- หน้าแรก
- ข้าสามารถจุดประกายรู้แจ้งสรรพสิ่งได้
- บทที่ 88 จุดประสงค์
บทที่ 88 จุดประสงค์
บทที่ 88 จุดประสงค์
บทที่ 88 จุดประสงค์
เตี่ยนหัวเชิญทุกคนนั่งลงในห้องรับแขก โดยฉีหงนั่งที่ตำแหน่งเบื้องล่างขวา ตู้รุ่ยนั่งที่ตำแหน่งเบื้องล่างซ้าย หลี่เสี้ยวนั่งที่ตำแหน่งที่สองทางซ้าย ส่วนชายหนุ่มชุดหรูที่มากับฉีหงนั่งที่ตำแหน่งที่สองทางขวาถัดจากฉีหง
คนรับใช้สองคนวางของกำนัลลงแล้วก็ออกจากอารามเต๋าไปรออยู่หน้าประตู ทว่าคนสนิทของตู้รุ่ยกลับเดินเข้ามาในห้องรับแขกและยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของตู้รุ่ย นี่แหละคือความต่างระหว่างคนรับใช้ส่วนตัวกับคนรับใช้ทั่วไป
เมื่อทุกคนนั่งประจำที่แล้ว ตู้รุ่ยก็ชิงลุกขึ้นคำนับแบบศิษย์เป็นคนแรกพลางกล่าว: "ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่เมตตาถ่ายทอดวิชาเมื่อวาน หลังจากได้รับคำชี้แนะและฝึกฝนตลอดทั้งวัน ตอนนี้ศิษย์สามารถควบคุมได้ในระดับเบื้องต้นและไม่ต้องใส่ผ้าปิดตาแล้วขอรับ นี่คือของขวัญเล็กน้อยเพื่อเป็นการขอบคุณ ขอท่านอาจารย์โปรดรับไว้ด้วยขอรับ"
เตี่ยนหัวไม่ได้ทำเป็นเกรงใจ ของกำนัลใดที่มอบให้อย่างมีเหตุผลเขาย่อมรับไว้ทั้งหมด เขาจึงส่งสัญญาณให้ชิงจู๋เป็นคนรับของจากนักดนตรีตู้
เมื่อเห็นเตี่ยนหัวพยักหน้ารับของกำนัล ตู้รุ่ยก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก เดิมทีเขาอยากจะพูดอะไรต่ออีกบ้าง แต่เมื่อเห็นว่ามีคนนอกอยู่มาก และจากบทเรียนที่หลี่เสี้ยวแอบเรียนคราวก่อน เขาจึงเริ่มรู้จักระวังตัวและไม่ได้เอ่ยปากออกมาอีก เขาขยับตัวกลับไปนั่งที่เดิม ตั้งใจว่ารอให้คนน้อยลงก่อนค่อยขอคำปรึกษาเรื่องการปราบผีจากท่านอาจารย์ต่อ
หลังจากตู้รุ่ยนั่งลง ฉีหงจึงลุกขึ้นกล่าว: "ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ช่วยกำจัดตัวอันตรายออกไปจากอำเภอจี้สุ่ยของพวกเราเมื่อวานนี้ขอรับ"
เตี่ยนหัวพยักหน้า: "เป็นเพียงวาสนาประจวบเหมาะ ท่านประสกเกรงใจไปแล้ว"
เมื่อเห็นคนจากตระกูลฉีแห่งจี้สุ่ยพาสมาชิกคนอื่นมาหาถึงที่ เตี่ยนหัวก็รู้ทันทีว่าข้อสันนิษฐานของเขาถูกต้องทุกประการ
‘ผลไม้รู้แจ้งสีแดงผลต่อไป มีที่มาแล้วสินะ’
เมื่อคิดได้ดังนี้ ในใจของเขาก็รู้สึกเบิกบานยิ่งนัก
เมื่ออารมณ์ดี ความคิดก็เริ่มฟุ้งซ่าน เขาคุ้นหูกับชื่อฉีหงคนนี้มาก พอนึกได้ว่าอีกฝ่ายมาจากตระกูลฉีแห่งจี้สุ่ย: "ฉีหง ฉีหง ท่านคือผู้เขียนตำราอย่าง กานศึกษาวรยุทธ์, ฮวงจุ่ยลุ่ย และ การทำนายดวงชะตา ใช่หรือไม่?"
ตอนที่ฉีหงอ่านม้วนคัมภีร์เกี่ยวกับเซียนซือ เขาเห็นบันทึกเรื่องที่เตี่ยนหัวเข้าไปขอยืมหนังสือในหอเก็บคัมภีร์มาอ่านแล้ว เพียงแต่ฉีเริ่นเจ้าเล่ห์นักจึงบันทึกไว้สั้นๆ แบบขอไปที ทำให้ฉีหงไม่รู้เลยว่าเซียนซือผู้นี้ชื่นชมผลงานและยกย่องในความรู้ของเขามากขนาดไหน
ฉีหงพยักหน้าอย่างประหลาดใจ: "ถูกต้องขอรับ เป็นข้าน้อยเอง"
เตี่ยนหัวยิ้มกล่าว: "ข้าใช้เวลาสองวันในหอเก็บคัมภีร์ของจวนตระกูลฉี อ่านหนังสือไปห้าหกเล่ม ซึ่งเกินครึ่งเป็นผลงานของท่าน ข้านั้นชื่นชมในตัวท่านมานานแล้ว!"
ฉีหงนึกไม่ถึงว่าเซียนซือจะระบุชื่อตำราของเขาได้อย่างแม่นยำ และยังบอกชื่นชมเขาตรงๆ เช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกปลื้มใจจนทำตัวไม่ถูก เขาจึงรีบคำนับอีกครั้ง: "ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่เมตตา ท่านกล่าวชมเกินไปแล้วขอรับ"
เตี่ยนหัวเองก็ทราบดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งวิจารณ์ตำราเหล่านั้น เขาจึงเอ่ยถามเข้าประเด็น: "การที่ท่านมาในครั้งนี้ มีธุระอะไรหรือเปล่า?"
ฉีหงพยักหน้าพลางกล่าวเข้าเรื่องทันที: "มีธุระขอรับ ชายหนุ่มที่นั่งถัดจากข้านี้คือบุตรชายของนายอำเภอ มีนามว่าเฉานู่เฉากงจื่อ เขา..."
เฉานู่รีบลุกขึ้นโบกมือพัลวัน: "ต่อหน้าทุกท่าน ข้าน้อยมิกล้าอ้างตนเป็นกงจื่อหรอกขอรับ มิกล้าจริงๆ!"
คนที่นั่งอยู่ที่นี่เป็นใครกันบ้างล่ะ? ข้างกายเขามีทั้งผู้ยิ่งใหญ่จากตระกูลฉีแห่งจี้สุ่ย ผู้ยิ่งใหญ่จากตระกูลตู้แห่งโยวซาน หัวหน้ามือปราบจากสำนักสืบสวนอำเภอจี้สุ่ย ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้มีอำนาจทั้งสิ้น และยังมีท่านนักพรตผู้ลึกลับที่นั่งอยู่บนตำแหน่งประธานซึ่งแม้แต่ผู้ยิ่งใหญ่จากตระกูลตู้ยังต้องทำตัวเป็นศิษย์ และผู้ยิ่งใหญ่จากตระกูลฉียังต้องปฏิบัติด้วยความนอบน้อม
เขาคือคนที่มีฐานะต่ำต้อยที่สุดในที่นี้ ต่อให้ท่านพ่อของเขามาเองก็ยังต้องเป็นเช่นนั้น ต่อหน้าผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้ เขามีหรือจะกล้าอ้างตัวเป็นกงจื่อได้!
‘ท่านผู้ยิ่งใหญ่จากตระกูลฉีแห่งจี้สุ่ย พวกเราไม่ได้มีเวรกรรมต่อกันนะขอรับ! ท่านจะมาฆ่าแกงข้าแบบนี้ไม่ได้นะ!’
เขาจึงไม่สนเรื่องเสียมารยาท รีบลุกขึ้นยืนปฏิเสธเสียงแข็งก่อนที่จะมีใครเรียกเขาว่ากงจื่อออกมาอีก ไม่อย่างนั้นหากคำเรียกกงจื่อนี้หลุดออกมาจากปากคนเหล่านี้ เขาคงได้ตายสถานเดียวแน่!
ฉีหงชะงักไปครู่หนึ่งถึงเพิ่งนึกได้ว่าที่นี่ไม่ใช่บนภูเขา เขาอาจจะใช้คำเรียกผิดไปจริงๆ คำว่ากงจื่อนั้นไม่ใช่สิ่งที่ลูกชายนายอำเภอจะบังอาจใช้ได้จริงๆ
ฉีหงเป็นคนที่มีเหตุผลและยอมรับความผิดพลาด เขาจึงแก้ไขทันที: "เป็นข้าที่เลอะเลือนไปเอง ควรจะเรียกว่าเฉานู่..."
ฉีหงติดขัดเรื่องคำเรียกชั่วครู่ เฉานู่จึงรีบกล่าวเสริม: "เรียกชื่อเฉานู่ของข้าน้อยได้เลยขอรับ หรือจะเรียกว่าเฉาหยาเน่ยก็ได้ขอรับ"
คำเรียกเหล่านี้สำหรับเฉานู่แล้วสำคัญมากเพราะเกี่ยวพันถึงชีวิต แต่สำหรับพวกฉีหงแล้วมันไม่ได้สลักสำคัญอะไรเลย
ฉีหงพยักหน้าพลางแก้ไขคำเรียกตามที่เฉานู่บอกก่อนจะกล่าวต่อ: "...เฉาหยาเน่ย ที่เรือนแยกของครอบครัวเขาเกิดเรื่องผีดุขึ้นมาตั้งแต่ต้นปี พอเขาทราบว่าภูตผีในจวนตระกูลฉีถูกท่านอาจารย์กำจัดไปแล้ว จึงไปขอร้องที่จวนตระกูลฉีเพื่อให้พวกเราช่วยเป็นสื่อกลางนำทางมาพบท่านอาจารย์ เพื่อขจัดภูตผีในเรือนแยกแห่งนั้น รวมถึงช่วยดูฮวงจุ้ยให้ด้วย หากเป็นปัญหาเรื่องฮวงจุ้ย ก็หวังว่าท่านอาจารย์จะช่วยปรับเปลี่ยนให้ เพื่อให้เรือนหลังนั้นกลับมาอยู่อาศัยได้อีกครั้งและไม่ถูกทิ้งร้างไปขอรับ"
เตี่ยนหัวลอบคิดในใจ: มาแล้ว! เป็นอย่างที่คิดจริงๆ!
เตี่ยนหัวจึงถามรายละเอียดเพิ่มเติม: "ในเรือนนั้นมีอาการเป็นอย่างไรบ้าง?"
เฉานู่รู้ว่าถึงเวลาที่เขาต้องออกโรงแล้ว เขาจึงลุกขึ้นคำนับอีกครั้งแล้วตอบด้วยความนอบน้อม: "เมื่อช่วงต้นปีหลังจากพ้นเทศกาลปีใหม่มาไม่นาน เรือนแยกของพวกเราที่อยู่ริมฝั่งทิศใต้ของแม่น้ำจี้สุ่ยก็เริ่มมีภูตผีปรากฏตัวขึ้นมาอาละวาดติดต่อกันหลายคืน มีคนรับใช้ที่อยู่เวรกลางคืนถูกฆ่าตายไปหลายคนจนคนในบ้านขวัญผวากันไปหมด พวกเราพยายามหาวิธีจัดการแล้วแต่ก็ไม่ได้ผล ซ้ำร้ายยังต้องเสียยอดฝีมือไปอีกหลายคน สุดท้ายจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องย้ายคนออกมาให้หมดและสั่งปิดเรือนแยกแห่งนั้นไว้จนถึงตอนนี้ขอรับ"
เตี่ยนหัวฟังแล้วก็รู้สึกว่าเหตุการณ์คล้ายกับที่เกิดขึ้นในจวนตระกูลฉีมาก คำบอกเล่าของเฉานู่ก็ตรงกับลักษณะของภูตผี ดูท่าครั้งนี้คงไม่ใช่เรื่องโอละพ่อ และมีโอกาสสูงมากที่จะมีภูตผีอยู่จริงๆ
เตี่ยนหัวพยักหน้า: "วิธีการรับมือนับว่าใช้ได้"
เฉานู่รีบกล่าวต่อ: "แต่ก็นับว่าแก้ที่ปลายเหตุขอรับ พอได้ยินว่าเรื่องในจวนตระกูลฉีถูกท่านอาจารย์คลี่คลายลงได้ จึงได้แบกหน้าไปขอความเมตตาจากทางตระกูลฉีเพื่อให้ผู้อาวุโสช่วยนำทางมาพบ เพื่อขอให้ท่านอาจารย์ช่วยขจัดภูตผีตนนี้ให้ตระกูลเฉาของข้าน้อยด้วยขอรับ นี่คือน้ำใจเล็กน้อยจากพวกเราขอรับ ขอท่านอาจารย์โปรดอย่าได้ถือสา หลังจากท่านอาจารย์กำจัดภูตผีได้แล้ว พวกเราจะมีของกำนัลชุดใหญ่มามอบให้อีกครั้ง ข้าน้อยใคร่ขอความเมตตาจากท่านอาจารย์ โปรดเมตตาช่วยเหลือด้วยเถิดขอรับ!"
เตี่ยนหัวพยักหน้าตอบ: "หากเป็นฝีมือของภูตผีจริง เพื่อความสงบสุขของใต้หล้า ข้าย่อมไม่อาจปฏิเสธได้!"
เฉานู่เมื่อได้ยินว่าเตี่ยนหัวตกลงจะช่วย เขาก็รู้ว่าภารกิจที่ทางจวนตระกูลฉีมอบหมายมานั้นสำเร็จแล้ว เขาจึงคำนับขอบคุณด้วยความยินดี: "ขอบพระคุณท่านอาจารย์มากขอรับ ขอบพระคุณอย่างยิ่ง"
หลังจากเฉานู่นั่งลง เตี่ยนหัวก็หันไปมองหลี่เสี้ยว หลังจากพักฟื้นมาหนึ่งวันเต็มๆ สีหน้าของหลี่เสี้ยวดูดีขึ้นมาก ร่างกายดูไม่ซูบซีดไร้เรี่ยวแรงเหมือนก่อนแล้ว
หลี่เสี้ยวรู้ว่าถึงตาของตนเองแล้ว เขาจึงลุกขึ้นคำนับแบบศิษย์เช่นเดียวกับตู้รุ่ย แล้วกล่าวขอบคุณ: "ศิษย์มาเพื่อขอบพระคุณท่านอาจารย์ขอรับ หลังจากได้รับฟังคำชี้แนะอันสูงส่งของท่านเมื่อวาน ศิษย์ได้รับประโยชน์มหาศาล พอกลับไปฝึกฝนที่บ้านไม่กี่ครั้งในที่สุดก็สามารถควบคุมได้แล้ว วันนี้จึงตั้งใจขึ้นเขามาขอบพระคุณท่านอาจารย์อีกครั้ง สำหรับพระคุณที่ท่านได้สั่งสอนขอรับ"