เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 792 เป้าหมายของจูเซียน.

Chapter 792 เป้าหมายของจูเซียน.

Chapter 792 เป้าหมายของจูเซียน.


เต๋าจวินเซิ่งหยาที่จับจ้องมองจงซานด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างลึกล้ำ ทว่าเต๋าจวินเซิ่งหยานั้นเป็นคืนยืดได้หดได้ ครั้งนี้แม้แม้นว่าเขาต้องการจะสังหารจงซานให้ได้ ทว่ากระบี่จูเซียนหายไป ผลแพ้ชนะเวลานี้จึงเปลี่ยนไปแล้ว.

"ใช้เวลานานเกินไปแล้ว ยังไม่ถึงเวลาสังหารจงซาน ถอยก่อน!"เต๋าจวินเซิ่งหยาที่กล่าวด้วยท่าทางไม่พอใจเป็นอย่างมาก.

กงเหล่ยเทียนจ้องมองจงซานด้วยท่าทางแววตาช่วยไม่ได้ ก่อนที่จะบินไปพร้อมกับเต๋าจวินเซิ่งหยา.

เต๋าจวินเซิ่งหยาที่ต่อสู้กับตี้เสวียนชา มีเพียงแค่เต๋าจวินเซิ่งหยาเท่านั้นที่รับรู้ว่าตี้เสวียนชาแข็งแกร่งขนาดใหน กับสถานการณ์จนถึงตอนนี้ กงเหล่ยเทียนก็ยังไม่สามารถสังหารจงซานได้อย่างงั้นรึ? ส่วนฮามะไล เองก็ไม่ต่างจากสวะที่ไร้ประโยชน์.

เต๋าจวินเซิ่งหยาไม่รู้ว่าจงซานนั้นแข็งแกร่งเท่าใด ดังนั้นเวลานี้เมื่อกงเหล่ยเทียนไม่สามารถสังหารจงซานได้ก็รู้สึกไม่พอใจเช่นกัน ส่วนกงเหล่ยเทียนเองก็เช่นกันรู้สึกไม่พอใจกับเต๋าจวินเซิ่งหยา ไม่ใช่ว่าเจ้ามีระดับสิบสองสวรรค์แท้หรอกรึ? หนำซ้ำยังมีมีดบินสังหารเซียนอีก? ผ่านไปตั้งนาน เจ้ากำลังเล่นสนุกกับตี้เสวียนชาอยู่รึไง?

เห็นคนทั้งสองที่จากไปด้วยใบหน้าไม่พอใจกันและกัน แต่ด้วยความสามารถของจงซานและตี้เสวียนชาเวลานี้ การจะขวางพวกย่อมไม่มีทางสำเร็จ.

ส่วนฮามะไลที่นั่งอยู่บนพื้น พวกเขาดูเหมือนว่าจะไม่สนใจช่วยเลยแม้แต่น้อย.

"เอาล่ะ ไม่จำเป็นต้องไล่ตาม!"จงซานที่ส่ายหน้าไปมา.

วิชากายาเทพอสูรนั้นยังคงอยู่ได้อีกไม่นาน หากว่าเริ่มต่อสู้อีกครั้ง จะชนะหรือว่าแพ้ก็ยากจะคาดเดา.

ตี้เสวียนชาที่พยักหน้ารับ จดจ้องมองไปยังฮามะไลที่นอนกองอยู่บนพื้น.

เห็นฮามะไลแล้ว พวกเขาเองก็รู้สึกรังเกียจ ไม่มีใครเห็นฮามะไลอยู่ในสายตา ตลอดหลายปีมานี้ เขาในเวลานี้กลายเป็นขยะเปียกโดยสมบูรณ์.

การต่อสู้ของเขาในช่วงหลัง ๆ มานี้ ไม่แม้แต่กล้าเข้าไปปะทะ ขลาดเขลา หากไม่มีจิตกระบี่จูเซียนสิงร่าง ก็ไร้ซึ่งประโยชน์ใด ๆ .

ไม่สงสัยเลยว่าเต๋าจวินเซิ่งหยาและกงเหล่ยเทียนจะจากไป โดยไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย.

"ข้าจะสังหารมันซะ!"ตี้เสวียนชาจ้องมองอย่างไม่แยแสไปยังฮามะไล.

"ช้าก่อน! ให้มันมีชีวิตอยู่!"จงซานที่ส่ายหน้าไปมา.

"ขยะไร้ประโยชน์ ปล่อยไว้ยังจะใช้ประโยชน์อะไรได้?"ตี้เสวียนชาที่ขมวดคิ้วไปมา.

"ยังมีวิธีใช้ แม้แต่ขยะเปียก ยังใช้เป็นปุ๋ยได้ เกี่ยวกับวิธีใช้เขา ก็ย่อมต้องมีวิธีเช่นกัน."จงซานที่เผยยิ้มออกมาเล็กน้อย.

นับเป็นครั้งแรกที่เขาต้องต่อสู้กับกงเหล่ยเทียนอย่างจริงจัง และยังกุมความได้เปรียบอย่างสมบูรณ์ ทำให้จงซานอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก หลังจากวันนี้ กงเหล่ยเทียนจะไม่ได้เป็นฝันร้ายของเขาอีกต่อไป การจะจัดการกงเหล่ยเทียนในเวลานี้ก็ขึ้นอยู่กับเวลาแล้ว ความเจ็บช้ำที่กงเหล่ยเทียนประทับอยู่ในใจของเขา เวลานี้มันค่อย ๆ ฟื้นคืนกลับมา บาดแผลที่เคยเจ็บหนัก เวลานี้ไม่ได้มีอิทธิพลอะไรกับจงซานอีกต่อไปแล้ว.

ขยะเปียก? ใช้เป็นปุ๋ยอย่างงั้นรึ? ตี้เสวียนชาที่ได้ยินคำพูดดังกล่าว ก็จดจ้องมองฮามะไลด้วยท่าทางแปลกประหลาด.

"ตกลง ไม่ว่าจะเป็นขยะเปียกหรือปุ๋ย ให้เจ้าจัดการก็แล้วกัน!"ตี้เสวียนชาที่กล่าวออกมา.

เมื่อเก็บแปดหางสวรรค์แห่งจุดจบ พร้อมกับผนึกฮามะไล ตี้เสวียนชาและจงซานก็เดินทางกลับสวนสวรรค์ลอยฟ้าหลิงเซียว.

"ทำไมกระบี่จูเซียนถึงจากไปทันทีทันใดล่ะ?ความจริงเกิดอะไรขึ้น?ที่สวนสวรรค์ลอยฟ้าหลิงเซียนอย่างงั้นรึ?"ตี้เสวียนชาที่ขมวดคิ้วกล่าวสอบถามออกมา.

"ที่สวนสวรรค์ลอยฟ้า ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับกงเชียนแล้ว เขาได้ถอยกลับไปเมื่อหลายวันก่อนหน้านี้แล้ว!"ใบหน้าของจงซานที่ซับซ้อนเต็มไปด้วยความโศกเศร้า.

"หืม? กงเชียนถอยกลับไปแล้ว ทำไมเจ้าถึงต้องทำหน้าเศร้าเช่นนั้น!"ตี้เสวียนชาที่กล่าวสอบถามด้วยความสงสัย.

"นั่นเพราะว่า บุตรชายที่แสนดีของข้าได้ตายไปเพราะเขายังไงล่ะ!"แววตาของจงซานที่เผยจิตสังหารแผ่ออกมาด้วย.

"หืม?"ตี้เสวียนชาที่ขมวดคิ้วไปมา.

"จงเสวียน............!"

จงซานที่ได้บอกกล่าวเรื่องราวทั้งหมดให้กับตี้เสวียนชาได้ฟัง ไม่มีความจำเป็นใดที่ต้องปิดบังตี้เสวียนชา.

"กงเชียน?"

ตี้เสวียนชาที่ได้ยินถึงความแข็งแกร่งของกงเชียน ทำให้เขาสูดหายใจลึกทีเดียว กงเชียนผิดปรกติเกินไปแล้ว.

"ไม่มีปัญหา พวกเราได้กุมจุดอ่อนของกงเชียนเอาไว้แล้ว!"จงซานที่เผยยิ้มออกมาในทันที.

"หืม?? เป็นกลุ่มของหวังคูที่เดินทางไปก่อนหน้านี้นะรึ?"ตี้เสวียนชาที่สอบถามออกมา.

"ใช่แล้ว ในเวลานี้พวกเขาได้กลับมาแล้ว ได้นำโลงศพขนาดใหญ่กลับมาด้วย โลงศพที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความโศกเศร้า ตอนนี้ข้าได้เปิดโลงศพออกมาแล้ว ทว่าเพียงแค่เปิดก็ทำให้ผืนฟ้าและปฐพีกำสรวล สวรรค์ร้องไห้ออกมาเป็นสายฝน ความเศร้าที่มากมายที่ปะทุออกมานั้นไม่ใช่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อย!"จงซานที่กล่าวตอบต่อตี้เสวียนชา.

"โลงศพ? เป็นใครอยู่ด้านในกัน?"ตี้เสวียนชาที่เต็มไปด้วยความสงสัย.

"ไม่สามารถเห็นได้ ไม่ สามารถเห็นได้ชัดเจน ซ้ำยังไม่สามารถจดจำได้อีกด้วย ไม่เลยแม้แต่นิดเดียว ถึงจะใช้หยกบันทึกแล้ว แต่ก็ไม่สามารถบันทึกภาพได้ เป็นศพที่แปลกประหลาด!"จงซานที่สูดหายใจลึก.

"เป็นศพที่แปลกประหลาดขนาดนั้นเลยรึ?"ตี้เสวียนชาที่ขมวดคิ้วไปมา.

ทว่าขณะเดียวกันดวงตาของจงซานก็หดเกร็ง ใบหน้าที่เปลี่ยนไปในทันที.

"มีอะไรอย่างงั้นรึ?"ตี้เสวียนชาที่สอบถามออกมาด้วยความสงสัย.

"ข้ารู้ ข้ารู้แล้ว....!"จงซานที่กลืนน้ำลายคำโต.

"รู้เรื่องอะไร?"

"ข้ารู้ว่ากระบี่จูเซียนนั้นไปที่ใหน ข้ารู้ว่าทำไมจูเซียนถึงได้จากไปในทันที หนำซ้ำยังไม่สนใจคำพูดของเต๋าจวินเซิ่งหยาแม้แต่น้อย ท้ายที่สุดข้าก็เข้าใจแล้ว!"แววตาของจงซานที่เผยท่าทางประหลาดใจเป็นอย่างมาก.

"ไปที่ใหนอย่างงั้นรึ?"

"สวนสวรรค์ลอยฟ้าหลิงเซียน กระบี่จูเซียนจะต้องไปยังสวนสวรรค์ลอยฟ้าหลิงเซียวอย่างแน่นอน!"ดวงตาของจงซานที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ.

แดนเทพอมตะ เย่ชิงเฉิงที่นั่งบำเพ็ญอยู่ใช้ทะเลสาบขนาดเล็กแห่งหนึ่ง ผิวน้ำที่เงียบสงบไร้คลื่น กระบี่เซียนเซียนที่ถูกวางไว้บนตักของเขา.

ใบหน้าของเย่ชิงเฉิงที่สงบเงียบ เขาที่กำลังสัมผัสถึงวิถีกระบี่ ในเวลาเดียวกันก็ศึกษาความลึกล้ำของกระบี่เซียนเซียนไปด้วย.

ทันใดนั้น กระบี่เซียนเซียนก็ปรากฏปราณสีเขียวมรกตปกคลุม สั่นไปมาในทันที ทันใดนั้นก็สะบัดหลุดจากการควบคุมของเย่ชิงเฉิง.

"ปัง!"

น้ำในทะเลสาบที่พุ่งขึ้นบนฟ้า กระบี่เซียนเซียนเองก็เช่นกัน.

กระบี่เซียนเซียนที่บินหนีไป ใบหน้าของเย่ชิงเฉิงถึงกับเปลี่ยนเป็นซับซ้อน.

ไร้ซึ่งลังเล เย่ชิงเฉิงที่พุ่งเข้าจับด้ามกระบี่เซียนเซียนเอาไว้.

กระบี่เซียนเซียนที่ปลดปล่อยแสงสีเขียวสว่างจ้าแผ่ออกไปทั่วทิศ กระบี่ที่สั่นอย่างรุนแรง จนมิติอากาศบิดเบี้ยว กระบี่เซียนเซียนกำลังคลั่ง?กระบี่เซียนเซียนกำลังจะจากไปอย่างงั้นรึ?

ปราณกระบี่มากมายที่ผุดออกมาจากอากาศ.

ปราณกระบี่ขนาดใหญ่ที่โจมตีไปยังเย่ชิงเฉิง ราวกับว่ามันต้องการให้เย่ชิงเฉิงปล่อยมันไป ทว่าเย่ชิงเฉิงจะยอมปล่อยมันไปอย่างงั้นรึ?

เย่ชิงเฉิงที่รู้สึกว่า ตราบเท่าที่เขาปล่อยมือ กระบี่เซียนเซียนจะต้องหายไปในอากาศ ซึ่งมันกำลังจะหนีไปจากเขา.

ไร้ซึ่งเหตุผล หมายความว่าอย่างไร?

กระบี่เซียนเซียนนั้นทรงพลังเป็นอย่างมาก ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง เย่ชิงเฉิงที่กุมด้ามกระบี่เอาไว้แน่น อย่างไรก็ตามพลังของกระบี่เซียนเซียนนั้นทรงพลังเกินกว่าที่เขาจะคาดคิด หากแต่เขาจะย่อมปล่อยให้กระบี่เซียนเซียนหลุดมือไปได้อย่างงั้นรึ?

จะปล่อยให้บินหนีไปได้อย่างไร? ทันใดนั้น เย่ชิงเฉิงที่คิดถึงคำพูดสุดท้ายของเต๋าจวินเซิ่งหยา.

"กระบี่เซียนเซียนข้าจะมอบให้เจ้าดูแล และนี่คือโอกาสสุดท้ายที่ข้ามอบให้เจ้า หากทำให้กระบี่เซียนเซียนสูญหายไปอีกล่ะก็ อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก!"เสียงที่เย็นชาและเคร่งขรึมของเต๋าจวินเซิ่งหยาเขายังจำได้ดี.

เมื่อคิดได้ดังนั้น เย่ชิงเฉิงที่ตัดสินใจที่จะใช้พลังทั้งหมดที่มี.

"อำนาจแดนเทพอมตะ!"เย่ชิงเฉิงที่คำรามออกมาเสียงดัง.

บนแดนเทพอมตะ บนท้องฟ้าที่มีกรรมวาสนามากมาย ส่องประกายแสงสีทองเหลืองอร่าม แสงสีทองอร่วมที่พุ่งตรงมายังร่างของเย่ชิงเฉิง ร่างของเย่ชิงเฉิงที่เปล่งประกายแสงสีทองออกมาทันที ทั่วทั้งหุบเขาที่เขาอยู่เองต่างก็ส่องประกายแสงสีทองสว่างจ้า.

เหล่าผู้ฝึกตนแดนเทพอมตะที่พุ่งเข้ามาหา ด้วยคิดว่าศัตรูที่ทรงพลังกำลังบุกรุกหรือไม่?

ขณะที่พวกเขาบินเข้ามาใกล้ ก็พบว่าเป็นเย่ชิงเฉิงที่กำลังต่อสู้ปลุกปล้ำกับกระบี่เซียนเซียนอยู่.

รองประมุขและกระบี่เซียนเซียนต่อสู้กันอย่างงั้นรึ? แทบจะในทันทีที่ทุกคนได้เห็นที่เต็มไปด้วยความงงงวย.

"ไม่มีใครสามารถชิงเจ้าไปได้!"เย่ชิงเฉิงได้ใช้อำนาจกรรมวาสนาของแดนเทพอมตะในการกำราบกระบี่เซียนเซียนนั่นเอง.

แม้ว่าเย่ชิงเฉิงไม่สามารถเคลื่อนย้ายกรรมวาสนาทั้งหมดเช่นเต๋าจวินเซิ่งหยา ทว่าเขาที่เป็นรองประมุข แน่นอนว่าย่อมต้องเคลื่อนกรรมวาสนาได้บางส่วน.

ภายใต้พลังที่ดึงพลังมาจากแดนเทพอมตะส่วนหนึ่ง ท้ายที่สุดเย่ชิงเฉิงก็สามารถกำราบกระบี่เซียนเซียนได้ กระบี่เซียนต้องการจากไปอย่างงั้นรึ?ไม่มีทาง.

กระบี่เซียนเซียนไม่สามารถจากไปได้ มันกำลังสั่นไปมาอย่างหนักหน่วงรุนแรง เผยท่าทางโศกเศร้าและโกรธเกรี้ยวไปพร้อม ๆ กัน ทว่าก็ไม่สามารถกระทำอะไรได้.

เย่ชิงเฉิงที่จ้องมองไปยังกระบี่เซียนเซียน แม้ว่าจะรู้สึกแปลกประหลาดกับกระบี่เซียนเซียน ทว่าเขาจะไม่ทางปล่อยกระบี่เซียนเซียนให้หลุดมือไปอย่างแน่นอน แน่นอนว่าต้องไม่ใช่ในกำมือของเขา.

เมื่อกำราบกระบี่เซียนเซียนได้แล้ว เย่ชิงเฉิงก็ต้องมองผู้ฝึกตนที่เข้ามารายล้อมเป็นจำนวนมาก.

"กลับกันไปได้แล้ว เหลือเจ้าอยู่ก่อน!"เย่ชิงเฉิงที่สั่งให้ทุกคนถอยกลับ พร้อมกับชี้ไปยังชายคนหนึ่ง.

"ครับ!"ทุกคนที่ถอยกลับไป เหลือคนเดียว

"ข้าต้องการถามเจ้า ผู้ก่อตั้งกลับมาหรือยัง?"เย่ชิงเฉิงที่สอบถามชายคนดังกล่าวออกมา.

"ข้าได้เฝ้าที่หน้าประตูแดนเทพอมตะ แม้นว่าจะเข้ามาก่อนหน้านี้ แต่ก็ปล่อยคนเฝ้าประตูเอาไว้ หากแต่ผู้ก่อตั้งก็ยังไม่กลับมา!"ชายคนดังกล่าวส่ายหน้าไปมา.

"อืม เจ้าไปได้แล้ว!"เย่ชิงเฉิงกล่าว.

"ครับ!"

จวบจนทุกคนจากไปแล้ว เย่ชิงเฉิงที่จดจ้องมองไปยังกระบี่เซียนเซียนและกล่าวออกมาเสียงดัง.

"กระบี่เซียนเซียนหมายความว่าอย่างไร? เจ้าต้องให้ผู้ก่อตั้งเอ่ยปากก่อนถึงจะไปได้ ช่างน่าเสียดายที่ผู้ก่อตั้งยังไม่กลับมา แล้วเจ้าต้องการจะไปใหนกัน?"เย่ชิงเฉิงที่ขมวดคิ้วไปมา.

กระบี่เซียนเซียนที่ยังคงร้องออกมาด้วยความโศกเศร้าสั่นไปมา? เหมือนกับกระบี่จูเซียนก่อนหน้านี้ มันสัมผัสได้ถึงการเปิดออกมาของโลงศพสีม่วงที่สวนสวรรค์ลอยฟ้าหลิงเซียว ดังนั้นมันจึงพุ่งตรงไปยังสถานที่ดังกล่าว ทว่าทำไมโลงศพสีม่วงถึงได้ไปอยู่ที่สวนสวรรค์ลอยฟ้าหลิงเซียว? เย่ชิงเฉิงที่ยังคงปกป้องแดนเทพอมตะ เป็นไปได้อย่างงั้นรึ? ที่จะมีคนรุกเข้ามาในแดนเทพอมตะเพื่อแย่งชิงมันไปรึ?

หากเย่ชิงเฉิงรับรู้ว่ามีโจรสามคนลอบเข้ามา เขาคงจะไม่ยอมปล่อยให้โลงศพสีม่วงหายไปอย่างแน่นอน.

เย่ชิงเฉิงต้องการสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นกับกงเชียน ไม่รู้ว่าหากกงเชียนรู้เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ เย่ชิงเฉิงจะรู้สึกเช่นไร.

ราชวงศ์สวรรค์ต้าเจิ้ง สวนสวรรค์ลอยฟ้า ฟ้าดินที่กำลังร่ำไห้ สวรรค์หลั่งน้ำตาทำให้ฝนตกไปทั่วแผ่นดิน.

ร่างแยกเงาที่นำเหล่าข้าราชบริพารกลุ่มหนึ่งมาเปิดโลงศพสีม่วงที่ลานแห่งหนึ่ง ทำให้กลิ่นอายทีเศร้าสลดปะทุขึ้น.

ทุกคนที่นั่งลงขัดสมาธิ ทำให้จิตใจมั่นคงทันที ตอนนี้มีเพียงแค่จงซานและหวังคูที่สามารถมองดูได้นานที่สุด.

ในเวลาเดียวกัน ร่างแยกเงาจงซานที่ดวงตาหดเกร็ง เขาที่เงยหน้าจ้องมองไปยังทิศเหนือ.

"เซียนเซิงซือ ปิดฝาโลง และตอกตะปูคืนเช่นเดิม!"จงซานที่หันหน้าเอ่ยกับเซียนเซิงซือ.

เซียนเซิงซือเองก็เหนือล้าทั้งกายและใจ ตั้งแต่เปิดโลงศพสีม่วงออกมา จากนั้นขณะที่ปิดฝาของโลงศพ จากขอบฟ้าไกล ประกายแสงสีม่วงที่พุ่งร่วงหล่นลงมาจากเมฆในทันที.

ค่ายกลหนานกงเซิ่งที่เปิดใช้งานอัตโนมัติในทันที.

"ตูมมมมมมมมมมมม!"

แสงสีม่วงที่กระแทกค่ายกลเสียงดังสนั่น มันกำลังพุ่งตรงลงมายังลานที่จงซานอยู่.

จบบทที่ Chapter 792 เป้าหมายของจูเซียน.

คัดลอกลิงก์แล้ว