เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1307 ขีดเส้นแบ่งอาณาเขต

ตอนที่ 1307 ขีดเส้นแบ่งอาณาเขต

ตอนที่ 1307 ขีดเส้นแบ่งอาณาเขต


มู่เหลียงหลับตาทั้งสองข้างลง สัมผัสรับรู้แผ่ขยายออกไปเพื่อวัดขนาดพื้นที่วงกลมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งหมื่นเมตร

ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา การใช้ความสามารถที่สืบทอดมาจากเต่าทมิฬเพื่อวัดขนาดพื้นที่เส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งหมื่นเมตรนั้นถือเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก

"ขึ้นมา"

เขากล่าวเสียงเรียบ พื้นดินก็สั่นสะเทือนเบา ๆ สองสามครั้ง

"เอ๊ะ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?"

"แผ่นดินไหวเหรอ?"

"เกิดเรื่องอะไรขึ้น?"

เสียงอุทานดังขึ้นระงม ชาวเมืองต่างพากันมองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นตระหนกและสงสัย

ครืน...

โดยมีภัตตาคารเต่าทมิฬเป็นศูนย์กลาง รัศมีห้าพันเมตรโดยรอบปรากฏเสาหินดินเหนียวขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางสามเมตร สูงยี่สิบเมตร ผุดขึ้นมาจากพื้นดินทีละต้น

ระยะห่างระหว่างเสาแต่ละต้นนั้นไม่เท่ากัน แต่ที่เหมือนกันคือพวกมันล้วนผุดขึ้นมาในบริเวณที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้าง จึงไม่ได้ทำอันตรายแก่ผู้ใด

หากมองลงมาจากบนท้องฟ้า จะเห็นว่าเมื่อลากเส้นเชื่อมต่อเสาหินดินเหนียวทั้งหมดเข้าด้วยกัน มันจะกลายเป็นวงกลมขนาดยักษ์พอดี

"ทำไมจู่ ๆ ถึงมีเสาโผล่ขึ้นมาจากใต้ดินได้ล่ะ?"

ชาวเมืองต่างตกตะลึงและสงสัย พากันจ้องมองเสาหินเหล่านั้น

"ดูเหมือนจะไม่ได้มีแค่ต้นเดียวนะ"

"ฉันจะบินขึ้นไปดูหน่อย"

ใครบางคนเอ่ยขึ้น

"นั่นท่านอวี่เฟิงนี่นา"

ชาวเมืองจำคนที่พูดได้

อวี่เฟิง ไวเคานต์แห่งเมืองซาลุนเอ๋อ เขาเป็นจอมเวทธาตุลมระดับห้า

เห็นเพียงเขาทำสัญลักษณ์ด้วยมือและร่ายเวทมตร์พึมพำอยู่ในลำคอ

สายลมกระโชกแรงพัดรวมตัวกันรอบกายอวี่เฟิง พยุงร่างของเขาให้ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าสูงหลายร้อยเมตร

เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ เมื่อเห็นเสาหินดินเหนียวแต่ละต้นที่ล้อมรอบภัตตาคารเต่าทมิฬเอาไว้ ภายในใจก็พลันตระหนักถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ทันที

"ที่แท้ข่าวลือนั่นก็เป็นเรื่องจริง!!"

อวี่เฟิงตื่นตะลึงในใจอย่างหาที่สุดไม่ได้

เมื่อสองวันก่อน เขาได้ยินข่าวลือขบขันที่บอกว่าองค์กษัตริย์ได้พระราชทานที่ดินขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งหมื่นเมตรภายในเมืองซาลุนเอ๋อให้กับเจ้าเมืองเต่าทมิฬ

เดิมทีเขาคิดว่าเป็นเพียงเรื่องตลก แต่การได้เห็นเสาหินดินเหนียวเหล่านี้ในวันนี้ มันกลับกลายเป็นเหมือนไม้กระบองตีแสกหน้าเขาเข้าอย่างจัง

อวี่เฟิงร่อนลงมาจากท้องฟ้า กลับมายืนจุดเดิมที่บินขึ้นไป ฝูงชนที่มุงดูยังคงอยู่ที่นั่น พวกเขามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"ท่านอวี่เฟิง สีหน้าท่านดูไม่ค่อยดีเลยนะครับ"

"ท่านมองเห็นอะไรอย่างนั้นเหรอครับ?"

ชาวเมืองพากันซักไซ้ ทุกคนล้วนอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

"เสาหินดินเหนียวพวกนี้ น่าจะเป็นสิ่งที่เจ้าเมืองเต่าทมิฬใช้ขีดเส้นแบ่งอาณาเขตของเขาน่ะ"

อวี่เฟิงมุมปากกระตุกขณะเอ่ยตอบ

"..."

บริเวณโดยรอบตกอยู่ในความเงียบงัน ชาวเมืองต่างเบิกตากว้าง

"ข่าวลือนั่นเป็นเรื่องจริงงั้นเหรอ?"

ใครบางคนได้สติกลับมา เสียงอุทานด้วยความตกใจก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

"ไม่จริงน่า ที่ดินผืนใหญ่ขนาดนี้ จะยกให้เมืองเต่าทมิฬหมดเลยเหรอ?"

เสียงแสดงความกังขาตังขึ้นอีกครั้ง

"ฉันก็ไม่แน่ใจนัก"

อวี่เฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"ฉันเห็นว่ารอบ ๆ ภัตตาคารเต่าทมิฬมีเสาแบบนี้อยู่เยอะมาก พอเชื่อมต่อกันแล้วก็กลายเป็นวงกลมพอดี"

"นี่... บ้านของฉันอยู่ไม่ไกลจากภัตตาคารเต่าทมิฬพอดี ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ฉันก็กลายเป็นคนของเมืองเต่าทมิฬแล้วน่ะสิ?"

ชายร่างบึกบึนคนหนึ่งอุทานด้วยความประหลาดใจ

"บังเอิญจัง บ้านของฉันก็เหมือนกัน แถมเปิดประตูออกมาก็มองเห็นภัตตาคารเต่าทมิฬเลยด้วย"

อีกคนตะโกนแทรกขึ้นมา

"ฉันกำลังคิดอยู่ว่า จะย้ายบ้านดีไหม..."

ความคิดของชาวเมืองเริ่มเตลิดไปไกล แต่อวี่เฟิงกลับก้มหน้าลงอย่างครุ่นคิด เมืองเต่าทมิฬขีดเส้นแบ่งอาณาเขตแล้ว หรือว่าพวกเขากำลังจะมีก้าวต่อไป?

เขาเคยไปเมืองเต่าทมิฬ และชอบถนนการค้าที่นั่นมาก ถึงขนาดเคยพักอยู่ที่หอสามดวงดาวเป็นเวลาหลายวัน ถ้าไม่ใช่เพราะมีธุระ เขาคงไม่อยากรีบกลับมาที่เมืองซาลุนเอ๋อเร็วขนาดนี้หรอก

"เรื่องนี้ไม่ธรรมดาซะแล้ว"

นัยน์ตาของอวี่เฟิงเป็นประกาย

เขามองไปยังกลุ่มคนที่กำลังโวยวายว่าจะย้ายบ้าน ในใจพลันเกิดความคิดบางอย่าง จึงเดินเข้าไปตีสนิทเพื่อขอซื้อโฉนดที่ดินของพวกเขา

เขาเสนอราคาที่สูงกว่าราคาตลาดเสียอีก บรรดาคนที่อยากย้ายบ้านจึงไม่ลังเลใจ ตอบตกลงในทันที พร้อมกับบอกว่าจะย้ายออกไปภายในวันนั้นเลย

"หวังว่าข้อสันนิษฐานของฉันจะไม่ผิดนะ"

อวี่เฟิงพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

เพื่อที่จะกว้านซื้อที่ดิน เขาต้องใช้จ่ายเหรียญทองไปเป็นจำนวนมาก จนแทบจะเทหมดหน้าตัก เลยทีเดียว

อีกด้านหนึ่ง มู่เหลียงลืมตาขึ้นมาแล้ว เขาเมินเฉยต่อกลุ่มคนที่กำลังมุงดู และเดินเข้าไปในภัตตาคารเต่าทมิฬพร้อมกับฮู่เตียนและหยู่ฉินหลาน

มู่เหลียงเอามือไพล่หลังพลางกล่าว

"เส้นแบ่งอาณาเขตถูกกำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว ส่งคนไปกระจายข่าวว่า ใครที่อาศัยอยู่ภายในวงล้อมของเสาหินและต้องการจะย้ายออก ขอให้ย้ายออกไปก่อนฟ้ามืดในวันพรุ่งนี้ ส่วนคนที่ไม่ย้ายออก จะต้องให้ความร่วมมือในการลงทะเบียนด้วย"

"ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกันคะ?"

ฮู่เตียนถามด้วยความประหลาดใจ

"แน่นอนว่าเพื่อปรับปรุงพื้นที่บริเวณนี้ใหม่ คนที่เลือกอยู่ต่อจะได้รับบ้านใหม่ฟรีหนึ่งหลัง"

มู่เหลียงอธิบายอย่างไม่ใส่ใจ

"ส่วนคนที่ย้ายออกไป หากคิดจะกลับมาอีก ก็ต้องควักเหรียญทองซื้อบ้านเอาเอง"

"เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะไปจัดการเดี๋ยวนี้"

หยู่ฉินหลานยิ้มจนตาหยีเป็นรูปจันทร์เสี้ยว

เธอจินตนาการออกเลยว่า หลังจากที่มู่เหลียงสร้างย่านที่พักอาศัยเสร็จแล้ว พวกคนที่ย้ายออกไปจะต้องรู้สึกเสียใจมากแค่ไหน

"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง"

ฮู่เตียนกระจ่างแจ้งในทันที

เธอเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเอ่ยเตือน

"มู่เหลียง สำนักงานใหญ่ของหอการค้ายู่วเจิ้งก็น่าจะอยู่ในวงล้อมเสาหินของนายด้วย จะให้พวกเขาย้ายออกไปไหมคะ?"

"ไม่ต้องหรอก ปล่อยให้พวกเขาตัดสินใจเองเถอะ"

มู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ฮู่เตียนพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะพูดกลั้วหัวเราะ

"จะว่าไปแล้ว ในช่วงสองวันที่ภัตตาคารเต่าทมิฬเปิดให้บริการ ยู่วเจิ้งกับลูกสาวของเขาก็แวะมาวันละหลายรอบเลยนะคะ"

"มาทำอะไรเหรอ?"

มู่เหลียงเผยสีหน้าประหลาดใจ

"มาซื้อของ แล้วก็มากินอาหารค่ะ"

ฮู่เตียนตอบด้วยน้ำเสียงยั่วยวน

"แค่นั้นเองเหรอ?"

มู่เหลียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

"อืม เดินวนดูร้านค้าบนชั้นสองไปแล้วไม่ต่ำกว่าสามรอบเลยล่ะ"

ฮู่เตียนกล่าวเสียงใส

มู่เหลียงครุ่นคิดอย่างละเอียด เจ้ายู่วเจิ้งคนนี้คงไม่ได้กำลังแอบขโมยเรียนรู้อะไรอยู่หรอกนะ?

"น่าสนใจดี ไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก ปล่อยให้เขาเดินดูต่อไป"

เขากล่าวด้วยน้ำเสียงสงบ

ฮู่เตียนยักไหล่ ตอบอย่างไม่แยแส

"เขาไม่ได้มาขโมยหรือปล้นซะหน่อย ฉันก็ไม่มีสิทธิ์ไปห้ามไม่ให้เขามาหรอกค่ะ"

"อืม"

มู่เหลียงพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะถามขึ้นมาลอย ๆ

"สองวันนี้ผลประกอบการของภัตตาคารเป็นยังไงบ้าง?"

ฮู่เตียนตอบพร้อมรอยยิ้มหวานหยดย้อย

"ก็ถือว่าดีใช้ได้เลยค่ะ กำไรตั้งแสนกว่าเหรียญทอง กำลังคิดว่าจะหาคนไปแลกเป็นผลึกอสูรอยู่พอดี"

เหรียญทองนั้นไม่มีประโยชน์สำหรับมู่เหลียง การแลกเปลี่ยนเป็นผลึกอสูรคือทางเลือกที่ดีที่สุด

"สองวันกำไรแสนกว่าเหรียญทองเลยเหรอ!!"

หยู่ฉินหลานอุทานด้วยความตกใจ

"ใช่แล้วล่ะ พวกขุนนางกับเศรษฐีนี่เวลาซื้อของบ้าคลั่งกันมาก สินค้าของหลาย ๆ ร้านขายหมดเกลี้ยงไปตั้งหลายรอบแน่ะ"

ฮู่เตียนกล่าวชื่นชม

"มีของมาเติมไหม?"

มู่เหลียงถาม

"ยกเว้นอุปกรณ์เวท เหล้าแบบจำนวนจำกัด และน้ำหอม แล้วก็เครื่องลายครามสีน้ำเงินขาว สินค้าอย่างอื่นมีของมาเติมตลอดค่ะ"

ฮู่เตียนพยักหน้า

"ถ้าอย่างนั้นก็เพิ่มสินค้าประเภทแบบจำกัดจำนวนให้มากขึ้นหน่อยสิ"

มู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

หยู่ฉินหลานกะพริบตา เอ่ยด้วยความสงสัย

"ในเมื่อเป็นของแบบจำกัด ถ้าเอามาวางขายเยอะเกินไป มันจะไม่ค่อยดีหรือเปล่า?"

ฮู่เตียนยิ้มยั่วยวนพลางอธิบาย

"ของจำกัดจำนวนที่มู่เหลียงหมายถึง ไม่ใช่ของที่ขายไปเมื่อสองวันก่อนหรอก แต่หมายถึงของแบบอื่นต่างหาก"

"อ้อ เข้าใจแล้ว"

หยู่ฉินหลานเผยอริมฝีปากสีแดงระเรื่อเล็กน้อย

ถึงแม้ว่าสินค้าจะถูกจำกัดจำนวน แต่ก็มีหลากหลายประเภท ดังนั้นจึงสามารถนำสินค้าจำกัดแบบใหม่ ๆ มาวางขายได้ทุกวัน

"มู่เหลียง แล้วอุปกรณ์เวทระดับสูงล่ะ มีอีกไหม?"

ฮู่เตียนถามต่อ

"อุปกรณ์เวทระดับสูงอย่าเพิ่งเอามาขายเยอะเกินไปเลย"

มู่เหลียงส่ายหน้า

"รออีกสักพัก พอย่านการค้าแห่งใหม่สร้างเสร็จ ฉันวางแผนว่าจะจัดงานประมูล ถึงเวลานั้นค่อยเอาอุปกรณ์เวทระดับสูงไปประมูลในงานจะดีกว่า"

นัยน์ตาสีแดงกุหลาบของฮู่เตียนพลันเป็นประกาย เธอเสนอแนะ

"ถ้าอย่างนั้นก็ต้องกระจายข่าวนี้ออกไป เพื่อดึงดูดพวกขุนนางและเศรษฐีจากที่อื่นให้มาร่วมงานด้วยนะคะ"

"อืม ฉันก็คิดไว้แบบนั้นเหมือนกัน"

มู่เหลียงยกยิ้มมุมปาก

ฮู่เตียนและมู่เหลียงสบตากัน ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาโดยไม่ได้นัดหมาย

จบบทที่ ตอนที่ 1307 ขีดเส้นแบ่งอาณาเขต

คัดลอกลิงก์แล้ว