เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 ถนนสู่การโต้กลับเริ่มต้นขึ้น กับความคิดที่สวนทางของสามสาว

บทที่ 13 ถนนสู่การโต้กลับเริ่มต้นขึ้น กับความคิดที่สวนทางของสามสาว

บทที่ 13 ถนนสู่การโต้กลับเริ่มต้นขึ้น กับความคิดที่สวนทางของสามสาว


“นี่ หนิงหนิง ดูเร็ว! ทุกคนในบอร์ดกำลังพูดกันว่า หนุ่มเสื้อเชิ้ตขาวที่กำลังดังระเบิดนั่นคือโจวอี้! โอ้มายก๊อด เป็นไปได้ไงเนี่ย?”

ทันทีที่โจวอี้ปรากฏตัว ก็มีคนแอบถ่ายรูปเขาอัปโหลดลงเว็บบอร์ดของมหาวิทยาลัยทันที จนกลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงไม่หยุด

“หล่อวัวตายควายล้มเลยแม่ ฉันไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหน้าแบบนี้ไปอยู่ในกล้องจะดูดีขนาดไหน”

“ฉันเคยเจอพวกดารามาเยอะนะ แต่ไม่มีใครหล่อสู้คนนี้ได้เลยสักคน”

“เห็นว่าเป็นเด็กศิลปกรรมฯ หนุ่มคณะนี้งานดีชะมัด รู้งี้ฉันเลือกเรียนศิลป์ดีกว่า”

“คณะเราไม่มีคนแบบนี้เลยนะ หรือจะเป็นเด็กซิ่ว?”

“ไม่ใช่! นั่นมันโจวอี้! โจวอี้ที่เป็น 'ไอ้ขี้ข้า' คนดังของเอกออกแบบฯ ไง!”

“ไอ้คางคกที่ว่ากันว่าแอบชอบดาวมหา’ลัยน่ะเหรอ? นี่พวกเธอเรียกคนแบบนี้ว่าคางคกงั้นเหรอ!?”

“เชี่ย... เป็นไปได้ไงวะเพื่อน... นี่มันช็อกโลกเกินไปแล้ว”

พิธีเปิดภาคเรียนเริ่มต้นขึ้น ผู้นำวัยกลางคนพุงพลุ้ยหลายคนผลัดกันขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์

เหล่านักศึกษาด้านล่างต่างหมดความอดทนกันนานแล้ว หลายคนก้มหน้าเล่นโทรศัพท์หรือซุบซิบกัน และชื่อของ "โจวอี้" คือชื่อที่ถูกเอ่ยถึงบ่อยที่สุด

เพียงแค่ช่วงเช้าวันเดียว ผู้หญิงเกือบทั้งมหาวิทยาลัยต่างรู้กันทั่วว่า มีหนุ่มหล่อระดับเทพบุตรอยู่ที่เอกออกแบบฯ ห้อง 3

ซูหนิงยืนอยู่แถวหน้าสุด เธอไม่รู้เลยว่าความวุ่นวายด้านหลังเกิดจากอะไร เพราะเธอไม่เคยสนใจเรื่องไร้สาระพวกนี้อยู่แล้ว

หญิงสาวปรายตามองเนื้อหาในโทรศัพท์ของเพื่อนสาวอย่างเย็นชา แววตาของเธอแสดงออกเพียงความประหลาดใจเล็กน้อยเท่านั้น ไม่มีความคลั่งไคล้เหมือนสาวๆ คนอื่นเลย

เมื่อได้ยินชื่อโจวอี้ น้ำเสียงของซูหนิงยังคงติดลบ: “แล้วไงล่ะ? ถึงจะหล่อขึ้น แต่มันก็เปลี่ยนความจริงที่ว่าเขาเป็นที่โหล่ของห้อง สอบตกซ้ำซาก และเป็นคนไม่เอาถ่านไม่ได้หรอก”

เธอเป็นผู้หญิงที่นิยมคนเก่ง สำหรับเธอแล้ว ความสามารถสำคัญกว่าหน้าตาที่หล่อเหลา

ต่อให้คนอย่างโจวอี้จะหล่อแค่ไหน ในสายตาเธอก็ยังเป็นแค่ "คนหัวว่างเปล่า" ที่ไม่มีแก่นสารอะไรอยู่ดี

เขาคิดว่าแค่เปลี่ยนหน้าตาแล้วทัศนติของเธอจะเปลี่ยนไปงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ

หากทัศนคติของซูหนิงที่มีต่อโจวอี้เวอร์ชันใหม่คือความประหลาดใจ สำหรับอีกสองคนมันคือความ "ช็อก" อย่างถึงที่สุด

เซี่ยชิวจือมองเนื้อหาในเว็บบอร์ดด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อ

หนุ่มหล่อที่เธอเข้าไปขอคอนแทคเมื่อวานคือโจวอี้... พี่ชายข้างบ้านและไอ้ขี้ข้าที่เธอแสนจะเกลียดเนี่ยนะ?

เซี่ยชิวจือพยายามนึกย้อนไปถึงหน้าตาของโจวอี้ แต่มันก็ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นจริงๆ ตอนเด็กๆ เขาเป็นคนผิวขาวและผอมแห้ง พอโตขึ้นเขาก็เอาหน้าม้าปิดหน้าไปครึ่งหนึ่ง ไม่แปลกที่เธอจะไม่ค่อยมีความทรงจำเกี่ยวกับใบหน้าตอนโตของเขาเท่าไหร่นัก

เธอเหลือบมองไปทางกลุ่มของคณะศิลปกรรมฯ อย่างใจจดใจจ่อ อยากจะพิสูจน์ให้เห็นกับตาว่านี่คือเรื่องจริง

“ชิวชิว เป็นอะไรไป? ดูใจลอยจัง มองหาอะไรอยู่เหรอ?”

หวังซวนถามขึ้นอย่างสงสัย

ปกติเขาไม่ค่อยสนใจบอร์ดหรือประเด็นออนไลน์เท่าไหร่ เลยไม่รู้ว่าหนุ่มหล่อที่ทุกคนกำลังพูดถึงคือใคร

เพื่อนสาวที่อยู่ข้างๆ เซี่ยชิวจือมักจะสนิทกับทั้งคู่ดี เธอเลยพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น “มีหนุ่มหล่อสุดๆ อยู่คณะศิลปกรรมฯ น่ะ ทุกคนกำลังพูดถึงเขาอยู่ นายไม่ได้ยินเหรอ?”

เธอยื่นโทรศัพท์ให้หวังซวนดู เมื่อเห็นใบหน้าที่หล่อเหลาบนหน้าจอ หวังซวนถึงกับอึ้งไป

เขาคิดว่าหน้าตาตัวเองจัดอยู่ในระดับเทพแล้วนะ แต่ไม่นึกว่าจะมีคนที่หล่อกว่าเขามากขนาดนี้ปรากฏตัวขึ้น แววตาของเขาวูบไหวด้วยความระแวดระวังตามสัญชาตญาณ

หรือว่าชิวชิวจะเริ่มสนใจไอ้หมอนี่?

แต่มันก็ปกติไม่ใช่เหรอ? ตอนนั้นเธอก็ตามจีบเขาเพราะหน้าตาเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม เขาไม่ยอมให้คนที่เขาชอบหันไปชอบคนอื่นเด็ดขาด

“ชิวชิว ทำไมไม่พูดล่ะ? เธออยากไปดูหนุ่มหล่อคนนั้นด้วยเหรอ?”

เมื่อหวังซวนถามแบบนั้น เซี่ยชิวจือก็ส่ายหน้า: “เปล่า ฉันแค่กะว่าจะไปหาพี่อี้ทีหลังน่ะ”

ใบหน้าที่มีจริตจะก้านเล็กน้อยของหวังซวนคลี่ยิ้มออกมาทันที

ที่แท้เธอก็แค่จะไปหาไอ้โจวอี้ขี้ข้าคนนั้น สงสัยคงจะไปขอเงินหรือใช้ให้มันซื้อของให้อีกตามเคย

หวังซวนผ่อนคลายลงและไม่ได้ถามอะไรต่อ

ในเวลาเดียวกัน ฉู่หานและกวนเหวินห้าว สองคนที่ท่องโลกอินเทอร์เน็ตเป็นกิจวัตรย่อมได้รับข่าวนี้ทันที

หนุ่มเสื้อเชิ้ตขาวในบอร์ดคือโจวอี้

ฉู่หานนึกถึงตอนที่โจวอี้บอกว่าเขาคว้าผู้หญิงสวยและรวยได้แล้ว ดูเหมือนเรื่องนี้จะเป็นเรื่องจริง

ถ้าเป็นโจวอี้คนปัจจุบัน... การจะกุมหัวใจผู้หญิงสักคนคงไม่ใช่เรื่องยากเลย

ฉู่หานเหลือบมองกวนเหวินห้าวที่หน้าตาแสนธรรมดา สลับกับใบหน้าที่หล่อเหลาในโทรศัพท์ เธอเริ่มรู้สึกอยากกลับไปคืนดีกับโจวอี้ขึ้นมาตงิดๆ

ฉู่หานเป็นผู้หญิงบูชาเงิน เหตุผลจริงๆ นั้นง่ายมาก: เธอเป็นคนรักสวยรักงามและรักเกียรติยศ

เธอชอบเวลาที่มีคนมองเธอด้วยสายตาอิจฉา เธออยากเป็นนางฟ้าผู้สูงส่งที่ไม่มีใครเอื้อมถึง

ถ้าเธอได้ควงหนุ่มหล่อระดับเทพอย่างโจวอี้ ผู้หญิงพวกนั้นไม่ขาดใจตายด้วยความอิจฉาเลยเหรอ?

มันน่าภูมิใจกว่าการที่เพื่อนสนิทพูดชมแค่ว่า “กระเป๋าใบใหม่สวยดีนะ” ตั้งเยอะ

แต่โจวอี้ไม่มีเงิน ส่วนกวนเหวินห้าวมีทั้งเงินและอำนาจ สามารถบันดาลหลายสิ่งที่โจวอี้ให้ไม่ได้

ระหว่าง "เงิน" กับ "หน้าตา" ฉู่หานเริ่มลังเลเป็นครั้งแรก

เธอดูเหมือนจะลืมคิดไปว่า โจวอี้อาจจะไม่อยากคืนดีกับเธอแล้วก็ได้

บางทีอาจเป็นเพราะโจวอี้คนเก่ารักเธอมากเกินไป จนทำให้เธอเชื่อฝังหัวว่า แค่เธอกระดิกนิ้วเรียก เขาก็จะวิ่งกระดิกหางเข้ามาหาเหมือนหมาที่ซื่อสัตย์ตัวหนึ่ง

กวนเหวินห้าวมองเห็นท่าทางเหม่อลอยของฉู่หาน จึงถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คิดอะไรอยู่?”

ฉู่หานสะดุ้งกลับสู่ความเป็นจริง ส่งยิ้มหวานประจบ “ไม่มีอะไรค่ะ แค่คิดว่าจะทานอะไรเป็นมื้อเที่ยงดี”

เธอมักจะทำตัวอ่อนหวานน่ารักต่อหน้ากวนเหวินห้าวเสมอ ไม่เคยแสดงท่าทีเหมือนตอนอยู่กับโจวอี้เลย

เธอรู้ดีว่าในความสัมพันธ์นี้ เธอและกวนเหวินห้าวไม่ได้เท่าเทียมกัน

เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ เธอจำต้องสละศักดิ์ศรี แสร้งเป็นสัตว์เลี้ยงที่เชื่องเพื่อเอาใจผู้ชายคนนี้

ฉู่หานรักกวนเหวินห้าวไหม?

แน่นอนว่าไม่

เธอรักแค่ตัวเองและรักแค่เงินเท่านั้น

เธอเป็นผู้หญิงที่ถือเงินเป็นใหญ่ ความรักน่ะเหรอ... ไร้สาระสิ้นดีในสายตาเธอ

อีกด้านหนึ่ง โจวอี้และจางอู่แลกเปลี่ยนคำถากถางกันสองสามประโยคก่อนจะเงียบไป

แต่จางอู่ดูท่าทางจะไม่ยอมจบง่ายๆ ยิ่งได้ยินเสียงกระซิบกระซาบของเพื่อนร่วมห้องรอบๆ เขาก็ยิ่งแค้นลึก และสาบานในใจว่าจะทำให้ชีวิตของโจวอี้พังพินาศให้ได้

“สุดท้ายนี้ ผมขออวยพรให้นักศึกษาทุกคนมีช่วงเวลาที่น่าจดจำและมีความหมายที่สุดในชีวิต ณ มหาวิทยาลัยหวยไห่ ขอบคุณครับ!”

อธิการบดีอ่านประโยคสุดท้ายจบ พิธีเปิดภาคเรียนก็ปิดฉากลง

โจวอี้ถูกรุมล้อมด้วยผู้คนมากมายที่เข้ามาขอคอนแทค

เขายกยิ้มจางๆ: “ขอโทษนะครับสาวๆ พอดีผมไม่ค่อยได้เล่นวีแชทน่ะครับ ถ้ามีธุระอะไรไปหาผมที่ห้องเรียนได้นะครับ”

โจวอี้ปฏิเสธสาวแปลกหน้าพวกนั้นไปตรงๆ ข้อแรกเพราะพวกเธอหน้าตาธรรมดาและไม่ใช่เป้าหมายในการพิชิตของเขา และข้อที่สองคือเขาต้อง "สร้างค่าตัว"

ในฐานะเทพบุตร จะมาให้ใครแอดวีแชทได้ง่ายๆ ตามใจชอบได้ไง?

ของที่ได้มาง่ายๆ น่ะไม่มีค่าหรอก ต้องของที่เอื้อมไม่ถึงสิถึงจะล้ำค่า

นอกจากสาวๆ พวกนั้นจะไม่โกรธแล้ว พวกเธอยังจะยิ่งชอบเขามากขึ้นไปอีก

อานุภาพทำลายล้างของ "รักแรกในอุดมคติ" มันอยู่ตรงนี้เอง... เอื้อมไม่ถึง แตะต้องไม่ได้

ยิ่งเข้าไม่ถึง คุณก็จะยิ่งมโนถึงเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในใจ และเมื่อเวลาผ่านไป ความคลั่งไคล้จะยิ่งฝังรากลึก

ไม่ว่าชายหรือหญิง... จิตวิทยาข้อนี้ใช้ได้ผลเสมอ

โจวอี้พยายามเบียดเสียดฝูงชนออกมา แต่แล้วเซี่ยชิวจือก็ฉวยโอกาสก้าวเข้ามาขวางทางเขาไว้

“พี่อี้”

จบบทที่ บทที่ 13 ถนนสู่การโต้กลับเริ่มต้นขึ้น กับความคิดที่สวนทางของสามสาว

คัดลอกลิงก์แล้ว