เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1301 นี่นับว่าเป็นอาณานิคมหรือไม่?

ตอนที่ 1301 นี่นับว่าเป็นอาณานิคมหรือไม่?

ตอนที่ 1301 นี่นับว่าเป็นอาณานิคมหรือไม่?


หยู่ฉินหลาน กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"มู่เหลียง ดยุค  และหัวหน้าอัศวินพวกนี้ไม่ได้มาดี พวกเขาต้องการให้คนของราชวงศ์ขัดแย้งกับพวกเรา"

"ยังมีผู้หญิงชุดดำสองคนนั้นด้วย"

ฮู่เตียนมองลาย่า และผู้คุมกฎสีชาด  ด้วยสายตาเย็นเยียบ

เธอขยับหูจิ้งจอกของตัวเองแล้ววิเคราะห์

"เหยาเอ๋อ บอกว่าพวกเธอโกหก นั่นก็หมายความว่าเดิมทีพวกเธอตั้งใจจะร่วมมือกับดยุค  เพื่อจัดการพวกเรา แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดถึงได้กลับคำกะทันหัน"

ผู้คุมกฎสีชาด และลาย่าหันขวับไปมองฮู่เตียนพลางร้องแย่แล้วในใจ

"จัดการพวกเขาก่อน"

มู่เหลียงหันไปมองดยุค และหัวหน้าอัศวิน

ตึก ตึก ตึก...

เสียงฝีเท้าดังมาจากนอกร้านอุปกรณ์เวท

"ท่านเจ้าเมือง"

ไทเกิ่นปรากฏตัวที่หน้าร้าน เขายกมือขึ้นทำความเคารพแบบทหาร

"มีเรื่องอะไร?"

มู่เหลียง  หันหน้าไปมอง

ไทเกิ่นกล่าวอย่างนอบน้อม

"พวกอัศวินที่อยู่ด้านนอกภัตตาคารกำลังก่อเรื่องครับ มีขุนนางบางคนเข้าร่วมด้วย ท่านฉินยู เลยให้ผมมาขอคำชี้แนะว่าจะให้จัดการอย่างไรดี"

ในขณะที่เกิดการปะทะกันบนชั้นสอง พวกอัศวินก็ได้รับสัญญาณ พวกเขาจึงเริ่มก่อความวุ่นวายร่วมกับพวกขุนนางที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า เพื่อหวังให้สถานการณ์ปั่นป่วน

มู่เหลียงมีแววตาเย็นชา เขากล่าวเสียงเรียบ

"จับพวกมันให้หมด อย่าปล่อยไปแม้แต่คนเดียว"

"รับทราบ!!"

ไทเกิ่นพยักหน้าอย่างแข็งขัน ทำความเคารพอีกครั้ง แล้วหมุนตัวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

ดยุคและหัวหน้าอัศวินใจกระตุก จู่ๆ ก็เกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา

ดยุคหันไปมององค์กษัตริย์และถามเสียงแข็ง

"ฝ่าบาท เขาจะจับกุมประชาชนของท่าน ท่านจะไม่ห้ามหน่อยหรือ?"

"อย่าคิดว่าเราไม่รู้ ขุนนางที่ก่อเรื่องพวกนั้นล้วนถูกเจ้าปลุกปั่นทั้งสิ้น"

องค์กษัตริย์แค่นเสียงเย็น

รูม่านตาของดยุคขยายกว้าง เขาโต้แย้งเสียงดัง

"เป็นไปไม่ได้หรอกพ่ะย่ะค่ะ"

องค์กษัตริย์กล่าวอย่างเฉยเมย

"ใช่หรือไม่ เจ้าย่อมรู้ดีกว่าเรา"

"คุยกันจบรึยัง?"

มู่เหลียงเบ้ปาก

"ท่านเจ้าเมือง เชิญท่านจัดการเถอะ"

องค์กษัตริย์ถอยหลังไปหนึ่งก้าว ไม่คิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว

สีหน้าของดยุค  ดูไม่ดีนัก เขาแก้ตัว

"ท่านมู่เหลียง  พวกเราได้รับคำสั่งจากองค์กษัตริย์ให้ลงมือจริงๆ นะ!!"

"ถูกต้อง"

หัวหน้าอัศวินไอพลางพยักหน้า

"โกหกอีกแล้ว"

เหยาเอ๋อ ร้องตะโกนด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"นังเด็กบ้า ที่นี่ไม่ใช่ที่ให้แกสอดปาก!"

ดยุคหน้าดำทะมึน ปล่อยแรงกดดันเข้าใส่สาวใช้ตัวน้อย

"ต่อหน้าฉัน ยังกล้าลงมือกับคนของฉันอีกเรอะ!"

มู่เหลียงก้าวไปข้างหน้า ยกมือขึ้นแล้วกำนิ้วทั้งห้าเข้าหากันกลางอากาศ

กร๊อบ...

มิติเกิดการบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง สลายแรงกดดันที่ดยุค  ปล่อยออกมาจนหมดสิ้น

"แย่แล้ว!"

สีหน้าของดยุค  เปลี่ยนไปอย่างมาก เขาหลบไม่ทันเสียแล้ว

มิติที่บิดเบี้ยวเข้าครอบคลุมร่างของเขา ทำให้ร่างกายของเขาปริแตกในทันที รอยเลือดน่าสยดสยองปรากฏขึ้นมากมาย

อั้ก...

ดยุคกระอักเลือด สีหน้าซีดเผือดลงในพริบตา เพียงชั่วอึดใจ ร่างทั้งร่างก็ชโลมไปด้วยเลือด

"ทำไมถึงไม่เหมือนที่วางแผนไว้..."

ร่างของดยุค โซเซ นัยน์ตาสีเลือดหันไปมองหัวหน้าอัศวิน

"ร้ายกาจมาก!"

รูม่านตาขององค์กษัตริย์หดเล็กลง ภายในใจยิ่งรู้สึกหวาดหวั่นในตัวมู่เหลียง  มากขึ้นไปอีก

หัวหน้าอัศวินมีสีหน้าตื่นตระหนก ใจร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เข้าใจแล้วว่าครั้งนี้พวกเขาคงต้องพังไม่เป็นท่า

"จบสิ้นแล้ว"

เขาไม่คาดคิดเลยว่าแผนการจะล้มเหลว เจ้าเมืองเต่าทมิฬกลับเชื่อคำพูดขององค์กษัตริย์ และไม่ได้ลงมือพร้อมกัน

"จบสิ้นแล้วจริงๆ…"

มู่เหลียงหันกลับไปมองหัวหน้าอัศวินแวบหนึ่ง

เขายกมือขึ้น ใยแมงมุมพุ่งออกมาจากฝ่ามือ พันธนาการร่างของหัวหน้าอัศวินจนกลายเป็นรังไหมหนาทึบ เหลือไว้เพียงจมูกและดวงตาให้โผล่ออกมา

ดยุค  หันหลังเตรียมจะวิ่งหนี ทว่าทุกอย่างล้วนเปล่าประโยชน์

เขาก้าวขาออกไปได้เพียงก้าวเดียว ก็ถูกแรงโน้มถ่วงที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันกดทับลงบนพื้นอย่างแรง

มู่เหลียงมองลงมาที่เขาจากมุมสูง และใช้ใยแมงมุมพันธนาการเขาให้กลายเป็นรังไหมทรงรีเช่นเดียวกัน

"จะจัดการอย่างไรต่อ?"

หยู่ฉินหลาน  เอ่ยถามอย่างสง่างาม

มู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"คุมตัวกลับไป ขังเอาไว้ก่อน"

"รับทราบ"

ลี่เยว่ขานรับ เธอโบกมือให้หน่วยพิทักษ์เนินสูง  เดินเข้ามา ยกหนอนรังไหมใยแมงมุมที่หนาทึบทั้งสองออกไป

องค์กษัตริย์มองดูอยู่ห่างๆ อย่างเย็นชา ไม่ได้เข้าไปขัดขวาง

เขาทราบดีว่าหากขุนนางคนอื่นๆ ล่วงรู้ ว่าในฐานะกษัตริย์แห่งอาณาจักรไห่ถิง กลับปล่อยให้คนนอกนำตัวหัวหน้าอัศวินและดยุค  ของประเทศไป ย่อมส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของราชวงศ์ แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยปากห้าม ในมุมมองของเขา การกำจัดเสี้ยนหนามชิ้นใหญ่ทั้งสอง และทำให้เขาครองบัลลังก์ได้อย่างมั่นคงนั้น เมื่อเทียบกันแล้ว ชื่อเสียงที่ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดอะไรก็ไม่นับว่าเป็นอะไรเลย

แค่ก แค่ก...

เสียงไอเสียดังขึ้น พนักงานที่หมดสติไปค่อยๆ ฟื้นคืนสติ

ฮู่เตียน  เดินเข้าไปหา เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

"พวกเธอไม่เป็นไรใช่ไหม รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง?"

"ท่านฮู่เตียน!"

เหล่าพนักงานเบิกตากว้าง จากนั้นก็เห็นมู่เหลียง  และคนอื่นๆ

"ท่านเจ้าเมือง!!"

เหล่าพนักงานรีบลุกขึ้นทำความเคารพอย่างนอบน้อมและตื่นเต้น

"อืม ร่างกายเป็นอย่างไรบ้าง?"

มู่เหลียง  ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"รู้สึกอึดอัดนิดหน่อยค่ะ"

พนักงานตอบอย่างเกรงใจ

มู่เหลียง  หันหน้าไปและกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

"ลี่เยว่  มอบยารักษาให้พวกเธอคนละขวด แล้วให้พวกเธอกลับไปพักผ่อนเถอะ"

"ตกลง"

ลี่เยว่ เดินเข้าไปส่งยารักษาลับให้กับเหล่าพนักงาน

สีหน้าของพวกพนักงานเปลี่ยนไป คิดว่ามู่เหลียงจะไล่พวกเธอออก จึงรีบทำความเคารพและกล่าวว่า

"ท่านเจ้าเมือง พวกเรายังทำงานได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องพักผ่อน"

ฮู่เตียนกล่าวด้วยน้ำเสียงยั่วยวน

"ครั้งนี้เป็นอุบัติเหตุ จะจ่ายเงินชดเชยให้พวกเธอเท่ากับเงินเดือนหนึ่งเดือน วันนี้กลับไปพักผ่อนให้เต็มที่ก่อน อีกสองวันค่อยกลับมาทำงานนะ"

"เอ๋ ไม่ได้ไล่พวกเราออกหรอคะ?"

เหล่าพนักงานถามอย่างประหลาดใจ

"ใครบอกว่าจะไล่พวกเธอออกล่ะ?"

ฮู่เตียนหัวเราะขบขัน

เหล่าพนักงานทำความเคารพด้วยความตื่นเต้น

"ขอบคุณท่านเจ้าเมืองมู่เหลียง ขอบคุณท่านฮู่เตียนค่ะ!!"

ฮู่เตียนโบกมือ

"กลับไปพักผ่อนเถอะ ฉันจะเรียกคนอื่นมาช่วยงานแทน"

"ค่ะ"

เหล่าพนักงานทำความเคารพซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะหันหลังเดินจากไป

ไป๋สวงเดินมาตรงหน้ามู่เหลียง  และกล่าวด้วยใบหน้าจริงจัง

"มู่เหลียง…เสด็จพ่อไม่ได้สั่งให้หัวหน้าอัศวินและพวกนั้นจัดการกับนายจริงๆ นะ"

มู่เหลียงชำเลืองมองไป๋สวงแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมององค์กษัตริย์และราชินี

เขากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ฝ่าบาทไม่ได้สั่งให้พวกเขาทำเช่นนี้ แต่พระองค์ก็คงหวังให้ฉันช่วยกำจัดพวกเขาอยู่ดีใช่ไหมล่ะ!"

มือที่ไพล่หลังอยู่ขององค์กษัตริย์สั่นเล็กน้อย เขายิ้มขื่นพลางพยักหน้า ไม่ได้เอ่ยปฏิเสธ

ไป๋สวงอ้าปากค้าง มองดูบิดาสลับกับมองมู่เหลียงคำอธิบายที่มาจ่ออยู่ที่ริมฝีปากถูกกลืนลงคอไป

ฮู่เตียนเดินไปข้างหน้าสองก้าว ใช้ฝ่ามือรองข้อศอกเอาไว้แล้วเอ่ย

"ฝ่าบาท…ในเมื่อพวกเราช่วยพระองค์ในเรื่องนี้แล้ว พระองค์ไม่อยากจะตรัสอะไรสักหน่อยหรือ?"

องค์กษัตริย์ได้ยินดังนั้นจึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเงยหน้าขึ้นกล่าว

"เอาเช่นนี้... ใช้ภัตตาคารเต่าทมิฬเป็นศูนย์กลาง ที่ดินในรัศมีหนึ่งพันเมตรรอบๆ เราจะยกให้กับท่านมู่เหลียงก็แล้วกัน"

ฮู่เตียนกอดอก เปล่งเสียงหวาน

"หนึ่งหมื่นเมตร"

"อะไรนะ!!"

เมยเท่อเบิกตากว้าง

ฮู่เตียนเน้นย้ำทีละคำ

"ให้ภัตตาคารเต่าทมิฬ เป็นศูนย์กลางที่ดินในรัศมีหนึ่งหมื่นเมตรรอบๆ จะตกเป็นของเมืองเต่าทมิฬ"

มู่เหลียง กะพริบตาสีดำ ปล่อยให้ฮู่เตียน  ขูดรีดอย่างเต็มที่เพราะเขาคุ้นชินกับเรื่องแบบนี้ไปเสียแล้ว

"ตกลง"

ใบหน้าขององค์กษัตริย์กระตุกเล็กน้อย ก่อนจะตอบตกลงด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"เสด็จพ่อ!"

เมยเท่อ และไคปินส์  ร้องอุทานด้วยความตกตะลึง

"พอแล้ว"

สีหน้าขององค์กษัตริย์เริ่มจริงจังขึ้น

ฟู่หลิงน่า คิดได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เธอกล่าวเสียงเบา

"ก็แค่ถือเสียว่ามอบที่ดินให้ขุนนางต่างถิ่นก็แล้วกัน"

เพียงแต่ราคาค่างวดอาจจะสูงไปสักหน่อย ท้ายที่สุดแล้วนี่คือพื้นที่หนึ่งหมื่นเมตรใจกลางเมือง

เมยเท่อ และไคปินส์มองหน้ากันแล้วถอนหายใจออกมาพร้อมกัน

มุมปากของมู่เหลียงยกขึ้น นี่นับว่าเป็นอาณานิคมหรือไม่?

เขาคิดแผนการไว้ในใจแล้ว ว่าจะพัฒนาพื้นที่บริเวณรอบๆ ภัตตาคารเต่าทมิฬ ให้กลายเป็นย่านการค้าอีกแห่ง เพื่อกอบโกยผลึกอสูรของเมืองซาลุนเอ๋ออย่างไม่ขาดสาย

จบบทที่ ตอนที่ 1301 นี่นับว่าเป็นอาณานิคมหรือไม่?

คัดลอกลิงก์แล้ว