เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 993 ของวิเศษลำดับหนึ่งในใต้หล้า.

Chapter 993 ของวิเศษลำดับหนึ่งในใต้หล้า.

Chapter 993 ของวิเศษลำดับหนึ่งในใต้หล้า.


โหลวซิงเฉินที่กลับมาอยู่ข้างจงซาน ในเวลานี้ ไม่มีใครกล้าดูแคลนคนทั้งสี่อีกแล้ว.

พื้นที่รอบ ๆ ที่กลายเป็นเงียบงัน บนอวกาศ สองลำแสงที่เข้าปะทะกันอย่างหนักหน่วงรุนแรง เห็นชัดเจนว่าการต่อสู้ของปราชญ์เทพนั้นไม่มีทีท่า ว่าจะจบง่าย ๆ.

"เซิ่งหวัง ตอนนี้จะทำอย่างไร? สายตาของทุกคนได้จดจ้องมองมายังพวกเรา!"โหลวซิงเฉินที่ขมวดคิ้วไปมา.

แน่นอนจงซานก็รับรู้ว่าคนมากมายที่จ้องมองมายังพวกเขา เวลานี้ ต้องการจับปลาน้ำขุ่นก็คงจะยากไปแล้ว.

"เมื่อน้ำใสอยู่ก็ต้องทำให้น้ำขุ่นก่อน!"จงซานกล่าว.

จากนั้น จงซานที่ก้าวบินออกไป คนของเขาก็บินตามเช่นกัน.

กลุ่มของจงซานจากไปแล้ว เหล่าผู้ฝึกตนมากมายที่จับจ้องมองเขาอย่างสนใจ นี่พวกเขาต้องการทะลวงค่ายกลอย่างงั้นรึ?

ไม่มีใครกล้าขวางทาง ทว่าสายตาของพวกเขาที่จดจ้องมองตาเขม็ง หลายคนที่ทำการคาดเดา ด้วยท่าทางร้อนใจ.

สิ่งที่เหล่าผู้ฝึกตนที่อยู่รอบ ๆ คาดหวังในเวลานี้คือจะทะลวงเข้าไปในค่ายกลอย่างไร ทำให้สายตาของผู้คนมากมายจดจ้องมองดูท่าทีของคนที่อยู่รอบ ๆ ที่จะเป็นผู้นำ.

เพราะไม่มีใครคิดว่าภายในตำหนักไป่โหยวนั้นว่างเปล่า.

กลุ่มของจงซานที่บินตระเวนไปรอบ ๆ เทือกเขาเซิ่งซือ.

อ๋องพันปิศาจที่ขมวดคิ้วไปมา หลันเติ้งและหมี่เล่อเองก็จดจ้องมองไปยังรอบ ๆ ด้วยความสนใจ ก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น.

"ครืนน~~~~~~~~~~~~~~~~~~~!”

พื้นที่บริเวณใกล้เคียงของเทือกเขาเซิ่งซือ ปรากฎหมอกสีชมพูปกคลุมพื้นที่รอบ ๆ  หลังจากที่หมอกสีชมพูหายไป คนทั้งสี่ก็หายไปในทันที.

พื้นที่รอบ ๆ ของเทือกเขาเซิ่งซือที่ปราณศพสั่นไหวไปมา จากนั้น คนทั้งสี่คนก็หายไปในทันที.

คนทั้งสี่หายไปแล้ว สายตาของทุกคนจดจ้องมองมาในทันที พวกเขาเข้าไปด้านในอย่างงั้นรึ?

ทุกอย่างที่เปลี่ยนเป็นนิ่งงัน ห้าลมหายใจ สิบลมหายใจ ยี่สิบลมหายใจ ร้อยลมหายใจ!

หลังจากผ่านไปหนึ่งก้านธูป ทุกคนที่มีแผนต้องการเข้าไปในตำหนักไป่โหยวถึงกับนั่งไม่ติดกันเลยทีเดียว!

คนทั้งสี่เข้าไปด้านในแล้วรึ? นี่พวกเขาได้ของวิเศษแล้วอย่างงั้นรึ?

ทิศเหนือ ทันใดนั้นก็มีคนมากมายกว่าห้าสิบคน ที่สวมชุดบัณฑิต.

เป็นกลุ่มของนิกายหงหรู ได้เคลื่อนไหวในทันทีเช่นกัน.

เหล่าศิษย์ของนิกายหงหรูที่เริ่มลงมือแล้วทำให้กลายเป็นตัวจุดชนวนให้กับเหล่าผู้ฝึกตนที่อยู่รอบ ๆ  เหล่าผู้ฝึกตนมากมายเริ่มกระจายออกไปรอบ ๆ  รวมทั้งอ๋องพันปิศาจ หลันเติ้งและหมี่เหล่ยด้วย.

เหล่าผู้ฝึกตนมากมายที่ต่างก็พลุ่งพล่าน พุ่งตรงไปยังเทือกเขาเซิ่งซือ.

"ตูมมมม!"

คนในชุดดำเป็นคนแรกที่ลงมือเขาได้ทิ้งระเบิดเข้าไปในค่ายกล.

เกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ปรากฎปราณกระบี่มากมายที่โจมตีออกมาจากภายในค่ายกล.

จากนั้น เหล่าผู้ฝึกตนมากมายต่างก็นำของวิเศษออกมา พร้อมกับเริ่มโจมตีออกไปพร้อม ๆ กัน.

"ตูมมม~~~~~~~~~~~!”

รอบ ๆ ค่ายกลนั้นมีเสียงระเบิดดังสนั่นเป็นระยะ ๆ  ทว่าค่ายกลกระบี่สังหารเซียนของซานั้นแข็งแกร่งมาก ไม่มีแม้แต่ร่องรอยเลยแม้แต่น้อย.

ทว่าขณะที่เหล่าผู้ฝึกตนมากมายกำลังโจมตีออกไปไม่หยุดนั้น ทันใดนั้นก็มีคนหยุด.

หลังจากนั้นก็ส่งผลต่อคนอื่น ๆ ไปในทันที ทำให้ทุกคนหยุดลงในทันที ก่อนที่จะจ้องมองไปยังทิศ ๆ ทางหนึ่งพร้อม ๆ กัน.

ภายในหุบเขาดังกล่าวนั้น กลุ่มของจงซานที่ยืนอยู่ที่ตรงนั้น จดจ้องมองพวกเขาที่เข้าโจมตี ค่ายกลกระบี่สังหารเซียน! ด้วยท่าทางสบาย ๆ ไร้ซึ่งความกังวล.

"ไม่ใช่ว่าจงซานเข้าไปในเทือกเขาเซิ่งซือก่อนหน้านี้ไม่ใช่รึ?"เหล่าผู้ฝึกตนมากมายที่กลายเป็นงงงวย.

จากนั้นผู้ฝึกตนทั้งหมดต่างก็พูดไม่ออกราวกับตระหนักอะไรบางอย่างได้.

หลาย ๆ คนที่เริ่มต่อว่าต่อขานในใจ จงซานที่จงใจให้พวกเขารับรู้ว่าตัวเองเข้าไปด้าน ล่อล่วงให้พวกเขาร้อนรนทะลวงค่ายกล หลังจากที่ทุกคนทำลายค่ายกลแล้ว เขาก็จะเป็นเหมือนกับชาวประมงที่คอยฉวยผลประโยชน์.

กับท่าทางนิ่งสบายใจของจงซานทำให้ทุกคนกระจายออกไปหยุดเร่งรีบทะลวงค่ายกลในทันที.

หลาย ๆ คนที่จ้องมองอย่างชั่วร้ายไปยังจงซาน.

"ไป!"จงซานที่ส่ายหน้าไปมา.

จงซานไม่สนใจสายตาของทุกคน ก่อนที่จะก้าวนำคนทั้งสามจากไปในทันที.

"ไม่ใช่ว่าจงซานต้องการเข้าไปในเทือกเขาเซิ่งซืออย่างงั้นรึ?"เหล่าผู้ฝึกตนที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวกลายเป็นงงงวย.

ความจริงแล้วจงซานไม่ได้จากไปที่แท้จริง เขาที่หาสถานที่ซ่อนตัว แม้นว่ามันจะเป็นอะไรง่าย ๆ  ทว่าจำเป็นต้องให้เหล่าผู้ฝึกตนมากมายเห็นพวกเขาว่าได้จากไปแล้ว.

เมื่อจงซานหายไปลับตาแล้ว เหล่าผู้ฝึกตนก็ไม่สนใจอีกต่อไป ทว่าตอนนี้สิ่งที่พวกเขาสนใจที่สุดก็คือของวิเศษในเทือกเขาเซิ่งซือ.

จงซานและผู้ใต้บังคับบัญชาอีกสามคนที่ คนห้าเทือกเขาที่มีปากทึบ หลบให้พ้นกับสายตาทุกคน.

"เอาล่ะ ตอนนี้พวกเรากลับไปกันได้แล้ว ข้าจะพาพวกเจ้าเข้าไปในเทือกเขาเซิ่งซือ!"จงซานที่เอ่ยออกมาในทันที.

"ทำไมก่อนหน้านี้เซิ่งหวังไม่เข้าไปอย่างงั้นรึ?"โหลวซิงเฉินที่แสดงท่าทางสงสัย.

"ก่อนหน้านี้นะรึ? ก่อนหน้านี้มีสายตาคนมากมายที่จับจ้องและต้องการเข้าไปในตำหนักไป่โหยว ซึ่งแตกต่างกับการที่พวกเราลอบเข้าไปเงียบ ๆ ด้านใน นอกจากนี้ เจ้าลองคิดดู หากว่าเราได้สิ่งของอะไรของซาออกมา สิ่งดังกล่าวนั้นจะกลายเป็นที่จับจ้องมองของคนทั่วหล้า แล้วคิดว่าพวกเราจะหนีออกจากทวีปซือต้าปู่ได้อย่างงั้นรึ?"จงซานที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"ครับ!"โหลวซิงเฉินที่พยักหน้าเข้าใจ.

สิ่งสำคัญที่สุดไม่เพียงแค่ปัดป้องเหล่าผู้ฝึกตนมากมาย ยังหมายถึงซาและกงจื่อด้วย.

การที่ถูกจับตาจากปราชญ์เทพ แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องดีเท่าใดนัก.

คนทั้งสี่ที่หายไปจากสายตาผู้คน ได้แยกออกเป็นสองกลุ่มบินตรงไปยังเทือกเขาเซิ่งซือ.

ในเวลานี้มีคนมากมายที่กำลังทะลวงเข้าไปภายในเทือกเขาเซิ่งซือ ทำให้ไม่มีใครสนใจกลุ่มจงซาน ซึ่งเวลานี้ได้ปลอมตัวปกปิดเข้าไปด้านในกลุ่มพวกเขาแล้ว.

จากนั้นไม่นาน คนทั้งสี่ที่ปลอมตัวเขามาได้มาหยุดที่เชิงเขาเซิ่งซือ.

พื้นที่รอบ ๆ เทือกเขาเซิ่งซือในเวลานี้มีผู้ฝึกตนมากมายที่กำลังโจมตีไปยังค่ายกลไม่หยุดหย่อน และแน่นอนว่าค่ายกลเองก็โจมตีกลับออกมาด้วยนับว่าอยู่ในสภาวะอันตรายทีเดียว

กลุ่มของจงซานนั้นได้ใช้ปราณกระบี่คลุมร่างพร้อมกับทะลวงเข้าไปด้านใน.

หลังจากผ่านไปหนึ่งหนึ่งก้านธูป.

แปดหางสวรรค์ที่สร้างคลื่นกระบี่สังหารเซียนออกมาคลุมกลุ่มของพวกเขาเอาไว้ ทำให้พวกเขาสามารถเข้าไปด้านในหุบเขาได้.

ไม่จำเป็นต้องซ่อนตัวใด ๆ  ค่ายกลกระบี่สังหารเซียนไม่เข้าโจมตีแปดหางสวรรค์แห่งจุดจบ ราวกับยอมรับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของค่ายกล.

เซียนเซิงซือและอีกสองคนที่จ้องมองเหล่าผู้ฝึกตนที่อยู่ด้านนอกที่กำลังพยายามตะเกียกตะกายเข้ามาด้วยใบหน้าแปลกประหลาด พวกเขาเข้ามาได้ไร้ซึ่งรอยขีดข่วน เป็นอะไรที่คาดไม่ถึงมาก.

"เซิ่งหวัง พวกเราเข้ามาแล้ว ภายในตำหนักไป่โหยวต้องมีสมบัติล้ำค่าแน่!"โหลวซิงเฉินที่เอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้น.

"ไม่!"จงซานที่ส่ายหน้าไปมาในทันที.

"หืม?"

"พวกเราจะอยู่ตรงนี้ไม่เข้าไปข้างใน ไม่แม้แต่ใช้สัมผัสเทวะ เซียนเซิงซือส่งเจียงซือหลบหนีระดับต้นออกไป ตรวจสอบด้านใน!"จงซานที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"รับทราบ!"เซียนเซิงซือที่นำเจียงซือออกมาในทันที.

เจียงซือหลบหนี ที่พุ่งตรงไปยังตำหนักไป่โหยว.

ทำไมจงซานไม่ยินดีเข้าไปด้านใน! เพราะว่าจงซานยังจำได้เกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตำหนักดวงดาวในอดีต.

บนตำหนักดวงดาวนั้น นวีหวาได้ทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้ให้เผ่าจิ้งจอก.

ภาพฉายที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น ต่อหน้าปราชญ์เทพโม่จื่อ ภาพของไท่ซ่างที่ผ่านมานานหลายแสนปีได้ถูกทิ้งเอาไว้ เหล่าปราชญ์เทพที่สามารถสัมผัสและบอกได้ ซาเองก็ควรจะเหมือนกัน?หากเขาสามารถรับรู้ได้ เมื่อจงซานเข้าไปในตำหนัก แน่นอนซาเองก็ต้องรู้.

หลังจากนี้ก็ต้องรอคอยให้ซาไล่ล่าเขาอย่างแน่นอน!

เซียนเซิงซือที่นำบอลผลึกออกมา!

เป็นอุปกรณ์ฉายภาพที่เจียงซือมองเห็น.

ตำหนักไป่โหยว?

ซาไม่ได้วางข่ายอาคมเอาไว้อีก คาดไม่ถึงเลยว่าเจียงซือจะสามารถเข้าไปด้านในตรง ๆ ได้เลย ขณะที่เจียงซือจ้องมองไปรอบ ๆ .

ตำหนักไป่โหยวนั้นกว้างมาก กว้างยิ่งกว่าตำหนักซ่างเฉินอีกหลายเท่านั้น ที่ทิศเหนือนั้นเป็นลานยกตัวสูง ดูเหมือนว่าจะมีบัลลังก์ของอดีตปราชญ์เทพเคยอยู่ที่นี่ ที่ด้านล่างเองก็มีแท่นเป็นแถวสองแถวให้ยืนประจำตำแหน่ง ดูเหมือนว่าจะเป็นตำแหน่งจุดยืนของเหล่าศิษย์ในนิกาย.

ที่ทิศตะวันออกของตำหนักไป่โหยวนั้น จงซานสามารถมองเห็นสิ่งที่กงจื่อต้องการ สิ่งของชิ้นนี้อยู่ในม่านอาคมรูปดวงตา.

และด้านในนั้นมีป้ายหยกที่มีความสูงสิบจั้ง ป้ายหยกที่มีส่วนหนึ่งจมลงไปบนพื้น โผล่ขึ้นมาด้านบนเพียงสิบจั้งเท่านั้นเอง.

เป็นหยกที่ดูประณีตเรียบรื่นและยังส่องประกายแสงสิบสองสีออกมา.

ทว่าหาใช่เรื่องน่าสนใจไม่ สิ่งสำคัญที่สุดนั้นคือ มันมีอักขระโบราณสองตัวสลักอยู่.

--------

เจาหัว~~ ~~

--------

เซียนเซิงซือและคนอื่นที่จดจ้องมองถึงกับทำได้ยินเสียงหัวใจเต้น จ้องมองหน้ากันและกันก่อนที่จะจ้องมองมายังจงซานในที่สุด.

"ป้ายหยกเจาหัว มันคือป้ายหยกเจาหัว?"เซียนเซิงซือที่เผยท่าทางตื่นเตินดีใจ.

"ของวิเศษที่แข็งแกร่งที่สุดของบรรพชนหงจวิน ป้ายหยกเจาหัว มันคือป้ายหยกเจาหัวจริง ๆ ?"โหลวซิงเฉินที่เผยท่าทางดีใจ.

"ไม่สงสัยเลยว่ากงจื่อต้องการมัน!"หนานกงเซิงที่เผยท่าทางตื่นเต้นด้วยเช่นกัน.

ป้ายหยกเจาหัว? ชื่อนี้จงซานจะไม่เคยได้ยินได้อย่างไร? ในอดีตมีปราชญ์เทพเก้าคน บรรพชนหงจวินคือคนที่แข็งแกร่งที่สุด และของวิเศษของบรรพชนหงจวิน ก็คือป้ายหยกเจาหัว ซึ่งภายในนั้นมีเคล็ดวิชาสวรรค์บันทึกเอาไว้อยู่ แน่นอนว่ามันคือ ของล้ำค่าและเป็นสมบัติอันดับหนึ่งของโลกใบนี้!

ของวิเศษลำดับหนึ่งในใต้หล้า.

ไม่ต้องเอ่ยเลยว่ามันเป็นสิ่งที่ผู้ฝึกตนทุกคนต่างหมายปอง แม้แต่ปราชญ์เทพเองก็ต้องการมันเช่นเดียวกัน!

ทว่าในเวลาเดียวกันนี้ ของวิเศษอันดับหนึ่งในใต้หล้าอยู่ต่อหน้าแล้ว ไม่ใช่ว่าต้องคว้ามันมาให้ได้หรอกรึ?

ถึงจะเป็นจงซาน ในเวลานี้ยังหัวใจเต้นไปมาเช่นกัน.

"เซิ่งหวัง ข้าจะให้เจียงซือนำมันมา!"เซียนเซิงซือเอ่ยออกมาในทันที.

"ช้าก่อน!"จงซานที่กล่าวขัดในทันที.

แม้นว่าจะทำให้เขาตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ทว่าลึกลงภายในใจก็มีเสียงที่ห้ามจงานเอาไว้ ทำให้เขาสงบใจทันที.

จงซานที่สูดหายใจลึก ท้ายที่สุดก็ส่ายหน้าไปมา "ป้ายหยกเจาหัวนี้ พวกเราไม่สามารถใช้กำลังคว้ามันมาได้!"

สมบัติอันดับหนึ่งในใต้หล้า และยังเป็นหายนะอันดับหนึ่งด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ว่าจงซานไม่ต้องการ ทว่าจงซานเองก็ยังไม่ต้องการหายนะด้วยเช่นกัน! ไม่ต้องเอ่ยเลยว่ามันมีตราประทับของซา ติดอยู่เท่านั้น ตราบเท่าที่เกิดการเคลื่อนไหว แน่นอนว่าจะต้องดึงเหล่าเซียนบรรพชนเข้ามาหาเขาในทันที หรือแม้แต่ปราชญ์เทพก็ตาม มีเหรอที่เขาจะทำอะไรได้? มีแต่ถูกแย่งชิงไปเท่านั้น!

ด้วยคำพูดของจงซาน ทั้งสามคนที่เปลี่ยนมาเป็นสุขุม หลังจากที่สงบใจได้ ทุกคนก็พอจะตระหนักได้เช่นกัน.

"มองหาสิ่งอื่น ป้ายหยกเจาหัวไม่สามารถครอบครองได้ ทว่าน่าจะยังมีสิ่งอื่นของปราชญ์เทพที่ไม่ธรรมดา.

"อืม!"เซียนเซิงซือพยักหน้ารับ.

เจียงซือที่เริ่มทำการสำรวจ ดูเหมือนว่าภายในตำหนักไป่โหยวนั้นจะว่างเปล่า บางทีกลังจากที่ปราชญ์เทพทงเทียนตกตายไปแล้ว สิ่งของต่าง ๆ ภายในตำหนักก็ถูกขโมยไปหมด.

และแล้วที่มุมแห่งหนึ่ง ทุกคนก็สามารถมองเห็นอะไรบางอย่างได้.

"เป็นโลงศพยักษ์สีม่วง?"หนานกงเซิ่งที่จำได้.

"ใช่ โลงศพม่วงยักษ์ ในอดีตเป็นซาเคยนอนอยู่ ดูเหมือนว่าจะเป็นโลงศพของปราชญ์เทพ! ที่ในอดีนนั้นสามารถดูดซับป้องกัน ปราณสวี(习气)ได้ด้วย."เซียนเซิงซือที่ดวงตาเปล่งประกลาย.

"ปราณสวี? เป็นพลังวิเศษที่มีเพียงปราชญ์เทพสามารถครอบครองได้?"โหลวซิงเฉินที่ตกใจเล็กน้อย.

"อืม!"เซียนเซิงซือพยักหน้ารับ.

ในเวลานี้ดูเหมือนภายในตำหนักไป่โหยวที่ใหญ่โตมโหฬารนี้ จะมีสมบัติล้ำค่าเพียงสองสิ่ง คือโลงศพยักษ์สีม่วงและป้ายหยกเจาหัว.

"เซิ่งหวัง ข้าขอนำโลงศพยักษ์นี้ไปได้หรือไม่? สิ่งดังกล่าวนี้สำคัญต่อข้ามาก!"เซียนเซิงซือที่จ้องมองมายังจงซาน.

"ป้ายหยกเจาหัวนั้นไม่สามารถครอบครองได้ ไม่ใช่ว่าสมบัติตอนนี้มีเพียงแค่โลงศพม่วงยักษ์รึ? นำมันไป หลอมประสานมันให้เร็วที่สุด อย่างน้อยก็ต้องลบตราประทับของซาออกไป! อย่างไรก็ตามไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับซาในเวลาอันสั้นนี้ แน่นอนว่าเขายังคงวุ่นวายเกี่ยวกับป้องกันป้ายหยกเจาหัวอยู่แน่นอน."จงซานที่กล่าวยืนยัน.

"ขอบคุณเซิ่งหวัง โปรดวางใจที่ใจกลางของทวีปซือต้าปู่นั้นมีเส้นทางไปยังภพหยิน ด้านล่างเส้นทางน้ำพุเหลืองนั้น ข้าสามารถยืมใช้งานบ่อโลหิตปิศาจวิญญาณลบตราประทับนี้ออกได้!"เซียนเซิงที่กล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย.

จบบทที่ Chapter 993 ของวิเศษลำดับหนึ่งในใต้หล้า.

คัดลอกลิงก์แล้ว