เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1303 วิหคเพลิงทมิฬ

ตอนที่ 1303 วิหคเพลิงทมิฬ

ตอนที่ 1303 วิหคเพลิงทมิฬ


ผู้คุมกฎสีชาดกัดฟันแน่น เม้มริมฝีปากสนิท ไม่คิดจะตอบคำถาม

"ฉันไม่ได้มีตำแหน่งอะไรสำคัญหรอก"

ลาย่าโบกมือปัด หวังจะตอบส่งเดชให้ผ่านๆ ไป

"ตอบมาตามตรง"

มู่เหลียงขมวดคิ้ว กลิ่นอายอันทรงพลังเข้าปกคลุมหญิงสาวทั้งสอง มิติรอบด้านราวกับถูกแช่แข็ง

ผู้คุมกฎสีชาดเข่าอ่อน ร่างทั้งร่างทรุดลงไปกองกับพื้น เลือดในกายราวกับหยุดไหลเวียน การหายใจกลายเป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่ง

กระดูกในร่างของเธอส่งเสียงลั่นกรอบแกรบ ให้ความรู้สึกราวกับจะหักสะบั้นลงได้ทุกเมื่อ

สภาพของลาย่าเองก็ไม่ได้ต่างกันนัก ใบหน้าที่ไร้สีเลือดอยู่แล้วยิ่งดูย่ำแย่ลงไปอีก ซีดขาวเสียยิ่งกว่าศพที่ตายมาแล้วสามวัน

"ทรมาน…..."

เธอกระอักเลือดออกมา ร่างกายขยับเขยื้อนไม่ได้ ความเย่อหยิ่งในใจถูกบดขยี้จนแหลกสลาย เงามฤตยูเข้าปกคลุมจิตใจ เธอรู้สึกหายใจไม่ออก ราวกับจะขาดใจตาย เหมือนกำลังจะจมน้ำ แต่กลับคว้าฟางช่วยชีวิตเอาไว้ไม่ได้เลย

"ฉันจะพูด..."

ผู้คุมกฎสีชาดเค้นคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนลาง

มู่เหลียงมองดูด้วยสายตาเย็นชา เมื่อได้ยินคำพูดของเธอ เขาจึงขยับความคิด รั้งกลิ่นอายกดดันกลับมา

"แค่กๆ..."

ผู้คุมกฎสีชาดไออย่างรุนแรง ร่างกายสั่นสะท้านไม่หยุด

"แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก..."

ลาย่าฝืนยันตัวลุกขึ้นยืน เสื้อผ้าทั่วร่างเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

"พูดมาสิ"

มู่เหลียงมองหญิงสาวทั้งสองด้วยสายตาเย็นเยียบ

"ฉันคือผู้คุมกฎสีชาด"

ผู้คุมกฎสีชาดตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

ลาย่ากลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงฝืดเคือง

"ฉันคือผู้คุมกฎสีเขียว เป็นนักพยากรณ์"

"นักพยากรณ์งั้นเหรอ?"

ฮู่เตียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

"ใช่…"

ลาย่าเอนหลังพิงผนังกระจกเคลือบแล้วถอนหายใจออกมา

มู่เหลียงพึมพำกับตัวเองเสียงเบา

"ความสามารถเหมือนกับจินเฟิงเลย"

"ผู้คุมกฎสีชาด กับ ผู้คุมกฎสีเขียว ใครมีตำแหน่งสูงกว่ากัน?"

หยู่ฉินหลานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"ฉันเอง"

ลาย่าตอบด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

ฮู่เตียนถามต่อ

"จัดอันดับตามอะไรล่ะ?"

นัยน์ตาของลาย่าวูบไหว เธอตอบเสียงเบา

"วิหคเพลิงทมิฬมีผู้คุมกฎหลักเจ็ดคน จัดอันดับตามสีของรุ้ง สีชาดต่ำสุด สีม่วงสูงสุด นอกจากนี้ยังมีผู้คุมกฎรองอีกจำนวนหนึ่ง"

"พูดแบบนี้ ตำแหน่งของพวกคุณสองคนก็ถือว่าสูงมากเลยสินะ"

ฮู่เตียนยกมุมปากขึ้น

ลี่เยว่วางมือลงบนหน้าไม้ทหารที่เอว หันหน้าไปถาม

"มู่เหลียง จะให้จับพวกเธอไว้ไหม?"

สีหน้าของผู้คุมกฎสีชาดและผู้คุมกฎสีเขียวเปลี่ยนไป มองมู่เหลียงอย่างระแวดระวัง

"ไม่รีบ"

มู่เหลียงกล่าวอย่างเฉยเมย

เขาถามต่อ

"วิหคเพลิงทมิฬคือใคร?"

ลาย่าส่ายหน้า กล่าวเสียงเบา

"พวกเราเองก็ไม่รู้ แทบไม่ค่อยได้พบวิหคเพลิงทมิฬเลย ถึงจะได้พบ ก็จะสวมชุดคลุมดำและหน้ากากปิดบังเอาไว้ น้ำเสียงก็แยกไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิง"

เหยาเอ๋อไม่ได้พูดอะไร นั่นหมายความว่าผู้คุมกฎสีเขียวไม่ได้โกหก

"ความแข็งแกร่งล่ะ?"

มู่เหลียงขมวดคิ้วถาม

ลาย่าส่ายหน้า กล่าวอย่างเฉยเมย

"ไม่แน่ชัด แต่คนที่ขัดขืนความต้องการของเขา ล้วนแต่ต้องตายอย่างไม่มีข้อยกเว้น"

เธอเคยพบวิหคเพลิงทมิฬ แต่ก็เห็นเพียงชุดคลุมสีดำที่หลวมโพรกเท่านั้น

"น่าสนใจดีนี่"

มู่เหลียงกระตุกมุมปากยิ้ม

รูม่านตาของผู้คุมกฎสีชาดหดแคบลง เธอถามด้วยน้ำเสียงตกใจ

"คุณคิดจะลงมือกับวิหคเพลิงทมิฬงั้นเหรอ?"

มู่เหลียงปรายตามองเธอ กล่าวเสียงเรียบ

"นั่นก็ต้องดูว่าวิหคเพลิงทมิฬจะรับมือกับเมืองเต่าทมิฬของฉันยังไง"

"พวกเราไม่อยากเป็นศัตรูกับเมืองเต่าทมิฬหรอกนะ"

ผู้คุมกฎสีชาดรีบกล่าว

เธอเปลี่ยนความคิดไปแล้ว ว่าจะไม่มีทางไปตอแยเมืองเต่าทมิฬและมู่เหลียงเด็ดขาด มิฉะนั้นจุดจบของเธอต้องศพไม่สวยแน่

ลี่เยว่กล่าวเสียงเย็น

"งั้นเหรอ แต่ความจริงก็คือพวกคุณเคยลงมือกับพวกเรามาแล้ว"

"เป็นไปไม่ได้!!"

ผู้คุมกฎสีชาดขมวดคิ้ว

ลี่เยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"สิบวันก่อน คนของเราไปรักษาโรคให้คนของหอการค้ายู่วเจิ้ง ขากลับถูกคนของพวกคุณโจมตี แถมยังไม่ใช่แค่ครั้งเดียวด้วย"

"มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?"

ลาย่าหันไปมองผู้คุมกฎสีชาด

"เรื่องนี้... ดูเหมือนจะจริง"

สีหน้าของผู้คุมกฎสีชาดเปลี่ยนไปมา

"ทำไมล่ะ?"

ลาย่าขมวดคิ้วแน่น

"จิตวิญญาณของยู่วเฟ่ยเอ๋อบริสุทธิ์มาก"

ผู้คุมกฎสีชาดกล่าวเสียงเบา

ลาย่ากระจ่างแจ้งในทันที จิตวิญญาณของยู่วเฟ่ยเอ๋อบริสุทธิ์มาก หากได้กลืนกินจิตวิญญาณของเธอ จะช่วยยกระดับความแข็งแกร่งได้อย่างมหาศาล

มู่เหลียงถามด้วยน้ำเสียงกังวานใส

"ไม่ปฏิเสธแล้วงั้นสิ?"

"เรื่องนี้เป็นฝีมือลูกน้องของฉันจริงๆ"

ผู้คุมกฎสีชาดกัดฟันพูด

เมื่อเห็นใบหน้าของมู่เหลียงเย็นชาลง เธอจึงรีบอธิบาย

"ฉันไม่ได้เป็นคนสั่งให้พวกเขาทำแบบนั้นนะ เป็นความจริง"

เหยาเอ๋อยื่นปากบ่นอุบอิบ ไม่ได้พูดอะไร

มู่เหลียงกล่าวเสียงเรียบ

"ส่งตัวพวกนั้นมาให้ฉัน หรือไม่ก็จ่ายค่าเสียหายที่สมน้ำสมเนื้อมา"

"ค่าตอบแทนอะไร?"

ผู้คุมกฎสีชาดถามเสียงแหบแห้ง

"ผลึกอสูรระดับ 8 สิบก้อน แล้วเรื่องครั้งนี้ถือว่าเลิกรากันไป"

ฮู่เตียนเอ่ยขึ้นช้าๆ

"ผลึกอสูรระดับ 8 สิบก้อน!!"

ผู้คุมกฎสีชาดอุทานเสียงหลง

"ห้ามต่อรอง"

คำพูดสั้นๆ สบายๆ ของฮู่เตียน ปิดช่องทางการเจรจาของเธอไปจนหมดสิ้น

"ท่านเจ้าเมือง ฉันจะส่งตัวพวกเขาให้คุณเอง"

ลาย่ากล่าวเสียงเรียบ

"ท่านลาย่า!"

ผู้คุมกฎสีชาดเบิกตากว้างมองผู้คุมกฎสีเขียว

ลาย่ายกมือทาบอก ถามอย่างเย็นชา

"ต้องให้ฉันสอนอีกเหรอ ว่าควรจะเลือกทางไหน?"

"...ฉันเข้าใจแล้ว"

ผู้คุมกฎสีชาดก้มหน้าลง

มู่เหลียงเผยสีหน้าเสียดาย ราวกับเห็นผลึกอสูรระดับ 8 สิบก้อนโบยบินหนีหายไปต่อหน้าต่อตา

"ชิ"

ฮู่เตียนกลอกตากลมโตอย่างมีเสน่ห์ รู้สึกเสียดายเช่นเดียวกัน

มู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

"ท่านผู้คุมกฎสีเขียว กลับเมืองเต่าทมิฬไปกับพวกเราก่อนเถอะ รอจนกว่าผู้คุมกฎสีชาดจะส่งตัวคนมาให้ คุณถึงจะกลับไปได้"

"ตกลง"

ลาย่ามีสีหน้าเคร่งเครียด เข้าใจดีว่าตนเองไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ

ผู้คุมกฎสีชาดอ้าปากจะพูด แต่เมื่อเห็นสายตาที่ลาย่าส่งสัญญาณมาให้ ก็ทำได้เพียงพยักหน้าตกลงอย่างจนใจ

"ไปกันเถอะ"

มู่เหลียงสะบัดแขนเสื้อเบาๆ ก้าวเดินออกไปด้านนอก

ฮู่เตียนปรายตามองผู้คุมกฎสีชาด ก่อนจะหมุนตัวเดินนวยนาดตามหลังมู่เหลียงไป

ผู้คุมกฎสีชาดกัดฟันแน่น ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย ในใจทั้งเจ็บใจและโกรธแค้น ทว่าก็ลอบถอนหายใจออกมาอย่างน่าประหลาด

เธอมองส่งพวกมู่เหลียงเดินจากไป ลอบถอนหายใจออกมา ดึงฮู้ดขึ้นมาคลุมศีรษะและใบหน้า แล้วก้มหน้าเดินจากไปเช่นกัน

มู่เหลียง ลี่เยว่ และคนอื่นๆ เดินออกจากภัตตาคารเต่าทมิฬ การต่อสู้บริเวณหน้าประตูสิ้นสุดลงแล้ว

กองกำลังป้องกันเมืองยืนประจำการอยู่ด้านนอกตามปกติ เมื่อเห็นพวกมู่เหลียงเดินออกมา ก็ยกมือขึ้นทำความเคารพอย่างนอบน้อม

"ท่านเจ้าเมือง!"

"ฉินยูล่ะ?"

มู่เหลียงหันไปถาม

"ท่านฉินยูกำลังนำกำลังออกลาดตระเวนอยู่ครับ"

ทหารยามตอบ

"ไม่มีอะไรแล้วล่ะ"

มู่เหลียงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

เขามองไปรอบๆ ผู้คนที่มุงดูอยู่ต่างก็มีแววตาหวาดหวั่น ไม่กล้าเดินเข้ามาใกล้

"เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นแบบนี้ ชื่อเสียงของภัตตาคารเต่าทมิฬก็โด่งดังไปทั่วเลยสิ"

ฮู่เตียนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

มู่เหลียงยิ้มกว้าง

"เพียงแต่นี่มันเป็นชื่อเสียงในทางที่น่ากลัวน่ะสิ"

ฮู่เตียนมองทะลุปรุโปร่ง

"ชื่อเสียงน่ากลัวก็ไม่ได้แย่อะไร อย่างน้อยต่อไปก็คงลดปัญหาลงไปได้เยอะ เว้นเสียแต่ว่าจะมีพวกตาไม่ถึง คิดว่าตัวเองเก่งกว่าหัวหน้าอัศวินและดยุค ถ้าโผล่มาก็เท่ากับมารนหาที่ตายเปล่าๆ"

"พูดอีกก็ถูกอีก"

มู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส

"ฮู่เตียนพูดถูกแล้ว ต่อไปหลังจากที่เมืองเต่าทมิฬเดินทางออกจากที่นี่ ภัตตาคารเต่าทมิฬก็จะดูแลได้ง่ายขึ้นมาก"

หยู่ฉินหลานกล่าวอย่างสง่างาม

"อืม พวกเธอพูดถูกกันทุกคนเลย"

มู่เหลียงพยักหน้ายิ้มๆ

"ตอบส่งๆ นี่นา"

หยู่ฉินหลานค้อนขวับส่งค้อนวงโตให้มู่เหลียงอย่างแง่งอน

"..."

ผู้คุมกฎสีเขียวหน้าดำทะมึน พูดอะไรไม่ออกอยู่เต็มอก นี่กำลังเล่นบทหวานกันอยู่เหรอ?

จบบทที่ ตอนที่ 1303 วิหคเพลิงทมิฬ

คัดลอกลิงก์แล้ว