เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 733 ร่างสถิตหมื่นปิศาจที่แปลกประหลาด.

Chapter 733 ร่างสถิตหมื่นปิศาจที่แปลกประหลาด.

Chapter 733 ร่างสถิตหมื่นปิศาจที่แปลกประหลาด.


"เอาล่ะ เจ้ากล่าวมา มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคำสาปเจ้าใช้ไม่ได้ผล ทำจักรพรรดิพิษถึงตาย? ทำไมเจ้าถึงได้ไปหาเรื่องคนของโลกอมตะ?"จงซานพยักหน้ารับและสอบถามออกไป.

ได้ยินคำถามของจงซานแล้ว เห่าเม่ยลี่ที่นึกถึงเรื่องราวที่เจ็บปวดขึ้นมาในทันที จากนั้นใบหน้าของนางที่เปลี่ยนเป็นดุร้าย.

"มันมีนามว่าโจวเหยาซือ (ปรมาจารย์อสุรกายคำสาป) มันใช้วิชาคำสาป สังหารอาจารย์ ข้าต้องการให้มันตาย!"ใบหน้าของเห่าเม่ายหลี่ที่เผยความเกลียดชังที่ฝังลึกลงไปในใจเจาะลึกไปจนถึงกระดูก.

"โจวเหยวซือ? เป็นใครกัน?"จงซานสอบถาม.

"ข้าเองก็ไม่รู้ว่ามันใช้วิชาคำสาปอะไร ทว่าใบหน้าของมันเหมือนอสุรกาย น่าเกลียดเป็นอย่างมาก!"เห่าเม่ยลี่ที่นั่งคิด.

"เรื่องนี้ เจ้าควรจะเล่าตั้งแต่แรกให้ข้าฟัง เจ้าไปมีเรื่องกับคนโลกอมตะได้อย่างไร?"จงซานครุ่นคิดและกล่าวออกมา.

"อืม ตั้งแต่แรกนั้น ข้าและอาจารย์ได้ท่องเที่ยวไปทุกที่ และบังเอิญได้ยินคนโลกอมตะคนหนึ่งคุยกัน ได้ยินเกี่ยวกับที่พวกเขาพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของอนุสาวรีย์อมตะสิบเอ็ดอัน!"เห่าเม่ยลี่ที่ครุ่นคิดและกล่าวออกมา.

"อนุสาวรีย์อมตะ? ตอนนี้เหลืออีก 22 อัน ไม่ใช่ว่ามันอยู่ในราชวงศ์สวรรค์ต้าสุ่ยและแดนเทพอมตะหรอกรึ?"จงซานที่ขมวดคิ้วไปมา.

"ข้าก็คิดเช่นนั้น ทว่าข้าได้ยินมาว่าโจวเหยาซือนั้นเป็นคนนำอนุสาวรีย์อมตะลงมาในภพหยิน โดยวิธีใดนั้นไม่อาจรู้ได้!"เห่าเม่ยลี่กล่าว.

"หืม?"

"อาจารย์นั้นเพิ่งก้าวไปถึงระดับราชันย์แท้ ส่วนข้านั้นเพิ่งก้าวไปถึงระดับจักรพรรดิแท้ แม้ว่าข้านั้นจะมีระดับจักรพรรดิแท้ แต่ก็ไม่มีทางพ่ายแพ้ระดับสวรรค์แท้อย่างแน่นอน เพลิงคำสาปของข้านั้นทรงพลังมากยิ่งกว่าเดิม นับตั้งแต่เจ้ามอบตำราวิชาอาคมมารสวรรค์ให้ ข้าจึงไม่กลัวคนของโลกอมตะ พวกเราจึงได้เดินทางไปยังโลกอมตะ!"เห่าเม่ยลี่ที่กล่าวออกมาด้วยความเจ็บปวด.

"หลังจากนั้น?"

............

สองปีก่อนหน้านั้น ที่เทือกเขาแห่งหนึ่ง สถานที่แห่งนั้นมีสิ่งก่อสร้างมากมาย และยังมีผู้ฝึกตนหลายคนที่บินไปมา.

ที่ตรงกลางสิ่งก่อสร้างมากมายนั้น มีตำหนักขนาดใหญ่ ที่เขียนชื่อเอาไว้ว่า โลกอมตะ.

ในวันหนึ่งที่ บนเทือกเขาแห่งหนึ่งมีคนสองคนที่บินไปยังเทือกเขาตรงกลาง สองคนหนึ่งคน หนึ่งคนที่สวมชุดเสื้อคลุมยาวสีเลือง นับเป็นหญิงสาวที่งดงาม อีกคนหนึ่งเป็นคนที่สวมชุดสว่าง เป็นชายชราที่ใบหน้าเหมือนกับอสุรกาย.

เป็นเห่าเม่ยลี่และจักรพรรดิพิษปัจจิมนั่นเอง!

"ไป!"จักรพรรดิพิษปัจจิมที่เผยยิ้มออกมาเล็กน้อย.

"ตาเฒ่า โลกอมตะไม่ใช่คู่มือของพวกเรา!"เห่าเม่ยลี่ที่จ้องมองไปยังที่ต้องกลางเทือกเขา.

"แดนเทวะนั้น ไม่ใช่สถานที่ธรรมดา พวกเรา ไปอย่างสันติก่อน"ชายชราจักรพรรดิพิษที่กล่าวด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย.

พวกเขาทั้งสองที่บินลงไปยังสิ่งก่อสร้างที่ซับซ้อนบนเทือกเขาแห่งหนึ่ง.

"หยุดตรงนั้น ผู้มาเป็นใคร?"มือกระบี่ในชุดสีน้ำเงินที่เข้ามาขวางพวกเขาทั้งสอง.

"สำนักเหวิน จักรพรรดิพิษขอเข้าพบโจวเหยาซือ แดนเทพอมตะ!"จักรพรรดิพิษที่กล่าวออกไป.

"สำนักเหวิน? ไม่เห็นเคยได้ยิน เจ้าต้องการพบกับโจวเหยาซือ มีอะไร? มีเรื่องอะไร?ถึงต้องการพบกับโจวเหยาซือ?"มือกระบี่ในชุดสีน้ำเงินที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอหังการการก่อนหน้า เมื่อได้ยินคำว่าโจวเหยาซือ ใบหน้าถึงกับเปลี่ยนเป็นขาวซีด.

ดูเหมือนว่าโจวเหยาซือ(ปรมาจารย์อสุรกายคำสาป) ถึงจะเป็นมือกระบี่ก็ยังรู้สึกหวาดกลัวกับนามดังกล่าว.

"มีปัญหาอะไร?"จักรพรรดิพิษที่ขมวดคิ้วไปมา.

"ยังไม่รีบไปอีก!"เห่าเม่ยลี่กล่าวออกมาเสียงดัง.

มือกระบี่ชุดสีน้ำเงินขมวดคิ้วไปมาจดจ้องมองไปยังคนทั้งสอง"พวกเจ้ามีธุระอะไร?"

"มีธุระอะไรอย่างงั้นรึ? เพียงแค่ไปแจ้งโจวเหยาซือก็พอแล้ว!"เห่าเม่ยลี่ที่กล่าวออกมาด้วยท่าทางทนไม่ไหว.

จักรพรรดิพิษที่อยู่ข้าง ๆ จดจ้องมองไปยังเห่าเม่ยลี่ เผยยิ้มเล็กน้อย กับนิสัยทะนงของเห่าเม่ยลี่ที่เหมาะกับสำนักเหวินนัก ทำให้เขารู้สึกพึงพอใจในตัวของเห่าเม่ยลี่เป็นอย่างมาก กับทุกคำพูดของนาง จักรพรรดิพิษจึงไม่ได้ว่ากล่าวอะไร กับความถือดีนี้ เป็นลักษณะเฉพาะเหมือนกับของเขาเช่นกัน.

"เกินไปแล้ว พวกเจ้าคิดว่าตัวเองอยู่ที่ใหนกัน?"มือกระบี่ในชุดสีน้ำเงินที่จดจ้องมองด้วยสายตาที่เย็นชา.

"ทางที่ดีเจ้าอย่าได้มาหาเรื่องข้า ไม่เช่นนั้นข้าอาจทนไม่ได้!"เห่าเม่ยลี่กล่าวออกมาด้วยเสียงเหยียดหยัน.

"ทนไม่ได้ เจ้าคิดว่าเจ้า...... ทำไมข้าวิงเวียน?"มือกระบี่ชุดน้ำเงินคราแรกที่กำลังพูดจาเสียงดัง ทันใดนั้นก็รู้สึกหน้ามืดขึ้นมาในทันที.

"ศิษย์พี่ เป็นอะไรไป?"

ชายอีกคนที่บินตรงมา พร้อมกับเข้าไปประคองมือกระบี่ชุดสีน้ำเงินเอาไว้ ไม่เช่นนั้นแล้วเขาคงจะล้มลงหมดสติไปอย่างแน่นอน.

ไม่นานหลังจากนั้น ก็มีเหล่าผู้ฝึกตนมากมายที่เข้ามารุมล้อม.

"มีคนเข้ามาสร้างปัญหา!"คน ๆ หนึ่งที่ร้องตะโกนออกไป พร้อมกับปรากฏคนมากมายเข้ามาล้อมพวกเขา.

คนกลุ่มหนึ่งที่ใบหน้าเต็มไปด้วยจิตสังหารจดจ้องมองจักรพรรดิพิษและเห่าเม่ยลี่.

"แจ้งโจวเหยาซือให้มาพบข้า อย่าได้ทำให้ข้าโกรธเกรี้ยว!"เห่าเม่ยลี่กล่าวออกมาเสียงดัง.

"กล้ามาสร้างปัญหาในโลกอมตะของพวกเราอย่างงั้นรึ? ศิษย์พี่ทุกคน ช่วยกันจับพวกมัน และทำการลงโทษตามกฎของสำนัก!"ชายในชุดสีแดงที่กล่าวออกมาเสียงดัง.

"ชิ!"

จักรพรรดิพิษแค่นเสียงเย็นชา.

ทันใดนั้น เหล่าผู้ฝึกตนมากมายเริ่มวิงเวียนหลายคนล้มหมดสติบนพื้นทีละคนทีละคน.

หลาย ๆ คนของโลกอมตะที่กรูกันเข้ามา ต่างก็ล้มลงกันไปทั้งหมด.

"นี่เจ้า กล้าที่จะวางยาพิษกับข้าอย่างงั้นรึ?"ชายในชุดสีแดงที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดุร้ายอย่างที่สุด.

"ข้าไม่ได้ต้องการเป็นศัตรูกับโลกอมตะ หากต้องการมีชีวิต เจ้าควรจะรู้ว่าควรจะหุบปากเอาไว้จะดีกว่า การพ่นคำพูดเหลวไหลออกมานั้น ถึงได้มีสภาพเป็นเช่นนั้นไงล่ะ!"จักรพรรดิพิษที่กล่าวออกมา.

"เจ้า!"

หลังจากถูกยาพิษที่ทำให้มึนเมา ชายในชุดสีแดงที่รู้สึกโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก ภายในใจที่ต้องการฉีกกระชากพวกเขาให้ตกตายไป.

จักรพรรดิพิษที่จ้องมองออกไป ไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย แถมยังเผยท่าทางเหยียดหยันด้วยซ้ำ ชายในชุดสีแหงที่หันหน้าไปมองเห่าเม่ยลี่ด้วยสายตาดุร้าย.

สายตาของเขาที่จ้องมองเห่าเม่ยลี่ ภายในใจที่กำลังสาปแช่ง รอให้ท่านประมุขออกมา ข้าจะให้เจ้าตายเหมือนหมา.

"พุ!!"

ทันใดนั้นชายในชุดสีแดงชาด เขาเองไม่รู้แม้แต่น้อยว่าเกิดอะไรขึ้น ปากของเขาที่พ่นโลหิตออกมาอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าที่เจ็บปวดแสนสาหัส ราวกับว่ากำลังจะตกตายในไม่ช้านี้.

"ศิษย์พี่ใหญ่!"เหล่าผู้ฝึกตนทุกคนที่อุทานออกมาเสียงดัง.

"เจ้าปิศาจเฒ่า เจ้ากล้าทำร้ายพวกเราอย่างงั้นรึ?"ทุกคนที่นอนโทรมอยู่บนพื้นกำลังเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว.

"เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับตาเฒ่า เขาแส่หาความตายเอง!"เห่าเม่ยลี่ที่กล่าวออกมาไม่สนใจคนเหล่านั้นแม้แต่น้อย.

สายตาของทุกคนทันใดนั้นก็จ้องมองไปยังเห่าเม่ยลี่ สายตาของทุกคนที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวแผ่ออกมา.

"นังผู้หญิงสารเลว!"

"พุ!!"

ทันทีที่พวกเขาดุด่าเห่าเม่ยลี่ พวกเขาก็ถูกคำสาปในทันที พ่นโลหิตออกมาอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นก็ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดทรมาน.

แปลกมาก! เพียงแค่ด่านาง พวกเขาก็ได้รับบาดเจ็บหนัก ผิดปรกติเกินไปแล้ว! เหล่าคนที่ล้มลงนอนกลิ้งไปมาบนพื้นตอนนี้ ยิ่งรู้สึกเกลียดชังมากยิ่งขึ้น!

"พุ!!"

ความสาปที่แสดงผลแม้ว่าเห่าเม่ยลี่จะไม่ได้ลงมือ เหล่าคนแล้วคนเหล่าที่ต้องพ่นโลหิตออกมาอย่างบ้าคลั่ง ทั้งที่เขาทำให้คนเหล่านี้หมดสติไปบ้างแล้วก็ตาม.

จักรพรรดิพิษที่จดจ้องมองคนเหล่านั้น พร้อมกับเผยสีหน้าทางทางอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งที่ต้องการช่วยพวกเขา หากแต่เป็นพวกเขาเองที่ทำให้ตัวเองต้องพบกับสถานการณ์ที่แย่ลง เห่าเม่ยลี่คนนี้? ผู้มีร่างหมื่นปิศาจ! ผู้ได้รับการอวยพรจากสวรรค์ ใครหาญกล้าล่วงเกินนาง?

เห่าเม่ยลี่ที่จ้องมองคนกลุ่มคนดังกล่าวด้วยสายตาเหยียดหยัน จักรพรรดิพิษที่ได้แต่เงียบเช่นกัน.

ในเวลาเดียวกันนั้น ก็มีคนจากโลกอมตะออกมาอีก.

เขาที่เห็นคนกลุ่มหนึ่งที่หมดสติอยู่บนพื้น คนอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสพ่นโลหิตออกมาบนพื้น เขาเร่งรีบกลับเข้าไปด้านในทันที.

.....

"วูซซซซ!"

คนของโลกอมตะในเวลานี้ออกมาอีกสามคน.

หนึ่งคน เป็นชายในชุดสีขาวหนึ่งคนชุดสีน้ำเงิน อีกคนที่สวมชุดสีแดงพร้อมกับถือกระบี่ลู่เซียน เย่ชิงเฉิงนั่นเอง เห็นได้ชัดเจนว่าไม่ใช่ระดับล่างของโลกอมตะออกมาอีกแล้ว.

เย่ชิงเฉิงที่ออกมา ตรวจสอบพื้นที่รอบ ๆ  จดจ้องมองไปยังคนของโลกอมตะที่กำลังนอนระเนระนาดอยู่บนพื้น เขาที่ขมวดคิ้วไปมา ก่อนที่จะจ้องมองไปยังเห่าเม่ยลี่และจักรพรรดิพิษ.

"เจ้าเป็นใคร?"เย่ชิงเฉิงที่สอบถามออกมา.

"สำนักเหวิน จักรพรรดิพิษ คารวะประมุขเย่! นี่คือศิษย์ของข้า เห่าเม่ยลี่!"จักรพรรดิพิษที่กล่าวออกมาในทันที.

"สำนักเหวิน? เป็นสำนักหนึ่งในภพหยางไม่ใช่รึ? ได้ยินข่าวลือมาว่าห้าหมื่นปีที่แล้ว ถูกกำจัดไปทั้งหมด."เย่ชิงเฉิงที่ขมวดคิ้วไปมา.

"ประมุขเย่ ในเมื่อมันเป็นข่าวลือ แน่นอนว่ามันก็เป็นแค่ข่าวลือ!"จักรพรรดิพิษที่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม.

"แล้วเจ้าต้องการอะไร?"เย่ชิงเฉิงที่กล่าวอย่างไม่แยแส.

"ข้าต้องการช่วยพวกเขา พวกเขาเป็นคนที่คึกคะนองบุ่มบ่ามเกินไป!"จักรพรรดิพิษที่กล่าวออกมาด้วยเสียงเคร่งขรึมพลางทอดถอนใจ.

ดวงตาของเย่ชิงเฉิงที่เต็มไปด้วยความเย็นชา เย่ชิงเฉิงที่คิดว่าจักรพรรดิพิษนั้นกำลังกล่าวหยันคนของโลกอมตะ ทันใดนั้นก็แผ่จิตสังหารที่รุนแรงออกมา ขณะเดียวกันก็จดจ้องมองไปยังเห่าเม่ยลี่ด้วย.

"เปรี้ยงง!"

ทักษะเทียนของเย่ชิงเฉิงที่ปรากฏออกมา เมฆสายฟ้าสีแดง พลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่กำลังโถมกระหน่ำออกมา ที่จริงมันสามารถที่จะทำร้ายพวกเขาสองคนให้ได้รับบาดเจ็บได้เลย.

"เปรี้ยง!"

อีกแห่งหนึ่ง คล้ายทักษะเทียนที่ปรากฏออกมาขวางกั้นในทันทีเช่นกัน.พลังอำนาจที่กั้นขวางทักษะเทียนของเย่ชิงเฉิงเอาไว้.

คนทั้งสามที่พบกับเรื่องที่เกิดขึ้นถึงกับตื่นตกใจขึ้นมาในทันที นอกจากไม่สามารถทำร้ายคนทั้งสองได้ ทว่าบนท้องฟ้าของโลกใบเล็กนั้น ราวกับว่ามีพลังอำนาจเดือดดาลราวกับว่ากำลังจะทำร้ายพวกเขา?

สวรรค์สาป? เป็นไปได้อย่างไรที่จะเป็นสวรรค์สาป? หมายความว่าอย่างไร? เกิดอะไรขึ้นกัน? พวกเขาเรียกสวรรค์สาปมาอย่างงั้นรึ?

เย่ชิงเฉิงและพวกทันใดนั้นก็ตื่นตกใจขึ้นมาทันที จดจ้องมองคนทั้งสองที่ทำให้ขนลุกตั้งชัน.

พวกเขาจดจ้องมองไปยังจักรพรรดิพิษ จากนั้นก็จ้องมองไปยังเห่าเม่ยลี่.

"ข้าขอเตือนท่านทั้งสาม อย่าได้หาเรื่องศิษย์ของข้า แม้แต่คิดในใจก็ไม่ได้!"จักรพรรดิพิษที่กล่าวออกมาเล็กน้อย.

คนทั้งสามที่ใบหน้าเปลี่ยนเป็นซับซ้อน จดจ้องมองเห่าเม่ยลี่ หมายความว่าอย่างไร? หญิงสาวผู้นี้แปลกประหลาดขนาดนั้นเลยรึ?

"ร่างสถิตหมื่นปิศาจ?"เย่ชิงเฉิงที่ราวกับคิดขึ้นมาได้ในทันที.

ได้ยินคำพูดดังกล่าว พวกเขาที่ใบหน้าเปลี่ยนไป จากนั้นก็เบี่ยงสายตา ไม่กล้ามองเห่าเม่ยลี่ตรง ๆ  ด้วยหวาดกลัวจะได้รับคำสาป.

ที่หน้าผากของเย่ชิงเฉิงนั้นที่มีเหงื่อไหลออกมา อย่างไรก็ตามแววตาของเขานั้นก็ยังคงมั่นคงไม่ได้หวาดกลัวแต่อย่างใด.

"พวกเจ้าทั้งสองเดินทางมายังโลกอมตะทำอะไร?"เย่ชิงเฉิงที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม.

"พวกเราไม่ได้คิดร้าย ตราบเท่าที่ทุกท่านพูดคุยด้วยกันเป็นอย่างดี พวกเราเพียงแค่ต้องการพบกับโจวเหยาซือ!"จักรพรรดิพิษกล่าว.

"โจวเหยาซือ? พวกเจ้าต้องการพบเขาเพื่ออะไร?"เย่ชิงเฉิงที่กล่าวด้วยเสี่ยวเคร่งขรึม.

"ตาเฒ่า อย่าพูดอะไรให้เสียเวลากับพวกเขาเลย คนแซ่เย่ พวกเราต้องการของบรรพชนของพวกเรา อนุสาวรีย์อมตะคืนมา ข้ารู้ว่ามันอยู่ในโลกอมตะ ส่งมันมาให้พวกเรา แล้วพวกเราจะจากไป!"เห่าเม่ยลี่ที่กล่าวออกมาด้วยความอหังการ.

จบบทที่ Chapter 733 ร่างสถิตหมื่นปิศาจที่แปลกประหลาด.

คัดลอกลิงก์แล้ว