เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1578 (700) ขู่ขวัญ (ตอนฟรี)

บทที่ 1578 (700) ขู่ขวัญ (ตอนฟรี)

บทที่ 1578 (700) ขู่ขวัญ (ตอนฟรี)


บทที่ 1578 (700) ขู่ขวัญ

สำหรับเหตุการณ์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นในหยานจิงขณะนี้ จี้เฟิงยังไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย หลังจากเขากลับถึงบ้านเมื่อคืนนี้ เขาก็เข้านอนตามตารางเวลาปกติ พักผ่อนเพียงไม่กี่ชั่วโมงพอถึงเช้าตรู่ก็ลุกขึ้นมาออกกำลังกาย ยืดเส้นยืดสายรำมวยชุดง่ายๆอยู่ที่สวนหลังบ้าน ก่อนจะเตรียมตัวออกไปซื้ออาหารเช้า

“Rrrrr...”

ในตอนนั้นเองโทรศัพท์ของจี้เฟิงพลันดังขึ้น แต่ดังได้เพียงสองครั้งยังไม่ทันที่เขาจะหยิบขึ้นมาดูว่าใครโทรมา เครื่องก็ดับพรึบไปเพราะแบตเตอรี่หมด

จี้เฟิงส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ ทำได้เพียงเดินกลับเข้าห้องรับแขกเพื่อเสียบสายชาร์จ

พอเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่ เขาตรวจสอบบันทึกการโทรและพบว่าคนที่โทรมาคือ จี้เส้าจุน เขาจึงรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างว่าทำไมจี้เส้าจุนถึงโทรมาหาแต่เช้าตรู่ขนาดนี้

จี้เฟิงเตรียมจะกดโทรกลับหาจี้เส้าจุน แต่ยังไม่ทันจะกดโทรออก โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้เป็นจี้เจิ้นหัว พ่อของเขาที่โทรเข้ามา

“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย นัดกันโทรมาเช้าขนาดนี้เลยเหรอ?” จี้เฟิงพึมพำกับตัวเองแล้วรีบกดรับสาย “ครับพ่อ...”

“เจ้าลูกชายตัวดี! ต้องรอให้คนเอาดาบมาจ่อคอก่อนใช่ไหม แกถึงจะยอมโทรมาขอความช่วยเหลือจากพ่อหะ?!” ทันทีที่รับสาย เสียงอันน่าเกรงขามของจี้เจิ้นหัวก็แผดดังมาตามสาย

“เอ๋?”

จี้เฟิงชะงักไปครู่หนึ่ง เขายังตั้งตัวไม่ติดจริงๆ ฟังจากน้ำเสียงของพ่อแล้ว ดูเหมือนกำลังโกรธจัด?

“คนตระกูลเจิ้งส่งมือสังหารไปลอบฆ่าแก ทำไมแกถึงไม่บอกพ่อ?” จี้เจิ้นหัวถามเสียงเข้ม “ต้องรอให้คมมีดมันถึงตัวก่อนหรือไง แกถึงจะนึกได้ว่าต้องบอกพ่อ?”

“...”

จี้เฟิงอึ้งไปทันทีเขาคิดไม่ถึงเลยว่าพ่อจะโทรมาเพราะเรื่องนี้

“คือ... ผมก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่ครับ อีกอย่างมือสังหารก็ถูกผมจับตัวไว้ได้แล้ว ผมเลยคิดว่าไม่ต้องบอกก็ได้” จี้เฟิงตอบ “อีกอย่างลำพังแค่มือสังหารพวกนั้นคิดจะฆ่าผมเหรอ? พวกมันยังฝีมือไม่ถึงขั้นหรอกครับ!”

“อารองของแกสินะที่ไม่ให้บอก?” จี้เจิ้นหัวพูดออกมาตรงประเด็นทันที “อารองของแกมีนิสัยระมัดระวัง ชอบคิดมากเกินไปเสมอ!”

จี้เฟิงทำได้เพียงหัวเราะแห้งๆพ่อตำหนิอารอง ตัวเขาที่เป็นคนรุ่นหลังย่อมไม่ควรเออออห่อหมกไปด้วย อีกอย่างในมุมมองของจี้เฟิง เขาก็ไม่เห็นว่าวิธีการของอารองจะผิดตรงไหน

ถ้าเป็นเขาเขาก็คงทำแบบเดียวกัน ในเมื่อตอนนี้อันตรายผ่านพ้นไปแล้ว มือสังหารก็ถูกจับได้ ในเมื่อยังไม่มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา จะบอกพ่อหรือไม่บอกมันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก

“มีหลักฐานไหม?”

เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะแห้งๆของลูกชาย จี้เจิ้นหัวก็ไม่อยากจะตำหนิอะไรอีก เพียงแต่ในใจลึกๆเขารู้สึกเสียใจ ภายหลังจากที่เขาส่งองครักษ์สองคนไปเจียงโจวเพื่อคุ้มกันจี้เฟิง แต่ลูกชายคัดค้านจนต้องถอนกำลังกลับมา ทว่าตอนนี้ดูเหมือนการส่งองครักษ์ไปเฝ้าลูกชายนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง

โลกนี้ย่อมมีคนบางจำพวกที่ไม่อยากเห็นคุณใช้ชีวิตอย่างสงบสุข และไม่มีใครบอกได้ว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ หากรอให้เรื่องเกิดขึ้นแล้วค่อยมาโกรธแค้น มันก็สายเกินแก้

อย่างไรก็ตามจี้เจิ้นหัวจะไม่พูดเรื่องนี้กับลูกชายโดยตรง ตามธรรมเนียมเดิม คราวนี้เขาตั้งใจจะส่งองครักษ์ไปคอยติดตามจี้เฟิงอย่างลับๆอีกครั้ง

แต่ก่อนหน้านั้นสำหรับคนที่กล้ามาลอบสังหารลูกชายของเขา จี้เจิ้นหัวไม่มีทางปล่อยไปง่ายๆแน่นอน

“ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานมัดตัวที่แน่ชัดครับ!” จี้เฟิงกล่าว “ตอนนี้แค่สอบสวนมือสังหารสองคนนั้น ถึงจะได้ข้อมูลมาบ้างแต่หลักฐานเชิงรูปธรรมน่ะหาได้ยาก เว้นแต่จะบุกเข้าไปค้นในบ้านตระกูลเจิ้งโดยตรง...”

จี้เฟิงอธิบายสถานการณ์โดยรวมให้ฟัง โดยเฉพาะข้อมูลที่ ฉินเฟยหยูสารภาพมา เขาเพียงแต่ตามรอยที่อยู่ IP ของผู้จ้างผ่านเครือข่ายจนเจอว่ามันมาจากบ้านตระกูลเจิ้ง และชื่อเจ้าของบ้านคือเจิ้งหยวนเหอ แต่พ้นจากจุดนี้ไปฉินเฟยหยูก็ไม่รู้อะไรเพิ่มเติมแล้ว

ขอบเขตมันกว้างเกินไป

บ้านตระกูลเจิ้งมีคนอยู่ตั้งเท่าไหร่ ใครจะไปรู้ว่าใครเป็นคนใช้คอมพิวเตอร์เครื่องนั้น เว้นแต่จะมีหลักฐานโดยตรงว่าเจิ้งหยวนเหอเป็นคนจ้างวานฆ่าผ่านเครือข่ายด้วยตัวเอง มิฉะนั้นก็ยากจะเอาผิดเขาได้!

เจิ้งหยวนเหอสามารถบ่ายเบี่ยงได้เต็มที่ ว่าที่บ้านมีแขกมาเยอะ ไม่รู้ว่าใครใช้คอมพิวเตอร์บ้าง และอื่นๆ...

ยิ่งไปกว่านั้นในเมื่อไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน คดีก็เดินไปไม่ถึงจุดนั้น ด้วยฐานะของเจิ้งหยวนเหอ ใครจะกล้าไปตรวจสอบเขาง่ายๆ?

“ไม่มีหลักฐานมัดตัว แล้วแกกล้าปล่อยข่าวออกไปได้ยังไง?”

จี้เจิ้นหัวขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางถาม “แกกะจะกดดันให้ตระกูลเจิ้งจนมุมจนทำพลาดเองงั้นเหรอ?”

“ไม่ใช่แค่นั้นครับ!”

จี้เฟิงกล่าว “พ่อครับจริงๆแล้วถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด การจะหาหลักฐานว่าเจิ้งหยวนเหอจ้างวานฆ่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าเขาทำจริงๆผมเชื่อว่าเขาต้องลบร่องรอยจนสะอาดแน่ๆ ไม่มีทางเหลือช่องโหว่ไว้หรอก อีกอย่างเราก็ไม่มีข้ออ้างอะไรที่จะไปตรวจสอบเจิ้งหยวนเหอด้วย...”

เมื่อไม่มีหลักฐาน ก็ล้มเจิ้งหยวนเหอไม่ได้

ส่วนเรื่องการแกล้งขู่ขวัญ  หรือแอบซุ่มเก็บหลักฐานเงียบๆ ความเป็นไปได้ก็น้อยมาก

หากล้มเจิ้งหยวนเหอไม่ได้ ก็ไม่มีทางโจมตีตระกูลเจิ้งได้ ดังนั้นในใจจี้เฟิง เขาจึงเตรียมใจที่จะกลืนเลือดอดทนกับเรื่องนี้ไปก่อน

ไม่ทนก็ไม่รู้จะทำยังไง!

ตระกูลเจิ้งถึงแม้จะมีอำนาจสู้ตระกูลจี้ไม่ได้ แต่ก็ถือว่าเป็นตระกูลที่มีฐานะพอตัว ไม่ใช่ใครจะมาเขย่าได้ง่ายๆ ตราบใดที่ทำลายรากฐานตระกูลเจิ้งไม่ได้ ตระกูลเจิ้งก็จะไม่ล่ม

ดังนั้นแทนที่จะมานั่งกลุ้มใจเพราะไม่มีหลักฐาน สู้เอาเรื่องนี้มาใช้ประโยชน์เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์บางอย่างจะดีกว่า

ด้วยเหตุนี้เองจี้เฟิงจึงจงใจปล่อยข่าวผ่านเจิ้งหยวนซานว่าเขาจับตัวมือสังหารได้แล้ว ที่เขาไปหาเจิ้งหยวนซานก็เพื่อเป้าหมายนี้

เขาเชื่อว่าเจิ้งหยวนซานเข้าใจดี แต่เจิ้งหยวนซานจะลงมือทำอย่างไรนั้น จี้เฟิงไม่ขอก้าวก่าย

เป้าหมายของจี้เฟิงคือต้องการให้ตระกูลเจิ้งรู้ว่า ในมือของเขามีหลักฐานที่มัดตัวได้แน่นหนาแล้ว และตอนนี้กำลังสอบสวนขยายผลเพื่อหาหลักฐานเพิ่ม เพื่อให้ตระกูลเจิ้งขวัญหนีดีฝ่อจนนั่งไม่ติดที่ ส่วนตัวเขาจะยังไม่ขยับลงมือทำอะไรทั้งสิ้น

“แกกะจะทำให้ตระกูลเจิ้งเกิดความเข้าใจผิด ว่าตราบใดที่แกอยากจัดการพวกเขาแกก็ทำได้ทุกเมื่อ เพื่อที่จะเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบในการเจรจาเรื่องต่างๆ เพื่อกอบโกยผลประโยชน์งั้นใช่ไหม?” จี้เจิ้นหัวถาม

“ครับ!”

จี้เฟิงพยักหน้า “ผมคิดแบบนั้นครับพ่อ พ่อคิดว่าผมทำแบบนี้ดีไหม?”

“ดีไหมน่ะเหรอ?”

จี้เจิ้นหัวกล่าว “ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องดีหรือไม่ดีแล้ว ทั้งหยานจิงรู้เรื่องนี้กันหมดแล้ว ตอนนี้ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่ว ถ้าแกแค่ต้องการกอบโกยผลประโยชน์ แกแค่ขยับปลายนิ้วนิดเดียวก็ทำได้แล้ว แต่ถ้าในอนาคตแกคิดจะล้างแค้นล่ะก็ แกต้องคิดให้หนัก เพราะถ้าแกรับผลประโยชน์มาแล้วยังจะไปลงมือกับตระกูลเจิ้งอีก ถึงตอนนั้นฝ่ายที่เสียเปรียบในแง่ของความชอบธรรม ก็จะเป็นเรา!”

“รู้กันทั้งเมืองแล้วเหรอครับ?!” จี้เฟิงอึ้งไป “ข่าวลือมันแพร่ไปไวขนาดนั้นเลยเหรอ? ใครเป็นคนปล่อยข่าวออกมากันครับ?”

“หึ! ในโลกนี้ไม่มีความลับที่ปิดมิดหรอก!” จี้เจิ้นหัวไม่ได้ประหลาดใจกับสถานการณ์นี้ ประสบการณ์ชีวิตของเขาโชกโชนขนาดไหน แค่มีลมพัดเบาๆเขาก็มองทะลุถึงแก่นแท้ได้แล้ว “คนที่ปล่อยข่าวนี้ออกมา ย่อมเป็นคนที่หวังผลประโยชน์แน่นอน!”

หากตระกูลเจิ้งและตระกูลจี้เปิดศึกกัน ตระกูลเจิ้งย่อมเสียเปรียบจนยับเยิน ถึงตอนนั้นตระกูลจี้จะได้ผลประโยชน์มหาศาล

แต่ทว่าตอนนี้ทุกคนกำลังจับตามองเรื่องนี้อยู่ ต่อให้ตระกูลจี้จะโกรธแค้นหรือเป็นฝ่ายที่มีเหตุผลก็ตาม การจะลงมือทำอะไรก็ต้องมีความสำรวมและเกรงใจอยู่บ้าง

นี่คือฝีมือของคนที่ไม่ต้องการให้ตระกูลจี้ได้รับผลประโยชน์มากเกินไปนั่นเอง!

“พ่อครับ ผมเข้าใจความหมายของพ่อแล้ว ถ้าอย่างนั้น เรื่องต่อจากนี้รบกวนพ่อช่วยจัดการต่อด้วยนะครับ!” จี้เฟิงกล่าว เรื่องพวกนี้เขาไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยว การดำเนินงาน การเล่นเล่ห์เหลี่ยมทางการเมือง จี้เฟิงไม่อยากเข้าไปพัวพัน ให้พ่อและคนอื่นๆจัดการก็พอแล้ว

“เจ้าลูกคนนี้!” จี้เจิ้นหัวหัวเราะด่าอย่างเอ็นดู ก่อนจะเว้นจังหวะครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า “เสี่ยวเฟิงถ้าแกอยู่ข้างนอกแล้วเหนื่อยก็กลับบ้านมา หรือไม่ก็ไปหาอารองของแก แกไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวนะ ข้างหลังแกยังมีพ่อคนนี้ที่คอยหนุนหลังอยู่ และแม่ของแกก็เป็นห่วงแกมาก!”

“...ครับ!”

จี้เฟิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น “พ่อครับ ผมจำไว้แล้ว!”

“งั้นแค่นี้ก่อนละกัน!” จี้เจิ้นหัวไม่ได้พูดอะไรต่อแล้ววางสายไป

แม้คำพูดของจี้เจิ้นหัวจะสั้น แต่มันทำให้จี้เฟิงรู้สึกอบอุ่นมาก พูดกันตามตรงพ่อของเขาคือพ่อที่เข้มงวดมาก เพียงแต่เพราะตอนที่พ่อลูกได้พบกันจี้เฟิงก็บรรลุนิติภาวะแล้ว ประกอบกับจี้เฟิงต้องตกระกำลำบากอยู่ข้างนอกมาสิบกว่าปี ต้องทนทุกข์มาพร้อมกับแม่ จี้เจิ้นหัวจึงรู้สึกผิดในใจและยิ่งทวีความรักใคร่เอ็นดู ทำให้ไม่เคยแสดงท่าทีบึ้งตึงใส่เขาเลย

อย่างไรก็ตามนิสัยของจี้เจิ้นหัว เป็นคนที่ไม่ค่อยพูดอะไรมาก แม้จะคุยกับลูกชายเขาก็จะไม่พูดอะไรยืดยาวนัก แค่สื่อสารให้เข้าใจความหมายก็เพียงพอแล้ว

นี่เป็นนิสัยที่ตรงกันข้ามกับเซียวซูเหม่ยผู้เป็นแม่ของเขาอย่างสิ้นเชิง!

แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ พวกเขาต่างรักและเป็นห่วงจี้เฟิงจากใจจริง และนี่คือสิ่งที่ทำให้จี้เฟิงรู้สึกอบอุ่นที่สุด

จี้เฟิงย่อมเข้าใจความหมายของพ่อ

ตามแผนของจี้เฟิง เขาต้องการให้ตระกูลเจิ้งตกอยู่ในสภาวะตึงเครียดตลอดเวลา ให้พวกเขารู้สึกผิดและระแวง ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่ตระกูลจี้เปิดฉากโจมตี ตระกูลเจิ้งก็จะยอมถอยให้อย่างเสียไม่ได้ อำนาจของพวกเขาจะถูกบีบให้เล็กลง และตระกูลจี้ก็จะเก็บเกี่ยวความสำเร็จได้

ตัวอย่างเช่น การจัดวางบุคลากรในตำแหน่งสำคัญๆ สามารถเปลี่ยนเป็นคนในขั้วอำนาจตระกูลจี้ได้

เผลอๆอาจจะชิงตำแหน่งที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์มาจากตระกูลเจิ้งได้สักตำแหน่งหรือสองตำแหน่ง เช่น เลขาธิการพรรคประจำมณฑล หรือผู้ว่าราชการมณฑล!

แต่จี้เจิ้นหัวกลับบอกว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันการที่ตระกูลจี้จะกอบโกยผลประโยชน์แบบนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ทว่าเมื่อตระกูลเจิ้งยอมเสียผลประโยชน์เหล่านั้นไปแล้ว เรื่องนี้ก็จะถือว่าจบสิ้นลงไป

ซึ่งถ้าวันหน้าจี้เฟิงคิดจะจัดการตระกูลเจิ้งเพื่อแก้แค้นให้ตัวเองอีกครั้ง ถึงตอนนั้นฝ่ายตระกูลจี้จะกลายเป็นฝ่ายที่ไม่มีเหตุผล

เพราะในเมื่อเรื่องราวจบไปแล้ว แต่คุณยังขุดคุ้ยเรื่องเก่าขึ้นมาโจมตีคนอื่นอีก มันจะดูเหมือนการหาเรื่องจงใจแกล้งกัน ซึ่งนั่นมันไม่ดี

สำหรับเรื่องพวกนี้ จี้เฟิงไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่นัก

และความเป็นจริงจี้เฟิงก็รู้เช่นกันว่า พ่อพอใจกับวิธีการจัดการเรื่องนี้ของเขามาก สิ่งเดียวที่พ่อโกรธคือไม่สามารถแก้แค้นแทนลูกชายได้ทันที!

อย่างไรก็ตามสำหรับจี้เฟิงแล้ว การจะแก้แค้นได้ทันทีหรือไม่นั้น ไม่ใช่เรื่องสำคัญเกินไป

เพราะเขายังหนุ่ม ยังมีเวลาอีกมาก แต่เจิ้งหยวนเหอนั้นอายุมากกว่าเขาถึงหนึ่งรุ่น ถ้าคิดจะแก้แค้น โอกาสมีอีกเหลือเฟือ!

ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องนี้มันจบลงแล้วจริงๆงั้นเหรอ?

จี้เฟิงแสยะยิ้มเย็นชา... แน่นอนว่าไม่มีทาง!

....จบบทที่ 1578~

จบบทที่ บทที่ 1578 (700) ขู่ขวัญ (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว