เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 548 กิเลน.

Chapter 548 กิเลน.

Chapter 548 กิเลน.


"เร็วเข้า ขวางทางพวกเขาเร็ว อย่าให้พวกเขาเห็นข้า!"ทันใดนั้นอาวุโสจิวที่เอ่ยออกมา.

ทว่าไม่มีเวลาพอแล้ว เพราะว่าคนในชุดขาวทั้งสามได้ร่อนบินลงมาพื้นที่ใกล้ ๆ แล้ว ขณะที่จ้องมองมายังจงซาน.

สายตาของทุกคนที่จ้องมองไปยังจงซาน ขมวดคิ้วเล็กน้อย พร้อมกับเผยสีหน้าเหยียดหยัน ก่อนที่จะหันหน้าหนีและบินจากไป.

"หืม!"เซียนเซียนที่อุทานออกมาเล็กน้อย.

จงซานและคนอื่น ๆ เองก็เหมือน ๆ กัน เซียนเซียน ขณะที่จดจ้องมองไปยังอาวุโสจิว.

อาวุโสจิวในเวลานี้ ได้นำหน้ากากผีอันหนึ่งออกมาสวม ดูแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก เซียนเซียนที่เห็นอาวุโสจิวสวมหน้ากาก ท่าทางของเขาแสดงความหวาดกลัวออกมาอย่างเห็นได้ชัด.

ทุกคนจ้องมองไปยังอาวุโสจิวโถวด้วยท่าทางงงงวย.

ไม่สงสัยที่เห็นอาวุโสจิวต้องการให้ขวางทางบังเขาเอาไว้ เพื่อไม่ให้คนชุดขาวเห็นท่าทางมีพิรุธนี้ เขากำลังสวมหน้ากากภูตอยู่นี่เอง.

"อาวุโสจิวโถว เจ้ามีระดับราชันย์แท้ เกรงกลัวพวกเขาอย่างงั้นรึ?"เซียนเซียนที่ประหลาดใจกล่าวออกมาเสียงดัง.

อาวุโสจิวโถว"........."

"พวกเขาทั้งสามหาได้มีความแข็งแกร่งแต่อย่างใด เพียงแค่ระดับก่อตั้งวิญญาณเท่านั้น มีอะไรให้หวาดกลัว? ถึงกับนำหน้ากากผีน่าเกลียดนั่นมาสวม ขายหน้าจริง!"เซียนเซียนที่กล่าวเสียงดังอีกครั้ง.

อาวุโสจิวโถว"........."

"พอล่ะ เซียนเซียน!"จงซานที่กล่าวหยุดเซียนเซียนในทันที.

"สหายเหยี่ยน คนเมื่อสักครู่ก่อนหน้านี้ทั้งสามคน มาจากราชวงศ์สวรรค์? หรือคนของแดนเทวะกัน?"จงซานกล่าว.

"ไม่ใช่ พวกเขามาจากตระกูลหนึ่ง เป็นตระกูลที่มีประวัติความเป็นมายาวนานที่สุดในภพหยิน."เหยี่ยนฉงจื่อกล่าว.

"หืม?"จงซานที่แสดงท่าทางสงสัย.

"พวกเขาคือตระกูล "เทียน" ภายในภพหยินแห่งนี้นับว่าลึกลับที่สุด พวกเขาเป็นเทพอารักษ์ขุมนรกขนาดหมื่นจั้งและเส้นทางแม่น้ำเหลียง(แม่น้ำยมโลก) แม้ว่าคนทั้งสามจะไม่ได้แข็งแกร่ง ทว่าก็ไม่มีใครกล้าท้าทายตระกูลเทียน พวกเขามีสถานะเทียบเท่ากับราชวงศ์สวรรค์เลย."เหยี่ยนฉงจื่อตอบ.

"เทียน? ตระกูลเทียนรึ?"จงซานที่เผยท่าทางสงสัยเป็นอย่างมาก.

เทียนหลิงเอ๋อที่มีสกุล"เทียน"ด้วยเช่นกัน มีอะไรเกี่ยวข้องกับตระกูลเทียนนี้หรือไม่?

"ราชันย์ไป๋อวิ๋นรึ?"เหยี่ยนฉงจื่อที่จ้องมองไปยังชายที่สวมชุดราชวงศ์ราชันย์ที่อยู่ไกลบนยอดเขาแห่งหนึ่งพลางขมวดคิ้วแน่น.

"ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น ที่นี่ยังมีระดับราชันย์แท้อยู่อีก."อาวุโสจิวที่จ้องมองไปยังรอบ ๆ .

"นี่นับว่าเป็นการชุมนุมใหญ่จริง ๆ !"เหยี่ยนฉงจื่อกล่าว.

ทุกคนที่สอดส่องไปรอบ ๆ  ขณะที่หลาย ๆ คนที่รอคอยอยู่ เรื่องนี้ก็ผ่านไปหกวันแล้ว ในเวลานี้ผู้ฝึกตนมากมายที่มารวมตัวกัน ต้องการที่จะหาความลับเกี่ยวกับการล่วงหล่นของดวงตะวันสีทอง อาจจะมีความลับสวรรค์ที่สั่นผืนปฐพีก็เป็นได้.

และทันใดนั้น พื้นที่รอบ ๆ บนท้องฟ้า ก็ปรากฏแสงสีครามแผ่ออกมาทันที จากนั้นแสงสีขาวที่ส่องประกายออกมามากมายนั้น ทำให้เหล่าวิญญาณที่ล่องลอยอยู่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดทรมานบ้าคลั่งหลาย ๆ ตนที่มุดลงไปในโคลนทันที ราวกับว่าแสงสีครามนี้ได้ทำร้ายพวกมัน.

แสงสีครามนั้นกระจายไปทั่วเขตดินเลน เหล่าพลังงานสีดำนับไม่ถ้วนหลังจากที่ถูกแสงสีครามสอดส่อง ร่างภูตควันมากมายต่างก็สลายหายเป็นควันในทันที ดวงวิญญาณทุกดวงที่ลอยอยู่บนอากาศถูกดึงไปใต้ดินเลนทั้งหมด.

บนดินเลนในเวลานี้ เหล่าวิญญาณและพลังสีดำได้สลายหายไปหมด เขตแดนภูตโคลน ทันใดนั้นก็แปรเปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์ เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก.

จงซานจ้องมองไปยังพื้นที่รอบ ๆ  เพื่อตรวจสอบที่มาของแสงสีคราม.

"นี่เป็นค่ายกลขนาดใหญ่ ใครบางคนที่กำลังสร้างค่ายกลที่ทรงพลังขึ้นมา? ปกคลุมไปทั่วทั้งเขตแดนภูตโคลน?"อาวุโสจิวที่เอ่ยออกมาด้วยท่าทางตื่นตกใจ.

"ดูเหมือนว่าพวกเขาต้องการขับไล่ ดวงตะวันสีทองที่ล่วงหล่นลงมาบนท้องฟ้า?"เซียนเซียนที่ขมวดคิ้วไปมา.

เซียนเซียนที่พบว่าพื้นที่รอบเวลานี้มีคนอยู่มากมาย ทุกคนต่างก็เงียบงัน จับจ้องมองด้วยความสงสัย พวกเขาที่มาที่นี่รอคอยมานานแล้ว ทว่าดวงตะวันสีทองนั้นก็ยังไม่เผยออกมา มันคืออะไรกันแน่.

เหล่าผู้ฝึกตนมากมายที่มาค้นหาความจริง ทว่าก็ยังไม่พบเห็นสิ่งใด ทว่าตอนนี้ ดูเหมือนว่ามันกำลังเผยออกมาแล้ว.

"ตรงนั้น!"เซียนเซียนที่ชี้นิ้วออกมา สถานที่ดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่ที่มีแสงสีครามแผ่ออกมานั่นเอง.

บนท้องฟ้ามีคนในชุดสีขาวกำลังร่อนลงมาช้า ๆ  คนผู้นี้ค่อนข้างผอม มีเล็บสีม่วง ผิวที่ดูประณีต ที่หน้าผากมีเส้นสีแดงคู่หนึ่ง ใบหน้าที่ดูมืดครึ้มอย่างที่สุด.

"ผู้ฝึกตนค่ายกลลำดับหนึ่งของโลกใบนี้ หนานกงเซิ่ง?"จงซานที่ชำเลืองมองไปยังคนที่ค่อย ๆ ร่อนลงมา.

หนานกงเซิ่ง? นี่คือตัวตนที่ทรงพลังของทวีปศักดิ์สิทธิ์ในภพหยาง ประมุขแดนเทพอเวจี เขาที่กำลังจะเป็นเซียนผู้หนึ่งแล้ว นี่เขามายังภพหยินอย่างงั้นรึ? ไม่ใช่ว่าเขากลายเป็นเซียนไปแล้วหรอกรึ? โลกใบเล็กไม่ได้ขับไล่เขาอย่างงั้นรึ?

จงซานที่เต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจ ใบหน้าของหนานกงเซิ่งที่ค่อย ๆ ร่อนลงมาบนเนินเขาของบึงเลน จดจ้องมองไปยังพื้นผิวดินเลนด้วยความสงบ.

ประกายแสงสีครามที่ส่องประกายอยู่นั้น ดูเหมือนว่าจะส่องประกายออกไปหลายหมื่นลี้ ส่องออกมารอบ ๆ หนานกงเซิ่ง ราวกับว่าเขาเป็นประมุขของสวรรค์และปฐพี ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความอหังการอย่างที่สุด ถึงแม้ว่ารอบ ๆ จะมีระดับราชันย์แท้หลายคน ทว่าก็ไม่มีใครสามารถทำอะไรหนานกงเซิ่งได้.

ผู้ฝึกตนสวรรค์แท้ภายใต้สวรรค์แห่งนี้คือผู้ฝึกตนระดับสูงสุด ที่กำลังจะกลายเป็นเซียน เป็นตัวตนในตำนาน หนานกงเซิ่งที่ดูดซับหมอกเมฆม่วงเข้ามา ตอนนี้ทำให้เขาทรงพลังเทียบเท่าเซียน กลิ่นอายพลังกดดันวิญญาณที่แผ่ออกมานั้น ทรงพลังจนทำให้ผู้ฝึกตนรอบ ๆ หวาดหวั่น.

คนผู้นี้เป็นใครกัน?

ผู้คนมากมายที่จ้องมองไปยังพลานุภาพที่ยิ่งใหญ่ของชายผู้นี้ที่ลอยอยู่บนอากาศ.

สามารถสร้างค่ายกลขนาดใหญ่ ปกคลุมไปทั่วทั้งเขตแดนภูตโคลนเลยอย่างงั้นรึ?

ค่ายกลนี้คือค่ายกลอะไร? น่าเกรงขามขนาดนี้เลยรึ? จะต้องรับรู้ด้วยว่าเขตแดนภูตโคลนนั้นกว้างใหญ่มาก มีขนาดไม่น้อยกว่าพื้นที่ของราชวงศ์จักรพรรดิสองแห่งรวมกัน พื้นที่ขนาดนี้ยังสามารถที่จะกางค่ายกลล้อมรอบได้อย่างงั้นรึ?

หัวใจของทุกคนที่สั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่น ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าจะมีผู้ฝึกตนที่มีความสามารถต่อต้านสวรรค์เช่นนี้มาก่อน.

นี่เป็นการกระทำของคนผู้นี้อย่างงั้นรึ?

"เป็นเซียนที่แข็งแกร่งทรงพลังมาก!"เซียนเซิงซือที่กล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ.

"อืม!"อาวุโสจิวที่หรี่ตาจ้องมองพร้อมกับพยักหน้ารับ.

"สหายจง รู้จักบุคคลผู้นี้หรือไม่?"เหยี่ยนฉงจื่อที่กล่าวด้วยเสียงเบา ๆ .

เหยี่ยนฉงจื่อที่มีความสามารถที่โดดเด่น เพียงแค่จ้องมองท่าทางจงซานก็สามารถคาดเดาได้อย่างถูกต้องแล้ว.

จงซานที่จ้องมองไปยังเหยี่ยนฉงจื่อ พลางพยักหน้า.

"เขาคืออดีตประมุขแดนเทวะภพหยาง นามว่าหนานกงเซิ่ง! ในภพหยางนั้นเขาคือผู้ฝึกตนค่ายกลลำดับหนึ่ง!"จงซานที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"ฝึกฝึกตนค่ายกลลำดับหนึ่งอย่างงั้นรึ?"เหยี่ยนฉงจื่อที่ขมวดคิ้วกล่าวออกมาด้วยเสียงที่เคร่งขรึม.

ผู้คนรอบ ๆ เริ่มคาดเดาตัวตนของหนานกงเซิ่ง ทว่าไม่มีใครรู้จักหนานกงเซิ่ง แม้นว่าจะในภพหยางเอง แม้ว่าจะได้ยินชื่อของเขา ทว่ารูปร่างหน้าตาจริง ๆ แล้ว มีน้อยคนมากที่เห็น ในเวลานี้หนานกงเซิ่งมาอยู่ที่นี่ย่อมไม่มีใครรู้จัก ในเวลานี้ทำให้พวกเขาได้แต่คาดเดาเท่านั้น.

ที่ไกลออกไปนั้น สามผู้เยาว์ตระกูลเทียนที่จ้องมองหน้ากันและกัน เห็นได้อย่างชัดเจนว่าพวกเขาพบกับค่ายกลที่ทรงพลัง จำเป็นต้องกลับไปรายงานตระกูล!

ใบหน้าของหนานกงเซิ่งนั้นดูเคร่งขรึมน่าเกรงขามมาก จดจ้องมองลงไปยังพื้นที่ดินเลน สายตาที่ค่อนข้างจริงจัง ทำการชำระล้างพื้นที่รอบ ๆ บึงเพื่อบังคับบางสิ่งบางอย่างออกมา.

นิ้วมือที่ประณีตของเขาที่ชี้ลงไปยังบึง แสงสีม่วงที่ส่องประกายถูกยิงลงไปในบึงเลยเช่นกัน.

ทันใดนั้น พื้นที่รอบ ๆ ของบึงเลนปรากฏร่างเงามากมายขึ้นมาในทันที แสงสีครามที่เป็นค่ายกลเต็มไปด้วยอักษรรูน มากมายนับไม่ถ้วนปกคลุมบึงขนาดใหญ่โต.

"เป็นค่ายกลที่ซับซ้อน เหมาะสมแล้วที่เป็นผู้ฝึกตนค่ายกลอันดับหนึ่ง!"เหยี่ยนฉงจื่อที่กล่าวพลางถอนหายใจ.

"นี่มันค่ายกลอะไรกัน? ข้าไม่เคยเห็นได้ยินมาก่อนเลย?"อาวุโสจิวที่เต็มไปด้วยท่าทางหวั่นเกรงต่อค่ายกลดังกล่าว.

อาวุโสจิวที่เต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจ ไม่ว่าอย่างไรด้วยประสบการณ์ที่เขามีนั้น เกี่ยวกับค่ายกล เขาย่อมพอรับรู้มาบ้าง.

"ท่านปู่บอกว่าหนานกงเซิ่งนั้นแข็งแกร่งไม่ได้ด้อยกว่าตัวเองเลย ทว่าหนานกงเซิ่งนั้นกลับสามารถสร้างสิ่งต่าง ๆ มากมายหลากหลาย จนกลายเป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งเลย!"

เซียนเซียนที่กล่าวออกมา ทำให้เหยี่ยนฉงจื่อขมวดคิ้วจ้องมองไปยังเซียนเซียน ท่านปู่รึ?

จงซานที่ฝืนยิ้มจ้องมองไปยังเซียนเซียน ไม่ทันได้ตำหนินางที่เผยความลับ.

บนบึงเลน ยังไม่เปลี่ยนไป ดวงตาของหนานกงเซิ่งที่เปลี่ยนเป็นเย็นชา เผยยิ้มออกมาด้วยท่าทางเหยียดหยัน.

นิ้วของเขาที่ชี้ออกไป ค่ายกลที่ปกคลุมบึง ทันใดนั้นก็หายไป จมลงบึงเลนด้านล่างในทันที.

หนานกงเซิ่งที่จ้องมองด้วยความสนใจ ทุกคนที่เปลี่ยนเป็นเงียบ จับจ้องมองอย่างสนใจ เป็นสิ่งใดจากโลกใบใหญ่กัน ด้วยพลังของหนานกงเซิ่งนั้นน่าเกรงขามมาก ไม่มีใครที่จะกล้าเข้าไปยุ่งกับเขา.

"ออกมา! ต้องการให้ข้าเชิญเจ้าออกมารึอย่างไร?"หนานกงเซิ่งที่เผยสีหน้าแววตาจริงจัง.

เขาพูดกับใครกัน? ภายในดินโคลนนั้น ซ่อนสิ่งใดไว้ คนอย่างงั้นรึ?ผู้ฝึกตนชั้นยอด? เป็นผู้ฝึกตนจากโลกใบใหญ่อย่างงั้นรึ?

เหล่าผู้ฝึกตนมากมายที่ชักอาวุธออกมาอย่างพร้อมเพรียงเพื่อเตรียมปกป้องตัวเอง เฝ้าดูด้วยความระมัดระวัง ต้องไม่ลืมว่าโลกใบใหญ่นั้นคือดินแดนในตำนาน ในความทรงจำของทุกคนนั้น คนในโลกใบเล็กในมุมมองของพวกเขาเป็นเหมือนกับคนป่าเถื่อนไร้อารยะ  ส่วนโลกใบใหญ่กลับเต็มไปด้วยยอดฝีมือที่ทรงพลังน่าเกรงขามมากมาย.

"มีปัญหาอะไร? ไม่ต้องการออกมาอย่างงั้นรึ?"หนานกงเซิ่งที่แค่นเสียงเย็นชา.

"โฮกกกกกกกก!"

ด้านล่างดินเลนในเวลานี้ มีเสียงที่โหยหวนดังขึ้นมาในทันที เสียงแตกหักของโลหะกำลังแตกร้าว พลังที่ไม่ธรรมดากำลังดังสนั่นเลื่อนลั่นปฐพี พลังที่น่าเกรงขามกำลังแผ่ออกมา.

เหล่าผู้ฝึกตนมากมาย ที่ได้ยินเสียงที่โศกเศร้าโหยหวนแล้ว ดวงตาเปล่งประกาย.

"ออกมา!"หนานกงเซิ่งที่กล่าวด้วยเสียงที่เย็นชาดังขึ้นมาอีกครั้ง ในมือของเขาที่ปล่อยแสงสีม่วงลงไปในบึงเลนอีกครั้ง.

"โฮกกกกกกก"

บึงเลนที่สั่นไหวไปมา เสียงความเจ็บปวดทรมานที่ดังขึ้นเป็นระยะ ๆ .

จากนั้น สายตาของทุกคนที่จ้องมองไปยังพื้นที่ตรงกลาง บนบึงเลนนั้นนั้นมีฟองน้ำที่ผุดออกมา ปุด ๆ ขึ้นมาไม่หยุด จนเกิดเสียงดัง.

สายตาของทุกคนที่แสดงท่าทางกระตือรือร้นต้องการรับรู้.

ไม่นานหลังจากนั้น จากพื้นที่ตรงกลาง แสงสีแดงก็ส่องประกายไปทุกสารทิศ ไม่ น่าจะเป็นลำแสงขนาดใหญ่ที่ถูกยิงขึ้นมา มันพุ่งขึ้นไปทะลวงชั้นเมฆ.

แสงสีแดงที่น่าเกรงขามนี้ถูกส่องขึ้นไปบนท้องฟ้า ปราณฟ้าดินทันใดนั้นก็วุ่นวายโกลาหล เมฆห้าสีที่กำลังรวมตัวขึ้นในทันที ก่อนทีมันจะหมุนวนรอบ ๆ ลำแสงสีแดงดังกล่าว อากาศรอบ ๆ ที่ปรากฏพลังกดดันวิญญาณมหาศาลโถมกระหน่ำขึ้นมาในทันที เหล่าผู้ฝึกตนที่มีระดับพลังฝึกตนต่ำ ตกตายไปในทันที.

ผู้เยาว์สามคนที่มีอักษรเทียนปักอยู่บนชุด แววตาที่จ้องมองด้วยท่าทางไม่ดีนัก ด้วยพลังวิญญาณที่หนักหน่วง พวกเขาที่มีพลังฝึกตนไม่สูงไม่สามารถที่จะบินหลบหนีได้.

ลำแสงที่พุ่งขึ้นบนฟ้านั้น สิ่งดังกล่าวนี้คือสิ่งใด? ผู้เยี่ยมยุทธ์อย่างงั้นรึ?

ท้ายที่สุดหลังจากที่ลำแสงถูกยิงขึ้นไป จากนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นแสงสีทองที่ส่องประกายระยิบระยับส่องไปทุกทิศทุกทาง.

เขาคู่ที่ส่องประกายใบหน้าเหมือนกับมังกรที่ค่อย ๆ ผุดขึ้นมาจากบึงเลน แสงสีทองที่ลุกไหม้เหมือนกับเปลวเพลิง เขาขนาดใหญ่ที่ค่อย ๆ เลื่อนผุดขึ้นมา ดูน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก.

"นี่มัน นี่มัน กิเลน! สัตว์อสูรเทพบรรพชนของโลกใบใหญ่ลำดับที่ 96  กิเลน! หนีเร็วเข้า!"เซียนเซิงซือที่เอ่ยออกมาด้วยความตื่นตกใจ.

จบบทที่ Chapter 548 กิเลน.

คัดลอกลิงก์แล้ว