เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 799 แลกเปลี่ยนกับเต๋าจวินเซิ่งหยา.

Chapter 799 แลกเปลี่ยนกับเต๋าจวินเซิ่งหยา.

Chapter 799 แลกเปลี่ยนกับเต๋าจวินเซิ่งหยา.


แดนเทพอมตะ!

เต๋าจวินเซิ่งหยาที่เดินทางกลับ ใบหน้าที่บูดบึ้งขุ่นเคืองไม่พอใจเป็นอย่างมาก แม้นว่าเต๋าจวินเซิ่งหยาจะไม่พอใจเป็นอย่างมากที่กงเหล่ยเทียนไม่สามารถสังหารจงซานได้ ทว่าก็สามารถมองได้อีกมุมว่าจงซานนั่นแข็งแกร่งน่าเกรงขาม.

ตี้เสวียนชาที่ก้าวไปถึงระดับ 12 สวรรค์แท้! การต่อสู้ของเขาและตี้เสวียนชานั้น ไม่ได้เปรียบเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังดูเหมือนตี้เสวียนชาจะเก็บอะไรเอาไว้อีกด้วย ตี้เสวียนชาผู้นี้ น่าเกรงขามจริง ๆ .

จงซานยังไม่ตาย ดูเหมือนว่าจะแผนการในครั้งนี้จะล้มเหลวอีกแล้ว เต๋าจวินเซิ่งหยาที่รู้สึกไม่ดีเป็นอย่างมาก ผู้ก่อตั้งได้บอกกับเขาด้วยว่าจงซานนั้นมีสองร่าง อีกร่างเป็นไปได้ว่าคงถูกผู้ก่อตั้งสังหารไปแล้ว.

สร้างร่างสองร่างได้ ไม่ใช่ว่ามันคือทักษะเทวะที่มีแต่ระดับมหาเซียนเท่านั้นที่มีหรอกรึ? จงซานจะน่าหวาดกลัวเกินไปแล้ว!

"ท่านประมุข!"

"คารวะท่านประมุข!"

"คารวะท่านประมุข!"

"ท่านประมุข!"

เมื่อมาถึงแดนเทพอมตะ ทุกคนที่ออกมาทำความเคารพประมุขในทันที ประมุขแน่นอนว่าก็คือเต๋าจวินเซิ่งหยานั่นเอง.

เต๋าจวินเซิ่งหยาที่ก้าวเข้ามาในแดนเทพอมตะ คิ้วขมวดไปมา เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า.

"กรรมวาสนา? นี่เย่ชิงเฉิงใช้กรรมวาสนาของแดนเทพอมตะอย่างงั้นรึ? เกิดอะไรขึ้น?"เต๋าจวินเซิ่งหยาที่ใบหน้าเปลี่ยนเป็นซับซ้อน.

ขณะที่สัมผัสเทวะกวาดตามองไปรอบ ๆ  ก็พบเย่ชิงเฉิงอยู่ในหุบเขาแห่งหนึ่ง ก่อนที่เขาจะพุ่งตรงไปยังตำแหน่งของเย่ชิงเฉิงในทันที!

ภายในหุบเขาแห่งหน่ง เย่ชิงเฉิงที่นั่งอยูบนบ่อน้ำแห่งหนึ่ง โดยที่สะกดกระบี่เซียนเซียนเอาไว้ พร้อมกับบำเพ็ญวิถีกระบี่ต่อไป.

"ตูมมมมมมมมมม!"

ทันใดนั้นน้ำในบ่อที่ปรากฏเป็นคลื่นใหญ่ขณะที่เต๋าจวินเซิ่งหยามาถึง ราวกับว่าเกิดการระเบิด.

ดวงตาของเย่ชิงเฉิงที่ลืมตาขึ้นมาในทันที แววตาที่สาดประกายแสงปะทุขึ้นมาในทันที.

"ท่านประมุข?"เย่ชิงเฉิงที่ตื่นตกใจเล็กน้อย ก่อนที่จะลุกขึ้นในทันที.

เต๋าจวินเซิ่งหยาที่จับจ้องมองไปยังกระบี่เซียนเซียนที่เย่ชิงเฉิงกุมเอาไว้แน่น เห็นชัดเจนว่าเย่ชิงเฉิงนั้นหวาดกลัวที่จะสูญเสียการควบคุมมันไป.

บางทีด้วยเต๋าจวินเซิ่งหยามองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้แววตาของเย่ชิงเฉิงรู้สึกภาคภูมิไม่น้อย ในมือของเขาที่กุมกระบี่เซียนเซียนแน่น

"กรรมวาสนาของแดนเทพอมตะ เจ้าเป็นคนใช้ไปอย่างงั้นรึ?"เต๋าจวินเซิ่งหยาที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"ครับ หลายวันก่อน เกิดเรื่องเล็กน้อยขึ้น กระบี่เซียนเซียนสูญเสียการควบคุม ข้าจึงจำเป็นต้องใช้อำนาจของกรรมวาสนามาสนับสนุน เพื่อกำราบกระบี่เซียนเซียนเอาไว้!"เย่ชิงเฉิงที่กล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิ.

"หืม? แดนเทพอมตะเกิดเรื่องอะไรขึ้นอย่างงั้นรึ?มีคนบุกรุกเข้ามาหรือไม่?"

"ไม่ ไม่เลยนับตั้งแต่ท่านออกไป ทุกอย่างก็สงบเงียบไม่มีอะไรเลยแม้แต่น้อย มีเพียงแค่เรื่องของกระบี่เซียนเซียนที่สูญเสียการควบคุมเท่านั้น!"

"หืม? เมื่อไหร่?"ดวงตาของเต๋าจวินเซิ่งหยาที่หรี่เล็กลง.

"อืม น่าจะเป็นหลังจากวันที่หยิงจากไปแล้ว!"เย่ชิงเฉิงครุ่นคิด.

"ครับ? สามวันหลังจากที่หยิงจากไปอย่างงั้นรึ?"เต๋าจวินเซิ่งหยาดวงตาหดเกร็ง.

"ครับ มีอะไรอย่างงั้นรึ?"เย่ชิงเฉิงที่เผยท่าทางสงสัย.

ใช่เหมือนกับที่เกิดขึ้นกับกระบี่จูเซียน ใคร? เป็นใครกันที่เรียกกระบี่จูเซียนและกระบี่จิวเซียน? เต๋าจวินเซิ่งหยาที่ตกอยู่ในการครุ่นคิดในทันที.

"ผู้ก่อตั้งกลับมาหรือไม่?"เต๋าจวินเซิ่งหยาที่รู้สึกไม่ดีขึ้นมาในทันที.

"ไม่ ผู้ก่อตั้งยังไม่กลับมา หรือเป็นไปได้ว่าในวันนั้นเป็นผู้ก่อตั้งเป็นคนอัญเชิญกระบี่เซียนเซียน? เป็นไปได้ด้วยรึ?ที่ผู้ก่อตั้งต้องการใช้กระบี่เซียนเซียน?"เย่ชิงเฉิงที่เผยท่าทางสงสัย.

"ไม่ใช่ เป็นไปไม่ได้!"ดวงตาของเต๋าจวินเซิ่งหยาที่หรี่เล็ก.

"ท่านประมุข หรือว่าผู้ก่อตั้งจะเกิดเรื่องขึ้นหรือไม่?"แววตาของเย่ชิงเฉิงที่กล่าวด้วยความอัศจรรย์ใจ.

"เป็นไปไม่ได้ เรื่องนี้ ไม่มีใครที่จะคู่ควรกับผู้ก่อตั้ง แม้แต่หยิง บางทียังเทียบไม่ได้ ไม่มีทางที่ผู้ก่อตั้งจะเรียกกระบี่เซียนเซียนไป!"เต๋าจวินเซิ่งหยาที่ส่ายหน้าไปมา.

"แล้วเป็นใครกันที่อัญเชิญกระบี่ไป? ด้วยพลังความแข็งแกร่ง ราวกับว่าผู้อัญเชิญนั้นได้หลอมรวมกับกระบี่มาหลายพันปีแล้วด้วย แม้แต่ข้ายังจำเป็นต้องใช้กรรมวาสนาของแดนเทพอมตะช่วย ถึงจะสามารถหยุดมันเอาไว้ได้."เย่ชิงเฉิงที่กล่าวออกมาด้วยความสงสัย.

"หรือว่า?"ใบหน้าของเต๋าจวินเซิ่งหยาที่เปลี่ยนเป็นซับซ้อน.

"หรือว่าจะเป็น!"

เต๋าจวินเซิ่งหยาที่ราวกับว่าคาดเดาอะไรบางอย่างได้ และหวังว่ามันจะไม่เป็นดังเช่นที่เขาคิด.

"ไป ไปยังที่พักของผู้ก่อตั้งพร้อมกับข้า!"เต๋าจวินเซิ่งหยากล่าว.

"ที่พักของผู้ก่อตั้ง? ไม่ใช่ว่ามันคือเขตหวงห้ามหรอกรึ? ที่ห้ามทุกคนเข้าไป!"เย่ชิงเฉิงขมวดคิ้วไปมา.

"ข้าเคยเข้าไปมาก่อน โปรดวางใจ เพียงมากับข้า ไม่มีอะไรต้องห่วง หากว่ามันจะไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ไม่เช่นนั้นล่ะก็ถึงเจ้าตายเป็นหมื่นครั้งก็ยังยากจะชดใช้!"แววตาของเต๋าจวินเซิ่งหยาที่เปลี่ยนเป็นเย็นชา.

เย่ชิงเฉิงที่เห็นแววตาที่เย็นชานั่น ดวงตาถึงกับหดเกร็งราวกับว่าพอจะรับรู้อะไรบางอย่าง.

เย่ชิงเฉิงไม่กล้ากล่าวอะไรต่อไปอีกเร่งรีบบินตามเต๋าจวินเซิ่งหยาไปในทันที พวกเขาที่ไปหยุดอยู่ในภูเขาเทือกเขาที่มีหลายชั้น และไปหยุดยังสถานที่แห่งหนึ่ง.

ที่ตำแหน่งตรงกลางนั้นมีตำหนักขนาดใหญ่อยู่ ทั้งคู่ที่ร่อนลงไป.

พร้อมกับก้าวเข้าไปด้านใน.

ที่ภายในห้องโถงตรงกลางนั้น มีแท่นบูชา แท่นบูชาที่สลักด้วยอักษรรูนที่ดูผิดปรกติมากมาย ดูแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก.

เย่ชิงเฉิงที่รู้สีแปลกประหลาดและประหลาดใจกับอักษรรูนมากมายที่ไม่เคยเห็น ส่วนเต๋าจวินเซิ่งหยาเวลานี้ถึงกับใบหน้าขาวซีด.

"! หายไปแล้ว!"เต๋าจวินเซิ่งหยาที่กล่าวออกมาเสียงสั่น.

"มีอะไรหายไปรึ?!"เย่ชิงเฉิงที่หันหน้าจดจ้องมองมายังเต๋าจวินเซิ่งหยา.

ร่างของเย่ชิงเฉิงถึงกับนิ่งงันสั่นสะท้านกับสายตาของเต๋าจวินเซิ่งหยาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารที่หนักหน่วงรุนแรง น่าหวาดกลัวในครั้งนี้.

"ท่านประมุข มีอะไรหายไปอย่างงั้นรึ?"เย่ชิงเฉิงที่กล่าวออกมาด้วยท่าทางหวาดกลัว.

...

สิบวันหลังจากนั้น ห้องโถงใหญ่แดนเทพอมตะ.

"ข้าได้ส่งศิษย์ออกไปเพื่อสอบหาข้อมูลแล้ว กับความผิดพลาดของเจ้าครั้งนี้ ไว้ให้ผู้ก่อตั้งกลับมา ค่อยตัดสินใจอีกครั้ง!"เต๋าจวินเซิ่งหยาที่กล่าวด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองเป็นอย่างมาก.

"ท่านประมุข ข้า!"เย่ชิงเฉิงที่รู้สึกราวกับว่าตัวเองไม่ได้รับความยุติธรรมอย่างที่สุด.

กลุ่มของหนี่ปู่ซาที่ลอบเข้ามาก่อนหน้านี้ ด้วยการใช้วิชาลับสวรรค์ลี้ลับ แม้แต่กงเชียนยังไม่สามารถพยากรณ์ได้ ลำพังเย่ชิงเฉิงนะรึ?เรื่องนี้เป็นกงเชียนประมาทเองที่ไม่ได้วางค่ายกลล้อมรอบโลงศพเอาไว้ นั่นจึงเป็นเหตุให้ต้องประสบเหตุการณ์เช่นนี้ต่างหาก.

เขาสูญเสียกระบี่เซียนเซียนไปแล้วรึ? ทำไมเต๋าจวินเซิ่งหยาทำกลับว่าเขาได้ทำกระบี่เซียนเซียนหายไปแล้ว.

"ท่านประมุข ใครอยู่ในโลงศพอย่างงั้นรึ?"เย่ชิงเฉิงที่ลอบสอบถามออกมา.

"หุบปาก เรื่องนี้ใช่เรื่องที่เจ้าต้องสอบถามเหรอ!"เต๋าจวินเซิ่งหยาที่ตวาดออกมาด้วยเสียงเย็นชา ไม่แม้แต่ให้เย่ชิงเฉิงได้พูด.

"รายงานท่านประมุข เจิ้นจวินฮามะไลกลับมา!"ศิษย์คนหนึ่งที่กล่าวรายงานออกมาในทันที.

"ฮามะไล? คาดไม่ถึงเลยว่ามันจะรอดมาได้? ให้มันเข้ามา!"เต๋าจวินเซิ่งหยาที่เต็มไปด้วยความสงสัย.

จากนั้นไม่นาน ฮามะไลก็ถูกนำตัวมา.

"ท่านประมุข ข้าได้พยายามสุดความสามารถทุกข์แค้นยากลำบาก ท้ายที่สุดก็รอดมาจากเงื้อมมือปิศาจจงซานได้!"ฮามะไลกล่าวออกมา.

ใบหน้าของเต๋าจวินเซิ่งหยาที่เผยท่าทางเหยียดหยัน ลำพังขยะเช่นเจ้านะรึ?

"ไม่ใช่ว่าจงซานปล่อยเจ้ามารึอย่างไร?"เต๋าจวินเซิ่งหยาที่กล่าวออกมาด้วยเสียงเคร่งขรึม.

"ข้าคิดว่าเขาไม่มีความสามารถมากกว่า!"ฮามะไลที่กล่าวยืดอกคุยฟุ้ง.

ทว่าในเวลานี้ใบหน้าของเต๋าจวินเซิ่งหยาที่เริ่มมืดครึ้มไม่พอใจมากขึ้นและก็มากขึ้น ฮามะไลก็รับรู้ว่าตัวเองคงจะโม้มากไปหน่อย.

"เอิ่ม จงซานได้ให้ข้ากระทำบางอย่าง ขณะที่อยู่สวนสวรรค์ลอยฟ้าหลิงเซียว เขาต้องการนำความอับอายมาให้กับท่านประมุขจึงปล่อยข้ามา ข้า ข้าไม่กล้ากระทำตามที่เขาบอกและไม่ได้กล่าวออะไรออกมาเลย!"ฮามะไลที่กล่าวยืนยัน.

"สร้างความอับอาย? จงซานมันมีเวลาว่างขนาดนั้นรึไง!"ใบหน้าของเต๋าจวินเซิ่งหยาที่ไม่เชื่อ.

สร้างความอับอาย? จงซานมีเวลาที่จะมาสร้างความอับอายให้เขาอย่างงั้นรึ? เต๋าจวินเซิ่งหยามีเหรอที่จะเชื่อ?

เห็นเต๋าจวินเซิ่งหยาไม่เชื่อ ฮามะไลที่ร้อนรนและกล่าวออกมว่า "แน่นอนว่าจงซานต้องการสร้างความอับอายให้กับท่านประมุข จึงแสดงโลงศพโลงหนึ่งให้ข้าเห็น ข้าเข้าใจทันทีที่เห็นโลงศพนั่นและให้จงยังยังสั่งให้ข้ามาบอกท่าน แต่ฝันไปเถอะ ข้าคิดว่า.....!"

"ช้าก่อน โลงศพอะไร?"เต๋าจวินเซิ่งหยาที่ดวงตาเป็นประกาย.

ทันใดนั้น เต๋าจวินเซิ่งหยาก็ตระหนักได้ในทันที แน่นอน จงซาน เป็นมันอย่างแน่นอน.

เห็นท่าทางผ่อนคลายของเต๋าจวินเซิ่งหยา ฮามะไลที่งงไปในทันที นี่จงซานกำลังต้องการทำให้ท่านอับอาย ไม่ได้โกรธเกรี้ยว ด่าว่าจงซานเลยรึ?

"ใช่เป็น โลงศพยักษ์สีม่วง!"ฮามะไลที่ค่อย ๆ กล่าวพร้อมลอบมองใบหน้าเต๋าจวินเซิ่งหยา.

ทันทีที่เต๋าจวินเซิ่งหยาได้ยิน ใบหน้าก็เผยท่าทางดีใจออกมา ฮามะไลถึงกับพูดไม่ออก คนอื่นกำลังทำให้ตัวเองอับอาย แต่กับมีความสุขอย่างงั้นรึ? หรือว่าเต๋าจวินเซิ่งหยาจะเป็นพวกยอมการด่าว่าเย้ยหยันอย่างงั้นรึ?

"จงบอกคำพูดทั้งหมดของมันออกมาอย่าให้ตกหล่น ห้ามตกหล่นแม้แต่คำเดียว.”

เย่ชิงเฉิงที่ราวกับตระหนักได้ถึงบางอย่าง จดจ้องมองไปยังฮามะไลด้วยความจริงจังเช่นกัน.

ฮามะไลที่รู้สึกไม่ดีขึ้นมา ใบหน้าทีเผยท่าทางแปลก ๆ  เกิดอะไรขึ้น?

"ครับ เรื่องนี้ จงซานบอกว่า.....!"ฮามะไลเริ่มเล่าใหม่อีกครั้งนับตั้งแต่ตัวเองถูกลากไปสวนสวรรค์ลอยฟ้าหลิงเซียวจากต้นจนจบ.

"จงซานบอกว่าต้องการแลกเปลี่ยนโลงศพสีม่วงกับอนุสาวรีย์อมตะอย่างงั้นรึ?"เต๋าจวินเซิ่งหยาที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"ใช่ จงซานกล่าวเช่นนี้ เพราะต้องการทำให้ประมุขอับอาย ข้าคิดว่าทาน..!"

"หุบปาก!"เต๋าจวินเซิ่งหยาที่ตะโกนออกไปเสียงดังเปี่ยมไปด้วยความเย็นชา.

ฮามะไลที่ได้แต่เงียบ แม้นว่าจะเต็มไปด้วยความสงสัยก็ตาม.

"ท่านประมุข จงซานเขากำลังวางแผนอะไรอยู่หรือไม่?"เย่ชิงเฉิงที่ขมวดคิ้วไปมา.

"ถึงจะมีแผนการ หากว่าสามารถแลกโลงศพสีม่วงกลับมาได้ ความบกพร่องในหน้าที่ของเจ้า ความผิดนี้ก็จะลดลง!"เต๋าจวินเซิ่งหยาที่ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย.

อนุสาวรีย์อมตะ 11 อันนั้นอยู่ในมือของเต๋าจวินเซิ่งหยา ไม่มีใครสามารถชิงมันไปได้ ทว่ากับสถานการณ์เช่นนี้ หากว่าสามารถแลกมันคืนกลับมาได้ก่อนที่ผู้ก่อตั้งจะกลับมา อย่างน้อยโทษของเย่ชิงเฉิงก็จะลดน้อยถอยลง เขาเองก็จะไม่ถูกตำหนิด้วย.

สิ่งดังกล่าวนั้น ไม่สามารถปล่อยให้อยู่ในมือจงซานได้ เต๋าจวินเซิ่งหยารับรู้ถึงความสำคัญของมันดี.

"เย่ชิงเฉิง เจ้าเดินทางไปยังสวนสวรรค์ลอยฟ้าพร้อมกับข้า!"เต๋าจวินเซิ่งหยากล่าว.

"รับทราบ!"เย่ชิงเฉิงที่รับคำในทันที.

ห้าวันหลังจากนั้น ที่ใกล้ ๆ สวนสวรรค์ลอยฟ้าหลิงเซียว.

เป็นพื้นที่ที่ยื่นออกมาจากกำแพงของสวนสวรรค์ลอยฟ้าหลิงเซียว ตอนนี้มีคนมากมายที่กำลังจับจ้องมองพื้นที่ดังกล่าว.

สายตาของผู้คนมากมายต่างก็จับจ้องด้วยความสงสัย.

ที่ด้านนอกนั้นเป็นประตูสวรรค์ทิศใต้ในเวลานี้มีคนกลุ่มหนึ่งที่บินมา.

หนึ่งสะพายน้ำเต้าสีทองซึ่งก็คือเต๋าจวินเซิ่งหยานั่นเอง ส่วนอีกหนึ่งก็คือคนที่สะพายกระบี่เซียนเซียน เย่ชิงเฉิง.

โลงศพยกสีม่วงนั้นสำคัญเป็นอย่างมาก พวกเขาที่เร่งรีบเดินทางมาอย่างรวดเร็ว.

ที่ประตูสวรรค์ทิศใต้นั้น จงซานที่นำตี้เสวียนชาและข้าราชบริพารอีกหลายคน มาพบกับเต๋าจวินเซิ่งหยา.

"เต๋าจวินเซิ่งหยาพบกันอีกแล้วสินะ!"จงซานที่กล่าวออกไปด้วยรอยยิ้ม.

อารมณ์ของจงซานตอนนี้ดูยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก ด้วยการกลืนกินกระบี่จูเซียน ได้รับพลังมหาศาล ตอนนี้พลังฝึกตนของเขาก้าวขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ตอนนี้มีระดับ 8 สวรรค์แท้! เพิ่มขึ้นมาสองขั้นเลยทีเดียว.

นอกจากนี้ ยังเป็นระดับแปดขั้นปลายอีกด้วย!

จะไม่ให้จงซานมีความสุขได้อย่างไร ขณะที่พูดกับเต๋าจวินเซิ่งหยา สายตาก็ลอบมองไปยังกระบี่เซียนเซียนที่สะพายอยู่ด้านหลังของเย่ชิงเฉิงด้วย.

กระบี่ลู่เซียน กระบี่จิวเซียนและกระบี่จูเซียนถูกจงซานฉกมาหมดแล้ว ขณะที่เย่ชิงเฉิงเห็นสายตาของจงซาน แววตาที่เผยท่าทางเย็นชาออกมา ก่อนที่จะเร่งรีบกุมกระบี่เซียนเซียนเอาไว้อย่างรวดเร็ว ด้วยเกรงว่าจะถูกจงซานฉกไป.

"บอกว่ามาเจ้าต้องการสิ่งใด?"เต๋าจวินเซิ่งหยาที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"เจ้ามอบอนุสาวรีย์อมตะให้ข้า ข้ามอบโลงศพม่วงให้เจ้า!"จงซานที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

ในอดีตนั้นเป็นเต๋าจวินเซิ่งหยาที่สะกดข่มเขาโดยสมบูรณ์ ในเวลานี้กลายเป็นเต๋าจวินเซิ่งหยาถูกสะกดข่มแทน.

จบบทที่ Chapter 799 แลกเปลี่ยนกับเต๋าจวินเซิ่งหยา.

คัดลอกลิงก์แล้ว