- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 630 : สัญชาตญาณของผู้หญิง
ตอนที่ 630 : สัญชาตญาณของผู้หญิง
ตอนที่ 630 : สัญชาตญาณของผู้หญิง
ตอนที่ 630 : สัญชาตญาณของผู้หญิง
“ฟิ้วๆๆ——!!!”
ลมพายุหมุนจากใบพัดของเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธก็พัดกรรโชกไปทั่วดาดฟ้าของอาคาร 5 ชั้นหลังนั้นอย่างรุนแรง ฝุ่นควันตลบไปทั่วจนหลี่ไฉและสงเซินที่อยู่ข้างบนแทบจะลืมตาไม่ขึ้น
ตุบ!
ฉินจิ้นตัดสินใจกระโดดลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ในขณะที่ตัวเครื่องยังคงลอยอยู่สูงจากพื้นดาดฟ้าไปหลายเมตร แรงกระแทกเพียงเล็กน้อยนี้ก็ไม่ได้ระคายผิวหนังของเขาเลยแม้แต่น้อย จากนั้นสมาชิกทีมต่อสู้ของฐานลวี่หยวนก็เริ่มโรยตัวลงตามมาอย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบ
ประตูที่เมื่อครู่นี้ยังคงมีศัตรูเดินออกมา แต่ตอนนี้มันกลับไร้เงาของคนแล้ว พวกคนที่คาดว่าน่าจะมาจากฐานความหวังใหม่นั้นก็ไม่รู้ว่าตอนนี้หายหัวไปไหนกันหมดแล้ว ส่วนสัญชาตญาณเตือนภัยอันตรายที่ฉินจิ้นได้รับมาหลังวันสิ้นโลกก็ไม่ได้ส่งสัญญาณเตือนใดๆ นั่นย่อมหมายความว่าในตอนนี้ไม่น่าจะมีใครที่จ้องจะทำร้ายเขาอีกแล้ว
เมื่อเท้าของเขาแตะพื้นดาดฟ้าอย่างมั่นคง สายตาของฉินจิ้นก็กวาดมองไปยังกลุ่มคนที่เดินออกมาจากหลังที่กำบัง... ในนั้นมีทั้งสงเซินรวมถึงผู้รอดชีวิตจากฐานหงอวิ๋นอีกไม่กี่คน...และยังมีผู้หญิงคนหนึ่ง
เมื่อได้เห็นใบหน้าที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกตาในเวลาเดียวกัน เขาก็ยืนยันได้ทันทีว่านี่คือคนที่เขาเคยพบในชาติที่แล้วจริงๆ!
“ฟู่ว——!”
เขาผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ ในตอนนี้เขาไม่ได้ตื่นตระหนกจนควบคุมสติของตัวเองไม่ได้หรือพุ่งเข้าไปเพื่อพูดคุยรำลึกความหลังกับเธอในทันที แต่เขากลับรู้สึกสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด
เจอตัวแล้ว... แต่ตอนนี้มันยังไม่ใช่เวลาที่พวกเขาจะมานั่งจับเข่าคุยกัน เพราะในอาคารหลังนี้ยังคงมีศัตรูที่หลงเหลืออยู่อีกไม่น้อย!
“ปิดล้อมพื้นที่ทั้งหมด! ห้ามปล่อยให้พวกมันหนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!” ฉินจิ้นสั่งการเสียงเฉียบขาด
“ปั๋วเหวิน ถ้าเป็นไปได้ก็จับเป็นมาสักสองคนเพื่อเอากลับไปสอบปากคำที่ฐาน ส่วนที่เหลือ...”
แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุร้ายอีกครั้ง “ฆ่าให้หมด!”
สิ้นคำสั่ง ฉินจิ้นก็ก้าวเท้าเพียงไม่กี่ก้าวไปที่ประตูบนดาดฟ้า เขาตั้งใจจะลงไปจัดการกับพวกสวะข้างล่างด้วยมือของตัวเอง! ส่วนลูกน้องที่โรยตัวตามลงมาต่างก็เตรียมพร้อมอาวุธและเดินตามผู้นำของพวกเขาไปทันที โดยมีเพียงแค่บางคนเท่านั้นที่อยู่เฝ้าและปฐมพยาบาลให้พวกสงเซิน
“นี่มัน...” สงเซินมองภาพตรงหน้าด้วยความมึนงง
“ทำไม... ทำไมผู้นำสูงสุดของฐานลวี่หยวนอย่างประธานฉินถึงได้มาด้วยตัวเอง!!!!”
“หน้าตาของพวกเราไม่น่าจะใหญ่โตพอที่จะทำให้คนระดับประธานฉินต้องลงมาช่วยด้วยตัวเองหรอกมั้ง!!??”
สงเซินงงงวยจนจับต้นชนปลายไม่ถูก เขาเป็นใครกัน? เขามีดีอะไรถึงได้รับการช่วยเหลือจากบอสใหญ่แห่งฐานลวี่หยวนโดยตรงแบบนี้? นี่มันเรื่องจริงหรือแค่ภาพลวงตากันแน่!? ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ! แต่ใบหน้าของผู้ชายคนนั้น ต่อให้อีกฝ่ายกลายเป็นเถ้าถ่าน สงเซินก็มั่นใจว่าเขาจะจำไม่ผิดแน่ เพราะนั่นคือประธานฉินตัวจริงเสียงจริง!
เขาเผลอยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเบาๆ หรือว่าหน้าตาของเขาจะมีบารมีขนาดนั้นจริงๆ? ไม่เพียงแค่สงเซินเท่านั้นที่ตกใจและดีใจจนทำอะไรไม่ถูก เพราะลูกน้องของเขาที่รอดชีวิตมาได้ต่างก็มีสภาพไม่ต่างกัน
แม้แต่หลี่ไฉ เธอเองก็ตกตะลึงมากเหมือนกัน!
ในวินาทีที่เธอคิดว่าเธอคงจะไม่รอดแล้วและเธอก็ได้เตรียมใจที่จะไปรอพบพ่อแม่ในชาติหน้า เฮลิคอปเตอร์ลำนี้ก็ปรากฏตัวขึ้นดั่งปาฏิหาริย์จากฟากฟ้า ขับไล่ศัตรูและช่วยชีวิตของทุกคนไว้ได้พอดี และเธอก็จำได้ลางๆ ว่าผู้ชายที่กระโดดลงมาคนนั้นดูเหมือนจะเป็นผู้นำของฐานลวี่หยวน!
เพราะครั้งก่อนตอนที่เธอเดินทางมาที่ฐานลวี่หยวนเพื่อตามหา พวกอาจินและพี่หลี่ เธอก็ได้อยู่ในเหตุการณ์คลื่นซอมบี้บุกโจมตีฐานพอดีและตอนนั้นเธอก็เคยเห็นผู้ชายคนนี้ยืนบัญชาการอยู่บนกำแพงอย่างองอาจ... เขาเก่งมากจริงๆ
แต่เขามาที่นี่เพื่อช่วยเหล่าสงงั้นเหรอ? ต้องใช่แน่ๆ หลี่ไฉคิดในใจอย่างชื่นชม ไม่นึกเลยว่าเหล่าสงแห่งฐานหงอวิ๋นคนนี้จะมีอิทธิพลในใจของผู้นำฐานลวี่หยวนมากถึงขนาดที่ทำให้อีกฝ่ายต้องออกโรงมาช่วยด้วยตัวเอง
“พวกคุณที่ได้รับบาดเจ็บหนักพวกเราจะทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ก่อน ส่วนคนที่ยังพอทนไหว ให้รอจนกว่าจะกลับไปถึงฐานของเราแล้วค่อยรับการรักษาอีกที อีกเดี๋ยวทุกอย่างก็คงจะจบลงแล้วค่ะ”
โจวซินและลูกทีมหญิงของทีมต่อสู้ก็เอ่ยปลอบขวัญพลางมองดูสภาพของคนกลุ่มนี้ที่ถูกต้อนจนเกือบจะจนมุมด้วยความสงสัย เพราะนี่ก็เป็นครั้งแรกของพวกเธอเช่นกันที่ได้เห็นประธานฉินเป็นแบบนี้
ในสายตาของโจวซินเธอกวาดมองไปที่สงเซินและลูกน้อง ก่อนจะไปหยุดลงที่ร่างของหลี่ไฉโดยไม่รู้ตัว ด้วยสัญชาตญาณของผู้หญิง เธอกลับรู้สึกสังหรณ์ใจลึกๆ ว่า เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ประธานฉินยอมออกมาด้วยตัวเองนั้น... มีความเป็นไปได้สูงที่จะอยู่ที่ผู้หญิงคนนี้!
แต่เธอก็ไม่ได้แสดงท่าทีสงสัยจนเกินพอดี เธอยังคงทำหน้าที่เฝ้าระวังตามคำสั่งและดูแลผู้บาดเจ็บต่อไป
ภายในตัวอาคาร
หัวหน้าทีมเหล่ามู่ก็กำลังพาลูกน้องที่เหลือรอดหนีตายลงไปยังชั้น 3 อย่างทุลักทุเล ภาพของลูกน้อง 2 คนที่ถูกสไนเปอร์ยิงร่างแหลกเหลวต่อหน้าต่อตายังคงติดตาของเขา หากเขาโชคร้ายไปยืนอยู่ตรงนั้น เขาก็คงจะกลายเป็นศพไปแล้ว
“บัดซบ!! ทำไมพวกมันถึงยังมีกำลังเสริมมาช่วยได้อีก!!?? เป็นเพราะรถคันนั้นที่ขับหนีไปได้งั้นเหรอ??”
ความตื่นตระหนกก็เข้ากัดกินจิตใจของเขาทันที เพราะตอนนี้สถานการณ์ได้พลิกผันจนพวกเขาตกกลายเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบอย่างหนัก เมื่อครู่เห็นได้ชัดว่ามีเฮลิคอปเตอร์บินมาและในละแวกนี้ กองกำลังที่มีศักยภาพพอจะครอบครองเฮลิคอปเตอร์ได้ก็มีเพียงฐานลวี่หยวนแห่งเดียวเท่านั้น!
ให้ตายสิ! เห็นอยู่ชัดๆ ว่าภารกิจใกล้จะสำเร็จแล้ว ใครจะไปคิดว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ จะทำให้พวกเขาเหลือทางรอดเดียวคือการหนี! ตอนนี้พวกเขาต้องหนีให้พ้นก่อน ส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง เพราะเฮลิคอปเตอร์ลำนั้นไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะล้อเล่นด้วยได้
เหล่ามู่เองก็หมดใจที่จะสู้ต่อแล้ว ความพ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้ความกล้าหาญและความดื้อดึงทั้งหมดของเขาหายไป ตอนนี้เขาแค่อยากจะพาตัวเองออกจากขุมนรกแห่งนี้ให้เร็วที่สุดเท่านั้น ส่วนอนาคตจะถูกเบื้องบนลงโทษอย่างไรก็ช่างหัวมันแล้ว
“พวกเรารีบหนีเร็วเข้า!!”
ไม่ต้องรอให้เขาสั่งซ้ำ คนของฐานความหวังใหม่ที่เหลืออยู่ต่างก็ไม่มีใครอยากจะรั้งรออยู่ที่นี่อีกต่อไป วันนี้เพื่อไล่ล่าคนกลุ่มเล็กๆ พวกเขาเสียกำลังคนจาก 40-50 คน จนเหลือเพียง 20 กว่าคนก็นับว่าย่ำแย่มากพอแล้ว ขืนสู้ต่อไปมีหวังได้ตายเกลี้ยงยกทีมแน่
แต่แม้ว่าพวกเขาอยากจะหนี... แต่ก็มีคนที่ไม่อนุญาต
ช้าไปแล้ว!
ฉินจิ้นที่พุ่งตัวเข้ามาก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วดุจภูตผี ความเร็วในการเคลื่อนที่ของเขาน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง! ในช่วงเย็นที่แสงสว่างภายในอาคารเริ่มเลือนราง ประกอบกับศัตรูที่กำลังแตกตื่นหนีตายอย่างไม่คิดชีวิต มันก็ทำให้เขาใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาทีในการไล่ตามกลุ่มคนของฐานความหวังใหม่ทัน!
“ฟิ้ว!!”
“อ๊าาา!!!”
“ปังๆ!!”
“ฟุ่บ!”
“ช่วยด้ว...!”
“ตูม!”
เสียงใบมีดคมกริบเฉือนเนื้อ เสียงปืนที่ยิงสุ่มอย่างตื่นกลัวและเสียงหมัดกระแทกเข้าร่างดังระงมไปทั่วทั้งทางเดินชั้น 3! ฉินจิ้นไม่มีการหยุดพักเลยแม้แต่วินาทีเดียว ทันทีที่เขาเห็นเงาหลังของศัตรู เขาก็พุ่งเข้าไปประชิดราวกับบินได้ พร้อมกับใช้มีดสั้นและปืนพกมาจัดการอย่างเด็ดขาด!
เมื่อเขารวบรวมสมาธิ ภายใต้ประสาทสัมผัสและการตอบสนองที่เหนือมนุษย์ การเคลื่อนไหวของคนพวกนี้จึงดูเชื่องช้าไม่ต่างจากหอยทาก พวกมันมักจะตายก่อนที่จะทันได้หันปากกระบอกปืนมาทางเขาด้วยซ้ำ คมมีดตวัดผ่านลำคอครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างแม่นยำ
ในเวลาเพียง 5 วินาที... บนทางเดินนอกจาก 2-3 คนที่เขาจงใจตัดแขนตัดขาเพื่อเก็บไว้สอบปากคำ ส่วนคนที่เหลือทั้งหมดก็ถูกปลิดชีพจนสิ้นซาก! หลังจากผ่านการฝึกฝนอย่างหนักและเริ่มกระบวนการวิวัฒนาการอีกครั้ง ฝีมือของเขาก็ยิ่งน่ากลัวกว่าตอนที่บุกถล่มศูนย์พักพิงตระกูลกัวเมื่อปีก่อนหลายเท่าตัว
เขาไม่รู้ว่ายังมีศัตรูหลงเหลืออยู่ที่ลานจอดรถอีกหรือไม่ แต่การเก็บพวกมันแบบเป็นๆ ไว้สัก 2 คนก็น่าจะเพียงพอต่อการรีดข้อมูลแล้ว ด้วยเหตุนี้ กลุ่มคนจากฐานความหวังใหม่ที่ไล่ล่าสงเซินและหลี่ไฉมาอย่างยาวนาน จึงถูกกวาดล้างจนเหี้ยนในชั่วพริบตาแล้วครับ!
เอาล่ะ... หลังจากนี้เขาก็ควรจะนำตัวคนคุ้นเคยในชาติที่แล้วกลับไป
คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าพวกเขาจะได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในชาตินี้ แต่ก็เป็นในสถานการณ์ที่หน้าสิ่วหน้าขวานเกินไปเหมือนกัน....โชคดีเหลือเกิน... ที่เธอยังมีชีวิตอยู่และได้มาเจอกันอีกครั้ง