เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

chapter 747 ต่อสู้กับจิงเหยาซือ.

chapter 747 ต่อสู้กับจิงเหยาซือ.

chapter 747 ต่อสู้กับจิงเหยาซือ.


"นี่มันค่ายกลอะไรกัน?"หนานกงเซิ่งที่ขมวดคิ้วไปมา แววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ เพราะว่าค่ายกลดังกล่าวนี้เขาไม่เข้าใจได้ชัดเจนนัก ไม่เคยเห็นมาก่อน.

"ไม่รู้จักอย่างงั้นรึ? ชิ!"จิงเหยาซือที่เผยท่าทางเหยียดหยัน.

"แล้วมันคือะไรล่ะ?"

"นี่คือค่ายกลของโลกอมตะ ซือจิว พวกเจ้าไม่มีทางออกไปได้ เว้นแต่จะกลายเป็นศพ!"จิงเหยาซือที่กล่าวออกมาด้วยความอหังการ.

"ซือจิว?"หนานกงเซิ่งที่ขมวดคิ้วไปมา เห็นชัดเจนว่าไม่เคยได้ยินมาก่อน.

ทว่าในเวลาเดียวกันนั้นดวงตาของจงซานที่หดเกร็ง ซือจิวรึ? ทำไมถึงได้คล้ายคลึงกันนัก.

ทันใดนั้น ขณะที่จงซานคิดถึงเมื่อยังหนุ่ม ในโลกปุถุชนเคยมีบันทึกเกี่ยวกับตำนานต่าง ๆ เอาไว้ ซือจิว? มันถูกเรียกว่าซือจิวเหมือนกัน?

"หนานกงเซิ่ง!"จงซานที่กล่าวออกมาอย่างจริงจัง.

"เฉินอยู่นี่แล้ว!"

สายตาของทุกคนที่จ้องมองมาเป็นสายตาเดียวกัน รับรู้ว่าจงซานกำลังจะสั่งการบางอย่าง แม้แต่จิงเหยาซือเวลานี้ยังอยากรู้เช่นกัน.

"ข้าจะชี้แนะบางอย่างต่อเจ้า จากนั้นให้หาช่องทางนำทุกคนออกไป!"จงซานกล่าว.

"รับทราบ!"หนานกงเซิ่งที่กล่าวรับคำในทันที.

จิงเหยาซือที่จ้องมองจงซาน พร้อมกับขมวดคิ้วไปมา เขาจะกล่าวอะไร? มีอะไรให้เขากล่าวกัน ค่ายกลซือจิวของโลกอมตะนั้น เขารู้วิธีที่จะทะลวงอย่างงั้นรึ?

"ข้าได้ยินมาว่า ค่ายกล ซือจิวนั้น จำเป็นต้องให้ยอดฝีมือสิบคนเตรียมการถึงจะสมบูรณ์แยกออกเป็นสิบสวรรค์ แยกปฐพี วายุคลั่ง ทัณฑ์เหมันต์ แสงสีทอง หลอมโลหิต เพลิงกราดเกรี้ยว วิญญาณหลอน แม่น้ำแดง ทรายสีเลือด สิบอย่าง ไม่จำเป็นต้องใส่ใจทั้งหมด จำไว้แค่ว่าแสงสีทอง เพียงอย่างเดียวก็พอ แสงสีทองคือแก่นของชีวิต ซ่อนปราณฟ้าดินเอาไว้ มีกระจกวิเศษทั้งหมด 21 ชิ้น ในแต่ละชิ้นนั้น แขวนอยู่บนทิศที่แตกต่างกัน หากใครที่เป็นเซียนเข้าไป กระจกจะส่องแสงสีทอง และแสงสีทองดังกล่าวนั้นจะทำให้ค่ายกลไหลย้อน."จงซานที่กล่าวออกมาตามความทรงจำ.

จิงเหยาซือใบหน้าถึงกับเปลี่ยนเป็นซับซ้อนจ้องมองจงซานด้วยความประหลาดใจ.

ทุกคนที่จ้องมองจงซานด้วยความประหลาดใจ นี่ฝ่าบาทรู้จักอย่างงั้นรึ?

"เจ้าเป็นยอดฝีมือด้านค่ายกล! สิ่งที่ข้ากล่าวออกไปนั้น มีเพียงเจ้าที่จะสามารถพาทุกคนออกไปได้ ข้าจะถ่วงเวลาให้ รอข้าที่ด้านนอกโลกอมตะ!"จงซานที่กล่าวอย่างเคร่งขรึม.

"จงซาน เจ้าจะอยู่ที่นี่อย่างงั้นรึ?"เนี่ยนโหยวโหยวที่กล่าวออกมาด้วยความกังวล.

"ไป ข้าไม่เป็นไร!"จงซานกล่าว.

"รับทราบ!"ทุกคนที่รับคำสั่งในทันที เนี่ยนโหยวโหยวที่ไม่ต้องการจากไป หากแต่เมื่อครุ่นคิดบางอย่างก็พยักหน้ารับ.

จิงเหยาซือที่จดจ้องมองจงซานเขม็ง ส่วนอีกกลุ่มหนานกงเซิ่งที่นำพาทุกคนออกไป เขาไม่ได้ใส่ใจนัก เขามั่นใจว่าคนเหล่านี้ไม่สามารถทะลวงค่ายกลนี้ได้.

พื้นที่รอบ ๆ ที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกสีทอง กลืนกลุ่มของหนานกงเซิ่งไปในทันทีจนไม่สามารถมองเห็นได้แล้ว.

"เจ้าคือจงซานอย่างงั้นรึ?"จิงเหยาซือที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"นี่เจ้าไม่สนใจความเป็นไปของโลกหล้าเลยรึอย่างไร?"จงซานที่สอบถามออกมาด้วยเสียงเย็นชา.

"ข้ารับผิดชอบในการปกป้องโลกอมตะ เรื่องอื่นข้าไม่สนใจ? จงซาน? ที่เจ้าให้พวกเขาจากไป หากแต่เจ้าคิดว่าตัวเองจะรอดจากเงื้อมมือข้าไปได้อย่างงั้นรึ?"จิงเหยาซือกล่าว.

"ว่าแต่เจ้ารู้จักค่ายกลซือจิวด้วยอย่างงั้นรึ?"จิงเหยาซือที่กล่าวออกมาด้วยความสงสัย.

"โอ้ว มันคือค่ายกลซือจิวจริง ๆ สินะ?"จงซานที่กล่าวย้อน.

ฟังจากปากของจิงเหยาซือแล้ว จงซานพอจะค่ายการได้ว่า ค่ายกลกระบี่สังหารเซียนของชุดกระบี่ทั้งสี่ที่น่าเกรงขามไม่น้อย หากแต่พวกเขายังมีค่ายกลซือจิวอีก ดูเหมือนว่าอสุรกายชราที่ซ่อนตัวอยู่ในแดนเทพอมตะนั้น จะไม่ธรรมดาซะแล้ว จงซานที่รู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาทันที หากว่าเป็นไปตามตำนานของโลกมนุษย์ หลังจากนี้คงจะเจอเรื่องลำบากแล้ว.

จิงเหยาซือที่หรี่ตาจ้องมองจงซานแล้วกล่าวออกมา "ในเมื่อเจ้าไม่รู้ แล้วเจ้ากล่าวอะไรออกมากัน?"

เป็นความจริง! ภายในใจของจงซานที่รู้สึกจริงจังไม่น้อย.

"แน่นอนว่าข้าเคยได้ยินสหายเก่าที่เป็นคนของโลกอมตะเล่าให้ฟัง!"จงซานที่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม แม้ว่าภายในใจจะตึงเครียดไม่น้อย ทว่าสีหน้าของเขาก็ยังคงสุขุม.

"เป็นไปไม่ได้ นอกจากประมุข แล้วยังมีเต๋าจวินเซิ่งหยาที่รู้ เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะบอกเจ้า!"จิงเหยาซือที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"ไม่บอกข้า แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไร?"จงซานที่เผยยิ้มเล็กน้อย.

"แน่นอนว่าจะต้องเป็นคนที่รู้เรื่องราวของโลกใบใหญ่บอกเจ้า ก่อนหน้านี้เผ่าโครงกระดูกนั่น!"จิงเหยาซือที่กล่าวด้วยเสียงเย็นชา.

"เจ้าคิดว่างั้นรึ?"

"ตูมมมมมม!"

ทิศใต้ที่ไกลออกไปนั้นเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นขึ้นในทันที.

ใบหน้าของจิงเหยาซือถึงกับเปลี่ยนไป.

"เป็นไปได้อย่างไร? พวกเขาค้นพบจุดที่อ่อนแอที่สุดได้อย่างงั้นรึ?"ใบหน้าของจิงเหยาซือที่กระตุกไปมา ร่างกายของเขาที่เคลื่อนที่พุ่งไปยังทิศทางดังกล่าวอย่างรวดเร็ว.

"วูซซซ!"จงซานที่เคลื่อนที่ไปดักหน้าจิงเหยาซือในทันที.

"แส่หาความตาย!"ฝ่ามือของจิงเหยาซือที่ฟาดตรงไปยังจงซาน.

ทว่าเวลาเดียวกันนั้น จิงเหยาซือที่รู้สึกถึงแรงกดดันพลานุภาพที่ยิ่งใหญ่ปะทุขึ้นมา จิตสำนึกของเขาที่ถูกกดด้วยการจ้องมองของจงซาน ดวงตาคู่นั้นที่มีสีเขียว.

เนตรสังสารวัฏ เปิด!

จิงเหยาซือที่ถอยหลังออกมาทันที ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น.

สายตาของเขาที่จ้องมองจงซาน ด้วยท่าทางลังเลใจ เพราะว่าจิงเหยาซือไม่ได้รู้จักจงซานมากนัก ไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไร หากแต่แรงกดดันที่ปล่อยออกมานั้นทำให้เขาหวั่นเกรงไม่น้อย.

"พรึด!!"

ที่ไกลออกไปนั้น ที่ตำแหน่งของเจดีย์หมื่นบานกระจก ร่างกายอีกร่างหนึ่งของจิงเหยาซือที่พุ่งออกไป ตรงไปยังตำแหน่งที่หนานกงเซิ่งทะลวงออกไปนั่นเอง ทว่าออกไปยังไม่ถึงหนึ่งลี้ด้วยซ้ำ ร่าง ๆ ดังกล่าวก็ต้องถอยห่างออกมาทันที.

ร่างที่สองของจิงหย๋าซือที่จ้องมองด้านหน้าด้วยความประหลาดใจ จงซานได้ปรากฏร่างของจงซานด้านหน้าอีกร่าง.

อีกหนึ่งจงซาน? ร่างโคลนรึ?

จิงเหยาซือนับเป็นครั้งแรกที่เต็มไปด้วยความแปลกประหลาด ร่างโคลน นี่เป็นร่างโคลน ในโลกใบเล็กนี้จะมีคนอื่นที่เหมือนเขาอยู่อีกรึ?

ทว่า หากจะมีใครที่มีร่างโคลนเหมือนข้า จะต้องเป็นเผ่าจิง?

ไม่ไกลออกไป เจดีย์หมื่นบานกระจกได้ปลดปล่อยแสงออกมา อีกสิบร่างของจิงเหยาซือก็พุ่งออกมาเช่นกัน พุ่งตรงไปยังตำแหน่งที่หนานกงเซิ่งที่ทะลวงออกไปอีกครั้ง.

"พรึบ!!"

สิบร่างดังกล่าวนั้นก็ต้องถอยห่างด้วยความหวาดหวั่นขึ้นมาเช่นกัน.

เพราะว่าที่ด้านหน้าของเขานั้น ปรากฏจงซานอีกสิบร่างขึ้นมาเช่นกัน.

"นอกจากนี้ กับสิบร่างของจงซาน ความเร็วนั่น จะเป็นไปได้อย่างไร? เขาเป็นใครกัน?

"เจ้าเป็นใครกัน?"จิงเหยาซือที่กล่าวออกมาด้วยความหวั่นเกรง.

"ข้าก็คือข้า!"จงซานที่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม.

"ร่างโคลนรึ? ข้าคิดว่าเจ้าสามารถสร้างร่างโคลนได้หลายร่าง!"จิงเหยาซือที่กล่าวออกมาด้วยท่าทางหวั่นเกรงไม่น้อย.

จากนั้นจากภายในเจดีย์หมื่นบานกระจก ก็ปรากฏจิงเหยาซือ ที่มากมายหลายร่างกว่า 300  ทั้งหมด361 ร่างก็ถูกปล่อยออกมา เป็นอะไรที่น่าเกรงขามเป็นอย่างมาก ในเวลานี้เขาไม่สามารถลังเลใจได้.

ในเวลาเดียวกัน ร่างโคลนของจงซานก็เพิ่มขึ้นมาอย่างคาดไม่ถึงเช่นกัน.

หนึ่งต่อหนึ่ง มาก มากมายขนาดนี้เลยรึ?

"นี่เจ้าเป็นใครกัน?"จิงเหยาซือที่ตื่นตกใจกล่าวออกมาอีกครั้ง.

"เจ้าเป็นใครกัน?"

"เผ่าจิง? เจ้าเป็นคนเผ่าจิงอย่างงั้นรึ? จะมาจับข้ารึ?"จิงเหยาซือทันใดนั้นก็ปรากฏความหวาดกลัวขึ้นมา.

จงซานที่ได้ยินคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของจิงเหยาซือ ก็วิเคราะห์อย่างรวดเร็ว.

"เจ้าเป็นคนทรยศของเผ่าจิง พวกเราหาเจ้ามานานแล้ว ท้ายที่สุดก็มาพบเจ้าที่นี่นั่นเอง!"จงซานที่กล่าวออกมาเสียงดังแฝงด้วยจิตสังหาร.

"ข้าไม่ใช่คนทรยศ ข้าไม่ใช่!"จิงเหยาซือทันใดนั้นก็หวาดกลัวอย่างที่สุดตัวสั่นขึ้นมา.

ร่างทั้ง 361 ร่างที่หนีไปทุกทิศทุกทาง.

ร่างแยกของจงซาน ที่ไล่ตามไม่ลดล่ะ พร้อมทั้งตะโกนไล่ "เจ้าคนทรยศ!"

ยิ่งไล่ จิงเหยาซือก็ยิ่งหวาดกลัว.

จงซานหากต่อสู้กับจิงเหยาซือตรง ๆ รับรองว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาแน่ ทว่าจงซานกับโชคดีพบกับจุดอ่อนในจิตใจของจิงเหยาซือโดยบังเอิญ กับคำพูดที่ทิ่มแทงใจนั้น ทำให้จิงเหยาซือหวาดกลัวจนเสียสติ ในเวลานี้ขอแค่ถ่วงเวลาเอาไว้ก็เพียงพอแล้ว.

ในเวลานี้ จิงเหยาซือที่หวาดกลัวจนลืมแม้แต่ควบคุมค่ายกล จงซานที่ถ่วงเวลาให้กับหนานกงเซิ่ง ตราบเท่าถ่วงเวลาได้พอ พวกเขาย่อมหนีออกไปจากค่ายกลนี้ได้แน่ จงซานที่พยายามที่จะไล่ตามจิงเหยาซือไป.

"ข้าไม่ใช่คนทรยศ!"

"เจ้ามันคนทรยศ!"

ทุก ๆ ร่างของจงซานที่ไล่ตาม ไม่ปล่อยเวลาให้จิงเหยาซือได้ครุ่นคิดแม่แต่น้อย เขาไม่มีทางปล่อยให้จิงเหยาซือใจเย็นลงได้อย่างแน่นอน.

จงซานรู้ดีว่านี้คือจุดอ่อนอย่างที่สุดของจิงเหยาซือ ก็เหมือนกับเขาในอดีตที่เรื่องขอกุยเอ๋อเพียงแค่เอ่ยออกมา ก็ทำให้เขาแทบบ้าคลั่งแล้ว.

"ตูมมมมมมมมมม!"

ทันใดนั้นที่ไกลออกไปนั้นเกิดระเบิดเสียงดังสนั่น ท้องฟ้าผืนปฐพีที่สั่นไหวไปมาอย่างหนักหน่วงรุนแรง.

การระเบิดในครั้งนี้ ทำให้จิงเหยาซือได้สติขึ้นมา ก่อนที่จะจ้องมองไปยังจงซาน.

"เจ้าไม่มีทางเป็นเผ่าจิง!"จิงเหยาซือที่ยังคงกล่าวด้วยน้ำเสียงหวาด ๆ อยู่เช่นเดิม.

อย่างไรก็ตามในเวลานี้จงซานไม่จำเป็นต้องใส่ใจแต่อย่างใด เพราะจงซานรับรู้แล้วว่า หนานกงเซิ่งพาคนอื่น ๆ จากไปแล้ว.

"ตูมมมมมมมมมมมมม!"

ที่ไกลออกไปนั้น เป็นเจดีย์หมื่นกระจกที่ระเบิดเสียงดังสนั่น เป็นจงซานอีกร่างที่โจมตีไปยังเจดีย์ดังกล่าว หากแต่คาดไม่ถึงเลยว่าเจดีย์หมื่นกระจกนั้นจะทรงพลังเป็นอย่างมาก.

ดวงตาของจิงเหยาซือที่เปลี่ยนเป็นจริงจัง ร่างของเขาที่พุ่งตรงไปยังตำแหน่งของเจดีย์หมื่นกระจกในทันที.

ร่างโคลนจงซานที่ออกมาขวางในทันที.

"แส่หาความตาย!"จิงเหยาซือที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ไม่สนใจจงซานแม้แต่น้อย ฟาดฝ่ามือออกไปอย่างรุนแรง.

หากแต่ในเวลานี้ จงซานไม่ได้ใช้เนตรสังสารวัฏออกมา ทว่าร่างของเขาที่ถอยหลบฝ่ามืออย่างรวดเร็ว และระหว่างทางเองก็ปรากฏจงซานอีกร่างผลัดเปลี่ยนออกมาขวางทางเรื่อย ๆ .

จงซานนั้นไม่ใช้เนตรสังสารวัฏ เพราะว่ามันไม่สามารถทำได้.

361 จิงเหยาซือ ร่างโคลนมากมายทั้ง 361  แม้นว่าจะใช้พยายามอย่างหนัก เปิดหลุมสังสารวัฏออกมาออกมามากมายขนาดนั้นคงได้ไม่ถึงครึ่ง ร่างโคลนก็สลายหายไปแล้ว นับว่าพลังที่ต้องใช้นั้นมากจนเกินไป แม้นหากใช้ได้ก็ไม่เพียงพอที่จะกำจัดจิงเหยาซือทั้ง 361 ร่างได้อยู่ดี ร่างแยกเงาของเขาที่เคลื่อนไหวหลบหลีกขวางทาง ซ่อนตัวแล้วหลบพร้อมเปลี่ยนตัวไปเรื่อย ๆ อย่างรวดเร็ว.

ความเร็วของจิงเหยาซือนับว่าไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ .

ร่างแยกเงาหลายร้อยร่างของจงซาน ที่หลบเลี่ยงขวางทางจิงเหยาซือย่างรวดเร็ว ทำให้จิงเหยาซือกำลังร้อนรน.

ทว่าร่างหลักจงซานที่ยืนอยู่ด้านหน้าเจดีย์หมื่นกระจก จดจ้องด้วยความสนใจ เขาจะต้องทำลายมัน เพื่อลดกำลังของจิงเหยาซือ หากแต่ก่อนหน้านี้ฝ่ามือของเขาที่โจมตีออกไป ดูเหมือนว่าจะมีพลังที่แปลกประหลาดคอยปกป้องเจดีย์หมื่นกระจก ทำให้มันสะท้อนพลังฝ่ามือของจงซานออกมาได้.

"เป็นสมบัติชั้นยอด? มาดูซิว่าจะสะท้อนพลังหลุมสังสารวัฏหรือไม่!"ดวงตาของจงซานที่เปลี่ยนเป็นเย็นชา.

ทันใดนั้นหลุมสังสารวัฏก็เปิดออกพอดีกับขนาดของเจดีย์หมื่นบานกระจกที่มีขนาดใหญ่.

พลังอำนาจการดูดที่มากมายมหาศาล กำลังสูบเจดีย์หมื่นบานกระจกไป แสงสีน้ำเงินที่อยู่รอบ ๆ เจดีย์กำลังถูกหลุมสังสารวัฏดูดซับเข้าไปในทันทีด้วยเช่นกัน.

จบบทที่ chapter 747 ต่อสู้กับจิงเหยาซือ.

คัดลอกลิงก์แล้ว