เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 797 การปะทุของสวีฉี.

Chapter 797 การปะทุของสวีฉี.

Chapter 797 การปะทุของสวีฉี.


สวนสวรรค์ลอยฟ้าหลิงเซียว!

ร่างแยกเงาของจงซานที่หายไปต่อหน้าทุกคนอย่างรวดเร็ว แม้ว่าเหล่าข้าราชบริพารจะสงสัย ทว่าก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไร ไม่นานหลังจากนั้นตี้เสวียนชาก็ร่อนลงที่ลาน.

"กลับมาแล้วอย่างงั้นรึ?"อี้เหยี่ยนที่กล่าวทักทาย.

"อืม!"ตี้เสวียนชาพยักหน้ารับพยักหน้า.

จากนั้น ตี้เสวียนชาก็จ้องมองไปยังใจกลางของลาน โลงศพสีม่วงขนาดใหญ่สิบจั้ง เวลานี้กระบี่จูเซียนได้ลอยอยู่บนฟ้า.

"เจี่ยเจี๋ย จงซานไปใหนอย่างงั้นรึ?"หลิงเอ๋อที่กุมแขนของเป่าเอ๋อ.

"ฝ่าบาทจับตัวฮามะไลมา จัดการเสร็จก็จะตามมาในทันที.

ขณะที่ตี้เสวียนชากล่าวนั้น ร่างแยกเงาและร่างต้นที่รวมตัวกันแล้วก็กลับมาอีกครั้ง.

"แปลก แปลกจริง ๆ !"หวนจีอยู่ใกล้ ๆ จดจ้องมองไปยังรอบ ๆ ร่างจงซาน.

จงซานที่เผยยิ้มออกมาเล็กน้อยให้กับนาง เป็นเรื่องปรกติ จงซานนั้นไม่ยินดีที่จะเผยร่างทั้งสองออกมาพร้อม ๆ กันให้ทุกคนได้เห็น.

"จงซาน เจ้าเปลี่ยนชุดมาเหรอ!"เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวออกมาทันที.

เหล่าสตรีของเขาที่เผยแววตาที่อาทรเผยยิ้มอย่างอบอุ่นให้ จงซานที่พยักหน้าให้.

"อืม จากการตรวจสอบแล้วภายในโลงศพยักษ์นี่ ใครอยู่ข้างในกัน พอจะคาดเดาได้หรือไม่?"จงซานที่สอบถามออกมาในทันที.

"ชุดกระบี่สังหารเซียน เป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดของปราชญ์เทพ เป็นไปได้ว่าภายในโลงศพนั่นคือศพของเจ้าของกระบี่!"เซียนเซิงซือที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"มั่นใจอย่างงั้นรึ?"

"อาจไม่ใช่ก็ได้!"เซียนเซิงซือที่ส่ายหน้าไปมา.

"หืม?"

"มีความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นปราชญ์เทพที่ล่วงลับ ทว่าก็ไม่สามารถบอกได้เช่นกันว่าเขาคือเจ้าของชุดกระบี่สังหารเซียน ทว่าหากจะยืนยันล่ะก็ นี่คือศพของปราชญ์เทพอย่างแน่นอน!"เซียนเซิงซือกล่าวอย่างเคร่งขรึม.

"อืม!"หวังคูที่พยักหน้าสนับสนุนอีกข้าง.

"จงซาน เจ้ารู้ไหมว่าหลายวันมานี้ โลงศพดังกล่าวดูดซับปราณทมิฬไปมากมายไปเพื่ออะไร?"หวนจีที่อยู่ข้าง ๆ กล่าวออกมาในทันที.

คำพูดของหวนจีนั้น มีเพียงแค่จงซานคนเดียวเท่านั้นที่ได้ยิน.

"ปราณทมิฬอย่างงั้นรึ?"จงซานที่ขมวดคิ้วไปมา ปราณทมิฬที่ใหนกัน?

"ฝ่าบาท ปราณทมิฬอะไรอย่างงั้นรึ?"หนี่ปู่ซาที่กล่าวออกมาด้วยท่าทางสงสัย.

"ปราณทมิฬ ข้าไม่สามารถบอกได้ ไม่ว่าอย่างไรปราณทมิฬดังกล่าวนั้น นับวันมันยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ มันลอยอยูบนโลงศพ มันถูกโลงศพดังกล่าวดูดมา.

เห็นหวนจีที่กล่าวยืนยันหนักแน่นต่อจงซาน ถึงกับทำให้จงซานใบหน้าเปลี่ยนเป็นซับซ้อน.

"เหล่าเย่ ปราณทมิฬอะไรอย่างงั้นรึ?"เป่าเอ๋อที่กล่าวออกมาด้วยท่าทางสงสัย.

"ข้าเองก็ไม่รู้ ทว่าข้าสามารถยืนยันได้ว่า กลิ่นอายดังกล่าวนั้นพวกเราไม่สามารถมองเห็น แต่โลงศพยักษ์นั้นกำลังดูดซับอยู่ มันยังดูดซับมาหลายวันมานี้ไม่หยุดเลย!"จงซานที่ขมวดคิ้วไปมาขณะกล่าว.

"ไม่ได้การแล้ว!"เซียนเซิงซือทันใดนั้นก็สะดุ้งตื่นตกใจขึ้นมาในทันที.

"มีอะไรอย่างงั้นรึ?"

"ฝ่าบาท เร็วเข้า รีบจัดการกระบี่จูเซียน พร้อมกับตอกตะปูกลับ หากเป็นเช่นนี้ หลังจากนี้จะต้องเกิดปัญหาใหญ่แน่!"เซียนเซิงซือที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นตกใจ.

จะเกิดปัญหาใหญ่อย่างงั้นรึ?

จงซานที่ยังไม่สอบถามเรื่องทั้งหมดในเวลานี้ แปดหางสวรรค์แห่งจุดจบที่ปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าจงซานในทันที.

"ตี้เสวียนชา หวังคู ลงมือ!"จงซานที่กล่าวออกมาเสียงดัง.

แปดหางสวรรค์แห่งจุดจบ ตี้เสวียนชาและหวังคูที่เร่งรีบพุ่งเขาไปในทันที.

"ตูมมมมมมมม!"

พริบตาเดียวนั้น ปราณสีม่วงของกระบี่จูเซียนที่แผ่พุ่งออกมา จิตสังหารที่มากมายปะทุขึ้นมา ทั่วท้องฟ้าเต็มท้องฟ้าเต็มไปด้วยปราณกระบี่ ด้วยปราณกระบี่ที่ดุร้ายรุนแรง พุ่งตรงเข้าหาตี้เสวียนชา หวังคูและแปดหางสวรรค์ทันที.

จงซานที่ปกป้องคนอื่น ๆ ที่อยู่ด้านหลัง.

"ตูมมมมมมมม!"

จักรทองสะบั้นโลกาของตี้เสวียนชาที่พุ่งออกไป กระแทกกระบี่จูเซียนอย่างรุนแรง จักรทองสะบั้นโลกาที่ลอยเครง ส่วนกระบี่จูเซียนที่สั่นไหวไปมาเล็กน้อย.

"เปิด!"

บัลลังก์ทองแดงของหวังคูกระแทกกระบี่จูเซียนเสียงดังสนั่น ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ.

"กระบี่จูเซียนแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยรึ?"เซียนเซิงซือที่กล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ.

ทว่าในเวลาเดียวกัน จักรทองสะบั้นโลหิตที่หมุนกลับคืนมา กระแทกออกไปเสียงดังสนั่นสนับสนุนบัลลังก์ทองแดง.

"ตูมมมมมมมมมม!"

หลังจากเกิดการกระแทก กระบี่จูเซียนท้ายที่สุดก็ถูกกระแทกลอยออกไปราว ๆ สิบจั้ง.

"สว๊วป!"

แปดหางสวรรค์พุ่งสวาปามงับกระบี่จูเซียนไปในทันที.

"ตูมมมมมม!"

ร่างของแปดหางสวรรค์ที่เสียการควบคุมกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น.

จากนั้น แปดหางสวรรค์ที่สั่นไหวไปมาอย่างแรง ก่อนที่หางทั้งแปดของมันจะพยุงร่างเอาไว้ กระบี่จูเซียนเวลานี้กำลังดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งในปากของมัน.

จงซานที่ชี้นิ้วออกไป แปดหางสวรรค์แห่งจุดจบก็ทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า ผุดออกมาจากค่ายกล ด้วยกระบี่จูเซียนที่ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งทำให้บนอากาศตอนนี้เกิดเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ยักษ์ กระบี่จูเซียนที่ทรงพลังจนทำให้แปดหางสวรรค์ลอยเคว้งไปมา.

กระบี่จูเซียน ควรค่าแล้วที่เป็นกระบี่ผู้นำของสี่กระบี่ การที่แปดหางสวรรค์แห่งจุดจบจะย่อยมันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย.

ทว่าเมื่อกระบี่จูเซียนถูกกลืนเข้าไปแล้ว ประกายแสงสีม่วงที่ปกคลุมโลงศพขนาดใหญ่ก็ค่อย ๆ เลือนใสปรากฏให้ทุกคนสามารถมองเห็นหมอกควันสีดำทมิฬจำนวนมากได้.

หมอกสีดำทมิฬมากมายที่หนาแน่น ปกคลุมพื้นที่รอบ ๆ ลอยคละคลุ้งทำให้พื้นที่รอบ ๆ หมองมัวไปด้วย.

ยิ่งบริเวณของโลงศพยักษ์สีม่วงตำแหน่งน่าจะเป็นศีรษะของปราชญ์เทพ หมอกควันดำทมิฬที่รวมตัวกันจะมองเห็นเป็นอักษรปรากฏขึ้น.

สามสิบ.

อักษรสีดำที่ลอยอยู่บนโลงศพปรากฏคำว่าสามสิบ เป็นอะไรที่แปลกประหลาดเป็นอย่างมาก เพียงแค่จ้องมอง ทำให้จิตใจของทุกคนสั่นสะท้านสัมผัสได้ถึงความตาย.

ใบหน้าของเซียนเซิงซือที่เปลี่ยนเป็นขาวซีดพุ่งตรงไปยังโลงศพในทันที.

"ปัง!"

ร่างของเซียนเซิงซือที่ลอยโด่งออกมาจากควันสีดำที่ผลักอย่างรุนแรง เขาไม่สามารถเข้าใกล้โลงศพสีม่วงได้เลย หมอกสีดำที่ปกคลุมรอบ ๆ โลงศพ ทำให้เซียนซือเข้าใกล้ไม่ได้.

"หวังคู ปราณทมิฬนั่นขวางทางข้าเอาไว้ มีเพียงเจ้าที่สามารถทนได้ เร็วเข้า นำตะปูทั้งสิบไปปักเอาไว้!"

เซียนเซิงซือที่ตะโกนออกไปเสียงดัง ก่อนที่จะส่งตะปูทั้งสิบดอกลอยไปหาหวังคู.

หวังคูที่ยื่นมือออกไปรับ ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยพุ่งเข้าหาโลงศพในทันที สิบรูตะปูเดิม ตราบเท่าที่ใส่ลงไปได้ก็ถือว่าสำเร็จแล้ว.

ปราณทมิฬที่หมุนวนผลักดันหวังคูอย่างรวดเร็ว ทว่าหวังคุนั้นดูเหมือนจะดีกว่าเซียนเซิงซือ แม้ว่าจะถูกผลัก แม้ว่าจะยากลำบาก ทว่าก็สามารถที่จะตรงไปด้านหน้าได้.

"ปัง!"บัลลังก์ทองแดนที่ตอกตะปูดอกแรกลงไปบนโลงศพ.

"ปัง" "ปัง" "ปัง!".........

ด้วยความพยายามอย่างหนัก สุดท้ายแล้วก็สามารถตอกตะปูกลับที่เดิมทั้งหมดได้.

"ฟู่!!"เซียนเซิงซือที่ถอนหายใจยาว.

"กระบี่จูเซียนก่อนหน้านี้ มันไม่ได้ปกป้องโลงศพ เพียงแค่สร้างความสับสนให้ทุกคน ทำให้พวกเราไม่สามารถมองเห็นปราณทมิฬได้อย่างงั้นรึ?"อี้เหยี่ยนที่ขมวดคิ้วไปมาพลางถอนหายใจยาว.

"เซียนเซิงซือ ก่อนหน้านี้หมายความว่าอย่างไร? ปราณทมิฬมันคืออะไรอย่างงั้นรึ?"จงซานที่สอบถามออกไปในทันที.

ทุก ๆ คนที่หันหน้าจับจ้องมองไปยังเซียนเซิงซือเป็นสายตาเดียวกัน.

"ปราณทมิฬนั่น ที่ฝ่าบาทกล่าวถึงก่อนหน้านี้ เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่สามารถมองเห็นมันควรจะถูกเรียกว่า สวีฉี!"

"สวีฉี?"(กลิ่นอายแห่งสันโดษ)

"ใช่ ข้าเองก็ไม่รู้อะไรมากนัก ได้ยินข่าวลือว่ามีเพียงแค่ปราชญ์เทพเท่านั้นที่ใช้ประโยชน์ได้! ซึ่งทำให้ข้าไม่สามารถเข้าใกล้มันได้ก่อนหน้านี้."เซียนเซิงซือที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงกริ่งเกรง.

"อันตรายอย่างงั้นรึ?"

"ใช่แล้ว ตะปูที่ผนึกโลงศพเอาไว้ ไม่เพียงแค่ยึดฝาโลงเท่านั้น ทว่ามันยังป้องกันการปะทุของปราณดังกล่าวด้วย!"เซียนเซิงซือกล่าว.

"ปะทุอย่างงั้นรึ?"แววตาของเทียนหลิงเอ๋อที่เผยท่าทางหวาดกลัวออกมา.

"การปะทุนั้น เป็นปราณสวีที่เกินกว่ามนุษย์จะทนได้ไม่ต่างจากหายนะ หนำซ้ำนี่ยังเป็นศพของปราชญ์เทพ? การปะทุของปราณทมิฬนี้จึงน่าหวาดกลัวมาก อย่างน้อย สวนสวรรค์ลอยฟ้าแห่งนี้คงถูกทำลายไปในทันที!"เซียนเซิงซือที่ปาดเหงื่อที่หน้าผากขณะพูด.

ปราณสวีปะทุอย่างงั้นรึ? สามสิบล่ะ?

"แล้ว อักขระสามสิบที่ปรากฏขึ้นล่ะ?"จงซานที่จ้องมองไปยังเซียนเซิงซือ.

"เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่รู้บางทีคงจะเกี่ยวข้องกับศพดังกล่าวนี้ก็ได้!"เซียนเซิงซือที่ส่ายหน้าไปมา.

กับเรื่องที่ไม่มีใครเข้าใจนี้ ทำให้ทุกคนหัวใจหนักอึ้งเลยทีเดียว.

"แล้วพวกเราจะจัดการโลงศพอย่างไรดี?"อี้เหยี่ยนที่ขมวดคิ้วไปมา.

"ศพของปราชญ์เทพอย่างงั้นรึ?"จงซานที่ดวงตาหรี่เล็กลง.

"ฝ่าบาท หากว่าข่าวเรื่องนี้แพร่ออกไป โลงศพนี้จะต้องสร้างปัญหายิ่งกว่าการแยกสวรรค์อย่างแน่นอน ภายในโลกใบใหญ่นั้นมีคนมากมายที่จับจ้องพวกเรา บางทีข่าวดังกล่าวอาจแพร่ออกไปแล้วก็ได้ ศพของปราชญ์เทพ ก็คือเผือกร้อนดี ๆ นี่เอง!"หวังคูที่กล่าวออกมาด้วยความกังวล.

"หรือว่า พวกเราจะซ่อนมันดีไหม หลังจากนั้นก็ให้เจ้าตัวเล็กน่ารักกินดีหรือไม่?"เทียนหลิงเอ๋อที่กล่าวออกมาในทันที.

เจ้าตัวเล็กน่ารักอย่างงั้นรึ? เจ้าตัวเล็กที่ทำให้เกิดหลุมดำขนาดใหญ่บนอากาศนั่นนะรึ? ตัวเล็กน่ารัก? คิดว่าแปดหางสวรรค์น่ารักตรงใหนกัน?

จงซานที่ส่ายหน้าไปมา ศพปราชญ์เทพ กินอย่างงั้นรึ? เป็นไปไม่ได้ ถึงแม้นว่าจะผ่านไปอีกหลายร้อยปี ก็ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะกินได้อย่างแน่นอน เพียงแค่อำนาจวิเศษที่ทำให้ฟ้าดินกำสรวล กลับศพที่ทรงพลังต่อต้านสวรรค์ถึงเพียงนี้ แม้แต่ฟ้าดินยังไม่กล้า หากว่าแปดหางสวรรค์แห่งจุดจบกินเข้าไป เกรงว่าพลังงานก้อนใหญ่ที่ได้นั้นจะไม่สามารถทนได้แน่.

แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ไม่สามารถเก็บไว้นั้น เพราะว่ากงเชียนต้องรับรู้ได้อย่างแน่นอน บางทีโลงศพนี้เมื่อออกมาจากแดนเทพอมตะ คนของโลกใบใหญ่เองก็คงจะรับรู้แล้วก็ได้.

คิดได้เช่นนั้นจงซานก็ออกคำสั่งในทันที "หลิวอู๋ซ่าง ไปนำฮามาไลในคุกออกมา.

"ขอรับ!"ผู้บัญชาการจินอี้เหว่ยที่รับคำในทันที.

จากนั้นไม่นาน ฮามะไลที่หมดสติอยู่ก็ถูกนำมา.

"ปลุกเขาขึ้นมา!"จงซานสั่ง.

"โครม!"

บอลน้ำลูกใหญ่ที่พุ่งเข้าปะทะฮามะไล ทำให้ฮามะไลตอนนี้กำลังหายใจหอบแฮกในทันที.

พริบตาเดียวที่เขาได้สติ สายตาของเขาที่เห็นจงซานถึงกับสะดุ้งโหย่งราวกับเป็นเทพปิศาจ นอกจากนี้ยังมีตี้เสวียนชา หวังคูอีก?

กองทัพของต้าเจิ้งที่อยู่โดยมีฮามะไลอยู่ตรงกลาง ฮามะไลที่หายใจหืดหอบ พริบตาเดียวนั้นแทบจะลืมหายใจกับสิ่งที่เขาเห็น.

ก่อนที่เขาจะหมดสตินั้นฮามะไลรับรู้ว่าเขาอยู่ในมือของศัตรูแล้ว นี่เต๋าจวินเซิ่งหยาและกงเหล่ยเทียนหายไปใหนกัน จบแล้ว มันจบแล้ว เขาต้องตกตายไปที่นี่อย่างแน่นอน.

"ข้า ข้ายอมแพ้ ข้อขอยอมแพ้ ข้า ข้า ...........!"ฮามะไลที่เริ่มขอความเมตตาตัวสั่นงันงก.

ทุกคนถึงกับพูดไม่ออกจ้องมองไปยังท่าทางฮามะไล.

"ข้าไม่ต้องการให้เจ้ายอมแพ้!"จงซานที่ส่ายหน้าไปมา.

"ข้าต้องการยอมแพ้ ฝ่าบาท ท่านต้องเชื่อข้า ข้าไม่ต้องการเป็นพันธมิตรกับเจ้าพวกชั่วร้ายนั่นอีกครั้งแล้ว ขอให้ท่านได้โอกาสข้า ให้ข้าได้ทำคุณไถ่โทษ ข้ายอมทำทุกอย่าง ข้ายินดีรับใช้ ด้วยความจริงใจ.!"ฮามะไลที่โอดครวญโหยหวน.

กับหนทางที่จะรอดชีวิต ฮามะไลที่พร้อมจะทำทุกอย่างไม่ว่าจะขายหน้าอย่างไรก็ตาม ทว่าคนอื่น ๆ ที่ได้ยินคำพูดน่าอายของเขาแล้วถึงกับทำให้พวกเขาขนหัวลุกซู่เลยทีเดียว คนอะไรจะน่ารังเกียจขนาดนี้ ฮามะไลไม่เพียงไม่ต่างจากขยะแล้ว ยังกลายเป็นคนที่น่าขยะแขยงด้วย.

"หุบปาก!"จงซานที่กล่าวออกมาเสียงดัง.

ฮามะไลที่เงียบปากไปในทันที.

"เจ้าเห็นโลงศพนั่นไหม?"จงซานที่ชี้ไปยังโลงศพขนาดใหญ่.

เตรียมเอาไว้ให้ข้าอย่างงั้นรึ? ใบหน้าของฮามะไลที่กลายเป็นขาวซีดในทันที จากนั้นก็ร้องโหยหวนขึ้นมาอีกแล้ว "ข้ายอมแล้ว ข้ายอมแล้วอย่าทำอะไรข้าเลย....!"

"หุบปาก!"

ทุกคนจ้องมองฮามะไลด้วยความรังเกียจ.

"กลับไปแดนเทพอมตะบอกเต๋าจวินเซิ่งหยา บอกเขา หากต้องการโลงศพนี้ ให้นำอนุสาวรีย์อมตะมาแลก!"จงซานที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"หืม? เจ้าจะปล่อยข้าไปอย่างงั้นรึ?"ฮามะไลที่เพ่งพิศ ไม่อยากเชื่อเลยแต่น้อยกับการที่จงซานจับเขามา เพียงแค่ให้เขานำคำพูดกลับไปเท่านั้นอย่างงั้นรึ?

โลงศพ? เจ้าต้องการสร้างความอับอายต่อเต๋าจวินเซิ่งหยาอย่างงั้นรึ?

"ได้ยินใหม่?"จงซานที่แค่นเสียงเย็นชา.

"ได้ยิน ได้ยิน!"

"ได้ยินแล้วก็ไสหัวไปให้พ้น!"จงซานที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"นี่เจ้าจะปล่อยข้าไปจริง ๆ รึ?"

"ไปให้พ้น!"

จบบทที่ Chapter 797 การปะทุของสวีฉี.

คัดลอกลิงก์แล้ว