เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 709 โลกแห่งความแปลกประหลาด.

Chapter 709 โลกแห่งความแปลกประหลาด.

Chapter 709 โลกแห่งความแปลกประหลาด.


สายตาของทุกคนที่จ้องมองไปยังจงซาน เพียงแค่ม้านั่งหินอย่างงั้นรึ?.

กับการดูแคลนของซือหม่าเขอที่มองจงซาน ระดับราชันย์แท้ เพียงแค่ม้านั่งหินก็นับว่าให้เกียรติแล้ว กับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ทุกคนเองก็เช่นกัน ตราบเท่าที่ทุกคนนั่งลง ก็หมายถึงพวกเขายอมรับสถานะของตัวเองด้วยเช่นกัน ดูเหมือนเรื่องนี้เป็นการยอมรับว่าตัวเองยินดีที่จะก้าวตามอีกฝ่ายด้วย.

กงเหล่ยเทียน กู่เจิ้งอี้และหยิง สามเซิ่งซ่างที่จ้องมองจงซาน พวกเขาไม่ได้นั่งลง พวกเขาทุกคนย่อมรับรู้เจตนาของซือหม่าเขอได้ และพวกเขาทั้งสามก็ต้องการรู้ด้วยว่ากับการดูแคลนจงซานในครานี้ จงซานจะกระทำการอย่างไร.

จงซานที่จ้องมองไปยังม้านั่งหิน ที่มุมปากเผยยิ้มออกมาเล็กน้อย ราวกับว่าเซียนกำลังดูแคลนเขาอย่างหนักเลยไม่ใช่รึ?

ม้านั่งหินอย่างงั้นรึ? เพื่อให้จงซานนั่งรึ? แม้นว่าบุรุษที่แท้จริงจะสามารถปรับตัวได้ตามสถานะการ ทว่าเขาก็ไม่จำเป็นต้องยอมรับการตัดสินจากคนอื่น ไม่จำเป็นต้องโค้งให้กับคนอื่นแน่นอน.

เซียนรึ? เซียนแล้วอย่างไร? ในภพหยินนั้น แม้แต่เซียนยังเป็นข้าราชบริพารของข้า.

สายตาของจงซานที่เต็มไปด้วยความเย็นชา.

"เชิญ!"

ซือหม่าเขอที่เอ่ยออกมาอีกครั้งต่อจงซาน ครานี้เขาได้ใช้อำนาจพลังกดดัน กดทับโถมกระหน่ำไปยังร่างของจงซานในทันที.

แรงกดดันวิญญาณมหาศาลที่โถมกระหน่ำเข้ามา ไม่เพียงแค่ดูแคลนทางจิตใจ เขายังปล่อยแรงกดดันวิญญาณที่แข็งแกร่งกดข่มจงซาน ราวกับว่าต้องการให้จงซานคุกเข่าให้กับเขา.

ในเวลาเดียวกันนั้น เป็นตี้เสวียนชาที่ปัดเป่าแรงกดดันเหล่านั้นให้หายไปในทันที พลังกดดันที่หายไป จงซานที่ราวกับว่าไม่สนใจที่จะมองม้านั่งหินเลยแม้แต่น้อย.

ซือหม่าเขอที่ขมวดคิ้วไปมา.

จดจ้องมองตี้เสวียนชาด้วยท่าทางจริงจัง.

ในเวลาเดียวกันนั้น ทุกคนที่เห็นจงซานที่ก้าวออกไปก่อนที่จะยกเท้าพร้อมกับเตะไปยังม้านั่งหินอย่างแรง.

"ตูมมมมมมม!"ม้านั่งศิลาที่ลอยออกไปอย่างคาดไม่ถึง.

ทุกคนที่จับจ้องมองเป็นสายตาเดียวกัน แววตาที่แสดงท่าทางงงงวย ซือหม่าเขอที่ไม่อยากเชื่อแม้แต่น้อย ระดับราชันย์กระจอก ๆ  กล้าเข้ามาในเขตแดนของเขา แล้วแสดงท่าทางหยาบคายในโลกเขตแดนของเขาอย่างงั้นรึ?

สามเซิ่งซ่างที่ขมวดคิ้วไปมา แสดงท่าทางประหลาดใจต่อจงซานเป็นอย่างมาก ถึงแม้นว่าจะไม่นั่ง ก็ไม่ควรที่จะเตะมันแต่อย่างใด.

สิบเซียนปฐพีที่จับจ้องสายตาแผ่จิตสังหารออกมาในทันที.

จงซานที่เตะม้านั่งศิลาออกไป จากนั้นก็สะบัดมือ นำบัลลังก์เก้ามังกรของเขาออกมาวางบนพื้น เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว.

"ตูมมมมมมมม!"

บัลลังก์เก้ามังกรที่หนักหน่วงหล่นลงบนพื้นราวกับสายฟ้าฟาด นี่คือบัลลังก์ของราชา จงซานที่สะบัดชุดราชวงศ์เสียงดังพรึบ ก่อนที่จะก้าวลงไปนั่ง.

ซือหม่าเขอที่ตื่นตกใจ สิ่งนี้คืออะไรกัน? สามารถนำบัลลังก์ของตัวเองออกมาในโลกของเขาได้ด้วยรึ?

"ฮ่าฮ่าอ่าฮ่า............!"

หยิงที่หัวเราะเสียงดัง ก่อนที่จะยกเท้า เตะไปยังบัลลังก์ด้านหน้าเช่นกัน.

ก่อนที่จะสะบัดมือออกไป นำบัลลังก์เซิ่งซ่าง บัลลังก์มังกรขนาดใหญ่ออกมา.

"ตูมมมมมม!"

บัลลังก์มังกรที่ร่วงหล่นลงพื้น หยิงที่สะบัดชุดราชวงศ์ ก้าวขึ้นไปนั่งเช่นกัน.

อีกคนแล้วรึ? ดวงตาของซือหม่าเขอที่ส่ายไปมา.

ไม่ใช่แค่สองคน เซิ่งซ่างที่เหลือ กู่เจิ้งอี้และกงเหล่ยเทียนเช่นกัน ทุก ๆ คนที่นำบัลลังก์มังกรออกมา พร้อมกับก้าวขึ้นไปนั่ง.

โลกใบเล็ก คาดไม่ถึงเลยว่าจะแสดงท่าทางอหังการเช่นนี้ออกมา ในอนาคตข้างหน้าเมื่อก้าวไปโลกใบใหญ่ พวกเขาย่อมไม่มีทางที่จะทำเช่นนี้ออกมาได้แน่.

เมื่อราชาทั้งสี่ได้นั่งแล้ว ทุกคนต่างก็จดจ้องมองมายังซือหม่าเขอ.

ซือหม่าเขอที่จำเป็นต้องก้าวไปตามแผนการแรก.

สายตาของซือหมาจื่อที่ขุ่นเคืองอย่างหนัก แววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังต่อจงซาน.

และความเกลียดชังนี้ ราวกับว่ามันส่งผลไปถึงเทาเทียที่กำลังกินอาหารอยู่ด้วยเช่นกัน.

เทาเทียที่กำลังกินอาหารอย่างตะกละตะกลามทันใดนั้นก็สัมผัสได้ถึงความโกรธของเจ้านาย มันที่ตอบสนองในทันที.

สายตาของซือหม่าเขอที่จ้องมองจงซาน สายตาของมันที่จ้องมองไปยังจงซาน ดวงตาทั้งสองข้างเปลี่ยนเป็นสีแดงในทันที ร่างกายที่สั่นสะท้านกระโจนออกมาทันที.

"โฮกกกกก!"

เทาเทียที่คำรามเสียงดัง พุ่งกระโจนเข้าหาจงซานในทันที ปากของมันที่อ้ากว้างราวกับว่าต้องการจะกลืนจงซานไปทั้งตัว แรงกดดันที่หนักหน่วงรุนแรง ยากที่จะต้านทาน.

ซือหม่าเขอที่มองเห็นเช่นกัน หากแต่ไม่คิดที่จะหยุดปล่อยให้เทาเทียพุ่งเข้าหาจงซาน ปากของมันที่อ้ากว้างราวกับจะกลืนกินทุกอย่าง.

ขณะที่ตี้เสวี่ยนชากำลังจะลงมือ จงซานที่ยกมือขึ้นห้ามตี้เสวียนชาเอาไว้ ตี้เสวียนชาที่พยักหน้ารับ.

ปากใหญ่ ๆ ของมันที่อ้ากว้าง พุ่งเข้าหาจงซาน ที่ด้านหน้าอีกนิดเดียวก็จะกลืนจงซานไปทั้งบัลลังก์มังกรแล้ว.

"ฟริบ ๆ !"

ที่บัลลังก์มังกร เสียงของแปดหางสวรรค์แห่งจุดจบที่ดังขึ้นนั้นทันที เสียงของมันที่ชัดแจ้ง และเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอยู่ด้วย.

หลังจากเสียงของมันที่ดังขึ้น ทำไมไม่รู้เทาเทียที่หยุดกึก ร่างกายของมันที่สั่นสะท้าน ปากของมันที่ปิดลงพร้อมกับถอยกรูดห่างออกไปอย่างรวดเร็ว.

เห็นท่าทางตื่นตะหนกตกใจของเทาเทีย อย่างคาดไม่ถึง ความตื่นตกใจกับเสียงที่แปลกประหลาดน่าหวั่นเกรงได้ปรากฏขึ้น.

ร่างของมันที่สั่นสะท้านถอยครืน ๆ  ๆ  ร่างสีเขียวที่สั่นไม่หยุด ทำให้ใบหน้าของซือหม่าเขอเปลี่ยนไป รู้สึกไม่ดีขึ้นมาเช่นกัน.

เมื่อกี้นี้เกิดอะไรขึ้นกัน? อะไรที่ทำให้เทาเทียหวาดกลัวได้กัน?

ซือหม่าเขอที่ไม่เข้าใจแม้แต่น้อย เหล่าเซียนปฐพีก็เช่นกัน ส่วนเฉินฉีเทียนและเต๋าจวินเซิ่งหยานั้นเข้าใจดี เสียงนี้ อสุรกายตนนั้นอย่างงั้นรึ? อสุรกายที่กินไม้เท้าทองม่วงลายมังกรของเขา? และยังกินมีดบินสังหารเซียน? ไม่ผิดแน่ เสียงนี้.

แต่ว่า อสุรกายตนนี้มันซ่อนอยู่ที่ใหนกัน?

เทาเทียที่ก่อนหน้านี้รู้สึกหวาดกลัวอย่างไม่มีเหตุผล มันที่ถอยห่างออกมา ความหวาดกลัวของมัน ไม่ได้เกิดจากการพบกับอสูรร้ายในความทรงจำ หากแต่เป็นความหวาดกลัวที่ฝังอยู่ในดวงวิญญาณ ราวกับว่าได้พบกับเทพอสูรที่มีระดับเหนือกว่า เป็นความกลัวตามสัญชาติญาณ?

"โฮกกกกก!"

เทาเทียที่คำรามใส่จงซานอีกครั้ง.

"ซือหม่าเขอ นี่คือการต้อนรับของเจ้าอย่างงั้นรึ?"หยิงที่เอ่ยปากอย่างไม่แยแส.

ใบหน้าของซือหม่าเขอที่เปลี่ยนเป็นน่าเกลียด จ้องมองไปยังหยิง และจ้องมองไปยังจงซาน.

"ไปกินศิลาวิญญาณตรงนั้นก่อน ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาของเจ้า!"ซือหม่าเขอที่กล่าวปลอบเทาเทีย.

เทาเทียที่จ้องมองจงซานด้วยสายตาดุร้าย ไม่ต้องการกลับไปยังที่เดิมนัก.

กับเรื่องราวที่คาดไม่ถึงนี้ ทำให้แผนการของซือหม่าเขอผิดแผนไปอย่างคาดไม่ถึง นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าโลกใบเล็กนี้แปลกประหลาดอย่างคาดไม่ถึง เขาที่เก็บสะกดใจเอาไว้ ความคับข้องใจนี้ยังไม่สามารถเผยออกมาได้.

"เซียนซือหม่า?"เฉินฉีเทียนที่เอ่ยออกมาในทันที.

ซือหม่าเขอที่หันหน้าจับจ้องมองไปยังเฉินฉีเทียน แววตาที่ซับซ้อนเต็มไปด้วยความสงสัย เกี่ยวกับเฉินฉีเทียนนั้น ซือหม่าเขอยังดูงงงัน เพราะว่าเขามีหน้าตาคล้ายกับคนผู้หนึ่ง.

"หืม?"ซือหม่าเขอที่แสดงท่าทางสงสัย.

"จากท่าทางก่อนหน้านี้ของท่าน ข้าได้ยินมาว่าข้าเหมือนกับคนในโลกใบใหญ่ ไม่รู้ว่าเขาเป็นใครอย่างงั้นรึ?"เฉินฉีเทียนที่ขมวดคิ้วสอบถามออกไป.

ใครอย่างงั้นรึ? ซือหม่าเขอที่ขมวดคิ้วไปมา เขาที่จ้องมองไปยังเฉินฉีเทียน ไม่ได้ตั้งใจจะปิดบัง.

"ครั้งหนึ่ง เผ่าวานรมีซุนต้าเซิ่ง ช่างน่าเสียดายที่เขาร่วงหล่นจากสวรรค์ เขาได้ทิ้งผู้เยาว์เผ่าวานรไว้ 18 คน ทุกคนที่เปลี่ยนสกุลเป็นซุน หนึ่งใน 18 คนมีซุนเฉิน คนผู้นี้เป็นวานรอสูร ช่างน่าเสียดายเช่นกันเขาถูกเซียนกลุ่มหนึ่งสังหารไปที่โลกใบใหญ่ ที่หุบเขาหลิวจั้ง ในเวลานั้นข้าก็ได้เห็นเขาเช่นกัน ทำให้นึกถึงเหตการณ์นั้นขึ้นมา ใบหน้าของเขานั้นเหมือนกับเจ้าเป็นอย่างมาก!"ซือหม่าเขอที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"ซุนเฉิน?"เฉินฉีเทียนที่ขมวดคิ้วไปมาเล็กน้อย.

"เอาล่ะ เริ่มกับประชุมสภาสวรรค์นี้ซักที!"หยิงที่กล่าวอย่างไม่แยแส.

สายตาของทุกคนที่จ้องมองไปยังซือหม่าเขอ.

ซือหม่าเขอที่จ้องมองหยิง ทำไมไม่รู้ ซือหม่าเขอไม่สามารถเข้าใจหยิงได้เลย แม้แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาก็ไม่สามารถประเมินได้เช่นกัน.

ฝั่งกงเหล่ยเทียนเช่นกัน ซือหม่าเขอที่ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ราวกับว่ามีอะไรที่มืดครึ้มปกคลุมอยู่ ส่วนเต๋าจวินเซิ่งหยา เขาไม่สามารถมองเห็นพลังฝึกตนได้เลยสักนิด.

ซือหม่าเขอที่รู้สึกแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก โลกใบเล็กแห่งนี้ ลึกล้ำขนาดนี้เลยรึ? คาดไม่ถึงเลยว่าจะมีอะไรซ่อนอยู่ แม้แต่เซียนสวรรค์เช่นเขาจะมองไม่ออกเลยรึ?

ส่วนจงซาน ซือหม่าเขอบอกได้ว่า เขามีระดับราชันย์แท้ขั้นที่เจ็ด ส่วนตี้เสวียนชาที่อยู่ข้าง ๆ เขา ไม่สามารถมองเห็นพลังฝึกตนได้อย่างคาดไม่ถึง โลกใบเล็กแห่งนี้จะแปลกเกินไปแล้ว? แปลกขนาดนี้เลยรึ?

ส่วนฝั่งกู่เจิ้งอี้เช่นกัน ใบหน้าของซือหม่าเขอที่เปลี่ยนเป็นซับซ้อน ยิ่งใบหน้าท่าทางของเฉินฉีเทียนเหมือนกับคนที่เขาเคยเห็น ยิ่งทำให้ความรู้สึกของเขาซับซ้อนอิรุงตุงนังขึ้นมา.

โลกใบเล็กที่แปลกประหลาด โลกใบเล็กที่แปลกเกินไปแล้ว!

"เอาล่ะ พวกเราเริ่มได้!"ซือหม่าเขอที่สูดหายใจลึก.

สายตาของทุกคนที่จดจ้องมองไปยังซือหม่าเขอ.

"ประชุมสภาสวรรค์นั้น ที่เรียกพวกเจ้ามา แน่นอนจะพูดคุยเกี่ยวกับความเป็นไปของโลกใบนี้ พูดคุยว่าโลกใบเล็กนี้เป็นของใคร."ซือหม่าเขอที่กล่าวออกมา.

"เป็นของใครอย่างงั้นรึ? เจ้าต้องการแบ่งโลกใบนี้กับพวกเราอย่างงั้นรึ?"กงเหล่ยเทียนที่กล่าวหยัน.

"ไม่ ไม่มีทางแบ่ง!"ซือหม่าเขอที่เผยยิ้มที่ชั่วร้ายออกมา.

ไม่แบ่ง? แล้วคิดจะทำอะไร? สายตาของทุกคนที่จ้องมองซือหม่าเขออย่างเฉยเมย.

"เมื่อร้อยปีก่อนหน้านี้ ในโลกใบใหญ่ ศาลเทพไท่ชูของข้าอยู่ไม่ไกลนัก อากาศรอบ ๆ ที่สั่นไหวไปมา ราวกับว่าโลกใบเล็กกำลังล่มสลาย ทุกคนน่าจะรู้ว่ามันหมายความว่าอย่างไร? ในเวลานั้น ข้าได้ทำการรวบรวมวัตถุดิบทั่วหล้าตลอดปี ทุกคนควรจะเข้าใจอย่างชัดแจ้ง ในทวีปศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ครั้งหนึ่งกู่เฉิงตงได้ทำการแยกสวรรค์สะบั้นปฐพี ช่างน่าเศร้าที่มันไม่สำเร็จ ถูกต้องใช่ใหม่?"ซือหม่าเขอที่กล่าวสอบถามออกมาเล็กน้อย.

"เจ้าจะบอกว่าขณะที่กู่เฉิงตงแยกสวรรค์สะบั้นปฐพีนั้น ส่งผลต่อโลกใบใหญ่ด้วยอย่างงั้นรึ?"หยิงที่ขมวดคิ้วไปมา.

"ฟ้าดินแบ่งแยก รุ้งหมื่นสายปรากฏ เสียงของสวรรค์คร่ำครวญ อากาศบิดเบี้ยว เจ้าคิดว่ามันไม่ส่งผลต่อโลกใบใหญ่อย่างงั้นรึ?"ซือหม่าเขอที่กล่าวบอก.

หยิงพยักหน้า เคาะไปมาที่พนักมังกร ราวกับว่ากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง.

"เจ้าต้องการอะไร?"กงเหล่ยเทียนที่กล่าวสอบถามออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"การจะปรากฏขึ้นของศาลเทพนั้น จะต้องเป็นไปตามเจตจำนงของสวรรค์ด้วย กู่เฉิงตงทำล้มเหลว ศาลเทพที่เขาต้องการนั้นไม่สมบูรณ์ หากแต่โลกใบเล็กแห่งนี้ก็มีโอกาสที่จะทำสำเร็จได้ หากว่ามีใครบางคนแยกสวรรค์อีกครั้ง ก็จะได้ยกระดับเป็นศาลเทพได้ กลายเป็นเซิ่งหวังราชวงศ์ศาลเทพได้."ซือหม่าเขอที่กล่าวอย่างเคร่งขรึม.

"หืม? เจ้าคิดที่จะ......?"กงเหล่ยเทียนที่จ้องมองอย่างเฉยเมยไปยังซือหม่าเขอได้.

ทุกคนพอจะคาดเดาความหมายของซือหม่าเขอได้ ราชาทั้งสี่ที่จ้องมองไปยังซือหม่าเขอพร้อม ๆ กัน.

"ทำการแยกสวรรค์อีกครั้ง!"ซือหม่าเขอที่กล่าวออกมาอย่างหนักแน่น.

จบบทที่ Chapter 709 โลกแห่งความแปลกประหลาด.

คัดลอกลิงก์แล้ว