- หน้าแรก
- ระบบศัลยแพทย์ขั้นเทพ
- บทที่ 181 - การสลับตัวกลางคัน
บทที่ 181 - การสลับตัวกลางคัน
บทที่ 181 - การสลับตัวกลางคัน
บทที่ 181 - การสลับตัวกลางคัน
ด็อกเตอร์เหยาและหมอเฮ่อได้เตรียมการทุกอย่างไว้พร้อมสรรพ ไม่เพียงแต่สายไฟและท่อต่างๆ ที่ถูกเชื่อมต่อจนเรียบร้อย แม้แต่ระยะโฟกัสและสมดุลสีขาวของกล้องส่องข้อก็ถูกปรับจูนไว้อย่างลงตัว
หยางผิงก้าวเข้าประจำตำแหน่งบนเตียงผ่าตัด เขาทดสอบเลนส์กล้องเพียงครู่เดียวก็พบว่ามันถูกตั้งค่าไว้อย่างเหมาะสมที่สุดแล้ว
ตัวเขากำลังแข่งกับเวลาอย่างแท้จริง ในเมื่อซูหนานเฉินจัดหนักจัดเต็มทั้งพยาบาลเครื่องมือสองคนและทีมแพทย์ช่วยงานอีกสองคน เขาก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจ เขาจะพยายามขับเคลื่อนการผ่าตัดให้รุดหน้าไปอย่างต่อเนื่องที่สุด โดยยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพในระดับสูงสุดเอาไว้
ปลายมีดแหลมคมเริ่มเปิดทาง หยางผิงลงมือเจาะเปิดช่องทางเข้า (Portal) ขนาดเล็กบริเวณด้านหน้าด้านในและด้านหน้าด้านนอกพร้อมกันในคราวเดียว ด้วยความชำนาญที่ฝังลึกในสัญชาตญาณ เขาใช้ปลายมีดเจาะทะลุผ่านชั้นผิวหนัง ถุงหุ้มข้อ และเยื่อบุข้อไปพร้อมๆ กัน สามชั้นจบในขั้นตอนเดียว ทันทีที่ปลายมีดสัมผัสได้ถึงการทะลุผ่านเยื่อบุข้อเขาก็หยุดมือทันที เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนต่อโครงสร้างภายในข้อแม้แต่น้อย
โดยปกติ ศัลยแพทย์ทั่วไปจะเปิดเพียงรูเดียวก่อนเพื่อใส่เลนส์กล้องเข้าไป จากนั้นจึงใช้เข็มฉีดยาแทงนำทางเพื่อเปิดรูที่สองให้ได้ตำแหน่งที่แม่นยำที่สุด
แต่สำหรับหยางผิง ขั้นตอนนั้นไม่มีความจำเป็นเลย เขาเปิดรูทั้งสองจุดได้ทันที เพราะเขาไม่ต้องการเข็มนำทางใดๆ เขาสามารถระบุตำแหน่งที่สมบูรณ์แบบที่สุดได้ด้วยสัมผัสพิเศษของตัวเอง
หลินฮ่าวที่ยืนเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ถึงกับขมวดคิ้วแน่น นี่มันผิดตำราสากลไปไกลมาก ช่างเป็นวิธีการที่ป่าเถื่อนและนอกคอกสิ้นดี
กล้องส่องข้อพร้อมท่อหุ้มถูกสอดใส่เข้าไป ด็อกเตอร์เหยาได้เชื่อมต่อท่อน้ำเข้าและน้ำออกไว้ล่วงหน้าแล้ว กล้องเคลื่อนตัวเข้าสู่ข้อโดยปราศจากแรงต้านใดๆ นั่นเป็นข้อพิสูจน์ว่าไม่เพียงแต่ตำแหน่งที่เปิดจะแม่นยำ แต่ศัลยแพทย์ยังมีความคุ้นเคยกับเส้นทางที่กล้องต้องผ่านประหนึ่งหลับตาเดิน ไม่มีการติดขัดจากการเคลื่อนตัวของชั้นเนื้อเยื่อ โดยเฉพาะชั้นเยื่อบุข้อที่มักจะเป็นอุปสรรคขวางกั้น ทำให้ศัลยแพทย์ส่วนใหญ่ต้องขยับเข็มหรือเครื่องมือเพื่อลองผิดลองถูกหาทิศทาง
ทว่าสำหรับหยางผิง เขาไม่ต้องลองผิดลองถูกเลยแม้แต่วินาทีเดียว กล้องผ่านเข้าสู่ช่องข้อได้อย่างง่ายดายและลื่นไหลในครั้งเดียว เขาเริ่มการตรวจเช็คผ่านกล้องทันที พร้อมสั่งล้างทำความสะอาดช่องข้ออย่างทั่วถึง จากนั้นหยางผิงจึงสั่งปิดท่อน้ำออก
ขนาดของช่องทางเข้าที่เปิดไว้นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง หากเล็กเกินไปเครื่องมือจะใส่ยาก แต่หากใหญ่เกินไปน้ำภายในข้อจะรั่วไหลออกมาตามซอกเครื่องมือ จนทำให้ถุงเก็บน้ำด้านล่างนองไปด้วยน้ำที่ดูไม่เป็นระเบียบ
หยางผิงเปิดแผลได้พอดีเป๊ะ ไม่มีน้ำแม้แต่หยดเดียวที่รั่วซึมออกมา นั่นหมายความว่าเครื่องมือผ่านเข้าไปได้พอดีและช่องว่างโดยรอบถูกเยื่อบุข้อปิดผนึกไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้การผ่าตัดครั้งนี้ดูสะอาดสะอ้านและเป็นมืออาชีพอย่างที่สุด ทั้งบนเตียงและใต้เตียง ในถุงเก็บน้ำไม่มีร่องรอยของการรั่วไหลให้เห็นเลย
การผ่าตัดกล้องส่องข้อของศัลยแพทย์บางคน เมื่อจบเคสแล้วทั้งบนเตียงและพื้นห้องจะนองไปด้วยน้ำประหนึ่งสนามรบ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะทำได้ แต่มันคือการแสวงหาความสมบูรณ์แบบในระดับที่สูงขึ้นไปอีกขั้นของจิตวิญญาณศัลยแพทย์
เริ่มต้นจากส่วนบนของสะบ้า หยางผิงสำรวจทุกพื้นที่ภายในข้ออย่างไม่ตกหล่น โดยเรียงลำดับตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด ทุกครั้งที่กล้องเคลื่อนไหว มันจะผ่านเข้าไปในช่องว่างได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ ไม่มีการเสียดสีจนทำให้กระดูกอ่อนเสียหาย และเขาสามารถเคลื่อนกล้องไปยังตำแหน่งที่ดีที่สุดเพื่อให้ได้มุมมองที่ชัดเจนที่สุดในครั้งเดียว
หยางผิงใช้มือข้างหนึ่งควบคุมเลนส์กล้อง ส่วนอีกข้างหนึ่งจับที่ช่วงล่างของขาคนไข้เพื่อปรับท่าทางสลับไปมา การประสานงานของมือทั้งสองข้างนั้นไร้ที่ติประหนึ่งการเล่นดนตรีชั้นสูง
การสังเกตตำแหน่งที่ต่างกันย่อมต้องการท่าทางของขาที่ต่างกันไป เช่น ส่วนบนของสะบ้าต้องการการเหยียดขาตรง ส่วนช่องว่างด้านในต้องการการงอเข่าประมาณ 20-40 องศาพร้อมกับบิดออก และส่วนช่องว่างด้านนอกต้องการการจัดขาเป็นรูปเลขสี่
ทุกการเคลื่อนที่ของเลนส์และการเปลี่ยนท่าทางของขามักจะเกิดขึ้นพร้อมกันอย่างสอดประสาน จะไม่มีช่วงเวลาที่การเปลี่ยนท่าทำให้กล้องถูกบีบอัด ติดขัด หรือเกิดแรงเสียดทานเลย ทุกอย่างไหลลื่นประหนึ่งฝูงปลาที่แหวกว่ายผ่านกอหญ้าใต้น้ำได้อย่างอิสระโดยไม่สะกิดโดนใบหญ้าแม้แต่ใบเดียว
"หมอเหยา หมอเฮ่อ เริ่มเย็บเตรียมเส้นเอ็นได้เลยครับ!" ซูหนานเฉินทำหน้าที่คุมจังหวะ
หากขาดการบัญชาการของเขา ต่อให้มีกำลังคนมากมายก็คงไร้ความหมาย ทีมงานเหล่านี้โดยเฉพาะพยาบาลเครื่องมือทั้งสองคน ดูเหมือนจะยังไม่รู้ตัวเลยว่าความเร็วของงานกำลังจะพุ่งทะยานขึ้นแล้ว
"พวกคุณเตรียมเข็มนำและหัวเจาะไฟฟ้าสำหรับอุโมงค์กระดูกหน้าแข้งในขั้นตอนต่อไปเลย! ส่วนพวกคุณหมอก็ต้องรีบรายงานขนาดของเส้นเอ็นมาให้เร็วกว่านี้!" ซูหนานเฉินสั่งการทั้งพยาบาลและแพทย์ช่วยงานด้วยน้ำเสียงเข้ม
หากไม่ใช่เพราะการคุมจังหวะจากซูหนานเฉิน ทุกคนคงจะตั้งรับความรวดเร็วนี้ไม่ทันจริงๆ
"ขอเข็มนำสำหรับอุโมงค์กระดูกหน้าแข้ง!"
ในขณะที่เครื่องไสไฟฟ้าและมีดพลาสม่ากำลังผลัดกันทำหน้าที่ล้างทำความสะอาดร่องระหว่างปุ่มกระดูก หยางผิงก็แจ้งทีมงานล่วงหน้าทันทีเพื่อลดการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์
สิ้นคำพูด การทำความสะอาดร่องกระดูกก็จบลงพอดี แต่เข็มนำกลับยังส่งมาไม่ถึงมือ เพราะมีคนช่วยงานหลายคน หยางผิงจึงเลือกที่จะใส่เกียร์เดินหน้าเต็มพิกัดโดยไม่รอจังหวะของใคร
หยางผิงจดจ้องที่จอมอนิเตอร์โดยไม่ละสายตาและไม่หันกลับมามองที่โต๊ะเครื่องมือ เมื่อมือที่ยื่นออกไปกลับยังว่างเปล่า เขาจึงสะบัดฝ่ามือขึ้นลงเป็นสัญญาณเร่งเร้าให้รีบส่งของมา อย่ามัวแต่ชักช้าเสียเวลา
เมื่อเข็มนำถึงมือ หยางผิงก็สั่งการต่อทันที "สร้างใหม่ตามกายวิภาคแบบแปดเส้นสองมัด ขอทราบขนาดของเส้นเอ็นสองมัดที่จะฝังในส่วนเอ็นไขว้หน้าด้วยครับ จากนั้นเตรียมหัวเจาะอุโมงค์กระดูกหน้าแข้งไว้รอเลย"
แม้ก่อนหน้านี้ซูหนานเฉินจะคอยกำกับอยู่ แต่พยาบาลทั้งสองคนก็ยังไม่ได้ตระหนักถึงความรุนแรงของจังหวะงานจริงๆ ตอนนี้สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ พวกเธอพยายามจะเร่งความเร็วตามแต่ก็เป็นไปอย่างทุลักทุเล การประสานงานแบบนี้ หากขั้นตอนใดสะดุดไปเพียงนิดก็จะส่งผลกระทบลูกโซ่ต่อขั้นตอนถัดไปทันที นอกจากว่าศัลยแพทย์จะยอมหยุดรอเพื่อให้พวกเธอหายใจ
ให้ตายเถอะ! เพิ่งจะเอ่ยปากขอ ของก็ต้องถึงมือทันทีจริงๆ
หยางผิงไม่เรียกใช้อุปกรณ์กำหนดตำแหน่งกระดูกหน้าแข้งด้วยซ้ำ เขาใช้เข็มนำเจาะเปิดรูอุโมงค์กระดูกหน้าแข้งสำหรับเอ็นไขว้หน้าได้ในพริบตา แบ่งเป็นมัดด้านหน้าด้านนอกและมัดด้านหน้าด้านในได้อย่างแม่นยำ
การสร้างใหม่เอ็นไขว้หน้ามีหลากหลายเทคนิค ทั้งแบบมัดเดียว แบบสองมัด แบบความยาวเท่าเดิม หรือแบบตามกายวิภาค ซึ่งวิธีที่ล้ำยุคที่สุดในปัจจุบันคือการสร้างใหม่ตามกายวิภาคแบบแปดเส้นสองมัด เพราะงานวิจัยระบุชัดเจนว่าหน้าที่และโครงสร้างของเอ็นไขว้หน้านั้นแบ่งออกเป็นสองมัด คือมัดด้านหน้าด้านนอกและมัดด้านหน้าด้านใน การสร้างใหม่ในตำแหน่งเดิมตามกายวิภาคเท่านั้นถึงจะช่วยคืนสมรรถภาพของนักกีฬาได้ดีที่สุด
การสร้างใหม่แบบสองมัดตามกายวิภาค เพื่อรับประกันความแข็งแรงสูงสุด แต่ละมัดจะต้องใช้เส้นเอ็นถึงสี่เส้น การเจาะอุโมงค์กระดูกหน้าแข้งสองจุดและอุโมงค์กระดูกต้นขาอีกสองจุดให้ได้ตำแหน่งที่สมบูรณ์แบบนั้นยากมหาศาล เพราะต้องให้อยู่ในตำแหน่งตามกายวิภาคที่ถูกต้องและต้องระวังไม่ให้อุโมงค์แต่ละจุดเบียดบังหรือชนกันเอง
หยาดเหงื่อเริ่มผุดพรายบนหน้าผากของด็อกเตอร์เหยาและหมอเฮ่อ แม้พวกเขาจะเตรียมใจมาบ้างแล้วแต่ก็ยังรู้สึกกดดันอย่างหนัก เพราะไม่เคยร่วมงานกับหยางผิงมาก่อน ได้แต่ฟังซูหนานเฉินพร่ำบอกว่าต้องตามให้ทันเพราะหยางผิงผ่าตัดไวมาก
ทว่าไอ้คำว่าไวนั้น มันไวแค่ไหนพวกเขาเพิ่งจะได้ประจักษ์แก่สายตาจนหัวใจแทบหยุดเต้น ท่ามกลางสายตาผู้เชี่ยวชาญหลายคู่ที่จับจ้องอยู่ หากพยาบาลเครื่องมือถึงสองคนและแพทย์ช่วยงานอีกสองคนยังตามจังหวะไม่ทัน มันจะกลายเป็นความอับอายขายหน้าที่จะถูกเล่าขานไปอีกนาน
วัดขนาดสิ! รีบวัดเร็วเข้า! เส้นเอ็นสองมัด หมอสองคนช่วยกันเย็บเตรียมเส้นเอ็นอย่างสุดกำลัง ในที่สุดก็เย็บเสร็จอย่างหวุดหวิด แต่นี่คือการเตรียมการล่วงหน้าที่เริ่มทำตั้งแต่เปิดเคส ขั้นตอนการเตรียมเส้นเอ็นชุดถัดไปคงไม่โชคดีแบบนี้แน่
ด็อกเตอร์เหยาและหมอเฮ่อรายงานขนาดเส้นเอ็นออกไป พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะผ่อนลมหายใจหรือเอ่ยปากพูดเล่นแม้แต่คำเดียว ซูหนานเฉินรีบส่งเส้นเอ็นชุดถัดไปให้พวกเขาลงมือเย็บต่อทันทีโดยไม่ปล่อยให้พัก
หัวเจาะหลากหลายขนาดถูกวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะเครื่องมือ พยาบาลเริ่มวุ่นวายกับการค้นหาขนาดที่ระบุ ในที่สุดพวกเธอก็ได้ลิ้มรสความทรมานจากการตามความเร็วไม่ทันเสียที
มีคนช่วยตั้งสองคน แถมยังมีการเตือนล่วงหน้าไปตั้งหลายครั้งแต่ก็ยังไม่ใส่ใจ ซูหนานเฉินเริ่มจะเหลืออด แม้ด้วยมารยาทเขาจะไม่ระเบิดอารมณ์ใส่พยาบาล แต่ในแววตานั้นเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองอย่างชัดเจน
"คุณเตรียมเข็มนำไฟฟ้าสำหรับกระดูกต้นขาเดี๋ยวนี้เลย!" ซูหนานเฉินออกคำสั่งกับพยาบาลอีกคนด้วยเสียงต่ำ
เครื่องมือผ่าตัดในวันนี้จัดเตรียมไว้มากกว่าปกติหลายเท่า มีหัวเจาะไฟฟ้าเตรียมไว้หลายชุด และมีการปูโต๊ะเครื่องมือขยายออกไปถึงสองโต๊ะ
กว่าพยาบาลจะติดตั้งหัวเจาะเสร็จและส่งถึงมือหยางผิงได้ก็กินเวลาไปครู่หนึ่ง หยางผิงจัดการเจาะอุโมงค์กระดูกหน้าแข้งทั้งสองจุดได้อย่างรวดเร็วและเตรียมจะเจาะรูนำสำหรับอุโมงค์กระดูกต้นขาต่อทันที เพราะซูหนานเฉินคอยสั่งการล่วงหน้า ครั้งนี้เข็มนำสำหรับกระดูกต้นขาจึงถูกส่งมาได้ทันท่วงที
หยางผิงจ่อปลายเข็มที่จุดเข้าของกระดูกต้นขา เจาะเข้าถอนออก เจาะเข้าถอนออก เพียงแค่สองจังหวะสั้นๆ ในเวลาไม่กี่วินาที เส้นทางอุโมงค์ทั้งสองจุดก็ถูกเปิดออกอย่างสมบูรณ์ เขาไม่เรียกใช้อุปกรณ์กำหนดตำแหน่งอะไรทั้งนั้น เครื่องมือนำทางเหรอ? สำหรับเขาในตอนนี้ ของพรรค์นั้นไม่มีความจำเป็นเลยแม้แต่น้อย
"วัดความลึก!"
หลังจากหยางผิงวัดความลึกของอุโมงค์กระดูกต้นขาเสร็จ เขาก็กำหนดความยาวของอุโมงค์ขนาดใหญ่และเล็กตามขนาดเส้นเอ็นที่รายงานมาทันที
"ขอหัวเจาะขนาดใหญ่! และขนาดเล็ก!—"
จังหวะขาดตอนอีกจนได้ พยาบาลสองคนช่วยกันรุมเตรียม คนหนึ่งเตรียมหัวเจาะขนาดใหญ่ อีกคนเตรียมขนาดเล็ก กระดูกต้นขาไม่เหมือนกระดูกหน้าแข้ง อุโมงค์แต่ละจุดส่วนต้นจะกว้างเพื่อรองรับตัวเส้นเอ็น ส่วนส่วนปลายจะแคบเพื่อใช้ร้อยแผ่นโลหะและสายดึงยึดตรึง
"ส่งหัวเจาะทั้งสองชุดมาให้ผมพร้อมกันเลยได้ไหมครับ?" หยางผิงยื่นมือค้างไว้นานเกินไปจนของยังไม่ถึงมือ เขาจึงจำต้องลดมือลงเพื่อพักกล้ามเนื้อชั่วครู่
เมื่อกี้เขามัวแต่เพ่งสมาธิไปที่หน้าจอจนไม่ได้หันมาดู ที่แท้ทางนี้ยังเตรียมของไม่เสร็จนี่เอง ในเมื่อพวกเธอยังเตรียมไม่เรียบร้อย การจะไปเร่งเร้าจนเกินงามก็คงไม่ดี เดี๋ยวซูหนานเฉินจะยิ่งลำบากใจ เขาจึงเอ่ยปลอบเบาๆ ว่า "ไม่เป็นไรครับ ค่อยๆ ทำไป ผมรอได้"
อุโมงค์สองจุดต้องใช้หัวเจาะสองชุด แต่ละชุดมีทั้งขนาดใหญ่และเล็ก หากจะเตรียมให้พร้อมในครั้งเดียวต้องใช้หัวเจาะไฟฟ้าถึงสี่เครื่องสแตนด์บายไว้
สิ่งที่ซูหนานเฉินหวั่นเกรงได้กลายเป็นความจริง ดูเหมือนว่าตอนที่อยู่โรงพยาบาลลี่เฉวียน หยางผิงคงจะจงใจชะลอความเร็วลงมากแล้ว และแม้แต่ตอนนี้เขาก็ยังคุมจังหวะไว้ระดับหนึ่ง ไม่ได้ใส่เต็มแรง แต่ทีมงานคุณภาพของที่นี่ก็ยังตามไม่ทัน นี่มันโรงพยาบาลสมทบที่หนึ่งนะไม่ใช่โรงพยาบาลท้องถิ่น ความล่าช้าในการประสานงานแบบนี้มันน่าขายหน้าจริงๆ
ในจังหวะนั้นเอง หัวหน้าพยาบาลก็ก้าวเข้ามาในห้องประหนึ่งพายุหมุน "หนานเฉินจ๊ะ ขอสลับตัวพยาบาลเครื่องมือคนหนึ่งได้ไหม พอดีทางห้องศาสตราจารย์เย่เขาต้องการตัวคนทางนี้ไปช่วยด่วน แล้วจะส่งคนทางโน้นมาแทนคนหนึ่ง?"
ความหมายคืออะไร?
แม้ซูหนานเฉินจะเป็นสุภาพบุรุษผู้ใจเย็นเพียงใด แต่เขาก็ยังเป็นคนที่มีอารมณ์ความรู้สึก เดิมทีทางนี้ก็ตามจังหวะไม่ทันจนการผ่าตัดอืดอาดยืดเยาดเขาก็เริ่มหงุดหงิดอยู่แล้ว ตอนนี้ยังจะมาขอชิงตัวคนเก่งของเขาไปอีกอย่างนั้นเหรอ
ซูหนานเฉินสีหน้าทะมึนลงทันที "ทางเราเองก็ยังมือไม่พอเลยครับ จะมาเอาคนของเราไปตอนนี้ หัวหน้าลองมองไปที่เตียงหน่อยไหมครับว่าสถานการณ์เป็นยังไง?"
หัวหน้าพยาบาลมองไปที่เตียงผ่าตัด เห็นศัลยแพทย์มือหนึ่งยืนนิ่งรอเครื่องมือ และทีมแพทย์พยาบาลบนเตียงกำลังหัวหมุนประหนึ่งอยู่ในสงคราม เธอก็มองออกทันทีว่าพยาบาลเครื่องมือประสานงานไม่ทัน จังหวะขาดตอนอย่างรุนแรง มีคนช่วยเยอะขนาดนี้แต่ยังตามไม่ทันอีกเหรอ? มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่
หากเป็นแพทย์คนอื่น เธอคงจะใช้อำนาจหัวหน้าพยาบาลห้องผ่าตัดสั่งการไปแล้ว หัวหน้าพยาบาลห้องผ่าตัดนั้นมีอำนาจล้นมือในการจัดสรรคิวและทรัพยากร อย่าว่าแต่หมอหนุ่มเลย แม้แต่หัวหน้าแผนกที่พาวเวอร์ไม่ถึงก็ยังต้องยอมอ่อนข้อให้เธอ
แต่กับซูหนานเฉิน เธอจะกล้าอาละวาดใส่เขาจริงๆ เหรอ?
ทำไม่ได้ และไม่กล้าทำด้วย เพราะพ่อแม่ของเขา คนหนึ่งเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล อีกคนเป็นถึงหัวหน้าฝ่ายการพยาบาล
อย่าว่าแต่พ่อเขาเลย แค่ขีดสีน้ำเงินสามขีดบนหมวกพยาบาลของแม่เขา เธอก็ไม่กล้าล่วงเกินแล้ว
หัวหน้าพยาบาลกระซิบกระซาบด้วยเสียงสั่นๆ "ตอนนี้ศาสตราจารย์เย่กำลังฟิวส์ขาดมากจ้ะ ท่านบอกว่าพยาบาลทางนั้นประสานงานไม่ได้เรื่องเลยขอเปลี่ยนตัวทันที หนานเฉิน ช่วยพี่หน่อยเถอะนะ?"
ศาสตราจารย์แต่ละท่านมีนิสัยต่างกันสุดขั้ว บางท่านใจดีประดุจนักบุญ บางท่านอารมณ์ร้ายประดุจพายุ หากเจอคนอารมณ์ร้ายแล้วการผ่าตัดราบรื่นก็ดีไป แต่ถ้าการผ่าตัดมีสะดุดเพียงนิด หมอและพยาบาลช่วยงานบนเตียงก็เตรียมตัวรับกรรมได้เลย ทุกความผิดพลาดจะถูกโยนมาที่ลูกน้องเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเพราะดึงเครื่องมือไม่ดี ประคองขาไม่ได้มุม หรือพยาบาลเตรียมของไม่ทันใจ
"พวกเรากำลังเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญอยู่นะครับ!" ซูหนานเฉินตอบด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว
"ไม่ต้องสลับหรอกครับ ให้ส่งคนไปช่วยทางโน้นได้เลย ทางผมใช้พยาบาลคนเดียวก็เอาอยู่แล้วครับ เวลายังเหลือเฟือ" หยางผิงเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้าไกล่เกลี่ย เดิมทีเขาเองก็เกรงใจที่ต้องรบกวนพยาบาลถึงสองคนอยู่แล้ว
หากไม่เข้าตาจนจริงๆ หัวหน้าพยาบาลก็คงไม่กล้าบากหน้ามาขอร้องซูหนานเฉินแบบนี้ ในขณะที่พูดใบหน้าของเธอก็แดงซ่านด้วยความอับอาย น้ำเสียงดูนอบน้อมประหนึ่งลูกไก่ในกำมือ
พยาบาลชุดนี้ล้วนเป็นมือหนึ่งด้านการส่องกล้องข้อแล้ว หากส่งคนอื่นไปแทนศาสตราจารย์เย่ก็คงหนีไม่พ้นโดนด่าเปิงอยู่ดี อันที่จริง พยาบาลที่ช่วยงานศาสตราจารย์เย่อยู่นั้นก็ถือว่าเป็นยอดฝีมือของแผนกแล้ว เก่งกว่าพยาบาลสองคนที่นี่เสียอีก แต่ก็ยังรับมืออารมณ์ศาสตราจารย์ไม่ไหว
"ตกลงครับ พี่จัดการตามที่เห็นสมควรเถอะ" ซูหนานเฉินพยักหน้ายอมความในที่สุด
ในเมื่อล่วงเกินฝ่ายใดไม่ได้และกำลังตกที่นั่งลำบาก เมื่อซูหนานเฉินยอมตกลง หัวหน้าพยาบาลก็ถอนหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอกราวกับยกภูเขาออกจากอก
(จบแล้ว)