- หน้าแรก
- ถอนพิษจอมนาง สู่วิถีผู้ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 176 โทสะของหยุนหงเฟย
ตอนที่ 176 โทสะของหยุนหงเฟย
ตอนที่ 176 โทสะของหยุนหงเฟย
คำพูดของหวางเหิงนั้นอหังการและเย็นชา แฝงไว้ด้วยแรงกดดันอันหนักอึ้งดุจขุนเขา
ครึ่งก้าวสู่ขอบเขตเทวะ
เขาก้มมองซูหานจากมุมสูงดุจผู้ที่อยู่เหนือกว่า สีหน้าเฉยเมยราวกับน้ำแข็ง ทว่าลึกสุดของดวงตากลับทอประกายเหี้ยมเกรียมดั่งคมมีด
สายตานั้นราวกับสามารถทะลวงผ่านเลือดเนื้อ แทงทะลุเข้าไปถึงจิตวิญญาณ
ในสายตาของหวางเหิง ซูหานเป็นเพียงตัวตนที่น่าขันและไร้สาระ ต้อยต่ำดั่งมดปลวก ความเป็นตายล้วนขึ้นอยู่กับความคิดชั่ววูบของเขา
ดังนั้นข้อเรียกร้องของเขา ซูหานย่อมไม่มีทางขัดขืนได้
"หึหึ"
ซูหานมองหวางเหิงแล้วยิ้มพลางกล่าวว่า
"ด้วยเหตุอันใดข้าต้องทำตาม?"
"สำนักไม่มีกฎเกณฑ์ข้อใดระบุไว้ ว่าทรัพยากรที่ศิษย์แย่งชิงมาได้จะต้องส่งมอบให้แก่บุตรศักดิ์สิทธิ์"
"อีกอย่าง ข้าสังกัดเพียงยอดเขาต้นกำเนิดวิญญาณเท่านั้น"
"ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอันใดกับพวกเจ้าเลยแม้แต่น้อย"
"และที่สำคัญ..."
"พวกเจ้าไม่มีมือมีเท้าเป็นของตัวเองหรืออย่างไร? ถึงได้มาอยากได้ทรัพยากรของข้า"
เขามองหวางเหิงด้วยท่าทีราบเรียบ
สีหน้าของหวางเหิงพลันอัปลักษณ์ลงอย่างถึงที่สุดในทันที
สีหน้าของหยุนหงเฟยเองก็ราวกับกลืนกินสิ่งปฏิกูลเข้าไป ดวงตาอันเย็นเหยียบจ้องมองซูหานด้วยจิตสังหารอันเหี้ยมโหด
"ไอ้สวะบัดซบ"
โทสะของหวางเหิงลุกโชนดั่งไฟเผา
กลิ่นอายระดับครึ่งก้าวสู่ขอบเขตเทวะปะทุออกในชั่วพริบตา ขับเคลื่อนขุมพลังอันน่าสะพรึงกลัว เขาก้าวพรวดออกไป แล้วซัดหมัดเข้าใส่ซูหานทันที
ดวงตาของซูหานทอประกายวาบ
"ช่างเป็นสวะที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเสียจริง"
"เจ้านายของพวกเจ้ายังไม่ทันเอ่ยปาก เป็นแค่สุนัขรับใช้คิดจะล้ำเส้นงั้นรึ?"
ฟุ่บ
เขากำหมัด
ซูหานสวนหมัดออกไปโดยตรง
ชั่วอึดใจนั้น หมัดของทั้งสองก็ปะทะกันอย่างจัง
เสียงปะทะดังกึกก้องน่าสะพรึงกลัว
สีหน้าของหวางเหิงแปรเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกในฉับพลัน หมัดของเขาราวกับชกกระแทกเข้ากับแผ่นเหล็กกล้า จากนั้นพลังอันบ้าคลั่งระลอกแล้วระลอกเล่าก็พรั่งพรูออกจากหมัดของซูหาน บดขยี้เงาหมัดของเขาจนแหลกสลายไปในพริบตา
ปัง!
พรวด!
"อ๊าก!"
หวางเหิงกรีดร้องโหยหวน ใบหน้าดูอัปลักษณ์และขวัญผวาถึงขีดสุด นัยน์ตาฉายแววหวาดหวั่น ร่างกายโอนเอนและเซถอยหลังไปหลายก้าวกว่าจะทรงตัวหยุดลงได้
พลังระดับครึ่งก้าวสู่ขอบเขตเทวะของเขา กลับไม่ใช่คู่มือของซูหานเลยแม้แต่น้อยงั้นหรือ?
หมัดของเขาสั่นเทาอยู่อย่างไม่อาจควบคุม
หยุนหงเฟยหน้าตึงเครียด
หวางเหิงซึ่งเป็นคนของเขา กลับต้องมาขายหน้าเช่นนี้
นี่มิใช่การตบหน้าหยุนหงเฟยอย่างเขาหรอกหรือ?
"แดนลับแห่งนี้กว้างใหญ่ไพศาลนัก หากพวกเจ้าต้องการแสวงหาวาสนา ย่อมสามารถพึ่งพาลำแข้งของตนเองได้ เหตุใดจึงคิดจะมาเอาทรัพยากรจากข้า?"
"ข้าขอพูดเพียงคำเดียว ฝันไปเถอะ"
"หากมีคราวหน้าอีกล่ะก็ ข้าจะสังหารเจ้าเสีย"
มุมปากของซูหานยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เขามองหวางเหิงด้วยท่าทีเรียบเฉย
ถ้อยคำที่ราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยอันตรายเช่นนี้ ทำให้สีหน้าของหวางเหิงย่ำแย่อย่างหนัก เขาอยากจะเอ่ยปากโต้ตอบ แต่เมื่อเห็นดวงตาอันคมกริบที่เต็มไปด้วยจิตสังหารของซูหาน
ก็ทำเอาเขาต้องหุบปากลงทันที
หยุนหงเฟยมีสีหน้ามืดครึ้มเย็นชา กลิ่นอายขอบเขตเทวะของเขาระเบิดออกอย่างบ้าคลั่ง
ระดับพลังขอบเขตเทวะขั้น 3
ขอบเขตระดับนี้ หากวางไว้ในดินแดนตงฮวง ย่อมสามารถเรียกขานได้ว่าเป็นอัจฉริยะระดับแนวหน้าอย่างแท้จริง
ขอบเขตเทวะขั้น 3!
"เจ้านรนหาที่ตายนัก!"
"แม้แต่คนของข้า เจ้าก็ยังกล้าลงมือเชียวรึ?"
หยุนหงเฟยกล่าวเสียงเหี้ยม
เขาตวัดมือพุ่งเข้าหาซูหานในพริบตา กลางฝ่ามือปรากฏกระบี่ทรงยาวสีดำเล่มหนึ่ง ปราณกระบี่ระเบิดออกราวกับดาวตกที่พุ่งทะยานลงมาจากเบื้องบนอย่างรุนแรง
เมื่อซูหานเห็นเช่นนั้น ดวงตาก็ทอประกายดุร้ายขึ้นมาจางๆ
กระบี่กลืนวิญญาณ
เช้ง!
เสียงกระบี่กู่ร้องดังกังวาน
ทันใดนั้นเขาก็ตวัดกระบี่ฟันออกไปโดยตรง
เคร้ง!
กระบี่ทั้งสองปะทะกัน ประกายไฟจากโลหะสาดกระเซ็น คลื่นพลังสะท้อนดังกึกก้องแผ่ขยายออกไปรอบทิศ
สีหน้าของซูหานเคร่งเครียดลงทันที
ก่อนจะเซถอยหลังไปสามก้าว
เจตจำนงกระบี่ขั้น 4!
เจตจำนงกระบี่ของหยุนหงเฟยที่อยู่ตรงหน้านี้แข็งแกร่งกว่าของเขา คาดว่าน่าจะเป็นเจตจำนงกระบี่ขั้น 4 ที่บรรลุถึงขั้นสมบูรณ์แบบแล้ว
เมื่อเห็นว่าซูหานถอยหลังไปเพียงไม่กี่ก้าว สีหน้าของหยุนหงเฟยก็ยิ่งทวีความอัปลักษณ์ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความขัดใจ
การที่ซูหานถอยไปแค่ไม่กี่ก้าว สำหรับเขาแล้ว นั่นถือเป็นความอัปยศอดสูอันใหญ่หลวง!
"ไอ้สวะบัดซบ"
"ตัด!"
หยุนหงเฟยรู้สึกอัปยศอดสูอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เจตจำนงกระบี่พุ่งทะยานเสียดฟ้า เขากวัดแกว่งกระบี่ออกไปอีกครา ปราณกระบี่ที่บางเฉียบดุจปีกจักจั่นพาดผ่านกลางอากาศพุ่งเข้าใส่
สีหน้าของซูหานพลันเคร่งเครียดลงฉับพลัน
เขาใช้กระบี่กลืนวิญญาณขึ้นต้านรับอีกครั้ง
เคร้ง!
ขุมพลังอันมหาศาลกระแทกซูหานกระเด็นถอยไปไกลหลายจั้ง
"กระบี่ของเจ้าเป็นระดับนภาขั้นสูงจริงๆ ด้วยสินะ"
ใบหน้าของหยุนหงเฟยดูมืดหม่นถึงขีดสุด นัยน์ตาคู่คู่ของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาอันเร่าร้อน ถึงแม้กระบี่คู่กายของเขาจะเป็นระดับนภาขั้นสูงเช่นกัน
ทว่าเขากลับสัมผัสได้ว่า กระบี่ของเขาไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับกระบี่ของซูหาน
สิ่งนี้ทำให้เขาริษยาเป็นอย่างยิ่ง
ตกลงว่าใครกันแน่ที่เป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักกระบี่วิญญาณ!
"ส่งกระบี่ของเจ้ามา..."
ฟุ่บ
ซูหานแสยะยิ้ม โคจรย่างก้าวเทพวายุทะยานร่างออกไปในพริบตา แล้วหายตัวไปจากจุดเดิม
"บัดซบ"
หยุนหงเฟยหน้าเสียราวกับกินสิ่งปฏิกูลเข้าไป เขารีบไล่ตามไปติดๆ ทว่าไม่นานซูหานก็หายวับไปจากสายตาของเขา
"บัดซบ ไอ้บัดซบเอ๊ย!"
เขาแผดเสียงคำรามลั่น พุ่งทะยานออกไปในชั่วพริบตาเพื่อหวังจะจับกุมตัวซูหาน ทว่าความเร็วของซูหานนั้นเรียกได้ว่ารวดเร็วถึงขีดสุด หายไปจากสายตาของเขาโดยตรง
แถมยังหลบหนีเข้าไปในห้องสุสานอื่นแล้ว เขาไม่มีทางรู้เลยว่าซูหานหนีเข้าไปในห้องสุสานใด
ช่างเป็นความอัปยศอดสูที่ใหญ่หลวงนัก!
ในฐานะบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักกระบี่วิญญาณ ตามหลักแล้วศิษย์ทุกคนควรจะต้องเคารพยกย่อง และยำเกรงเขา ไม่ใช่มาท้าทายเขาเช่นนี้
แต่ซูหานกลับท้าทายเขายั่วยุครั้งแล้วครั้งเล่า สำหรับเขาแล้วนี่คือความอัปยศที่ใหญ่โตเทียมฟ้า!
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ
ใบหน้าของพวกหวางเหิงมืดครึ้มลง แปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบอย่างยิ่ง
"หายไปแล้ว”
หวางเหิงกล่าวด้วยความเดือดดาล
ไม่ยินยอมพร้อมใจเป็นอย่างยิ่ง
"บุตรศักดิ์สิทธิ์ ทักษะท่าร่างของเจ้าหมอนี่แข็งแกร่งมากขอรับ"
"พริบตาเดียวก็หายไปแล้ว"
เขามองหยุนหงเฟยพลางกล่าว
ฝ่ายหลังมีท่าทีเย็นเยียบถึงขีดสุด ดวงตาทั้งสองส่องประกายเย็นชา
"วิชานี้น่าจะเป็นวิชาระดับนภาขั้นสูง ย่างก้าวเทพวายุ ของสำนักกระบี่วิญญาณ"
"นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้านี่จะฝึกฝนย่างก้าวเทพวายุจนถึงระดับนี้ได้แล้ว"
เขากล่าว
หญิงสาวคนหนึ่งหน้าตาเคร่งเครียด
"บุตรศักดิ์สิทธิ์ ซูหานมีพลังแค่ขอบเขตเป็นตายเท่านั้น แต่กลับสามารถเอาชนะหวางเหิงที่อยู่ระดับครึ่งก้าวสู่ขอบเขตเทวะได้อย่างง่ายดาย"
"นี่แสดงว่าคนผู้นี้มีพลังเทียบเท่าระดับครึ่งก้าวสู่ขอบเขตเทวะแล้วงั้นหรือ?"
หยุนหงเฟยสีหน้ามืดครึ้มอย่างหนัก เอ่ยเสียงเหี้ยมว่า
"ไม่ พลังของเขาน่าจะเทียบเท่ากับขอบเขตเทวะเลยต่างหาก"
"ขอบเขตเทวะ?!"
สีหน้าของคนทั้งหลายพลันเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
โดยเฉพาะหวางเหิงที่มีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
หยุนหงเฟยใบหน้ามืดครึ้ม ขบกรามแน่นพลางกล่าวเสียงเหี้ยม
"สามารถเอาชนะหวางเหิงได้ แถมยังทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส พลังของเขามีหรือจะแค่สูสีกับหวางเหิง?"
คำพูดของเขา ทำให้กลุ่มคนทั้งหมดยิ่งหน้าเสีย
คนผู้หนึ่งกล่าวด้วยความโกรธ
"ไอ้เด็กนี่ตอนนี้อยู่ขอบเขตเป็นตายแล้ว หากปล่อยเวลาให้มันอีกสักระยะ เกรงว่ามันคงจะผงาดขึ้นมาได้อย่างแท้จริง"
หยุนหงเฟยมีใบหน้าดุร้ายเหี้ยมเกรียม
"ไอ้เด็กนี่มันกล้าท้าทายข้า บุตรศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้จะต้องสับมันให้เป็นชิ้นๆ"
ในฐานะที่เป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักกระบี่วิญญาณ ย่อมเป็นธรรมดาที่ใครต่อใครก็ต้องเคารพยำเกรงเขา
ซูหานผู้นี้กลับไม่ไว้หน้าเขาถึงเพียงนี้ มันจะต้องตาย
อีกทั้งกระบี่ในมือของมันก็จะต้องตกเป็นของเขาด้วย
"ยังมีอีกเรื่อง ไอ้เด็กนี่กับธิดาศักดิ์สิทธิ์ตกลงแล้วมีความสัมพันธ์อะไรกันแน่?"
"พวกเราไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าธิดาศักดิ์สิทธิ์มีความเกี่ยวข้องกับบุรุษใด แต่เห็นได้ชัดว่านางกับซูหานดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์บางอย่างต่อกัน"
หวางเหิงกล่าวเสียงเครียด
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของทุกคนก็คล้ำลงทันที ดวงตาทุกคู่ส่องประกายเย็นชา
แววตาของหยุนหงเฟยเต็มไปด้วยความเย็นชา เสียงเอ่ยเย็นเยียบ
"หากไอ้เด็กนี่มีความสัมพันธ์กับเป่ยชิวเสวี่ยจริงๆ ล่ะก็..."
"ข้าจะให้มันได้รู้ ถึงบทลงโทษของการกล้าหมายปองสตรีของบุตรศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้"
"ข้าจะทำให้มันอยู่มิสู้ตาย!"
"..."