- หน้าแรก
- เมื่อสัตว์อัญเชิญของผม คือร่างแยกที่แข็งแกร่งไร้เทียมทาน
- บทที่ 95《สามกระบวนท่าปลิดชีพ》(ตอนฟรี)
บทที่ 95《สามกระบวนท่าปลิดชีพ》(ตอนฟรี)
บทที่ 95《สามกระบวนท่าปลิดชีพ》(ตอนฟรี)
บทที่ 95《สามกระบวนท่าปลิดชีพ》
ด้วยการใช้《ช่วงชิงวิญญาณ》,《คลื่นดาบสังหาร》และ《โจมตีรัวเร็ว》โดยยอมแลกกับการที่สกิลสองอย่างแรกจะไม่มีผลและไม่สร้างความเสียหาย เพื่อมอบเอฟเฟกต์เสริมพลังพิเศษให้กับสกิลที่สาม ทำให้มันมีผล ‘เจาะทะลวงสมบูรณ์’ ที่เมินเฉยต่อพลังป้องกัน , การลดความเสียหาย , การหลบหลีก และสถานะอมตะ รวมถึงผล ‘เป้าหมายสมบูรณ์’ ที่จะโจมตีเข้าเป้าแน่นอนโดยไม่สนเรื่องระยะทาง
《ช่วงชิงวิญญาณ》และ 《คลื่นดาบสังหาร》ต่างก็เป็นสกิลโจมตีหมู่ที่หวังผลให้โดนเป้าหมายได้ง่าย และต้องทำให้สองสกิลแรกโจมตีเข้าเป้าก่อนเท่านั้น ถึงจะกระตุ้นโบนัสเสริมพลังของ 《สามกระบวนท่าปลิดชีพ》ให้กับสกิลที่สามได้
ในขณะนี้นักลอบสังหารยังคงถูกแช่แข็งจากผลของ【ศิลาเหมันต์】จึงไม่สามารถหลบเลี่ยงการโจมตีจากร่างแยกได้เลย
แม้ร่างแยกจะสามารถฉวยโอกาสใช้《โจมตีรัวเร็ว》เข้าใส่ศัตรูที่ขยับไม่ได้ทันที แต่ระยะเวลาการร่ายของสกิลนี้ค่อนข้างนาน หากปล่อยให้นักลอบสังหารหลุดหนีไปได้ก่อนที่สกิลจะร่ายจบ จะทำให้การโจมตีชุดหลังๆพลาดเป้าไป ซึ่งการโจมตีท้ายๆของสกิลนี้นั้นมีพลังโจมตีสูงที่สุด และหากมันกลับไปซ่อนตัวได้อีกครั้ง ร่างแยกก็คงไม่มีโอกาสดีๆแบบนี้ที่จะโจมตีมันได้อีก
เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์นั้น ร่างแยกจึงต้องใช้ช่วงเวลานี้ทำเงื่อนไขของ《สามกระบวนท่าปลิดชีพ》ให้ครบถ้วน
ในบรรดาสกิลโจมตีหลักที่ร่างแยกมี สกิลที่ใช้เวลาปลดปล่อยสั้นที่สุดคือ《จิตกระแทก》รองลงมาคือ《ช่วงชิงวิญญาณ》ตามด้วย《คลื่นดาบสังหาร》ที่มีจังหวะหน่วงก่อนเริ่มร่าย และสุดท้ายคือ《โจมตีรัวเร็ว》ที่ต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 2 วินาทีกว่าสกิลจะทำงานเสร็จสิ้น
ส่วนสกิล《จิตกระแทก》นั้นมีพลังโจมตีไม่ถึง 300% จึงไม่ตรงตามเงื่อนไขของ《สามกระบวนท่าปลิดชีพ》จึงเหลือตัวเลือกเพียงสามสกิลข้างต้น
นอกจากนี้ในขณะที่ใช้《คลื่นดาบสังหาร》ยังสามารถปลดปล่อย《ช่วงชิงวิญญาณ》หรือ《จิตกระแทก》ไปพร้อมกันได้ เพราะ《คลื่นดาบสังหาร》จัดเป็นสกิลกายภาพที่ต้องใช้ท่าทาง ส่วนอีกสองสกิลเป็นเวทมนตร์ที่ร่ายในใจได้ทันที
สำหรับ《โจมตีรัวเร็ว》แม้จะเป็นสกิลกายภาพเช่นกัน แต่ในรายละเอียดระบุชัดเจนว่าระหว่างใช้สกิลจะไม่สามารถใช้สกิลอื่นส่วนใหญ่ได้ จึงไม่สามารถใช้ร่วมกับ《ช่วงชิงวิญญาณ》หรือ《จิตกระแทก》ไปพร้อมๆกัน
ส่วนสกิลอย่าง《วิญญาณกัดกร่อน》แม้ความเสียหายรวมจะไม่น้อยแต่ก็ใช้เวลานานเกินไป เป้าหมายหลักคือเอาไว้ใช้เพื่อเพิ่มโบนัสความเสียหายเท่านั้น ส่วน《สัตว์อสูรจู่โจม》ก็มีพลังโจมตีต่ำมาก และ《เสียงคำรามสัตว์อสูร》ก็เทียบไม่ได้เลยกับ 《ช่วงชิงวิญญาณ》 เป็นเพียงสกิลระดับรองที่เอาไว้ใช้ตอนสกิลหลักติดคูลดาวน์
นอกจากนี้ยังมีสกิลบัฟเพิ่มความเสียหายอีกสองสามอย่าง ที่จะช่วยเสริมพลังให้《โจมตีรัวเร็ว》ที่ได้รับผลจาก《สามกระบวนท่าปลิดชีพ》ให้รุนแรงขึ้นไปอีกขั้น
หลังจากร่างแยกใช้《จิตกระแทก》ที่แฝงผลของ【ศิลาเหมันต์】โจมตีโดนนักลอบสังหารแล้ว เขาก็ร่าย《สามกระบวนท่าปลิดชีพ》ต่อทันที โดยกำหนดให้《ช่วงชิงวิญญาณ》, 《คลื่นดาบสังหาร》และ《โจมตีรัวเร็ว》เป็นสกิลชุดคอมโบ
ยิ่งไปกว่านั้นร่างแยกยังสามารถใช้《สามกระบวนท่าปลิดชีพ》ได้ถึงสองชุดพร้อมกัน และแต่ละชุดจะแยกคำนวณผลกันโดยอิสระ
ชุดหนึ่งมาจากการที่ร่างแยกซิงโครไนซ์ช่องสกิลของหวังหยุนเฟย ส่วนอีกชุดคือการใช้สกิลแทนร่างหลักนั่นเอง
ดังนั้นในขณะที่นักลอบสังหารขยับไม่ได้ ร่างแยกจึงร่าย 《ช่วงชิงวิญญาณ》สองครั้ง และ《คลื่นดาบสังหาร》สองครั้งต่อเนื่องเพื่อทำเงื่อนไขของ《สามกระบวนท่าปลิดชีพ》ทั้งสองชุด ในขณะเดียวกันก็ร่าย《วิญญาณกัดกร่อน》สองครั้ง และ《ตราประทับพลังเวทย์》อีกสองครั้งเสริมเข้าไปด้วย
เมื่อสกิลทั้งหมดโจมตีเข้าเป้านักลอบสังหารมันก็หลุดพ้นจากสภาวะแช่แข็งได้พอดี
(เจ้าบ้านี่... เมื่อกี้มันโจมตีฉันทำไมถึงไม่มีความเสียหายเลยสักนิด?)
แม้นักลอบสังหารจะสงสัย แต่มันไม่มีเวลาคิดนานนัก มันรีบใช้สกิลแอบซ่อนเพื่อพรางกายหลบหนีไปทันที
มันหลบไปอยู่ข้างถนนพลางสังเกตการณ์สถานการณ์อย่างเงียบๆ
ก่อนหน้านี้หลังจากใช้ท่าไม้ตายเสร็จนักลอบสังหารพบว่าเป้าหมายรอดชีวิตมาได้ราวกับปาฏิหาริย์ ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้มันมาก
(มันเป็นเพราะอะไรกันแน่?)
มันเค้นสมองคิดดูแล้ว ก็มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว คือมนุษย์คนนี้ ต้องมีไอเทมวิเศษบางอย่างที่ช่วยรักษาชีวิตไว้ได้ ซึ่งไอเทมประเภทนี้หาได้ยากยิ่งนัก
ถึงแม้จะสังหารไม่สำเร็จ แต่มันก็ไม่รีบร้อน แค่รอเวลาอีกสักพักผลเสียจากท่าไม้ตายก็จะหมดไป และมันไม่เชื่อว่ามนุษย์คนนี้จะหลบพ้นการโจมตีครั้งต่อไปของมันได้อีก
ในตอนนี้นักลอบสังหารยังคงได้รับผลเสียจากท่าไม้ตาย ทำให้มันไม่สามารถโจมตีหวังหยุนเฟยได้ชั่วคราว และตอนนี้หวังหยุนเฟยก็ไม่อยู่ตรงนี้แล้ว
แต่มันยังโจมตีคนอื่นได้ เช่น ร่างแยกที่ยืนอยู่ หรือแอมเบอร์ที่ลอยอยู่บนฟ้า
ตอนที่หวังหยุนเฟยเห็นมันกำลังจะหลุดจากสถานะแช่แข็ง เขาก็ตัดสินใจวาร์ปหนีไปก่อนเพื่อความปลอดภัย และปล่อยให้ร่างแยกจัดการที่เหลือแทน เพราะร่างแยกทำเงื่อนไขของ 《สามกระบวนท่าปลิดชีพ》สองชุดครบแล้ว ไม่ว่ายังไงนักลอบสังหารตนนี้ก็ต้องพินาศ
ส่วนหวังหยุนเฟยที่เสีย HP ไป 90% แม้จะใช้ยาแล้วแต่เพราะยามีคูลดาวน์ เขาจึงฟื้นเลือดกลับมาได้เพียงเล็กน้อย ซึ่งมันอันตรายเกินไป
เขาจึงย้ายตำแหน่งไปหาจูอู๋เหยียน เพื่อให้พรีสต์ในทีมช่วยรักษาให้เลือดเต็มเพื่อความปลอดภัย
หวังหยุนเฟยเล่าเรื่อง ‘อสูรแห่งความว่างเปล่า’ ให้จูอู๋เหยียนฟังเพียงบางส่วน แต่ไม่ได้บอกความลับทั้งหมด
ก่อนจากมาเขาได้แจ้งแอมเบอร์ให้รีบหนี เพราะมอนสเตอร์ตัวนี้มีสกิลสังหารในดาบเดียว มันอันตรายเกินไปสำหรับเธอ ปล่อยให้ร่างแยกที่ตายแล้วเรียกใหม่ได้เป็นคนรับมือดีกว่า
ทว่าแอมเบอร์กลับไม่หนี เธอยังคงลอยอยู่บนฟ้าเพื่อคอยสนับสนุนร่างแยกจัดการมอนสเตอร์ตัวนั้น
เมื่อหวังหยุนเฟยวาร์ปไปและนักลอบสังหารซ่อนตัวอีกครั้ง ร่างแยกที่พร้อมแล้วก็เริ่มเปิดฉากโจมตีต่อเนื่องทันที!
บนร่างของนักลอบสังหารยังมีผลของ《วิญญาณกัดกร่อน》และ《ตราประทับพลังเวทย์》ที่ช่วยเพิ่มความเสียหาย ในขณะที่ร่างแยกใช้สกิลบัฟ《เสริมพลังระเบิด》และ《สัตว์อสูรคลุ้มคลั่ง》อีกทั้งยังได้รับโบนัสจาก《เสริมพลังสัตว์อสูร》เมื่อรวมกับโบนัสจากอุปกรณ์และสกิล《สามกระบวนท่าปลิดชีพ》พลังโจมตีของร่างแยกในตอนนี้จึงพุ่งสูงจนน่าขนลุก!
แม้นักลอบสังหารจะซ่อนตัวอยู่ แต่ด้วยผล ‘โจมตีเข้าเป้าแน่นอน’ ของ《สามกระบวนท่าปลิดชีพ》สกิล《โจมตีรัวเร็ว》จึงกระหน่ำใส่ร่างของมันได้อย่างแม่นยำ!
นักลอบสังหารพบว่าค่า HP ของมันกำลังลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว! มันถูกโจมตีทั้งที่ยังซ่อนตัวอยู่ และมันก็รู้ทันทีว่าใครเป็นคนลงมือ
ในวินาทีที่ต้องแข่งกับเวลานักลอบสังหารจึงฝืนทนรับดาเมจและเตรียมจะสวนกลับใส่ร่างแยกทันที!
...จบบทที่ 95 ~❤️