เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1295 จิกนิ้วเท้าจนทะลุพื้นรองเท้า

ตอนที่ 1295 จิกนิ้วเท้าจนทะลุพื้นรองเท้า

ตอนที่ 1295 จิกนิ้วเท้าจนทะลุพื้นรองเท้า


ฉินยูมีสีหน้าเคร่งขรึม ยืนอยู่เพียงลำพังที่หน้าประตูทางเข้าภัตตาคารเต่าทมิฬ ชุดเกราะอัสนีสีม่วงบนร่างของเธอช่างดูโดดเด่นสะดุดตา

"ท่านหญิง ปล่อยให้ทุกคนยืนรออยู่ข้างนอกแบบนี้ มันจะไม่เสียมารยาทไปหน่อยหรือ"

ขุนนางคนหนึ่งเอ่ยปากด้วยความไม่พอใจ

ขุนนางอีกคนร้องตะโกนเสียงดังว่า

"ใช่แล้ว ในเมื่อเชิญพวกเรามาร่วมงานเปิดร้าน แล้วทำไมถึงไม่ให้เข้าไปตอนนี้เลยล่ะ?"

"นั่นสิ แถมยังปล่อยให้องค์กษัตริย์และองค์ราชินีต้องประทับรออยู่ข้างนอกอีก ช่างเสียมารยาทจริงๆ"

"ท่านเจ้าเมืองของพวกคุณช่างวางมาดใหญ่โตเสียจริง องค์กษัตริย์ของเราเสด็จมาถึงแล้ว เขายังไม่มาอีกหรือ?"

เสียงแสดงความไม่พอใจเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงนิ่งเงียบ ทอดสายตามองดูทุกอย่างด้วยความเย็นชา ฉินยูขมวดคิ้วมุ่น สายตาที่มองไปยังหัวหน้าอัศวินและดยุคเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ

"เงียบกันหน่อยเถอะ"

กษัตริย์ตรัสด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

เมื่อพระองค์ตรัสออกมา เสียงบ่นพึมพำด้วยความไม่พอใจรอบด้านก็เงียบลงในทันที

"หึ พวกปากหอยปากปู"

ไป๋สวงแค่นเสียงพึมพำเบาๆ

ฟู่หลิงน่ายกมือขึ้นเขกหัวลูกสาวเบาๆ ก่อนจะเอ่ยตำหนิอย่างไม่จริงจังนักว่า

"...ไปจำคำพูดแบบนี้มาจากไหนเนี่ย?"

"เรียนรู้ด้วยตัวเองเพคะ"

ไป๋สวงหลบสายตา ไม่ต้องการให้ผู้เป็นแม่รู้ว่าเธอเรียนรู้คำเหล่านี้มาจากเมืองเต่าทมิฬ

กษัตริย์หันไปมองฉินยู ตรัสถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ท่านเจ้าเมืองของพวกคุณจะมาถึงเมื่อไหร่?"

"น่าจะใกล้ถึงแล้วเพคะ"

ฉินยูกล่าวพลางเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาลูกตุ้มเหนือประตู ตอนนี้เหลือเวลาอีกห้านาทีกว่าจะถึง11 นาฬิกา

ไป๋สวงเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"ฉันสงสัยจังเลยว่า ทำไมต้องรอให้มู่เหลียงมาถึงก่อนถึงจะเข้าไปได้ มันมีความหมายพิเศษอะไรงั้นเหรอ?"

"ใช่ค่ะ ต้องทำพิธีตัดริบบิ้นก่อน"

ฉินยูตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

เธอรู้จักไป๋สวงดี ตอนที่ร่วมกันต้านทานคืนภูติจันทรุปราคาบนกำแพงเมือง เธอก็มีความประทับใจในตัวหญิงสาวคนนี้ไม่น้อย

"พิธีตัดริบบิ้นคืออะไรเหรอ?"

ไป๋สวงเอียงคอถามด้วยความสงสัย

"ฉันเองก็ไม่ทราบแน่ชัดเหมือนกันค่ะ"

ฉินยูส่ายหน้า

"เอาเถอะ..."

ไป๋สวงยู่ปาก

ดยุคยกมือขึ้นกอดอก เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"ถ้ายังไม่มาอีก ฉันจะกลับแล้วนะ"

หัวหน้าอัศวินพยักหน้าเห็นด้วย

"ใช่ จะให้รอไปเรื่อยๆ คงไม่ได้หรอก ถ้ายังไม่มา พวกเราก็จะกลับเหมือนกัน"

ฉินยูปรายตามองเขา แววตาเรียบเฉยเอ่ยว่า

"เดินทางปลอดภัย ไม่ส่งนะ"

"นี่เธอ..."

ดยุคหน้าเจื่อนไปในทันที

"..."

หัวหน้าอัศวินเองก็หน้าดำคร่ำเครียดไม่ต่างกัน

ทั้งสองสบตากัน พลันนึกถึงแผนการที่เพิ่งตกลงกันไว้เมื่อครู่ จึงเลือกที่จะเงียบปากลง ปล่อยให้บรรยากาศอันน่าอึดอัดลอยวนอยู่รอบตัว

ไป๋สวงกะพริบตากลมโตสีม่วงทอง เอ่ยด้วยความไร้เดียงสาว่า

"เอ๋? ท่านหัวหน้าอัศวินกับท่านดยุค พวกท่านไม่ได้จะกลับกันแล้วเหรอ?"

"..."

ดยุคและหัวหน้าอัศวินยิ่งรู้สึกอับอายขายหน้าหนักกว่าเดิม แทบจะจิกนิ้วเท้าจนทะลุพื้นรองเท้าอยู่แล้ว

ทั้งสองคนอยากจะตบหน้าตัวเองแรงๆ สักฉาด ไม่น่าไปต่อล้อต่อเถียงแต่แรกเลย สุดท้ายคนที่หาทางลงไม่ได้ก็คือตัวเองนี่แหละ

กษัตริย์แสร้งทำเป็นดุว่า

"สวงเอ๋อ อย่าเสียมารยาท"

"ทราบแล้วเพคะ"

ไป๋สวงยิ้มทะเล้น ก่อนจะแลบลิ้นปลิ้นตาใส่หัวหน้าอัศวินและดยุค

"..."

หัวหน้าอัศวินขบกรามแน่น ในใจรู้สึกอัดอั้นตันใจเป็นอย่างยิ่ง

ถ้าไม่ใช่เพราะอุปกรณ์เวทระดับสูงและบัลลังก์กษัตริย์ล่ะก็ เขาคงหันหลังเดินหนีไปนานแล้ว จะมายืนทนรับความอับอายอยู่ที่นี่ทำไม

มุมปากของฉินยูยกขึ้นเล็กน้อย รู้สึกเอ็นดูไป๋สวงมากขึ้นกว่าเดิม

ติ๊ก... ต็อก... ติ๊ก... ต็อก...

เสียงของนาฬิกาลูกตุ้มดังชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อเข็มสั้นชี้ไปที่เลข ‘สิบเอ็ด’ เสียงระฆังดังกังวานก็แว่วมาอีกครั้ง

ตง... ตง... ตง...

เสียงระฆังดังขึ้นสิบเอ็ดครั้ง หางเสียงดังกังวานก้องไปทั่วบริเวณ

ดยุคเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางของยอดตึก เอ่ยด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย

"ช่างเป็นเสียงระฆังที่ดังกังวานยิ่งนัก ระฆังใบนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่!!"

หัวหน้าอัศวินเบ้ปาก กล่าวอย่างเย็นชา

"ก็แค่ระฆังใบเดียว คงไม่ใช่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เวทระดับสูงอีกชิ้นหรอกมั้ง?"

"ก็จริง ไม่น่าจะเป็นไปได้"

ดยุคพยักหน้าเห็นด้วย

ใครจะกล้าเอาอุปกรณ์เวทระดับสูงไปตั้งไว้บนยอดตึกกัน ไม่กลัวว่าจะมีคนมาขโมยไปตอนกลางดึกหรือไง?

ฉินยูลอบถอนหายใจในใจ ท่านเจ้าเมืองทำไมยังไม่มาอีกนะ?

โบร๋ว... โบร๋ว...

จู่ๆ ก็มีเสียงสัตว์อสูรคำรามก้องมาจากแดนไกล

"มาแล้ว"

ดวงตาของฉินยูเป็นประกาย เธอหันขวับไปมองทางท่าเรือ เสียงที่คุ้นเคยนี้คือเสียงของหมาป่าจันทรา

ทุกคนต่างหันขวับไปมอง ฝูงชนที่มุงดูอยู่เริ่มแตกตื่นโกลาหล ชาวเมืองพากันแหวกทางให้

โบร๋ว...

สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาของทุกคน คือหน่วยพิทักษ์เนินสูงหกนายที่ขี่หมาป่าจันทรา

ตามมาด้วยรถม้าที่ลากโดยหมาป่าจันทรา

และยังมีหน่วยพิทักษ์เนินสูงอีกหกนายขี่หมาป่าจันทราปิดท้ายขบวน

ที่ด้านหน้าของตัวรถ มีเหยาเอ๋อและมิอานั่งอยู่

"หยุดรถ"

เสียงอันเย้ายวนดังออกมาจากภายในห้องโดยสาร

"หยุดรถ"

มิอาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

โบร๋ว...

หมาป่าจันทราทั้งหมดส่งเสียงหอนยาว ชะลอความเร็วลง และจอดสนิทที่หน้าภัตตาคารเต่าทมิฬในที่สุด

หน่วยพิทักษ์เนินสูงลงจากหลังหมาป่าจันทรา แล้วมายืนเรียงแถวเป็นสองฝั่งหันหน้าเข้าหาตัวรถ

"ท่านมู่เหลียง พวกเรามาถึงแล้วค่ะ"

เหยาเอ๋อหันกลับไปเปิดประตูรถ ก่อนจะยืนรออยู่ด้านข้างอย่างนอบน้อม

"อืม"

มู่เหลียงก้าวลงมาจากรถอย่างไม่รีบร้อน ชุดคลุมสีทองบนร่างทิ้งตัวลงอย่างสง่างาม

เสื้อผ้าของเขาในวันนี้ดูหรูหราอลังการมาก ชุดคลุมทั้งตัวมีสีทองเป็นหลัก บนชุดปักลวดลายมังกรทองห้ากรงเล็บ ส่วนปลายแขนเสื้อก็ปักลวดลายเมฆมงคลเอาไว้อย่างวิจิตรบรรจง

เมื่อไป๋สวงและคนอื่นๆ ได้เห็น ต่างก็มีสีหน้าเหม่อลอยไปชั่วขณะ ถูกความสง่างามสูงส่งของมู่เหลียงสะกดเอาไว้จนอยู่หมัด

"ถึงสักทีนะ"

ฮู่เตียนก้าวลงจากรถตามหลังมู่เหลียงมาติดๆ

วันนี้เธอสวมชุดกระโปรงยาวสีขาว ดีไซน์ผ่าข้างสูงเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนวับๆ แวมๆ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตามากที่สุดก็คือพวงหางจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์ทั้งแปดหางที่อยู่ด้านหลังของเธอ

หยู่ฉินหลานก้าวลงจากรถตามมา ใบหน้าของเธอถูกบดบังด้วยผ้าคลุมหน้าสีขาว ซึ่งมีลวดลายสีทองประดับอยู่เช่นเดียวกัน

เธอรวบผมยาวสีฟ้าน้ำทะเลไว้ด้านหลัง สวมชุดกระโปรงยาวม่านหมอกแห่งฝันชายกระโปรงพลิ้วไหวราวกับสายน้ำทุกครั้งที่ก้าวเดิน

ลี่เยว่ลงจากรถตามมาเป็นคนสุดท้าย เธอเดินตามอยู่ข้างกายมู่เหลียงอย่างเงียบๆ

"หึ ในที่สุดก็มาสักที!!"

หัวหน้าอัศวินแค่นเสียงเย็นชาเบาๆ

ดยุคเบิกตากว้าง ร้องอุทานในใจ

อุปกรณ์เวทระดับสูงเยอะขนาดนี้เลยงั้นหรือ!!

ความสนใจของทุกคนล้วนพุ่งเป้าไปที่พวกของมู่เหลียง ต่างถูกดึงดูดด้วยการแต่งกายอันหรูหราอลังการ

"ฮ่าๆ ท่านเจ้าเมือง ปล่อยให้ข้ารอเสียนานเลยนะ"

กษัตริย์ตรัสด้วยรอยยิ้ม

พระองค์ก้าวเดินเข้าไปหา ท่าทางและสีหน้าดูราวกับกำลังต้อนรับพี่น้องร่วมสายเลือด ทำให้ขุนนางคนอื่นๆ แอบเคลือบแคลงสงสัย และพากันคาดเดาความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสอง

"ระหว่างทางรถติดนิดหน่อยน่ะครับ ทำให้ทุกท่านต้องรอนานแล้ว"

มู่เหลียงสะบัดแขนเสื้อเบาๆ กล่าวด้วยรอยยิ้ม

"มู่เหลียง!!"

ไป๋สวงเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงหวานใส

มู่เหลียงยิ้มตอบ พลางเอ่ยชมว่า

"เจ้าหญิงไป๋สวง วันนี้คุณสวยมากเลยครับ"

"ท่านก็หล่อมากเหมือนกัน"

ใบหน้าหวานของไป๋สวงขึ้นสีระเรื่อ

ฟู่หลิงน่าพยักหน้าทักทายมู่เหลียง สายตาของเธอทอดมองไปยังฮู่เตียนและหยู่ฉินหลาน ถูกชุดกระโปรงของทั้งสองดึงดูดอย่างจัง

เธออดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม

"ชุดกระโปรงสวยจังเลยค่ะ ไม่ทราบว่าหาซื้อได้ที่ไหนเหรอคะ?"

"ชุดกระโปรงพวกนี้ไม่มีขายหรอกค่ะ"

ฮู่เตียนปรายตามองหยู่ฉินหลานแวบหนึ่ง รู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ควรพูดอะไรมาก จึงชิงตอบแทน

กษัตริย์มองแวบหนึ่ง ภายในใจสั่นสะท้านอย่างรุนแรง พระองค์สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะตรัสว่า

"นี่น่าจะเป็นอุปกรณ์เวทระดับสูงสินะ!!"

"สายตาเฉียบแหลมมากเพคะฝ่าบาท"

ฮู่เตียนยิ้มหวาน

ผู้คนรอบข้างต่างแตกตื่นฮือฮา เสียงสูดลมหายใจดังระงมไปทั่วบริเวณ

แววตาของดยุคและพวกพ้องเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้ ความริษยาและความโลภพลุ่งพล่านขึ้นมาในใจอีกครั้ง

มีถูเอ่อร์เอ่ยขึ้น

"ในเมื่อท่านมาถึงแล้ว ก็เตรียมเริ่มพิธีตัดริบบิ้นเถอะ ทุกคนอดใจรอที่จะเข้าไปดูข้างในไม่ไหวแล้ว"

เขาสงสัยเหลือเกินว่า ภัตตาคารที่ทำให้ลูกสาวยอมยกยกร้านเหล้าถูหลานให้นั้น เมื่อสร้างเสร็จแล้วจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

"ได้ครับ เตรียมตัวตัดริบบิ้น"

มู่เหลียงส่งยิ้มบางๆ

เวลาใกล้จะล่วงเลย 11 นาฬิาแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 1295 จิกนิ้วเท้าจนทะลุพื้นรองเท้า

คัดลอกลิงก์แล้ว