เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 950 หยิงและจวงจื่อ

Chapter 950 หยิงและจวงจื่อ

Chapter 950 หยิงและจวงจื่อ


ภพหยิน เมืองซ่าง

ที่ด้านหน้าของตำหนักปู่ซือนั้น จงซานที่ยืนอยู่ด้านหน้า พิมพ์เขียว เป็นพิมพ์เขียวของธวัช 13 สีขนาดใหญ่!

"เซิ่งหวัง ท่านมั่นใจว่า ธวัชเจาเหยามีรูปร่างเป็นเช่นนี้!"อี้เหยี่ยนกล่าวออกมาด้วยความเคารพ.

"อืม!"จงซานพยักหน้ารับ.

ธวัชเจาเหยานั้น เป็นสมบัติของนวีหวาในอดีต แม้ว่าจะไม่มีใครเคยครอบครอง ทว่ารูปร่างของมันนั้นมีคนหลายคนเคยเห็น เหมือนกับชุดกระบี่สังหารเซียน ที่มีคนสร้างชุดกระบี่สังการเซียนเลียนแบบขึ้นหลายชุด.

"หนานกงเซิ่ง หนี่ปู่ซา!"จงซานเอ่ย.

"เฉินอยู่นี่แล้ว!"คนทั้งสองที่รับคำในทันที.

"เกี่ยวกับพิมพ์เขียวนี้ ให้สร้างธวัชเจาเหยาเลียบแบบขึ้น ไม่ต้องมีความสามารถใด ขอให้เหมือน มีกลิ่นอายที่คล้ายกัน มีค่ายกลปกปิดตัวตนให้คนไม่สามารถเห็นโดยง่ายก็พอ."จงซานกล่าว.

"รับทราบ!"คนทั้งสองที่รับคำในทันที.

ของเลียนแบบ? เป็นของปลอมเพื่อตบตา!

"สร้างขึ้นมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และให้เร็วที่สุดด้วย ทางที่ดี! หลังจากที่เจ้าสร้างต้นแบบขึ้นได้ ให้ส่งต่อไปยังเหล่าเสนาธิการที่มีฝีมือ ช่วยสร้างธวัชเจาเหยาออกมาให้ได้มากที่สุด!"จงซานที่ออกคำสั่ง

"รับทราบ!"

ภายในภพหยาง ขณะที่ทุกคนกำลังค้นหาธวัชเจาเหยากันอย่างบ้าคลั่ง ส่วนจงซานนั้นได้เริ่มสร้างของปลอมขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว.

หากมีใครในภพหยางรับรู้เรื่องนี้ คงจะพูดไม่ออกอย่างแน่นอน.

หากใครพบเจอของปลอมของจงซานล่ะก็ ก็คงช่วยอะไรไม่ได้.

บรรพชนเสวี๋ยเหม่ยเคยกล่าวไว้ว่าธวัชเจาเหยานั้นจะถูกส่งไปยังคนหลาย ๆ คน ทว่าก็จะมีส่วนหนึ่ง ผ่านมือมายังเขาด้วย ด้วยความแข็งแกร่งของเขา แน่นอนว่าไม่สามารถปกป้องมันเอาไว้ได้แน่ นี่คือสิ่งที่จะช่วยสร้างความสับสนให้กับผู้คนเพื่อให้เขาเอาตัวรอดได้หากว่าของจริงผ่านมาในมือของเขา.

------------------------------------------------------------------

ภายในภพหยินที่สร้างธวัชเจาเหยาเลียนแบบขึ้น ส่วนภพหยาง จงซานที่รอคอยอย่างอดทน ท้ายที่สุดก็ผ่านไปอีกสามเดือน.

จงซานและโหลวซิงเฉินบินไปยังทิศทางหนึ่ง.

"เซิ่งหวัง มีเผ่าอสูรมากมายสัมผัสได้ว่าธวัชเจาเหยานั้นปรากฎขึ้นที่ทิศเหนือ พวกเราไม่รีบไปอย่างงั้นรึ?"โหลวซิงเฉินที่กล่าวออกมาด้วยความสงสัย.

"รีบรึ? รีบไปก็ไร้ประโยชน์ แน่นอนว่าทางเหนือคงจะเกิดการไล่ล่าสังหารกันแล้ว ธวัชเจาเหยานั้นไม่มีทางหนีไปใหน เหล่าผู้ฝึกตนมากมายที่จับจ้องอยู่ พวกเขาจะยอมกันง่าย ๆ อย่างงั้นรึ?"จงซานที่กล่าวอย่างไม่แยแส.

"ครับ!"

"มีข่าวอะไรเพิ่มหรือไม่?"จงซานสอบถาม.

"อรหันต์โบราณหลั่นเติ้ง ทุก ๆ วันเขาจะถูกไล่ล่า ครึ่งเดือนที่แล้ว เขาได้รับบาดเจ็บหนัก มีคนสามถึงสี่คนที่ไล่ล่าเขาไม่หยุด และหนีออกจากโลกนวีหวาไปแล้ว!"โหลวซิงเฉินกล่าว.

"หลั่นเติ้งหนีไปแล้วรึ? ก็ดี ซือหม่าหยวนและประมุขนิกายจื่อเซียวล่ะ?"จงซานสอบถามออกไป.

"นับตั้งแต่ค่ายกลโถมังกรหลับพังทลาย ซือหม่าหยวนก็ถูกเซียนโบราณนับสิบรุมสกรัมได้รับบาดเจ็บหนัก ร่างกายบอบช้ำไปทั่วร่าง หนีออกจากโลกนวีหวาไปแล้ว ส่วนประมุขนิกายจื่อเซียวไม่มีข่าวเลย! บางทีอาจจะหนีไปแล้วก็ได้!"โหลวซิงเฉินตอบ.

"อืม!"

คนทั้งสองไม่ได้รีบเร่งตรงไปยังด้านเหนือ สองวันหลังจากนั้น ทั้งคู่ก็เห็นพื้นที่สังหาร.

พื้นที่รอบ ๆ นั้นเต็มไปด้วยศพ สมบัติปราชญ์เทพนับเป็นส่งที่ยั่วยวนผู้คนทั่วหล้า ที่ไกลออกไปยังปรากฎผู้ฝึกตนมากมายกำลังเดินทางมา พวกเขาต่างก็ร่อนลงไปยืนที่ยอดเขา และจ้องมองไปยังพื้นที่ตรงกลาง.

ที่พื้นที่ตรงกลาง ภูเขาลูกหนึ่ง ที่มีขนาดไม่สูงนั้น ปรากฎแสงประกายวับวาว แสงสีทองที่ส่องประกาย ทำให้คนไม่กล้าเข้าไป ราวกับดวงตะวันก็ไม่ปาน แสงสว่างเจิดจรัสเป็นอย่างมาก.

แสงสีทองที่ส่องประกาย ทำให้มิติอากาศสั่นไหวเป็นระลอก ไม่ น่าจะเป็นห้วงมิติที่กลายเป็นระลอกคลื่นแผ่ออกมารอบ ๆ มากกว่า ราวกับผืนทะเลคลั่ง พื้นที่รอบ ๆ พังทลายกลายเป็นชิ้น ๆ  และที่รอบ ๆ เวลานี้เต็มไปด้วยยอดฝีมือไร้คู่เปรียบ.

ยอดฝีมือมากมายที่ต้องการพุ่งเข้าไป ทว่า ก็ไม่มีใครสามารถทำได้ เพราะว่าการต่อสู้ที่หนักหน่วงรุนแรงนั้นยังไม่จบ.

ทุกคนที่ทำได้แค่หยุดอยู่รอบ ๆ เท่านั้น.

ยอดฝีมือมากมายเต็มไปหมด จงซานสามารถบอกได้ว่ากว่าครึ่งปีมานี้ เหล่ายอดฝีมือไร้คู่เปรียบได้รอคอยอยู่ด้านนอกโลกนวีหวาได้เขามาแล้ว.

ก่อนหน้านี้การช่วงชิงเตาฟ้าดิน มีเพียงกลุ่มเซียนโบราณเท่านั้น ทว่าที่นี่กลับกลายเป็นกลุ่มของเซียนบรรพชน!

ทิศตะวันตก บรรพชนชราเสวี๋ยเหม่ย และศิษย์ของเขายึดครองอยู่! ส่วนทิศใต้เป็นประมุขนิกายเสอโห่ว! และยังมีเหล่ายอดฝีมือของนิกายเสอโห่วอีกหลายคน  ตลอดจนบนยอดเขาอื่น ๆ ที่กระจายไปรอบ ๆ มีคนมากมายที่จงซานไม่รู้จัก.

สถานที่แห่งนี้กลายเป็นที่สนใจภายในโลกนวีหวา เหล่ายอดฝีมือมากมายต่างก็เดินทางมาด้วยเหตุผลเดียวกัน.

เพราะว่าที่นี่มีธวัชเจาเหยา!

จงซานและโหลวซิงเฉินมาหยุดอยู่ที่ยอดเขาแห่งหนึ่ง เพื่อมองไปยังที่ใจกลาง จงซานกวาดตามองพบกับใครบางคนที่ดูคุ้นหน้า.

ประมุขนิกายจื่อเซียว! ไม่ใช่ว่าเขาหนีไปแล้วรึ?

"เซิ่งหวัง ที่ตรงกลางมีเซียนบรรพชนต่อสู้กันอยู่อย่างงั้นรึ?"โหลวซิงเฉินที่เอ่ยออกมาด้วยท่าทางหวาดหวั่น.

"อืม ออกไปสอบถามก่อน จะได้รู้ว่าเป็นใคร!"จงซานกล่าวออกมาเบา ๆ .

ที่ไกลออกไป จงซานมารถสัมผัสได้ถึงแรงกระแทกที่ทะลวงไปถึงจิตใจและวิญญาณ.

"ตูมมม~~~~~~~~~~~~~~~~~~!”

ประกายแสงสีทองที่ส่องประกายแสงสว่างจ้า สายตาของทุกคนที่จ้องมองตาเขม็ง ทว่ากลับไม่สามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ด้านในเลย.

พลังที่หนักหน่วงรุนแรงแผ่ออกมาเป็นระลอกคลื่น แรงสะท้อนที่ราวกับคลื่นสึนามิระเบิดออกมาทุกทิศทุกทาง.

แรงกระแทกนั้นทรงพลังน่าเกรงขาม แรงกดดันสนามพลังที่ม้วนกวาดออกไปนับล้านล้านลี้ เหล่าผู้ฝึกตนที่มีระดับพลังฝึกตนต่ำเองถึงกับลอยละลิ่วออกไปหลายพันลี้เช่นกัน.

ทรงพลังมาก นี่คือการต่อสู้ของเซียนบรรพชนอย่างงั้นรึ?

พลังจิตจากบัวหงหลวนที่ไหลแผ่พุ่งไปยังสายตาของจงซาน ขณะที่จงซานจ้องมองไปยังที่ไกลออกไป วิถีสวรรค์สีดำที่แข็งแกร่งทรงพลังและวิถีสวรรค์สีทองที่หนักหน่วงทรงพลัง.

จากนั้นแสงสีทองที่ค่อย ๆ สลายหายไปช้า ๆ  สายตาของทุกคนที่ค่อย ๆ มองเห็นสิ่งที่เป็นอยู่.

จากนั้น ที่กลางอากาศปรากฎคนสองคนที่ลอยอยู่.

ชุดราชวงศ์สีดำ สวมมงกุฎหยกสีดำล้วน ใบหน้าที่ดูเคร่งขรึม.

หยิง! นั่นคือหยิง!

จงซานที่จับจ้องมองไปยังหยิงที่ลอยอยู่บนอากาศ ร่างกายของเขามีวิถีสวรรค์สีดำคลุมอยู่.

ร่างกายที่คลุมด้วยวิถีสวรรค์ เซียนบรรพชน หยิง!

หยิงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิจดจ้องมองไปยังฝั่งตรงข้าม.

ฝ่ายตรงข้ามนั้นเป็นชายในจีวรสีทอง ที่บนศีรษะนั้นปรากฎประคำสีทองกระจายอยู่รอบ ๆ  ส่องประกายแสงสีทองมากมาย ส่องแสงเจิดจ้า!

ช่างน่าเสียดาย บนใบหน้าของเขามีโลหิตไหลย้อยมาจนถึงคาง ก่อนที่จะร่วงหล่นลงไปบนพื้น.

"เทพอรหันต์จินพ่ายแพ้อย่างงั้นรึ?"เสียงของผู้คนที่ส่งเสียงอุทานออกมาเสียงดังในทันที.

เทพอรหันต์จิน เห็นชัดเจนว่าประคำขนาดเล็กบนศีรษะหลายแห่งแตกออกมา จนมีโลหิตไหลออกมาด้วย.

แม้แต่เทพอรหันต์จินยังพ่ายแพ้อย่างงั้นรึ? คนผู้นี้เป็นใครกัน?

"อามิตตาพุท หลวงจีนผู้ต่ำต้อยพ่ายแพ้แล้ว! นับจากนี้จะเลิกคิดเกี่ยวกับธวัชเจาเหยา!"เทพอรหันต์จินที่โค้งคำนับออกมาเล็กน้อย.

"อืม! เจ้านับว่ายอดเยี่ยมเช่นกัน!"หยิงพยักหน้าอย่างเฉยเมย.

"ใคร่ขอทราบนามประสกได้หรือไม่?"เทพอรหันต์จินที่เอ่ยถามออกไป.

"ต้าฉิน หยิง!"หยิงที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

สำหรับเหล่าผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่ง หยิงควรค่าที่จะให้ความเคารพ และยกย่อง.

"เช่นนั้นขอลา!"เทพอรหันต์จินที่พยักหน้ารับ.

จากนั้นเทพอรหันต์จินก็โบกมือ ที่บนยอดเขากลุ่มของหลวงจีนก็บินตามไปช้า ๆ .

หยิงที่ชายตามองไปยังทิศทางของเทพอรหันต์จินจากไปเล็กน้อย.

พื้นที่รอบ ๆ  หยิงกวาดตามอง เหล่าผู้ฝึกตนมากมายที่ได้แต่ก้มหน้า ไม่มีใครกล้าที่จะท้าทายเขา.

ในเวลาเดียวกันนี้ จงซานที่พบยอดเขาที่หยิงประจำอยู่.

ที่ยอดเขาดังกล่าว มีคนสองคน เป็นไป๋ฉี! แม้ว่าไป๋ฉีจะแข็งแกร่ง ทว่าก็ยังมีระดับเซียนโบราณ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเซียนบรรพชน จึงเป็นหยิงที่ออกไปรับมือ.

ที่มุมหนึ่งของหุบเขานั้น ที่จริงถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีดำ ภายในหมอกสีดำนั้น ปรากฎภาพเงาของอสูรมากมายล่องลอยไปทั่ว.

จงซานที่จ้องมองอยู่เล็กน้อย ในเวลานั้น โหลวซิงเฉินที่ออกไปหาข้อมูลก็กลับมา.

"เซิ่งหวัง ได้สอบถามชัดเจนแล้ว ธวัชเจาเหยานั้นได้ปรากฎขึ้นแล้ว ภายในหมอกสีดำนั้นน่าจะเป็นกุยกูซือที่เซิ่งหวังเอ่ยถึง เป็นไปได้ว่าเขากำลังหลอมธวัชเจาเหยาอยู่ หรืออย่างอื่น คนอื่น ๆ เองก็ไม่รู้เช่นกัน ทว่าเหล่ายอดฝีมือที่กำลังมารวมตัวกัน นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่หยิงล้มเซียนบรรพชน! ขับไล่พวกเขาออกไป!"โหลวซิงเฉินที่กล่าวออกมาด้วยจริงจัง.

"ล้มเซียนบรรพชนสองคนแล้วอย่างงั้นรึ?"จงซานที่สูดหายใจลึก.

ผู้แข็งแกร่งเมื่อแปดหมื่นปีที่แล้ว จงซานรับรู้ว่าหยิงเจิ้งนั้นแข็งแกร่งขนาดใหน เขาที่เข้าไปล่องลอยในดินแดนฝันด้วยวิชาลับ สวรรค์ลี้ลับและฝึกฝนด้วยดวงวิญญาณพร้อมกับเหล่าข้าราชบริพาร แหวกว่ายไปบนกระแสเวลา จนเขาเติบโตก้าวไปถึงระดับเซียนบรรพชน แน่นอนว่าย่อมเหนือกว่าเซียนบรรพชนทั่วไปอย่างแน่นอน.

หยิงที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า สายตาที่จ้องมองไปรอบ ๆ  กลิ่นอายที่ข่มขู่แผ่ออกมา เขาที่สามารถล้มเซียนบรรพชนได้สองคนแล้ว นับจากนี้ย่อมต้องกลายเป็นที่รู้จักต่อคนทั่วหล้าอย่างแน่นอน.

นี่อาจจะเป็นการต่อสู้เปิดตัวครั้งแรก ภายในโลกใบใหญ่แห่งนี้.

หยิงที่จดจ้องมองไปรอบ ๆ  ราวกับว่าจะสอบถามใครต้องการที่จะต่อสู้คนต่อไป.

ท้าทายเหล่ายอดฝีมือที่อยู่รอบ ๆ !

"ต่อไปเป็นใคร?"หยิงที่กล่าวออกมาอย่างไม่แยแส.

เสียงที่ไม่ดังนัก ทว่าเสียงดังกล่าวนั่น กลับเต็มไปด้วยการคุกคามคนทั่วหล้า ใครที่กล้าออกมาต่อสู้?

ผ่านไปนานเหมือนกัน! หากแต่ไม่มีใครเลยที่จะกล้าออกมาท้าทาย.

หยิงร้ายกาจยิ่งนัก!

ภายในใจของทุกคนที่สั่นกระเพื่อม ท้ายที่สุดก็มีใครบางคนก้าวออกมา.

ชายในชุดสีขาว รูปร่างหน้าตาเหมือนกับปุถุชนอายุ 60-70 ปี ผมสีดำแซมขาว หางคิ้วทั้งสองที่ยาวทิ้งลงไปพร้อมกับชายผม.

เป็นชายชราที่ดูใจดีมีเมตตา ดวงตาเปล่งประกาย ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ท่าทางเต็มไปด้วยเชาว์ปัญญา.

"จวงจื่อ นี่คือจวงจื่อ! "เสียงของใครบางคนที่เอ่ยออกมาในทันที.

"เป็นจวงจื่อจริง ๆ  เขาคือจวงจื่ออย่างงั้นรึ!"

"จวงจื่อ คนที่ใกล้เคียงปราชญ์เทพ?"

..............................

........................

............

เสียงดังอุทานออกมาไม่หยุด คาดไม่ถึงเลยว่าการชนะสองครั้งของหยิง จะเป็นการเรียกจวงจื่อออกมา.

จวงจื่อนับเป็นคนที่มีชื่อเสียงในโลกใบใหญ่เป็นอย่างมาก เป็นเซียนบรรพชนที่มีคุณสมบัติเป็นปราชญ์เทพได้.

"เขาคือจวงจื่ออย่างงั้นรึ?"จงซานที่แสดงท่าทางสนใจไม่น้อย.

จงซานที่เคยพบครั้งหนึ่งที่ทะเลอ้าวไล ทว่ามันเป็นการใช้สัมผัสเทวะยึดครองร่าง ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าท่าทางของจวงจื่อได้.

"เช่นนั้นใครจะชนะกัน?"

"เป็นจวงจื่อแน่นอน เขาคือคนที่เข้าใกล้ปราชญ์เทพแล้ว!"

"ก็ไม่แน่ ข้าคิดว่าหยิงแข็งแกร่งกว่า!"

........................

............

หลาย ๆ คนที่เผยท่าทางสงสัย หลาย ๆ คนที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น หยิงกำลังปะทะจวงจื่อ? ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ครอบครองธวัชเจาเหยา เพียงแค่เห็นการต่อสู้ของสุดยอดฝีมือก็คุ้มค่าแล้ว.

"ต้าฉิน หยิง? กายาเจียงเฉิน? นานมาแล้วไม่ปรากฎกายาเจียงเฉินในโลกใบนี้ พรตเต๋าผู้ต่ำต้อยจวงจื่อ ขอคำชี้แนะด้วย!"จวงจื่อกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม.

จวงจื่อที่เป็นเซียนบรรพชนไร้ซึ่งความอหังการ ท่าทางของเขาที่เผยออกมาอย่างเรียบง่าย สบาย ๆ ไร้ซึ่งการยึดติด เต็มไปด้วยอัธยาศัย แตกต่างจากหยิงที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจการคุกคาม.

[ จวงโจวฝันผีเสื้อ (庄周梦蝶 : จวงโจวเมิ่งเตี๋ย) ]

จวงโจว คือ “จวงจื่อ” (庄子) นักปรัชญาและผู้ศึกษาลัทธิเต๋าที่มีชื่อเสียงในยุคจ้านกว๋อ (战国 ประมาณ 2200 – 2500 ปีก่อน) เนื้อความของ “จวงโจวฝันผีเสื้อ” นี้ นำมาจากคัมภีร์ “จวงจื่อ บทฉีอู้ลุ่น” (庄子·齐物论) ซึ่งเขียนโดยจวงจื่อเอง มีความว่า

“อดีตกาลจวงโจวฝันว่าเป็นผีเสื้อ ผีเสื้อซึ่งโบยบินอย่างเริงร่า ช่างเบิกบานสุขอุราเสียนี่กระไร! ไม่รู้ว่าตัวคือจวงโจว ทันใดได้ตื่นขึ้น กลับตกตะลึงข้าคือจวงโจว ไม่ทราบจวงโจวฝันเป็นผีเสื้อ หรือผีเสื้อฝันเป็นจวงโจว? จวงโจวกับผีเสื้อ ย่อมต้องแตกต่าง นี่เรียกว่าตัวเราแลสิ่งอื่นรวมรั้งแลแปรเปลี่ยน”

ในบทนี้ จวงจื่อได้ใช้คารมที่โรแมนติกบรรยายถึงความคิดที่ว่าคนเราไม่สามารถแบ่งแยกความจริงกับความฝันและความเป็นความตายกับการแปรเปลี่ยนเป็นสิ่งอื่นอย่างเด็ดขาดได้ ผ่านการบรรยายเหตุการณ์จวงโจวฝันว่าตนได้กลายเป็นผีเสื้อ

ที่มา https://www.facebook.com/sureepornpub/posts/1369605796477049/

จบบทที่ Chapter 950 หยิงและจวงจื่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว