เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 546 ตะวันสีทองล่วงหล่นจากสวรรค์

Chapter 546 ตะวันสีทองล่วงหล่นจากสวรรค์

Chapter 546 ตะวันสีทองล่วงหล่นจากสวรรค์


การเดิมพันของสามราชวงศ์ จงซานที่กลับมาด้วยชัยชนะ.

ราชวงศ์จักรพรรดิต้าเจิ้ง ที่เฉลิมฉลองไปทั้งแผ่นดิน! การสามารถยึดครองเมือง 20 เมืองได้อย่างรวดเร็ว ราชวงศ์จักรพรรดิต้าเจิงนับว่ามั่งคั่งเป็นอย่างมาก.

สามปี ราชวงศ์จักรพรรดิต้าเจิ้งที่ใช้เวลาสั่งสมพลังอยู่สามปี ในระหว่างนี้ เรื่องของพวกเขาที่มีผู้ฝึกตนราชันย์แท้ก็กระจายไปทั่วเช่นกัน.

กับการมีผู้ฝึกตนเช่นนี้ ทำให้ทุกคนตื่นตะลึงไปตาม ๆ กัน ระดับราชันย์แท้อย่างงั้นรึ?

ระดับราชันย์แท้? เพียงแค่ราชวงศ์จักรพรรดิกับมีระดับราชันย์แท้เป็นข้าราชบริพารเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงจริง ๆ ? น่าเกรงขามนัก!

อ๋องหมาป่า ซาโพว? ทุกคนที่เข้าใจได้ในทันทีว่า เผ่าหมาป่าได้เข้าร่วมกับพวกเขาแล้ว ด้วย "ชีวิตลิขิต"เกี่ยวข้องกับสายโลหิต พวกเขาไม่สามารถที่จะขัดขืนได้ ในเวลานี้พวกเขาต้องเข้าร่วมราชวงศ์วาสนา ดูเหมือนว่าวาสนาราชวงศ์ของพวกเขานั้นจะมากมายมหาศาล ราชวงศ์จักรพรรดิที่มีผู้ฝึกตนราชันย์แท้ให้ใช้งาน ราชวงศ์จักรพรรดิต้าเจิ้ง ช่างเป็นราชวงศ์วาสนาที่ต่อต้านสวรรค์จริง ๆ .

แน่นอนว่า ยังมีสิ่งที่พวกเขาไม่รู้ ที่ ราชวงศ์ต้าเจิ้งยังมีตัวตนระดับสวรรค์แท้ ราชาโครงกระดูก หวังคู อยู่ใต้บังคับบัญชาด้วย หากรู้ไพ่ลับใบนี้แล้วล่ะก็ ไม่รู้ว่าผู้คนจะคิดเช่นไร.

สามปี การบริการงานภายในของจงซานทำให้อาณาจักรรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก.

ทัพของต้าเจิ้ง ถึงแม้ว่าจะทรงพลัง ทว่าก็เพิ่งเกิดมาเพียงสิบปี เช่นนั้นพวกเขาจะต้องวางรากฐานให้มั่นคงในภพหยินแห่งนี้ก่อน.

......

วังหลวง ท้องพระโรง ภพหยางเรียก ตำหนักซ่างเฉิง(อายุยืนยาว) ส่วนท้องพระโรงของภพหยินได้ตั้งชื่อมันว่า วิหารปู่ซือ(อมตะ)

ภายในวิหารอมตะนี้ จงซานใช้เป็นพื้นที่ประชุมวางแผน.

"รายงานฝ่าบาท ราชวงศ์ราชันย์ไป๋อวิ๋นทางภาคตะวันตก ได้มีตะวันสีทองล่วงหล่นลงมา ทำให้เกิดแผ่นดินไหวสั่นสะเทือนไปทั่วหล้า เหล่าวีรบุรุษมากมายต่างก็เดินทางไปชุมนุม ขอให้ฝ่าบาททรงตัดสินพระทัยด้วย!"เสนาธิการผู้หนึ่งกล่าวรายงาน.

"ตะวันสีทองล่วงหล่นอย่างงั้นรึ?"จงซานขมวดคิ้ว.

"ตะวันสีทองล่วงหล่นนั้น ดูเหมือนดวงอาทิตย์จริง ๆ ที่หล่นลงมาจากท้องฟ้า จมลงไปในเขตแดนภูตโคลนของราชวงศ์ราชันย์ไป๋อวิ๋น หากแต่มันกลับหายไป มีเหล่าภูตมากมายต่างค้นหา หากแต่ไม่สามารถพบสิ่งใดได้แม้แต่น้อย ราวกับว่ามันล่วงหล่นลงบนพื้นแล้วก็หายไป!"เสนาธิการกล่าว.

"อืม ข้ารู้แล้ว!"จงซานพยักหน้ารับ ไม่ได้ตอบแต่อย่างใด.

เหล่าข้าราชบริพารที่ออกไป ยังคงเหลือแค่เหล่าขุนนางคนสำคัญ.

ซึ่งแน่นอนว่ามีหลินเซียวและเซียนเซิงซืออยู่ด้วย.

"มีความเห็นว่าอย่างไร?"จงซานที่จ้องมองไปยังพวกเขา.

"ฝ่าบาท น่าจะมาจากโลกใบใหญ่!"เซียนเซิงซือเอ่ย.

"อืม!"จงซานที่พยักหน้ารับ สิ่งของที่ล่วงหล่นจากบนท้องฟ้า แน่นอนว่ามันจะต้องเป็นสิ่งของจากโลกใบใหญ่.

"เห็นเหมือนดวงตะวันล่วงหล่นลงจากก้อนเมฆ หากแต่เมื่อหล่นลงพื้นกลับไม่เห็นสิ่งใด บางทีอาจจะเป็นของวิเศษ มีใครบางคนที่เดินทางมาจากโลกใบใหญ่!"เซียนเซิงซือที่กล่าวออกมาอีกครั้ง.

"หืม?"จงซานที่กล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ.

"ต้องการเข้ามาในโลกใบเล็ก ไม่ใช่สิ่งที่เซียนจะทำสำเร็จได้ นี่คือการฝืนสวรรค์ การเข้ามาล้วนแล้วแต่ต้องเป็นความบังเอิญ เหมือนดังอุกกาบาต ทว่าการที่เห็นเหมือนดวงตะวันล่วงหล่นลงมา ชัดเจนว่าไม่ใช่อุกกาบาต ทว่าเป็นของวิเศษหรือใครบางคนเท่านั้น ไม่ว่าอย่างไร  ข้าคิดว่าคงจะดึงดูผู้คนมากมาย แน่นอนว่าย่อมมีคนเดินทางไปยังราชวงศ์ราชันย์ไป๋อวิ๋นกันมากมาย."เซียนเซิงซือกล่าวยืนยัน.

"อืม!"จงซานพยักหน้ารับ ครุ่นคิดอย่างระมัดระวัง.

"ฝ่าบาท พวกเราจะไปกันอย่างงั้นรึ?"หลินเซียวที่สอบถามออกไป.

"ไม่เพียงแค่ของวิเศษที่ล่วงหล่นเท่านั้น ทว่าเรื่องนี้จะต้องสั่นสะเทือนไปทั่วหล้า หลาย ๆ คนคงวางแผนที่จะนำสิ่งของดังกล่าวมา ราชวงศ์ราชันย์ไป๋อวิ๋นอย่างงั้นรึ? เขตแดนของภูตโคลนงั้นรึ? แน่นอนว่าข้าต้องไปดู หลินเซียวเจ้าอยู่ที่นี่!"จงซานที่กล่าวออกมาในทันที.

"หือ ครับ!"หลินเซียวที่พยักหน้ารับ.

"พรุ่งนี้ในที่ประชุม ข้าจะเตรียมการทุกอย่างให้เจ้า ดูแลทุกอย่างของเมืองซ่างแทนข้า ข้าจะให้ซาโพวอยู่ช่วยเจ้าด้วย."จงซานกล่าว.

"รับทราบ!"หลินเซียวที่พยักหน้ารับอีกครั้ง.

มีขุนนางอีกสองคนที่ยกมือคำนับรับคำสั่งด้วยเช่นกัน.

"เซียนเซิงซือ เซียนเซียน เดินทางไปยังดินแดนภูตโคลนพร้อมกับข้า!"จงซานที่เอ่ยออกมา.

"ครับ!"เซียนเซิงซือที่ตอบรับในทันที.

ส่วนเซียนเซียนนั้น แน่นอนว่าไม่มีปัญหา หลายปีมานี้ นางที่เหมือนจะเบื่อหน่ายที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ภายในเมืองซ่างเรียบร้อยแล้ว.

..........

ราชวงศ์จักรพรรดิต้าหยิง วังหลวง.

เหยี่ยนฉงจื่อที่ได้ข่าวเกี่ยวกับอาณาเขตภูตโคลน ตะวันสีทองที่ล่วงหล่นลงมายังราชวงศ์ราชันย์ไป๋อวิ๋นแล้ว ซี่งราชวงศ์ราชันย์ไป๋อวิ๋นอยู่ทางทิศตะวันออกของภพหยิน นี่คือหนึ่งราชวงศ์ที่เข้าร่วมเดิมพันกับจงซานก่อนหน้านี้.

จักรพรรดิ เหยี่ยนฉงจื่อที่ได้จัดการประชุมกันขึ้นในท้องพระโรง.

ที่ด้านนอกตำหนักนั้น มีชายชราที่กลิ้งโถสุราไปมา จดจ้องมองไปยังพื้นที่ไกลออกไป พร้อมกับดมกลิ่นของสุราต่าง ๆ ชนิดกัน.

"อาวุโส!"เหยี่ยนฉงจื่อให้องค์รักษ์เรียกเขาเข้ามาในห้องโถง.

"หืม?"อาวุโสจิวที่ดวงตาปรือ ๆ  ลืมขึ้นมาและหลับตาลงต่อ.

"อาวุโส เกิดเรื่องสำคัญขึ้นแล้ว!"เหยี่ยนฉงจื่อที่เอ่ยออกมา.

"มีเรื่องอะไรใหญ่โตกว่าความฝันของข้า!"อาวุโสจิวที่กล่าวงัวเงีย.

เหยี่ยนฉงจื่อที่ฝืนยิ้มออกมา "ทว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก!"

จากนั้นอาวุโสจิวที่ลืมตาขึ้นมา ความมึนเมาที่ราวกับว่าหายไปในทันที ก่อนที่จะกลับมานั่ง.

"เกิดอะไรขึ้น?"อาวุโสจิวที่ขมวดคิ้วไปมา.

"อาวุโส คงต้องขอให้ท่านช่วยข้าค้นหาเรื่องที่เกิดขึ้นนี้แล้ว เมื่อไม่นานมานี้ มีเรื่องสำคัญที่ราชวงศ์ราชันย์ไป๋อวิ๋น ดวงตะวันสีทองล่วงหล่นจากท้องฟ้า พอหล่นลงพื้นก็หายไป! บางทีอาจจะเป็นสิ่งของบางอย่างที่มาจากโลกใบใหญ่ที่ล่วงหล่นลงมา!"เหยี่ยนฉงจื่อกล่าว.

"หืม?"อาวุโสจิวที่ขมวดคิ้วครุ่นคิด.

"อาวุโส ท่านมีความเห็นหรือไม่? หรือว่าเป็นลางบอกเหตุอะไร?"เหยี่ยนฉงจื่อที่ชำเลืองมองไปยังอาวุโสจิว.

"ลางบอกเหตุรึ? คาดไม่ถึงเลยว่าจะมีเรื่องเช่นนี้ ข้าคงต้องไปดู!"อาวุโสจิวที่สูดหายใจลึก.

"ข้าจะไปกับอาวุโส ไม่รู้ว่ามีสิ่งใดที่มาจากโลกใบใหญ่!"เหยี่ยนฉงจื่อที่กล่าวออกมาในทันที.

อาวุโสจิวที่จ้องมองไปยังเหยี่ยนฉงจื่อ ท้ายที่สุดก็พยักหน้า "เอาล่ะ เจ้ามีเชาว์ปัญญาที่เหนือกว่าข้า บางทีในเวลานั้นอาจจะต้องใช้มันสมองของเจ้า."

"ข้าได้เตรียมทุกอย่างเอาไว้แล้ว พรุ่งนี้ตอนบ่าย พวกเราจะเดินทางไปยังราชวงศ์ราชันย์ไป๋อวิ๋นพร้อมกันกับอาวุโส"เหยี่ยนฉงจื่อกล่าว.

"อืม!"

..........

ระหว่างเส้นทางไปยังราชวงศ์ราชันย์ไป๋อวิ๋น.

จงซานที่นำเซียนเซิงซือ และเซียนเซียน มุ่งตรงไปยังจุดหมาย ด้วยความเร็วสูง พริบตาเดียวก็ผ่านไปหลายพันลี้ คนทั้งสาม เซียนเซิงซือที่มีระดับหลอมกายธาตุ ทว่าเซียนเซิงซือกับมีวิธีบางอย่าง ที่ทำให้ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้น ไม่ได้ด้อยไปกว่าเซียนเซียนเลย.

ส่วนจงซานนั้น ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึง ด้วยร่างแยกเงานั้น ระดับจักรพรรดิแท้ขั้นที่ห้า ความเร็วของเขานั้นแม้แต่ระดับราชันย์แท้ยังเทียบไม่ได้ ความเร็วของจงซานไม่ธรรมดา หากแต่ใช้ความเร็วเท่ากับความเร็วสูงสุดของเซียนเซียน.

พวกเขาผ่านโพ้นทะเล ตรงไปยังเขตแดนภูตโคลนตามแผนที่ที่ได้รับมา.

หนึ่งเดือนหลังจากนั้น.

เขตแดนของภูตโคลน บนเทือกเขาแห่งหนึ่ง จงซานและพรรคพวกที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า.

ใกล้ ๆ เทือกเขาแห่งนี้นั้น ร่างสองร่าง ชายผู้หนึ่งในชุดสีดำที่ทรงพลัง และชายชราขี้เมา ที่พกขวดสุราตลอดเวลา.

ทันทีที่เห็นจงซาน อาวุโสจิวที่ดวงตาเปล่งประกาย ก่อนที่จะบินเข้ามาหา.

จงซานที่บินมาจึงต้องหยุดกลางอากาศจ้องมองมองคนทั้งสอง.

อาวุโสจิวที่หยุดกลางอากาศเช่นกันพร้อมกับค่อย ๆ หย่อนตัวลงบนหุบเขาแห่งนึ่ง ซึ่งเหยี่ยนฉงจื่อที่ตามมาช้า ๆ .

"ฮ่าฮ่า จงซาน พวกเราคงจะมีชะตาร่วมกัน! เจ้ามีสุราหรือไม่? เหมือนกับคราวที่แล้ว!"อาวุโสจิวที่เอ่ยออกมาในทันที.

"จักรพรรดิต้าเจิ้ง พบกันอีกแล้ว!"เหยี่ยนฉงจื่อเผยยิ้มออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจ.

"หืม?เหยี่ยนฉงจื่อ? ทำไมมาอยู่ที่นี่อย่างงั้นรึ?"จงซานที่เอ่ยออกมาด้วยความประหลาดใจ.

"แน่นอนตะวันสีทองที่ล่วงหล่นลงมาจากสวรรค์ ไม่ใช่ว่าเจ้าเองก็สนใจหรอกรึ?"เหยี่ยนฉงจื่อที่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม.

จงซานที่ขมวดคิ้ว ตัวเขาที่ได้มาพบกับเหยี่ยนฉงจื่อโดยบังเอิญ ทว่าเขากับตอบ ตะวันสีทองที่ล่วงหล่นจากสวรรค์ กับคำตอนนี้ได้บอกทุกอย่างที่เขาสอบถามแล้ว ดูเหมือนว่าเหยี่ยนฉงจื่อจะไม่ธรรมดา.

"พวกเราเองก็เช่นกัน!"จงซานกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม.

"จงซาน ว่าแต่เจ้ามีสุรามาด้วยหรือไม่?"อาวุโสจิวที่ยังคงกล่าวออกมาอีกครั้ง.

จงซานที่สะบัดมือครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะน้ำไหสุราออกมา ก่อนที่จะส่งมันให้กับอาวุโสจิว.

"จะไม่แนะนำตัวหน่อยรึ?"จงซานที่จ้องมองไปยังอาวุโสจิว.

"เจ้าเรียกข้าว่าผู้เฒ่าจิวโถวได้ ส่วนชื่อจริงนั้นข้าลืมไปแล้ว!"อาวุโสจิวที่ยกไหสุราพร้อมกับปิดฝาออกมา.

เซียนเซียนที่เบ้ปาก แล้วกล่าวออกมาเบา ๆ  "ทิ้งชื่อตัวเอง!"

"หืม?"อาวุโสจิวที่ตกใจเล็กน้อย พร้อมกับหันหน้าไปมองเซียนเซียน.

"เจ้าบอกว่าข้าทิ้งชื่ออย่างงั้นรึ?"อาวุโสจิวที่จ้องมองไปยังเซียนเซียนด้วยความประหลาดใจ.

"แน่นอน ข้าและจงซานเคยพูดคุยกันเรื่องนี้ บางทีชีวิตของเจ้าคงจะประสบความยากลำบาก จนยากที่จะเอ่ยถึง หรือจะเป็นชายแก่บ้าคลั่งที่ชอบปกปิดความลับ เจ้าเลือกที่จะทำเช่นนี้เอง ทิ้งชื่อตัวเองไป อย่างน้อยก็จะได้หนีไม่ให้ใครเห็น!"เซียนเซียนที่บิดริมฝีปากกล่าวออกมาด้วยความเหยียดหยัน.

อาวุโสเทียนที่รู้สึกหดหู่เป็นอย่างมาก! ประสบความยากลำบากมารึ? จนยากที่จะเอ่ยถึงรึ? เรื่องนี้ก็ยังพอทำเนา แต่เจ้าบอกว่าข้าเป็นชราที่เสียสติ เป็นโรคร้ายชอบปกปิดความลับรึ?

คิดถึงเรื่องของตัวเองก็ทำให้อารมณ์ลุ้งพล่านเช่นกัน ทว่าจ้องมองไปยังสาวน้อยเซียนเซียนแล้วแววตาของเขาที่แสดงท่าทางโศกเศร้าออกมา.

"เซียนเซียนอย่าได้เสียมารยาท!"จงซานที่ขวางนางเอาไว้.

แม้ว่าเซียนเซียนจะกล่าวเช่นนั้นออกมา ทว่ากับคนอื่นเขาที่ไม่ได้รู้จักอะไรเขาต้องดุร้ายด้วยรึ? มีอะไรที่ไม่สุภาพกัน?

"แล้วพวกท่านทำไมมาหยุดที่นี่กัน? ไม่ใช่ว่าต้องการเข้าไปยังพื้นที่ภูตโคลนหรอกรึ?” จงซานที่เอ่ยถามอาวุโสจิวโถว.

จงซานเห็นว่าคำพูดของเหยี่ยนฉงจือนั้นเต็มไปด้วยความรอบคอบ จึงไม่คิดจะสอบถามเขาออกไป จึงได้หันมาสอบถามอาวุโสจิวแทน.

"หืม ที่ด้านหน้ามีอันตราย!"อาวุโสจิวที่เอ่ยออกมาตามตรง.

เหยี่ยนฉงจื่อที่อยู่ใกล้ ๆ ขมวดคิ้วไปมา ต้องการจะห้าม ทว่าก็ไม่ทันแล้ว.

"มีอันตรายด้านหน้า? ท่านเข้าไปแล้วรึ?"จงซานกล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ.

"ไม่!"อาวุโสจิวกล่าวพลางดื่มสุรา.

"ไม่? แล้วรู้ได้อย่างไรว่ามีอันตราย?"เซียนเซียนที่กล่าวล้อออกมาในทันที.

"ข้าสัมผัสได้!"อาวุโสจิวกล่าว.

"สัมผัสได้อย่างั้นรึ?"เซียนเซียนจ้องมองด้วยสายตาที่แปลกประหลาด.

อาวุโสจิวที่ไม่ได้ใส่ใจเซียนเซียน แม้ว่านางจะเหน็บแนมเขา หากแต่เขาก็ไม่ได้ต้องการทำให้เหมือนกับคำพูดนางที่ว่าเขาเป็นคนเสียสติ.

"ข้าบอกว่ามีอันตรายก็ต้องมีอันตราย เชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่!"อาวุโสจิวที่เอ่ยออกมาตรง ๆ .

ได้ยินคำพูดของอาวุโสจิวโถวแล้ว ดวงตาของจงซานเปล่งประกาย สัมผัสได้อย่างงั้นรึ? หากแต่ไม่รู้ว่ามันคืออันตรายอะไร? แน่นอนว่าเซียนเซียนย่อมไม่เชื่อคำพูดของอาวุโสจิว ทว่าจงซานนั้นเชื่อ เพราะว่าร่างหลักของจงซานนั้นมีทักษะเช่นนี้.

นิมิตรโชคดีและโชคร้าย!

ร่างหลักจงซานนั้นสามารถที่จะพยากรณ์โชคดีและโชคร้ายได้ ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล ด้วยบัวหงหลวนเทียนทำให้เขาสามารถหลีกเลี่ยงหายนะ ได้หลายครั้ง นี่อาจจะเรียกได้ว่าการบำเพ็ญโชคลาภ เป็นหนึ่งในสายการบำเพ็ญ จงซานไม่เคยกล่าวเรื่องนี้กับใคร บางทีอาวุโสจิวผู้นี้มีความสามารถนี้หรือไม่?

จบบทที่ Chapter 546 ตะวันสีทองล่วงหล่นจากสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว