เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 984 ซา(สามสิบ)

Chapter 984 ซา(สามสิบ)

Chapter 984 ซา(สามสิบ)


จ้าวโส่วเซี่ยงที่ปะทะกับนาจา!

เหล่าประชาชนเวลานี้ไม่รู้จักนาจา ไม่รู้ว่านาจาเป็นใคร พวกเขารู้เพียงแค่จ้าวโส่วเซี่ยงกำลังต่อสู้อยู่ เวลานี้มีศัตรูเข้ามารุกราน สายตาของทุกคนที่เผยท่าทางเป็นห่วงจงซาน และหวังว่าเขาจะเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้.

ปราณหอกที่ดูยิ่งใหญ่ทรงพลังที่นาจาแสดงออกมานั้น หอกเพลิงที่น่าเกรงขาม คาดไม่ถึงเลยว่าจะไม่สามารถกำราบจ้าวโส่วเซี่ยงได้?

ที่หน้าผากของเขาเวลานี้ปราณทมิฬที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ  นาจาเองก็เริ่มโกรธเกรี้ยวบ้าคลั่งขึ้นเรื่อยด้วยเช่นกัน แพรไหมสีแดงเข้มที่คล้องคอเขาอยู่ถูกนำมาใช้ ด้วยความโกรธเกรี้ยวร่างกายของเขาที่เปลี่ยนแปลง แขนที่ผุดออกมาจางร่างสองฝั่ง แขนของเขาที่เพิ่มขึ้นมาอีกหกแขน.

สามเศียรแปดกร มือสองข้างถือหอก สองข้างถือแพรไหมแดง สองข้างถือกงล้อเฉียนคุน และอีกสองข้างถืออิฐสีทอง.

กับรูปร่างที่เปลี่ยนไป ทำให้ทุกคนเปลี่ยนเป็นตื่นตกใจขึ้นมาในทันที สามารถที่จะเปลี่ยนตัวเองเป็นอสุรกายได้อย่างงั้นรึ?

หลังจากที่นำของวิเศษอีกสามชิ้นมาใช้ ทำให้พลังต่อสู้ของนาจาเพิ่มขึ้นมาเป็นอย่างมาก ด้วยของวิเศษเหล่านี้ ทำให้เขาเหนือกว่าโดยสมบูรณ์.

จ้าวโส่วเซี่ยงยังคงยกหอกค้างเอาไว้ ต่อหน้านาจาสามเศียรแปดกร หอกเพลิงของนาจา พร้อมกับอิฐทองคำ และยังมีกงล้อเฉียนคุน แม้แต่แพรไหมสวรรค์สีแดง.

ของวิเศษแต่ละอย่าง จ้าวโส่วเซี่ยงที่ใช้ทักษะที่แตกต่างกันของปราณหอกโจมตีออกไปเพื่อรับมือ ผ่านไปราว ๆ หนึ่งก้านธูป จ้าวโส่วเซี่ยงที่สามารถรับมือการโจมตีของอีกฝั่งได้ทั้งหมด แม้แต่โจมตีออกไปได้อีกด้วย.

"ในอนาคตเขาจะกลายเป็นเทพนักรบที่มีชื่อเสียง!"จื่อลู่ที่อยู่ไกลออกไปกล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

สิ่งที่จื่อลู่เห็นนั้น นาจาเป็นมหาเซียนขั้นปลาย ทว่าจ้าวโส่วเซี่ยงที่เพิ่งทะลวงมาถึงระดับมหาเซียน มีความต่างชั้นเป็นอย่างมาก แต่คาดไม่ถึงเลยว่าจ้าวโส่วเซี่ยงจะเหนือกว่า? เรื่องนี้จะไม่ทำให้จื่อลู่ประหลาดใจได้อย่างไร?

แม้แต่คนของต้าเจิ้งเวลานี้ต่างก็ปรบมือให้เสียงดัง.

"เป็นไปไม่ได้ ไม่มีใครเหนือกว่ากล้าในวิถีหอก หนำซ้ำเจ้ายังเพิ่ง ก้าวมาถึงระดับมหาเซียนเท่านั้น!"นาจาที่อุทานออกมาเสียงดัง.

ในเวลานี้ จ้าวโส่วเซี่ยงที่ต่อสู้อย่างสุขุม.

"สาเหตุเพราะว่าเจ้าไม่ซื่อสัตย์ในวิถีหอกไงล่ะ!"จ้าวโส่วเซี่ยงที่กล่าวออกมาขณะพูด.

"ซือสัตย์ต่อวิถีหอก?"นาจาที่หยุด ไม่เข้าใจจ้องมองไปยังจ้าวโส่วเซี่ยง.

"ข้าใช้เพียงแค่หอก เป็นหนึ่งในวิถีที่ใช้ก้าวไปด้านหน้า ทว่าเจ้านั้นกลับมีสมบัติมากมายนับไม่ถ้วน ของวิเศษที่ร้ายกาจที่แตกต่าง แต่ละอย่างนั้นไม่สามารถหลอมผสานได้ด้วยซ้ำ! ข้านั้นเพิ่งทะลวงมาถึงขอบเขตมหาเซียน แต่เจ้ากับยังเทียบข้าไม่ได้ อย่าได้ต่อสู้ต่ออีกเลย! ยอมแพ้ซะ แล้วข้าจะขอโทษตายกับเซิ่งหวังให้!"จ้าวโส่วเซี่ยงที่กล่าวออกมาเสียงดัง.

จ้าวโส่วเซี่ยงนั้นเป็นคนมีความยุติธรรม เพราะว่านาจา ทำให้เขาสามารถตัดผ่านระดับได้ ดังนั้น สำหรับนาจาแล้ว จ้าวโส่วเซี่ยงจึงไม่ต้องการเอาชีวิตเขา.

"ให้ข้ายอมแพ้โดยที่ไม่สู้ เจ้าฝันไปเถอะ! เป็นเจ้าต่างหากที่ไม่มีคุณสมบัติพอจะสู้กับข้า!"นาจาที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาทั้งสองข้างของเขาเวลานี้กลายเป็นสีแดงโดยสมบูรณ์แล้ว.

ที่หน้าผากปราณสีดำที่ปะทุออกมาอย่างรุนแรง ในเวลานี้นาจาได้กลายเป็นอีกคนแล้ว.

นาจาที่บ้าคลั่งเสียสติพุ่งเข้าหาจ้าวโส่วเซี่ยงอีกครั้ง..

แน่นอนว่าจ้าวโส่วเซี่ยงสามารถที่จะกำราบนาจาได้อีกครั้งเช่นเดิม.

บนใบหน้าของนาจานั้นมีปราณทมิฬที่มากขึ้นและก็มากขึ้น.

ทีละนิด ๆ  ปราณทมิฬที่หน้าผากค่อย ๆ เปลี่ยนไปกลายเป็นตัวอักษร.

"ซา?"เซียนเซิงซือที่อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ.

"ใช่ ซา!"จงซานที่กล่าวออกมาด้วยความจริงจัง.

ซา.

จงซานที่คิดถึงเรื่องโลกใบเล็ก เกี่ยวกับศพของปราชญ์เทพ ที่โลงศพส่วนหัวของปราชญ์เทพนั้น ปราณทมิฬได้รวมตัวกันเป็นอักษรซึ่งมันเหมือนกันกับที่มาปรากฎขึ้นที่หน้าผากของนาจา ซา?

อักษรซาบนใบหน้าของนาจาเริ่มลามไปทั่วร่าง รอบ ๆ ร่างกายของเขามีปราณทมิฬมากมายปกคลุม.

ทันใดนั้นพลังของนาจาที่เพิ่มขึ้นปะทุระเบิดออกมาในทันที.

พลังที่น่าหวาดกลัวพวยพุ่งไหลบ่าออกมาอย่างรุนแรง จนสามารถกำราบจ้าวโส่วเซี่ยงในทันที จากพ่ายแพ้กลายเป็นชนะ เพียงแค่แรงกดดันก็สามารถกำราบจ้าวโส่วเซี่ยงได้แล้ว.

"อาจารย์อา หมายความว่าอย่างไร?"เซอคงที่สอบถามจื่อลู่ที่อยู่ข้าง ๆ .

"ผนึกอาคมปิศาจ!"ดวงตาของจื่อลู่หรี่เล็กลง.

"ผนึกอาคมปิศาจ?"

"มีใครบางคนวางอาคมปิศาจไว้ในร่างของนาจา ผนึกอาคมปิศาจเป็นพลังอย่างหนึ่ง ทรงพลังมีผลต่อชีวิตของตัวเองและคนอื่น และยังเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับนาจา ทว่าอาคมปิศาจนี้จะทำการเปลี่ยนนิสัยของคนผู้นั้นไปด้วย เห็นชัดเจนว่านาจาได้เปลี่ยนไป ถูกอาคมปิศาจนั่นควบคุมอยู่."จื่อลู่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

เป็นความจริงนาจาที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ  ดูเหมือนว่าจะมีพลังเทียบเท่ากับระดับเซียนโบราณแล้ว.

แรงกดดันที่หนักหน่วง ใบหน้าของนาจาที่เต็มไปด้วยความยโสโอหัง เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาของนาจาเวลานี้ สามารถบอกได้ว่านาจาได้กลายเป็นคนอื่นอย่างสมบูรณ์ บางทีเขาอาจกำลังถูกควบคมอยู่.

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"เสียงของนาจาที่หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง.

แรงกดดันที่ผลักดันให้จ้าวโส่วเซี่ยงถอยห่างออกมา ทว่า เขาก็ไม่ได้โจมตีออกไปเช่นกัน เพราะว่าจ้าวโส่วเซี่ยงพบว่านาจาเวลานี้เหมือนกับไร้สติสูญเสียเหตุผลไปแล้ว เวลานี้ ดูเหมือนกับเป็นเพียงเครื่องจักรที่กำลังรวบรวมพลังงานจนเพิ่มขึ้นไม่หยุด อาจมีพลังร้อยเท่าหรือแม้แต่พันเท่าด้วยซ้ำ พลังที่เพิ่มขึ้นมาอย่างแปลกประหลาดนี้ ทำให้จ้าวโส่วเซี่ยงชะงักงัน.

"ไท่จื่อสาม ไท่จื่อสามเกิดอะไรขึ้น!"

"อาวุโส อาวุโสโปรดช่วยไท่จื่อสามด้วย ไท่จื่อสามไม่ใช่คนเช่นนั้น ได้โปรด!"

ชายในชุดเกาะสีทองที่หันหน้าไปยังทิศทางของโหลวซิงเฉินอย่างคาดไม่ถึง เพราะเขายืนยันได้อย่างแน่นอนว่านาจานั้นผิดปรกติ.

ผนึกปราณปิศาจระเบิดออกมาอย่างงั้นรึ?

"ลงมือได้!"เสียงของจงซานที่ดังผ่านมาจากสวนสวรรค์ลอยฟ้าหลิงเซียว.

"วูซซซ!"

เมื่อได้รับคำสั่งจากจงซาน โหลวซิ่งเฉินที่เคลื่อนไหวในทันที เขาที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ก่อนที่จะปรากฎที่ด้านหน้าของนาจา.

"ผนึกย้อนเวลา!"

ปราณทมิศของนาจาที่กำลังย้อนกลับไปยังหน้าผากของนาจา ร่างสามหัวแปดกรของเขาได้หายไปแล้ว ตอนนี้ได้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม.

พลังก่อนหน้านี้เกิดจากผลึกปิศาจที่ถูกผนึกเอาไว้มากมายมหาศาล จนทำให้นาจาหมดสติไปในทันที.

"อาวุโส ได้โปรดปล่อยไท่จื่อสามเถอะ!"ชายในชุดเกราะสีทองที่กล่าวออกมาด้วยท่าทางร้อนใจ.

เพราะว่าที่นี่ไม่ใช่ทวีปซือต้าปู นาจาที่ถูกจับตัว พวกเขาไม่มีความสามารถขัดขืนทำได้เพียงแค่ขอร้องเท่านั้น.

ทว่าโหลวซิงเฉินและจ้าวโส่วเซี่ยงกับนำร่างของนาจาบินตรงไปยังตำหนักซ่างเฉิน.

เหล่ากองทหารผู้ติดตามพวกเขาที่บินตรงไปยังประตูสวรรค์ทิศใต้ ซึ่งได้ถูกยึดของวิเศษและผนึกพลังฝึกตนพร้อมกับนำตัวไปยังที่ลานตำหนักซ่างเฉินเช่นกัน.

ภายในลานของตำหนักซ่างเฉิน นาจาที่หมดสติต่อหน้าทุกคน เซียนเซิงซือที่ทำการตรวจสอบร่างของเขา.

ผนึกที่ทะลวงออกมา ทว่าปราณทมิฬถูกโหลวซิงเฉินใช้ทักษะย้อนเวลาให้มันกลับคืนสู่สภาพดั้งเดิมอีกครั้ง บนร่างของนาจาเวลานี้มีอักขระซา ปรากฎขึ้น.

"เซิ่งหวังจง ข้าและคนอื่นได้กระทำความผิดร้ายแรง ขอได้โปรดช่วยเหลือไท่จื่อสามด้วย!"ชายในชุดเกาะสีทองที่คุกเข่าให้กับจงซานในทันที.

"แล้วพวกเจ้าเดินทางมาที่นี่ทำไม?"จงซานที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

เหล่าทหารที่ได้แต่เงียบ จะให้กล่าวอย่างงั้นรึ? ขณะที่จ้องมองจงซาน ดูเหมือนว่าพวกเขาต้องพูดออกมาอย่างงั้นรึ?

ชายในชุดเกาะสีทองดูเหมือนว่าจะเป็นคนสนิทที่สุดของนางจาที่กล่าวออกมาในทันที."เซิ่งหวังจง ข้าและคนอื่น ๆ ไม่ดีเอง ไท่จื่อสามนั้นเดินทางมาเพื่อแก้แค้นให้กับอาจารย์ ทว่าไท่จื่อสามนั้นอยู่ในช่วงผิดปรกติ บางทีอาจจะถูกควบคุมอยู่ก็ได้ เพราะไท่จื่อสามหากต้องการออกมาจากทวีปซือตาปู่นั้น จะต้องรายงานราชันย์เทพหยก แต่ครั้งนี้ไม่ได้ทำ แน่นอนว่าต้องเป็นเพราะปราณทมิฬนั่นแน่นอน! ขอให้เซิ่งหวังเมตตา ช่วยเหลือไท่จื่อสามด้วย!"

พวกเขาทุกคนที่เห็นโหลวซิงเฉินสามารถระงับปราณทมิฬได้ด้วยตาตัวเอง ดังนั้นจึงได้ร้องขอความเมตตาจากจงซาน.

ทว่าอย่างแรก คงต้องขออภัยกับเรื่องที่พวกเขาได้ล่วงเกินก่อน.

"กงจูแปด ใช่แล้วกงจูแปด พวกเราได้ยินว่าเซิ่งหวังจงและกงจูแปดเป็นสหายที่ดีต่อกัน ตลอดร้อยปีที่ผ่านมาไท่จื่อสามได้ช่วยเหลือกงจูแปดหลายอย่าง เห็นแก่หน้ากงจูแปด ได้โปรดช่วยเหลือไท่จื่อสามด้วย!"ทหารคนหนึ่งที่เอ่ยออกมา.

"กงจูแปด?"จงซานที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"ได้ยินมาว่ากงจูเห่าเม่ยลี่ได้เดินทางมาจากอาณาเขตเฟิงจง เป็นนางนั่นเอง!"คนผู้หนึ่งที่เร่งรีบกล่าวออกมาในทันที.

เซียนเซิงซือที่ทำการตรวจร่างกายของนาจา ก่อนที่จะลุกขึ้นและก้าวเข้ามาหาจงซาน.

"เซิ่งหวัง ดูเหมือนว่าศพปราชญ์เทพนั้นจะกลับมามีเชาว์ปัญญาอีกครั้งแล้ว ผนึกอาคมปิศาจนี้ ที่ผนึกลงบนร่างของนาจา เป็นผนึกของเขาแน่นอน!"เซียนเซิงซือที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"ท้ายที่สุดก็คืนชีพขึ้นมาอย่างงั้นรึ?"จงซานที่ขมวดคิ้วไปมา.

"มีเพียงแค่เชาว์ปัญญาฟื้นคืนเท่านั้นถึงจะทำได้ ไม่รู้เช่นกันว่า เชาว์ปัญญาที่ฟื้นคืนมานั้นจะใช่ปราชญ์เทพคนเดิมหรือไม่?."เซียนเซิงซือที่ส่ายหน้าไปมา.

"ผนึกอาคมปิศาจบนร่างของนาจานั้นได้มาจากที่ใด?"จงซานที่กล่าวสอบถามออกไป.

"ผู้น้อยไม่กล้าปิดบังความจริงจากเซิ่งหวังจง เรื่องนี้หลังจากที่ไท่จื่อสามออกมาจากเทือกเขาเซิ่งซือ บนร่างของไท่จื่อสามก็มีกลิ่นอายปิศาจแผ่ออกมา ไม่รู้ว่าได้รับมาอย่างไร."ชายในชุดเกาะสีทองกล่าวตอบ.

"เทือกเขาเซิ่งซือ?"จงซานที่กล่าวออกมาด้วยความสงสัย.

"เดิมทีก่อนหน้า มันคือตำหนักไป่โหยวของปราชญ์เทพทงเทียน ตอนนี้มันมีปราณศพมากมายคละคลุ้งไปทั่วอากาศ จนไม่มีใครกล้าเข้าไปด้านใน ในเวลานั้นไท่จื่อสามได้เดินทางไปสำรวจ จนเขาออกมา คาดไม่ถึงเลยว่า......!"ชายในชุดเกาะสีทองที่เอ่ยออกมาด้วยท่าทางเป็นกังวล.

"ตำหนักไป่โหยว?"จงซานที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"ใช่ บางทีอาจจะเป็นศพปราชญ์เทพทงเทียนที่ปะทุขึ้น ได้ยินไท่จื่อสามบอกว่าเป็นศพปราชญ์เทพหลังจากที่ปะทุขึ้นมา จะถูกเรียกว่า "ซา" "ชายในชุดเกาะสีทองที่เอ่ยตอบ.

"เรียกว่าซา อย่างงั้นรึ?"จงซานที่กล่าวออกมาด้วยความสงสัย.

"ครับ!"ทหารเกราะทองไม่กล้าที่จะปิดบัง.

"เซียนเซิงซือ สามารถถอนผนึกอาคมนี้ออกมาได้หรือไม่?"จงซานสอบถาม.

"หากเป็นอาคมปิศาจอื่น ๆ  เฉินคงไม่มีวิธีช่วย ทว่านี่เป็นของศพปราชญ์เทพที่พวกเราเคยพบ เฉินอาจจะพอมีวิธี."เซียนเซิงซือกล่าวออกมาในทันที.

"หืม?"

เซียนเซิงซือที่นำตะปูออกมาทันที.

ตะปูโลงศพ? จงซานจำได้ มันคือตะปูโลงศพที่ถอยออกมาจากโลกศพสีม่วง ที่เคยผนึกศพปราชญ์เทพในอดีต ซึ่งเป็นของวิเศษที่ไม่ธรรมดาเลย.

ในอดีตโลงศพนั้นได้บินออกมาจากโลกใบเล็ก มีตะปูโลงศพสิบดอก จงซือจิวได้ไปห้า เหริ่นชุนได้ไปสอง เซียนเซิงซือได้ไปสาม.

"ใช่สิ่งนี้ปลดผนึกรึ?!"จงซานสอบถาม.

"ครับ!"

เซียนเซิงซือที่นำตะปูโลงศพไปที่หน้าผากของนาจา จากนั้นก็ใช้มันดูดซับปราณทมิฬที่อยู่บนหน้าผากของนาจาออกมาช้า ๆ .

หมอกทมิฬหลังจากดึงออกมาแล้ว เซียนเซิงซือที่ใส่เข้าไปในขวดหยกผนึกมันเอาไว้.

"เฉินได้ดึงปราณทมิฬออกมาหมดแล้ว!"เซียนเซิงซือที่กล่าวรายงาน.

"อืม!"จงซานพยักหน้ารับ และไม่ได้กล่าวถึงขวดหยกที่เก็บปราณทมิฬไป แน่นอนว่าต้องเป็นเซียนเซิงซือเก็บมันไป.

"ขอบคุณเซิ่งหวัง ขอบคุณเซิ่งหวังจง!"ทหารชุดเกราะสีทองที่กล่าวออกมาด้วยความซาบซึ้ง.

"แม้ว่าข้าจะไม่คาดโทษพวกเจ้า ทว่าพวกเจ้าก็ได้ล่วงเกินต้าเจิ้งของข้า ไม่สามารถละเว้นความรับผิดชอบได้ คันศรนี้ต้องทิ้งเอาไว้ โหลวซิงเฉินปลดผนึกนาจา ให้คนของเขานำกลับไปให้กับเห่าเทียน."จงซานสั่งการ.

จงซานที่เห็นแก่หน้าเห่าเทียน เป็นการทดแทนคุณที่เขาเคยช่วยเมื่อครั้งแยกสวรรค์สะบั้นปฐพีในครั้งนั้น.

"รับทราบ!"โหลวซิงเฉินที่รับคำ ก่อนที่จะปลดผนึกนาจา.

"เจ้าคือผู้มีความสามารถในการใช้คันศร ดังนั้นคันศรนี้จึงมอบให้กับเจ้า!"จงซานที่กล่าวต่อโหลวซิงเฉิน.

"ขอบพระทัยเซิ่งหวัง!"โหลวซิงเฉินที่กล่าวออกมาด้วยความซาบซึ้ง คันศรดังกล่าวนี้ โหลวซิงเฉินก็รู้สึกสนใจตั้งแต่ก่อนหน้านี้เช่นกัน.

เหล่าทหารเกาะทองรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก ทว่าก็ไม่สามารถกล่าวสิ่งใดออกมาได้ คันศรเทวะนี้เป็นสมบัติของตระกูลหลี่ พวกเขา จะกลับไปรายงานเช่นไร? อย่างไรก็ตามอย่างน้อยก็สามารถนำตัวไท่จื่อสามกลับไปได้ นอกจากนี้ยังสามารถปลดผนึกปราณปิศาจออกมาได้ ทั้งโชคร้ายและโชคดี ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องขอบคุณจงซานไม่สามารถกล่าวตำหนิใด ๆ ได้.

จบบทที่ Chapter 984 ซา(สามสิบ)

คัดลอกลิงก์แล้ว