เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 181 เนตรสังสาระ! วิถีสวรรค์!

บทที่ 181 เนตรสังสาระ! วิถีสวรรค์!

บทที่ 181 เนตรสังสาระ! วิถีสวรรค์!


บทที่ 181 เนตรสังสาระ! วิถีสวรรค์!

รูม่านตาของคาคาชิ, ไมโตะ ไก, อาซึม่า และยูฮิ คุเรไน หดเกร็งลงทันที

พวกเขานึกย้อนไปถึงข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับองค์กรแสงอุษา

เดิมทีแสงอุษาเป็นเพียงกลุ่มทหารรับจ้างที่รับงานจากใครก็ตามที่จ่ายหนักที่สุด

แต่เมื่อไม่กี่ปีก่อน ยุทธศาสตร์ของพวกมันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พวกมันไม่ได้ทำงานให้หมู่บ้านนินจาต่างๆ เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เริ่มออกไล่ล่า “ร่างสถิต” ของสัตว์หางอย่างเจาะจง

หนึ่งในเหตุการณ์ที่อื้อฉาวที่สุดคือตอนที่สมาชิกแสงอุษาบุกถล่มหมู่บ้านคิริเพื่อชิงตัวร่างสถิตหกหาง แต่กลับถูกอุจิวะ ฮารุจัดการจนพ่ายแพ้ยับเยิน

ในเวลานั้น อุจิวะ ฮารุกำลังออกไล่ล่าร่องรอยของแสงอุษาไปทั่วโลกนินจาอยู่พอดี

และทุกครั้งที่ทางของพวกเขามาบรรจบกัน ในหัวของฮารุก็มีเพียงคำสั่งเดียวเท่านั้น...ฆ่า

ในช่วงเวลานั้น สมาชิกแสงอุษาอีกคนอย่าง ‘บิวะ จูโซ’ ก็ถูกอุจิวะ ฮารุสังหารเช่นกัน

แน่นอนว่าโลกนินจาต่างคาดเดากันไปต่างๆ นานาว่าแสงอุษาจะล้างแค้นฮารุอย่างนองเลือดหรือไม่ ที่กล้ามาหยามหน้ากันถึงถิ่นหมู่บ้านคิริ

เพราะยังไงเสีย แสงอุษาก็ขึ้นชื่อว่าเป็นองค์กรทรงอำนาจที่รับงานจากหมู่บ้านใหญ่...พวกมันจะยอมทนต่อการท้าทายเช่นนี้ได้หรือ?

แต่ทว่า... แสงอุษากลับเลือกที่จะอดทน

พวกมันไม่ได้โจมตีอุจิวะ ฮารุ หรือหมู่บ้านคิริ แต่กลับถอยร่นเข้าสู่เงามืด หายตัวไปจากโลกนินจาและงดรับภารกิจทั้งหมด

ดูราวกับว่าอุจิวะ ฮารุเพียงคนเดียว สามารถสะกดข่มองค์กรแสงอุษาทั้งองค์กรเอาไว้ได้

แต่ทว่าตอนนี้... กลางงานสอบจูนินที่ทั่วทั้งโลกนินจากำลังจับตามอง แสงอุษากลับปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าอุจิวะ ฮารุอย่างไม่เกรงกลัว

“ร่างสถิตทั้งหมดงั้นเหรอ...”

คาคาชิสูดหายใจเฮือก

ความทะเยอทะยานของแสงอุษานั้นช่างมากมายมหาศาลเหลือเกิน

คาคาชิไม่รู้ว่ามีร่างสถิตกี่คนในงานสอบจูนินครั้งนี้

แต่ที่เขารู้แน่ชัดก็คือ ลูกศิษย์ของเขา ‘อุซึมากิ นารูโตะ’ คือร่างสถิตของจิ้งจอกเก้าหาง

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะไม่มีวันยอมให้ลูกศิษย์ของเขาถูกชิงตัวไปเด็ดขาด

‘ต้องหาทางพานารูโตะออกไปจากที่นี่!’

สมองของคาคาชิประมวลผลอย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้น ร่างสีส้มก็กระโจนออกมาจากด้านข้าง ชี้หน้าไปยังร่างแยกของเพนแล้วตะโกนลั่น

“ไอ้พวกผู้บุกรุก! ออกไปจากโคโนฮะเดี๋ยวนี้!”

“ไม่งั้นชั้นจะทำให้พวกแกต้องเสียใจ!”

เขาวิ่งมาหยุดอยู่ข้างๆ คาคาชิ พร้อมตะโกนว่า “อาจารย์คาคาชิ ชั้นมาช่วยแล้ว!”

คาคาชิถึงกับยืนอึ้ง

‘โธ่เว้ย...’

‘ชั้นกำลังคิดหาวิธีซ่อนตัวเจ้านี่อยู่แท้ๆ ดันกระโดดเข้าหากับดักเองซะงั้น!’

แต่ทว่า ศัตรูยังไม่รู้จักนารูโตะ และไม่น่าจะรู้ว่าใครคือร่างสถิตเก้าหาง...

ถึงนารูโตะจะเปิดเผยตัวออกมา ก็คงยังไม่เป็นไรมั้ง...

หรืออย่างน้อย เขาก็หวังให้เป็นแบบนั้น

เมื่อเพนวิถีสวรรค์เห็นนารูโตะกระโจนออกมาพร้อมเสียงโวยวาย เขาก็นึกถึงคำพูดที่เซ็ตสึขาวเคยบอกไว้ทันที

‘ไม่จำเป็นต้องรู้หรอกว่าหน้าตาของร่างสถิตเก้าหางเป็นยังไง คนแรกที่กระโดดออกมาจากฝูงชนนั่นแหละ คือเก้าหาง’

ช่างเป็นข้อมูลที่แม่นยำอย่างเหลือเชื่อ

ในขณะที่พวกเขากำลังคิดหาวิธีระบุตัวเป้าหมาย ร่างสถิตเก้าหางกลับเสนอหน้าออกมาเองเสียอย่างนั้น

แต่นั่นก็ดี...ถ้าปล่อยให้หลุดมือไปตอนนี้ คงต้องเสียเวลาตามหากันใหม่อีก

“ซาสึเกะ! ซากุระ! พานารูโตะหนีไป เดี๋ยวนี้!”

คาคาชิอ่านสายตาของเพนออก และเดาได้ทันทีว่าศัตรูรู้ตัวจริงของนารูโตะแล้ว

เขารีบสั่งซาสึเกะและซากุระด้วยน้ำเสียงร้อนรน หวังให้นารูโตะหนีไปได้ทันท่วงที

‘ไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้!’

แต่นารูโตะไม่มีความคิดที่จะหนีแม้แต่น้อย

ในเมื่อคาคาชิต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่น่ากลัวขนาดนี้ เขาจะทิ้งอาจารย์แล้วหนีเอาตัวรอดได้ยังไง?

เป็นไปไม่ได้!

คาคาชิอยากจะจับเจ้าเด็กบบ้านี่มาเขย่าคอจริงๆ แต่เขาก็พยายามพูดด้วยความอดทน

“นารูโตะ ฟังชั้นนะ พวกมันมาเพื่อจับตัวนาย”

“นายต้องหนีไป เข้าใจไหม?”

“พลังของศัตรูนั้นหยั่งไม่ถึง แม้แต่ชั้นเองก็อาจจะเอาชนะไม่ได้”

“เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น ชั้นคงไม่มีปัญญาปกป้องนายได้ นายต้องไปเดี๋ยวนี้!”

นารูโตะขมวดคิ้ว ยังคงประมวลคำเตือนของคาคาชิ แต่แล้วก็ถูกซากุระและซาสึเกะที่เข้าใจสถานการณ์ดีกว่าลากตัวออกไปอย่างเร่งรีบ

เพนไม่ยอมปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอย

เมื่อเห็นร่างสถิตเก้าหางที่ต้องการกำลังจะถูกพาตัวหนี เขาจึงพุ่งตัวเข้าใส่นารูโตะทันที

คาคาชิเตรียมพร้อมรับมือกับการเคลื่อนไหวของเพนอยู่แล้ว

แต่เมื่อการปะทะเริ่มขึ้น เขาก็ได้ตระหนักถึงช่องว่างของพลังที่ห่างชั้นกันเกินไป

แม้จะอยู่ใกล้นารูโตะมากกว่า แต่เขากลับทำได้เพียงมองเพนวิถีสวรรค์พุ่งผ่านหน้าไป

ด้วยความสิ้นหวัง คาคาชิซัดดาวกระจายออกไปหลายเล่ม หวังจะชะลอความเร็วของเพน

แต่สิ่งที่น่าตกตะลึงก็เกิดขึ้น ก่อนที่อาวุธลับจะทันได้สัมผัสตัววิถีสวรรค์ พวกมันก็ถูกดีดสะท้อนกลับมาในทิศทางเดิม

คาคาชิไม่เคยเห็นการป้องกันที่ประหลาดพิสดารเช่นนี้มาก่อน

‘นี่มันวิชานินจาเหรอ?’

‘หรือว่าเป็นอย่างอื่น?’

มันสามารถปัดป้องการโจมตีได้ทุกรูปแบบ!

เมื่อเห็นดังนั้น ไมโตะ ไก, อาซึม่า และคุเรไน ก็กระโจนเข้าร่วมวงต่อสู้

นารูโตะคือนินจาของโคโนฮะ

เก้าหางคือสัตว์หางของโคโนฮะ

พวกเขาจะไม่มีวันยอมให้ใครมาชิงตัวไปเด็ดขาด!

เช่นเดียวกับจังหวะที่คาคาชิขว้างคุไน พวกเขาระดมโจมตีใส่เพนวิถีสวรรค์พร้อมกัน

แต่ก็เหมือนกับคุไนพวกนั้น การโจมตีทั้งหมดถูกดีดกลับด้วยแรงกระแทกมหาศาล ผลักดันพวกเขากระเด็นถอยหลังไป

วิถีสวรรค์ยังคงก้าวเดินต่อไป พร้อมกับเอ่ยคำราม

“ชินระ เทนเซ!” ... ข่ายเทพพิชิตฟ้า!

หมื่นลักษณ์เหนี่ยวสวรรค์!

นารูโตะที่กำลังวิ่งหนีไปข้างหน้า จู่ๆ ก็ถูกแรงดูดมหาศาลดึงกระชากกลับมาหาเพนวิถีสวรรค์อย่างรุนแรง

แม้ซาสึเกะและซากุระจะพยายามยึดตัวนารูโตะไว้สุดแรงเกิด แต่พวกเขาก็ไม่อาจต้านทานแรงโน้มถ่วงอันมหาศาลนั้นได้

มือที่จับกันไว้แน่นค่อยๆ หลุดออกจากกัน ร่างของนารูโตะลอยละลิ่วกลางอากาศ พุ่งตรงเข้าสู่อ้อมมือของเพนวิถีสวรรค์อย่างหมดทางสู้

สีหน้าของคาคาชิเคร่งเครียดถึงขีดสุด

ด้วยความรู้ทั้งหมดที่มี เขาไม่เคยเจอวิชานินจาที่พิสดารขนาดนี้มาก่อน

วิชาหนึ่งสามารถผลักวัตถุทุกอย่าง...ไม่ว่าจะเป็นคุไนหรือร่างคน...ให้กระเด็นออกไป ในขณะที่อีกวิชาสามารถดูดดึงผู้คนเข้ามาผ่านอากาศธาตุ

แรงที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงเสียจนคนสองคนช่วยกันรั้งไว้ก็ยังเอาไม่อยู่

แต่สิ่งที่คาคาชิกังวลที่สุดไม่ใช่วิชาประหลาดนั่น...แต่เป็นความปลอดภัยของนารูโตะ

เพนวิถีสวรรค์ล็อคเป้าที่นารูโตะโดยเฉพาะ

ไม่ว่าจะในฐานะอาจารย์ของนารูโตะ หรือนินจาผู้ภักดีของโคโนฮะ...เขาจะยืนดูเฉยๆ ให้เรื่องนี้เกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด

แต่... เขาจะทำอะไรได้ในตอนนี้?

คาคาชิคิดอย่างหนัก

ในฐานะนินจาอัจฉริยะ เขายึดมั่นในหลักการข้อหนึ่งเสมอ:

‘ไม่มีวิชานินจาใดที่สมบูรณ์แบบในโลกนี้ ไม่ว่าจะทรงพลังแค่ไหน ทุกวิชาย่อมมีจุดอ่อน’

‘ถ้าหาช่องโหว่นั้นเจอ ก็จะสามารถทะลวงผ่านไปได้เสมอ’

แต่จากการปะทะสั้นๆ เมื่อครู่ และข้อมูลทั้งหมดที่เขารับรู้มา เขาไม่สามารถมองเห็นจุดอ่อนใดๆ ในวิชาของศัตรูได้เลย

นี่คือ ‘เพน’...และอีกห้าร่างที่เหลือยังไม่ได้ขยับตัวด้วยซ้ำ

เขาจะต้องทนดูแสงอุษาชิงตัวนารูโตะไปต่อหน้าต่อตาในวันนี้จริงๆ งั้นเหรอ?

คาคาชิรู้สึกไร้พลัง...

ความรู้สึกเดียวกันนี้กดทับลงบนบ่าของไมโตะ ไก, อาซึม่า และยูฮิ คุเรไน

ความแข็งแกร่งของศัตรูนั้นเหนือกว่าที่พวกเขาคาดการณ์ไว้มาก

พวกเขาจะต่อกรกับคู่ต่อสู้ระดับนี้ได้อย่างไร?

คิ้วหนาของไมโตะ ไก ขมวดเข้าหากันแน่น

‘หรือว่า... จะถึงเวลาที่สัตว์ร้ายสีครามแห่งโคโนฮะต้องหายไป และให้สัตว์ร้ายสีแดงกอบกู้สถานการณ์แทน?’

“อ๊ากกก!”

นารูโตะร้องลั่น ดิ้นรนอย่างสุดชีวิตเพื่อจะหลุดพ้นจากแรงดึงดูดที่ไม่ยอมผ่อนปรน

แต่เขานั้นตัวเล็กและอ่อนแอเกินไปในตอนนี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าเพนวิถีสวรรค์ นินจาระดับนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับมดปลวก

ในวินาทีที่นารูโตะกำลังจะตกอยู่ในเงื้อมมือของเพนวิถีสวรรค์...

เงาร่างสีดำสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นแทรกกลางระหว่างพวกเขาอย่างกะทันหัน

วูบ!

แรงโน้มถ่วงที่เชื่อมโยงนารูโตะกับเพนวิถีสวรรค์ขาดสะบั้นลงทันที ส่งผลให้นารูโตะร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง

ตุบ!

“โอ๊ย...” นารูโตะครางพลางลูบก้นที่ระบมจากการกระแทก

ใบหน้าอันเย็นชาของเพนวิถีสวรรค์ฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง

เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะมีใครสามารถขัดจังหวะวิชา ‘หมื่นลักษณ์เหนี่ยวสวรรค์’ ของเขาได้ตรงๆ แบบนี้

จนถึงตอนนี้ ไม่ว่าศัตรูจะเป็นใคร เขาเพียงแค่กระดิกนิ้วก็จัดการได้ดั่งใจนึก...ไม่เคยมีใครสร้างภัยคุกคามที่แท้จริงได้เลย

แต่ตอนนี้... มีใครบางคนนำความท้าทายที่แท้จริงมามอบให้เขาแล้ว

“อุจิวะ ฮารุ?”

เพนวิถีสวรรค์เอ่ยถามชายในชุดคลุมสีดำที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า

เขาไม่เคยเห็นอุจิวะ ฮารุมาก่อน และไม่รู้ว้าหน้าตาเป็นอย่างไร

แต่ทันทีที่เห็นสายตานั้น เขาก็เดาตัวตนได้ทันที

คนบางคนก็เป็นเช่นนี้...เพียงแค่ยืนอยู่เฉยๆ ก็กลายเป็นจุดศูนย์กลางของความสนใจ

ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรให้มากความ ผู้อื่นก็จะรับรู้ได้ทันทีว่าเขาคือใคร

อุจิวะ ฮารุมองเพนวิถีสวรรค์ด้วยสายตาเรียบเฉย แล้วเอ่ยขึ้น

“ชั้นเคยบอกไปแล้ว...เมื่อไหร่ที่ชั้นเห็นคนของแสงอุษา ชั้นจะฆ่าพวกมันทิ้งโดยไม่ลังเล ไม่มีข้อยกเว้น”

“ฮารุ!”

คาคาชิ, อาซึม่า, คุเรไน และไมโตะ ไก ต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นอุจิวะ ฮารุลงมือเสียที

เมื่อเขาเคลื่อนไหว พวกเขาก็เบาใจลงได้เปราะหนึ่ง...แม้ว่าจะรู้ดีว่าศัตรูตรงหน้านั้นร้ายกาจเพียงใดก็ตาม

“ประเสริฐ...”

มุมปากของเพนวิถีสวรรค์ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่หาได้ยากยิ่ง

นานมากแล้วที่ไม่มีใครกล้าพูดกับเขาเช่นนี้ หรือได้เผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่คู่ควรอย่างแท้จริง

“นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าแกจะมีน้ำยาแค่ไหน”

“อุจิวะ ฮารุ... ชั้นได้ยินชื่อเสียงของแกมานาน ทุกคนบอกว่าแกแข็งแกร่งมาก...แม้แต่ ‘คนคนนั้น’ ก็ยังพูดถึง”

“ชั้นอยากจะสู้กับแกมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสเสียที”

“ครั้งนี้... อย่าทำให้ชั้นผิดหวังล่ะ”

แววตาคลั่งไคล้อันน่าขนลุกปรากฏขึ้นในดวงตาสีม่วงวงแหวนของเพนวิถีสวรรค์

อุจิวะ ฮารุยิ้มจางๆ

ด้วยความสามารถพิเศษทั้ง 5 อย่างที่เขามี เขาไม่เคยจำเป็นต้องใช้พลังเต็มที่เลย ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะเป็นใคร

ยิ่งหลังจากฝึกฝน ‘คาถาเคลื่อนย้ายชั่วพริบตา’ และ ‘เทพสายฟ้าเหิน’ จนเชี่ยวชาญ มันก็ยิ่งง่ายดายเข้าไปใหญ่

ในสายตาของเขา พวกยอดฝีมือทั่วไป...แม้แต่ระดับคาเงะ...ก็ไม่ได้มีความหมายอะไรเลย

เหมือนกับตอนเจอกับ คาคุซึ และ ฮิดัน...คู่หูที่อ้างตัวว่าเป็น “อมตะ”

อมตะงั้นเหรอ? พวกมันถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ต่อหน้าเขาโดยที่เขาไม่ต้องออกแรงเหนื่อยด้วยซ้ำ

เขารอคอยมานานที่จะได้ทดสอบขีดจำกัดพลังปัจจุบันของตัวเอง

เพนวิถีสวรรค์ ผู้ครอบครองเนตรสังสาระ คือเป้าหมายที่สมบูรณ์แบบที่สุด

เขาอยากรู้จริงๆ ว่าตอนนี้ตัวเองจะปลดปล่อยพลังออกมาได้มากแค่ไหน

อุจิวะ ฮารุ และ เพนวิถีสวรรค์ จ้องตากันผ่านสนามรบ แรงกดดันที่มองไม่เห็นปะทุขึ้นระหว่างพวกเขาราวกับดินปืนที่รอวันระเบิด

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน

จบบทที่ บทที่ 181 เนตรสังสาระ! วิถีสวรรค์!

คัดลอกลิงก์แล้ว