เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 576 ฟู่อี้จงซาน.

Chapter 576 ฟู่อี้จงซาน.

Chapter 576 ฟู่อี้จงซาน.


"เจ้าไม่ได้เข้าใจผิดหรอก บางทีข้าอาจจะหลุดการควบคุม หากว่าข้าต้องพบกับเขา!"จงซานที่กล่าวออกมาด้วยเสียงที่เคร่งขรึม

"หืม? มีคนที่จะทำให้ท่านหลุดการควบคุมด้วยรึ?"จ้าวโส่วเซี่ยงที่ขมวดคิ้วไปมา.

"ข้าเพียงแค่บอกว่าบางที เขาก็คือไท่จื่อเหล่ยเทียน!"จงซานที่สูดหายใจลึก ดวงตาที่มีเส้นเลือดฝอยขึ้นมาด้วยความโกรธเกลียด.

"ไท่จื่อเหล่ยเทียนรึ?"

จากนั้นจงซานก็เล่าเรื่องย่อ ๆ ของกุ่ยเอ๋อให้กับจ้าวโส่วเซี่ยงฟัง.

"ที่จริงหวงโห่ว(ฮองเฮา)ตกตายด้วยน้ำมือของเขา! ทว่าฝ่าบาท ตอนนี้ท่านยังต้องการเจอเขาอีกรึ?"จ้าวโส่วเซี่ยงที่ขมวดคิ้วไปมา.

"เรื่องนี้มันเป็นปมที่ผูกรัดใจข้า เหมือนกับขุนเขาที่กดทับ ข้าจึงต้องการพบหน้าเขา ซึ่งไม่ช้าหรือเร็วก็จะต้องประจันหน้ากัน หากเมื่อถึงวันนั้นมันจะทำให้ข้าเสียเปรียบ ข้าสัมผัสได้ ว่าความเกลียดชังของข้านั้นมันมากมายขนาดใหน หลายปีที่เก็บมันเอาไว้ ไม่กล้าพบเจอ กลัวว่าข้าจะระเบิดความเกลียดชังนี้ออกมา คราวนี้ข้าต้องการเจอเขา เพื่อรับรู้ ว่าข้าสามารถยับยั้งความเกลียดชังเอาไว้ได้หรือไม่?"จงซานกล่าวอย่างเคร่งขรึม.

"หากว่าท่านไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เรื่องนี้ไม่ยิ่งทำให้ท่านย่ำแย่หรอกรึ!"จ้าวโส่วเซี่ยงที่กล่าวออกมาด้วยความกังวล.

"ดังนั้นจำเป็นต้องให้เจ้าเตือนข้า เพื่อให้ข้าได้สติ!"จงซานกล่าวอย่างเคร่งขรึม.

"ทว่า หากว่าท่านไม่ได้สติล่ะ?"จ้าวโส่วเซี่ยงที่ขมวดคิ้วไปมา.

"เจ้าตะโกนชื่อหวงโห่วของข้า ข้าคิดว่า ข้าจะต้องได้สติ!"จงซานที่กล่าวออกมา.

"แต่ว่า....."จ้าวโส่วเซี่ยงที่ขมวดคิ้วไปมาขณะพูด.

"ไม่มี แต่!"จงซานกล่าวอย่างมั่นใจ.

"โปรดวางใจ ข้ามั่นใจว่าข้าจะปลอดภัยอย่างแน่นอน หากว่าเวลานั้นข้าสูญเสียความควบคุม เจ้านำกองทัพทวนเหล็กอพยพไปในทันที ไม่จำเป็นต้องห่วงข้า แน่นอนว่าข้ามีวิธีจัดการปัญหาของตัวเอง!"จงซานกล่าว.

"อืม!"จ้าวโส่วเซี่ยงพยักหน้ารับ.

และในเวลาเดียวกันอีกสิบวันจงซานที่นำทัพมาถึงเมืองเหยี่ยนหงอย่างเป็นทางการ.

เมืองเหยียนหง เมืองหลวงของราชวงศ์จักรพรรดิเหยี่ยนหง.

ก่อนหน้านี้ทูตชราที่เดินทางไปยังราชวงศ์ราชันย์หลานเหยี่ยนได้กลับมากระจายข่าว ทำให้ขวัญกำลังใจของทหารที่กลับมาดีขึ้นอีกครั้ง ความรู้สึกของทุกคนที่มั่นคง และข่าวของกองกำลังเสริมได้กระจายไปทุกทิศทุกทาง ทำให้พวกเขาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน.

ทว่าในท้องพระโรง แน่นอนว่าชายชราย่อมบอกความจริงกับบุคคลสำคัญ.

พวกเขาที่รับรู้ว่ากองกำลังเสริมนั้นมีเพียงแค่ห้าพันเท่านั้น ทุกคนที่หวาดกลัวตื่นตระหนก จากนั้นต่างก็ว่ากล่าวสาปแช่งหลานเทียนยวีไปต่าง ๆ นานา .

ทว่าเมื่อได้ยินคนที่มานั้นคือจงซาน ก็ทำให้ทุกคนเผยสีหน้าแววตาที่ดีขึ้น.

ใครคือจงซาน?ภายใต้สวรรค์แห่งนี้ผู้บำเพ็ญชื่อเสียง เหล่าราชวงศ์วาสนา คงไม่มีใครที่จะไม่รู้จักจงซาน?

กับตัวตนที่ยิ่งใหญ่นี้ มาช่วยพวกเขาอย่างงั้นรึ?

แรงกดดันหลายวันก่อนที่จะต้องพบกับไท่จื่อเหล่ยเทียน ท้ายที่สุดก็ผ่อนคลายลง.

"กงเหว่ย เจ้าพูดจริงอย่างงั้นรึ? คนที่มานั้นคือจงซานจริง ๆ รึ?"

"จริงแท้แน่นอน!"

จงซานเดินทางมายังเมืองเหยี่ยนหง แน่นอนเหล่าข้าราชบริพารต่างก็ช่วยสนับสนุนเขาเต็มที่ ไม่มีใครที่ต่อต้านแม้แต่น้อย.

เพราะว่ามันไม่จำเป็นเลย จงซานนั้นสร้างรากฐานขึ้นที่ทวีปศักดิ์สิทธิ์ภาคตะวันออก สถานที่แห่งนี้คือทวีปศักดิ์สิทธิ์ทวีปตะวันตก เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะสนใจราชวงศ์พวกเขา อีกอย่างตอนนี้ราชวงศ์ของพวกเขากำลังประสบภัยอันตราย พวกเขาทำได้แค่เชื่อใจจงซานเท่านั้น.

จงซานที่ได้ศึกษาเส้นทาง สถานที่ต่าง ๆ  ก่อนที่จะสั่งการเคลื่อนทัพทั้งหมดอย่างรวดเร็ว พร้อมกับถอนกำลังหลายแห่งในเขตรอบนอกเข้ามา.

จงซานนั้นที่ลอบโจมตีแบบกองโจรและรวมกำลังเอาไว้ที่เมืองเหยียนหงเป็นหลัก รอคอยให้ทัพของต้าสุ่ยบุกเข้ามาโจมตี.

เพราะจงซานนั้นไม่สามารถหยุดการรุกเมืองหน้าด่านของทัพราชวงศ์สวรรค์ต้าสุ่ยได้ จึงได้เตรียมการเอาไว้ที่เมืองหลวงเป็นหลัก แน่นอนว่าเป้าหมายของพวกเขาย่อมเป็นเมืองหลวง เมืองเหยี่ยนหงแห่งนี้นั่นเอง.

เวลานี้ทัพของราชวงศ์สวรรค์ต้าสุ่ยที่ประจำอยู่เมืองหน้าด่าน เมืองเจี้ยนหง!

เมืองเจี้ยนหง คฤหาสน์เจ้าเมือง!

ภายในห้องโถง บนโต๊ะบัญชาการ ชายในชุดสีทองที่นั่งอยู่ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความอหังการ คิ้วที่เรียวตรง ที่หน้าผากของเขานั้นซ่อนดวงตาที่สามเอาไว้.

บนโต๊ะบัญชาการนั้น เขาทีได้ข้อมูลบางอย่างมา สายตาของชายในชุดสีทอง ที่ไม่ขยับ ไม่สามารถบอกได้ถึงท่าทางดีใจหรือเสียใจได้.

นี่คือศัตรูที่คั่งแค้นและเต็มไปด้วยความเกลียดชังของจงซาน ไท่จื่อเหล่ยเทียน ราชวงศ์สวรรค์ต้าสุ่ย.

ไท่จื่อเหล่ยเทียนจับจ้องมองไปยังข้อมูลทั้งหมด ซึ่งที่ด้านหน้านั้นมีคนกลุ่มหนึ่งที่ยืนอยู่.

หลายคนที่รู้จักจงซาน.

คนแรก ไท่จื่อฉงเทียน ก่อนหน้านี้ถูกกลุ่มของจงซานหักหน้าที่งานชุมนุมหมื่นเม็ดยา!

คนที่สอง นักบวชเซอคง กองกำลังอาชาทมิฬปิศาจมายา ซึ่งเป็นคนที่สามารถเปิดอักขระเหยาบนร่างได้.

คนที่สาม หวังเฉิน ซึ่งครั้งหนึ่งเขาคือลูกบุญธรรมของจงซาน นามจงซือจิว ทว่าตอนนี้เขาได้ลืมอดีตไปแล้ว พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น หวังเฉิน.

หากแต่ไม่มีใครสามารถเข้าใจจงซานได้.

"พี่สาม เขา? เขาคือจงซานรึ? ก่อนหน้านี้เขาได้หักหน้าข้าที่งานหมื่นเม็ดยาบรรพกาล!"ไท่จื่อฉงเทียนที่กล่าวรายงาน.

"จงซาน?"ไท่จื่อเหล่ยเทียนที่หรี่มอง จดจ้องมองไปยังภาพฉายของจงซาน.

"พี่สาม ให้ข้าสังหารเขา ข้าจะฉีกเขาออกเป็นชิ้น ๆ !"ไท่จื่อฉงเทียนกล่าว.

"จงซานผู้นี้มีความสามารถ มาถึงเพียงไม่กี่วัน กลับสามารถคุมทัพหยุดการรุกของพวกเราได้!"ไท่จื่อเหล่ยเทียนกล่าวอย่างเคร่งขรึม.

"จูเหริน จงซานผู้นี้แปลกประหลาดมาก คนของพวกเขาไม่น้อย ที่ถูกเขาจัดการไป! พวกเราควรจะจัดการเขาให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นจะต้องสร้างปัญหาให้กับพวกเราในอนาคตแน่!"นักบวชเซอคงที่เอ่ยออกมาทันที.

"หืม? เจ้าต้องการจะไปอย่างงั้นรึ?"ไท่จื่อเหล่ยเทียนที่จ้องมองไปยังนักบวชเซอคง.

ร่างของเซอคงที่สั่นเทิ้ม เร่งรีบส่ายหน้าไปมาพร้อมกับกล่าวว่า "จูเหริน ข้าไม่กล้า ข้าไม่มีความสามารถพอ!"

กับท่าทางขลาดเขลาของนักบวชเซอคง ทุกคนเห็นแล้วเต็มไปด้วยความเหยียดหยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไท่จื่อฉงเทียน เขาที่ดูถูกดูแคลนนักบวชเซอคงที่สุด ไม่รู้ว่าทำไมพี่สามของเขาถึงยังเลี้ยงคนผู้นี้เอาไว้.

"จูเหริน ข้ายินดีที่จะไป สังหารจงซานเอง!"ขุนพลผู้หนึ่งเอ่ยออกมา.

"จูเหริน ให้ข้าไป....."ผู้ใต้บังคับบัญชาอีกหลายคนที่เอ่ยแย่งกัน.

"หวังเฉิน เจ้าล่ะ?"ไท่จื่อเหล่ยเทียนที่จ้องมองไปยังหวังเฉินทันที สายตาที่หรี่เล็กจ้องมองไปยังเขา.

เห็นท่าทางของไท่จื่อเหล่ยเทียนแล้ว หวังเฉินที่สูดหายใจลึก "จู่เหริน ที่จริงแล้ว จงซานนั้นครั้งหนึ่งเคยเป็นฟู่อี้(บิดาบุญธรรม)ของข้า!"

"หืม?"แทบจะทุกคนต่างก็อ้าปากค้างงงงวยไปตาม ๆ กัน.

ไม่ชัดเจน ไม่อยากเชื่อ เป็นฟู่อี้ของหวังเฉินอย่างงั้นรึ? เป็นเรื่องจริงหรือเท็จกัน?

หวังเฉินผู้นี้ นับว่าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาระดับแนวหน้า ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์ ความสามารถล้วนแล้วแต่มีฝีมือ.

เขาเป็นบุตรบุญธรรมของจงซานอย่างงั้นรึ?

แทบจะทุกคนที่งงงวย มีเพียงแค่นักบวชเซอคง ที่เป็นโรคหวาดกลัวจงซาน หลังจากที่ได้ยินคำพูดของหวังเฉินแล้ว ร่างกายของเขาที่อดสั่นไม่ได้เช่นกัน.

ไท่จื่อเหล่ยเทียนที่ชำเลืองมองไปยังหวังเฉิน แววตาไม่ได้แสดงท่าทางประหลาดใจแต่อย่างไร ราวกับว่าเขารับรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว.

"หืม? เช่นนั้นจงซานเป็นคนเช่นไร? เจ้าควรที่จะเข้าใจเขาได้มากที่สุด!"ไท่จื่อเหล่ยเทียนที่เอ่ยปากสอบถามออกมาทันที.

"ควรจะเป็นเช่นนั้น หากแต่ไม่เลย กลับกลายเป็นว่าข้าควรจะเป็นคนที่ไม่เข้าใจเขามากที่สุด?"หวังเฉินที่กล่าวอย่างคลุมเครือ.

"ไม่เข้าใจเขามากที่สุดอย่างงั้นรึ? ในเมื่อเจ้าเป็นบุตรบุญธรรมของเขา เจ้าจะไม่เข้าใจเขาได้อย่างไร?"ไท่จื่อฉงเทียนที่กล่าวแย้งออกมา.

หวังเฉินที่หันหน้าไปมองไท่จื่อฉงเทียนในทันที แววตาที่ไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย ทว่ายังคงสุขุมเหมือนดั่งผู้บัญชาการ "ไท่จื่อฉี(เจ็ด) ข้าบอกท่านอีกครั้งแล้วกัน ครั้งหนึ่ง ข้าเคยเป็นบุตรบุญธรรมของจงซาน ตอนนี้ข้าเป็นเพียงผู้ใต้บังคับบัญชาของจู่เหริน!"

"เจ้า!"ไท่จื่อฉงเทียนคาดไม่ถึงเลยว่าเพียงแค่ระดับหลอมกายธาตุจะกล้าโต้เถียงเขาอย่างคาดไม่ถึง.

"เหล่าฉี ให้เขาพูด!"ไท่จื่อหล่ยเทียนเอ่ย.

ไท่จื่อฉงเทียนที่ทำได้แค่กลืนคำพูดลงอย่างขม ๆ .

"ข้ารู้จักจงซาน หากแต่ไม่เข้าใจจงซาน จงซานครั้งหนึ่งนั้นได้รับบุตรบุญธรรมมากกว่าหนึ่งร้อยกว่าคน บอกได้เลยว่าไม่เคยมีใครเข้าใจเขา เขาที่เป็นตัวปริศนามาโดยตลอด นับตั้งแต่เขาเป็นปุถุชน สิ่งที่ข้ารู้นั้น เขาคือสิ่งที่ยากจะเข้าใจได้ ทำให้ข้าประทับใจเขาในเวลานั้น นอกเหนือจากความแข็งแกร่งของเขา ก็ไม่มีสิ่งใดสามารถขวางเขาได้! พรสวรรค์ทางร่างกายของเขานั้นไม่ดีนัก ชั่วชีวิตของเขาจะต้องเป็นปุถุชนตลอดไป ทำไมไม่รู้ ร้อยปีที่ผ่านมานี้ เขาถึงได้เปลี่ยนไปมาก นับตั้งแต่เขาก้าวมาถึงระดับเซียนเทียน ก็พบแต่ชัยชนะและความสำเร็จจวบจนมาถึงวันนี้!"หวังเฉินกล่าว.

"โอ้ว? แล้วทำไมเจ้าไม่ต้องการรู้จักเขาแล้วรึ?"ไท่จื่อเหล่ยเทียนยังคงสอบถามเขาต่อ.

"เฮ้เฮ้ รู้จักเขารึ?ทำไมข้าต้องรู้จักเขาด้วยล่ะ? ทำไมข้าต้องเป็นบุตรบุญธรรมของเขาต่อไปล่ะ? ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างปรารถนาไม่ใช่รึ? เขาที่ต้องการนำพวกเราเข้าสำนักเซียนนั้นก็เพื่อต้องการเม็ดยาโพวจวิน เพื่อยืดอายุให้กับตัวเอง มันเป็นความฝันของเขา เหล่าปุถุชนมากมายที่ต้องการเป็นผู้ฝึกตน ในการชุมนุมมังกรของโลกปุถุชน พวกเราคือบุตรบุญธรรมที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมแข่งขัน เข้ามาต่อสู้ ฆ่ากันและกันเหมือนสัตว์ เขาที่ใช้พวกเราเพื่อผลประโยชน์ทำไมข้ายังต้องรู้จักเขากัน?"หวังเฉินที่แค่นเสียงเย็นชา.

สายตาของทุกคนที่จับจ้องมองหวังเฉินด้วยสายตาที่แปลกประหลาด.

"จริง ๆ รึ?” ไท่จื่อเหล่ยเทียนที่กล่าวสอบถามออกมาเล็กน้อย.

"จู่เหินโปรดวางใจ ในเมื่อหวังเฉินภัคดีต่อจู่เหริน แน่นอนว่าไม่มีทางคิดเป็นอื่น ๆ  จู่เหรินเป็นผู้มอบพลังและสถานะให้ นี่จึงเป็นความภัคดีที่แท้จริง หวังเฉินไม่มีทางคิดอะไรอื่นแม้แต่น้อย จู่เหรินสามารถพิสูจน์ความภัคดีของหวังเฉินได้!"หวังเฉินกล่าวออกมาในทันที.

สายตาของทุกคนที่จ้องมองไปยังหวังเฉิน ด้วยสายตาเย็น.

ไท่จื่อเหล่ยเทียนที่ยกชาขึ้นจิบ ก่อนที่จะวางลงด้วยท่าทางไม่ได้ใส่ใจแต่อย่างใด.

กับคำพูดของหวังเฉินนั้น เขาไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มอีก รอคอยไท่จื่อเหล่ยเทียนเอ่ยออกมา.

"ความซื่อสัตย์ของเจ้านั้น แน่นอนว่าข้าย่อมรู้ดี นอกจากนี้ยังมีตราผนึกเทวะที่ข้าปลูกเอาไว้อีก ไม่มีทางที่เจ้าจะกล้าทรยศ!"ไท่จื่อเหล่ยเทียนที่กล่าวออกมาเล็กน้อย.

"ครับ!"หวังเฉินที่ตอบรับในทันที.

"ถ้าเป็นเช่นนั้น เรื่องนี้มอบให้เป็นหน้าที่ไห้น้องเจ็ด ไปจัดการจงซานก็แล้วกัน!"ไท่จื่อเหล่ยเทียนกล่าวออกมาเล็กน้อย.

"ครับ พี่สามโปรดวางใจ ข้าจะเด็ดหัวจงซานมาได้อย่างแน่นอน."ไท่จื่อฉงเทียนที่เอ่ยปากออกมาในทันที.

"จู่เหรินโปรดวางใจหวังเฉินนั้นไม่ได้มีความรู้สึกผูกพันใด ๆ กับจงซานอีกต่อไปแล้ว หวังเฉินเวลานี้ภัคดีต่อจู่เหรินเท่านั้น!"หวังเฉินที่กล่าวออกมาอีก.

"อืม เจ้านำกองกำลังของเจ้าไปก่อน อีกไม่กี่วันข้าจะตามไปสมทบ."ไท่จื่อเหล่ยเทียนกล่าวออกมาเล็กน้อย.

"พี่สาม? พวกเราไม่เข้าโจมตีเมืองหลวงเหยี่ยนหงเลยรึ?"ไท่จื่อฉงเทียนที่แสดงท่าทางตื่นตกใจเล็กน้อย.

"เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย ท้ายที่สุดแล้วพวกเราก็ต้องยึดเมืองเหยี่ยนหงอยู่ดี ข้าให้เจ้าเป็นคนนำทัพไปก่อน เวลานั้นขึ้นอยู่กับเจ้าในการบัญชาการ."ไท่จื่อเหล่ยเทียนที่กล่าวอย่างเคร่งขรึม.

"ตกลง พี่สามโปรดวางใจเพียงแค่ราชวงศ์จักรพรรดิข้าจะจัดการเอง เรื่องนี้หาได้ใช่เรื่องใหญ่บางทีหลังจากนี้ราชวงศ์ราชันย์หลานเหยี่ยนเอง พี่สามอาจจะไม่ต้องลงมือเลยก็ได้!"ไท่จื่อเหล่ยเทียนที่เผยยิ้มออกมาทันที.

"ฮึ ฮึ!"ไท่จื่อเหล่ยเทียนที่เผยยิ้มบาง ๆ .

****************************************************

老 (เหล่า) แปลว่าอะไรได้มั่งในภาษาจีนนะ?

1. ใช้แสดงความเคารพยกย่อง

เมื่อวาง老 ไว้หน้าอาชีพค่ะ เช่น

老师 [lǎoshī] = อาจารย์

老教授 [lǎo jiàoshòu] = ศาสตราจารย์

老中医 [lǎo zhōngyī] = คุณหมอแผนจีน

บางครั้งก็ใช้เพื่อแสดงเคารพเทิดทูนก็ได้อีก จัดอยู่ในหมวดนี้เหมือนกันนะ เช่น 老天爷 [lǎotiānyé] = เทพยดา (จะหนุ่มจะแก่ก็ได้ค่ะ ณ จุดนี้ อิ อิ)

2. ใช้เพื่อแสดงความใกล้ชิดสนิทสนม

เรากับเพื่อนที่สนิทกัน สามารถแสดงความใกล้ชิดในการเรียกหาได้ โดยการทำให้เค้าดูแก่กว่าเรา เห้ยย!! ไม่ช่ายค่ะ โดยการเติม 老[lǎo] ข้างหน้าแซ่ค่ะ เช่น

老张 [lǎo Zhāng]  老王[lǎo Wáng]  老李[lǎo Lǐ]  老赵 [lǎo Zhào] หรือ 老吴 [lǎo Wú]

การใช้ 老 ตรงนี้ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่อายุว่าแก่กว่าเราหรืออะไรนะคะ แต่ 老 ตรงนี้หมายถึงเพื่อนเกลอ เพื่อนเก่า เพื่อนสนิทแบบนี้มากกว่าจ๊ะ

นอกจากนี้ ภรรยาจะเรียกสามีว่า 老公 [lǎogōng] สามีจะเรียกภรรยาว่า 老婆 [lǎopo] และเราก็เรียกคู่สามีภรรยาที่อยู่ด้วยกันมานานว่า 老伴 [lǎobàn] (伴 = เพื่อนสนิท คู่คิด ภาษาฝรั่งแปลว่า partner ครัช) ก็ได้ค่ะ เช่นเดียวกัน คำเรียกที่มี 老 พวกนี้คือการแสดงความใกล้ชิด รู้จักกันมานาน อยู่ด้วยกันมานานค่ะ

หรือจะใช้ร่วมกับคำอื่น ๆ  ก็ได้อีกนะ (ครอบจักรวาลจิงจิ๊ง) เช่น 老同学[lǎo tóngxué] = เพื่อนนักเรียนเก่า 老朋友 [lǎo péngyou] = เพื่อนเก่า

ปอลิง หากรู้จากกันมาน๊านนาน เพื่อนเก่าก็อาจจะเป็นเพื่อนแก่จริง ๆ ก็ได้นะ (และเราก็แก่ลงไปพร้อมกันด้วยอ่ะดิ TT)

3. ใช้เพื่อแสดงดีกรีที่มาก ๆ สุด ๆ

ในความหมายเหมือน 很 เลยค่ะ เป็นการบอกดีกรีที่มากขึัน โดยการเติม 老 เข้าไปข้างหน้า เช่น

老早 [lǎo zǎo] = เช้ามาก ๆ

老远 [lǎo yuǎn] = ไกลมาก ๆ

老好了[lǎo hǎo le] = ดีฝุด ๆ

4. ใช้เพื่อใช้บอกลำดับในครอบครัว

หากว่าพี่น้องในครอบครัวมีเยอะ (แบบคนจีนครอบครัวใหญ่สมัยก่อน) จะนิยมใช้ลำดับการเกิดมาเรียกหากันค่ะ เช่นพี่ใหญ่ พี่รอง น้องสี่ น้องเล็ก เรียกต่อ ๆ  กันไปจนครบค่ะ (เหมือนละครจีนไง คุณชายสี่ คุณชายรอง คุณชายใหญ่ ฯลฯ)

ส่วนน้อง ๆ  ก็จะเรียกพี่ ๆ  ด้วย 老 ตามด้วยลำดับการเกิด ง่ายม่ะ เช่น 老大 [lǎo dà] = พี่ใหญ่   老二 [lǎo èr] = พี่รอง   老三 [lǎo sān] = พี่สาม ประมาณนี้

5. ใช้เพื่อแปลว่าประจำหรือบ่อย ๆ

สุดท้าย 老 ยังใช้แสดงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ อเป็นประจำได้อีกด้วยนะคะ แต่ความหมายมักจะใช้แบบออกแนวบ่น ๆ  หน่อยนึง

โครงสร้างนี้

老是 + กริยา (V) หรือ คำคุณศัพท์ (Adj)

เช่น

他老是迟到 。[tā lǎo shì chídào] = เซ็ง! เขาอ่ะมาสายประจำ

你老是加班。[nǐ lǎo shì jiābān] = เธอทำโอทีบ่อยจัง (ความหมายประมาณว่าทำไมทำบ่อยจัง จะนัดทีไรก็ไม่ว่างซ้ากกที)

https://chinesexpert.blogspot.com/2015/12/blog-post_11.html

จบบทที่ Chapter 576 ฟู่อี้จงซาน.

คัดลอกลิงก์แล้ว