนๆ ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี

เทียนจีจื่อเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ลางๆ จึงลองหยั่งเชิงดู "หรือว่าที่นี่ยังมีแขกคนอื่นอีก?"

"ศิษย์พี่คิดมากไปแล้ว มีแค่ซูเหวินนี่แหละ" มู่หนานจือรีบปฏิเสธ

ลำพังแค่เรื่องของเธอกับหวังฮ่าวหราน หากเปิดเผยออกไปคงไม่มีปัญหาอะไร แต่ประเด็นคือมีเปี่ยนซูเหวินรวมอยู่ด้วยนี่สิ

ทั้งเธอและเปี่ยนซูเหวินต่างก็มีหนุ่มๆในเมืองหลวงมาตามจีบเป็นขบวน หากข่าวลือแพร่ออกไปว่าสองสาวงามตกลงปลงใจกับชายคนเดียวกัน หวังฮ่าวหรานคงหนีไม่พ้นเรื่องวุ่นวาย

แม้มู่หนานจือจะรู้ดีว่าคนพวกนั้นทำอะไรหวังฮ่าวหรานไม่ได้ แต่เธอก็ไม่อยากให้พวกเขามาสร้างความรำคาญใจให้ชายคนรัก

"ศิษย์น้องเห็นฉันเป็นคนนอกไปแล้วหรือ? จะว่าไปฉันก็เปรียบเสมือนพ่อสื่อของพวกเธอเชียวนะ เรื่องแค่นี้ยังต้องปิดบังกันอีก?" เทียนจีจื่อแกล้งตัดพ้อ อยากรู้ว่าชายหนุ่มผู้โชคดีที่คว้าหัวใจของมู่หนานจือไปครองนั้นเป็นใครมาจากไหน

มู่หนานจือลังเล หันไปส่งสายตาขอความเห็นจากเปี่ยนซูเหวิน

เปี่ยนซูเหวินขยับปากบอกใบ้ว่าให้มู่หนานจือตัดสินใจเอง

มู่หนานจือคิดทบทวนดูแล้ว จึงได้แต่ถอนหายใจ "งั้นศิษย์พี่ตามฉันมาเถอะ"

เทียนจีจื่อยิ้มรับด้วยความพอใจ เดินตามมู่หนานจือและเปี่ยนซูเหวินเข้าไปยังสวนด้านใน

ที่โต๊ะหินกลางสวน มีชายหนุ่มรูปงามนั่งหันหลังให้อยู่

เพียงแค่เห็นแผ่นหลัง เทียนจีจื่อก็รู้สึกทึ่งในบุคลิกอันสง่างาม แต่เมื่อชายหนุ่มผู้นั้นหันหน้ามา... ใบหน้าที่คุ้นตานั้นทำให้เทียนจีจื่อถึงกับสะดุ้งโหยง

"ปะ...เป็นท่าน...?!" เทียนจีจื่อเสียงสั่นด้วยความตกใจ

เมื่อครั้งเทพสงครามซูหลางเชิญเขาไปที่ชิงหลิง เขาเคยพบกับหวังฮ่าวหรานมาก่อน

ตอนนั้นเขาทำนายชะตาแล้วพบว่าหากยังรั้นอยู่กับซูหลางต่อไป อาจมีอันเป็นไปด้วยน้ำมือของหวังฮ่าวหราน เขาจึงรีบชิ่งหนีกลับเมืองหลวง และสาบานว่าจะไม่ไปเหยียบชิงหลิงอีกตลอดชีวิต

แม้กระทั่งตอนที่รู้ว่าอาจารย์ของเขาอยู่ที่ชิงหลิง เขาก็ยังไม่กล้าไปพบ

เพราะคำทำนายบอกชัดเจนว่า 'ไปเท่ากับตาย'

ดังนั้น สำหรับเทียนจีจื่อแล้ว หวังฮ่าวหรานคือตัวตนที่น่าหวาดหวั่นที่สุด

ทางด้านหวังฮ่าวหราน เมื่อเห็นเทียนจีจื่อก็ไม่ได้แสดงอาการแปลกใจแต่อย่างใด

หลังจากตกลงปลงใจกับมู่หนานจือแล้ว เธอก็ได้เล่าเรื่องราวรอบตัวให้เขาฟัง รวมถึงเรื่องของเทียนจีจื่อผู้นี้ด้วย

"พวกคุณรู้จักกันหรือ?" มู่หนานจือถามด้วยความประหลาดใจ

"เปล่า เขาคงจำคนผิดน่ะ" หวังฮ่าวหรานตอบพร้อมรอยยิ้ม

เมื่อได้ยินดังนั้น เทียนจีจื่อถึงได้ดึงสติกลับมา... ที่นี่คือเมืองหลวงไม่ใช่ชิงหลิง เขาไม่ได้ผิดคำสาบานเสียหน่อย

อีกอย่าง หวังฮ่าวหรานเป็นคนรักของศิษย์น้อง อย่างน้อยๆก็ต้องไว้หน้าศิษย์น้องบ้าง คงไม่ถึงขั้นจะฆ่าแกงกันหรอกมั้ง?

คิดได้ดังนี้ เทียนจีจื่อก็ค่อยเบาใจลง

"ฉันตาฝาด จำคนผิดไปเอง" เทียนจีจื่อรีบรับมุก แสร้งทำเป็นไม่รู้จักหวังฮ่าวหรานเช่นกัน

มู่หนานจือและเปี่ยนซูเหวินรู้สึกว่าท่าทีของเทียนจีจื่อดูแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ

จากนั้น มู่หนานจือก็แนะนำหวังฮ่าวหรานให้เทียนจีจื่อรู้จักอย่างคร่าวๆ โดยบอกเพียงว่าเป็นลูกเศรษฐีธรรมดา ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดอื่น

เทียนจีจื่อรู้ดีว่าหวังฮ่าวหรานไม่ธรรมดา แต่ก็ไม่คิดจะเปิดโปง ได้แต่กล่าวคำอวยพรและชื่นชมยินดีที่ศิษย์น้องและหมอเทวดาได้พบคู่ครองที่ดี

"ศิษย์พี่ อย่าได้แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปเชียวนะ" มู่หนานจือกำชับ

"ศิษย์น้องวางใจได้" เทียนจีจื่อรีบรับคำ ใครจะกล้าเอาเรื่องของบุคคลอันตรายแบบนี้ไปนินทากันล่ะ

หลังจากสนทนาไปได้สักพัก เทียนจีจื่อเริ่มรู้สึกอึดอัดที่ต้องอยู่ต่อหน้าหวังฮ่าวหราน จึงหาข้ออ้างขอตัวกลับ

"จริงสิ ศิษย์น้องคนหนึ่งกำลังจะเดินทางมาถึงเมืองหลวง ฉันต้องรีบไปรับเขาหน่อย"

"อ้อ ศิษย์น้องคนไหนหรือ?" มู่หนานจือถาม

"ชื่อจิงลู่ เรียนวิชาหมากล้อมจากท่านอาจารย์ ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ชิงหลิง เขาเคยเอาชนะเจียงหยุนเอ๋อร์ เซียนหมากล้อมอันดับหนึ่งของเกาหลีมาแล้ว ศิษย์น้องอยู่ที่ชิงหลิงน่าจะได้ข่าวบ้างกระมัง?"

"ฉันได้ยินมาบ้าง" มู่หนานจือพยักหน้า "แล้วศิษย์น้องผู้นี้มาเที่ยวเล่นหรือมาทำธุระอันใด?"

"เร็วๆนี้ที่เมืองหลวงจะมีการแข่งขันหมากล้อมนานาชาติ เหล่าสุดยอดเซียนหมากล้อมทั่วโลกจะมารวมตัวกัน ศิษย์น้องในฐานะมือวางอันดับหนึ่งของประเทศจีนย่อมพลาดไม่ได้"

หวังฮ่าวหรานที่นั่งฟังอยู่เงียบๆพลันฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

เจียงหยุนเอ๋อร์เป็นถึงเซียนหมากล้อมอันดับหนึ่งของเกาหลี งานใหญ่ระดับนี้เธอก็ต้องมาด้วยแน่นอน

สถานการณ์ในเมืองหลวงตอนนี้มีพวกต่างแดนคอยจ้องจะเล่นงาน ดูเหมือนจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นในเร็วๆนี้ ซึ่งน่าจะเป็นเวทีให้เย่ฟานได้โชว์เทพ

แต่เย่ฟานเป็นตัวเอกสายรักเดียวใจเดียว นางเอกของเรื่องมีแค่คนเดียว ส่วนตัวละครหญิงอื่นๆที่เข้ามาพัวพันมักจะเป็นแค่ตัวประกอบหญิง

ส่วนเจียงหยุนเอ๋อร์ เธอมีศักดิ์เป็นถึงนางเอก ตามหลักแล้วไม่น่าจะมีบทบาทเกี่ยวข้องกับเย่ฟาน

การที่เจียงหยุนเอ๋อร์มาปรากฏตัวที่เมืองหลวง คงไม่ใช่เพราะถูกดึงดูดด้วยบทของเย่ฟาน แต่อาจจะเป็นเพราะบทของตัวเอกคนอื่นมากกว่า

แสดงว่า... ในเมืองหลวงตอนนี้ไม่ได้มีแค่เย่ฟาน แต่ยังมีตัวเอกคนอื่นอยู่อีก?

วิกฤตจากต่างแดนครั้งนี้ อาจไม่ใช่เวทีโชว์เทพของเย่ฟานแต่เพียงผู้เดียว

หวังฮ่าวหรานเริ่มตั้งข้อสันนิษฐานในใจ

แน่นอนว่าสิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือการยืนยันให้แน่ใจว่าเจียงหยุนเอ๋อร์มาที่เมืองหลวงจริงๆหรือไม่

ถ้าเธอไม่มา ข้อสันนิษฐานทั้งหมดก็เป็นอันตกไป

หลังจากเทียนจีจื่อกลับไปแล้ว หวังฮ่าวหรานก็ปลีกตัวออกจากสวน แอบติดต่อหาเจียงหยุนเอ๋อร์ทันที

*****

จบบทที่ บทที่ 716 ข้อสันนิษฐาน

คัดลอกลิงก์แล้ว