เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 เพื่อน

บทที่ 12 เพื่อน

บทที่ 12 เพื่อน


บทที่ 12 เพื่อน

การออกกำลังกายร่วมหนึ่งชั่วโมงรีดเรี่ยวแรงของเขาจนเกลี้ยง

เขาหยุดพัก มองไปที่หน้าต่างระบบ และเป็นไปตามคาด... มีค่าการฝึกซ้อมเพิ่มขึ้นมาหนึ่งแต้ม

จากนั้นเขาก้มดูนาฬิกา... ห้าโมงเย็นกว่าแล้ว

ตามข้อมูลที่ซานโตสบอก โรงอาหารของศูนย์ฝึกจะเริ่มเสิร์ฟมื้อเย็นตอนหกโมง

เวลานี้เขาควรไปหาอะไรกินที่โรงอาหารได้แล้ว

หลินรุ่ยหยิบเสื้อแจ็กเกตขึ้นมา เดินกลับหอพักไปล้างหน้าล้างตาอย่างรวดเร็ว แล้วตรงดิ่งไปที่โรงอาหาร

เมื่อไปถึง มื้อเย็นก็เริ่มเสิร์ฟพอดี

โรงอาหารของศูนย์ฝึกเป็นแบบบริการตัวเอง อาหารมีให้เลือกหลากหลาย

ทว่า... ทั้งหมดล้วนเป็นเมนูเพื่อสุขภาพ

แน่นอนว่าคำว่า “เพื่อสุขภาพ” มักมาคู่กับรสชาติที่ “ไม่ได้เรื่อง” สักเท่าไหร่

แต่หลินรุ่ยไม่สนเรื่องนั้น เขาคว้าถาดมาใบหนึ่ง ตักอาหารพูนจาน แล้วหามุมสงบนั่งลงโซบ

เนื่องจากหลินรุ่ยมาค่อนข้างเร็ว ผู้คนในโรงอาหารจึงยังบางตา บรรยากาศเงียบสงบ

หลินรุ่ยหิวโซจริง ๆ ช่วงบ่ายเขากินแค่ขนมปังไปก้อนเดียว ซึ่งมันถูกเผาผลาญไปหมดเกลี้ยงตั้งแต่ตอนซ้อมเมื่อครู่

ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับกองภูเขาอาหารตรงหน้า เขาจึงเริ่มจัดการมันอย่างตะกละตะกลามทันที

“สวัสดีครับ คนจีนหรือเปล่าครับ?”

ขณะที่หลินรุ่ยกำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย เสียงภาษาจีนก็ดังขึ้นข้างหู

หลินรุ่ยเงยหน้าขวับ เห็นชายหนุ่มหน้าตี๋สองคนยืนอยู่ตรงข้าม ในมือถือถาดอาหารพูนจาน จ้องมองมาที่เขา

หลินรุ่ยแปลกใจเล็กน้อย... ในโรงอาหารนักเตะแอตเลติโก มาดริด มีคนจีนด้วยเหรอ?

อย่างไรก็ตาม การได้เจอเพื่อนร่วมชาติในต่างแดนย่อมเป็นเรื่องน่าอภิรมย์เสมอ

รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าเขา “ใช่ครับ แล้วพวกนายล่ะ?”

ได้ยินหลินรุ่ยยืนยันตัวตน เด็กหนุ่มทั้งสองก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที พวกเขานั่งลงตรงข้ามโดยไม่ต้องรอคำเชิญ

คนตัวสูงกว่าแนะนำตัวก่อน “ผมชื่อ เถียเสี่ยว ส่วนหมอนี่ชื่อ จ้าวตงหยาง พวกเราเล่นให้ชุด U18 ของแอตเลติโก มาดริด พี่เพิ่งมาใหม่เหรอครับ? อยู่ทีมเราหรือเปล่า?”

ได้ยินคำพูดของเถียเสี่ยว หลินรุ่ยก็เข้าใจทันทีว่าทำไมถึงมีนักเตะจีนที่นี่

ในชีวิตก่อนหน้านี้ ช่วงเวลานี้น่าจะเป็นตอนที่เศรษฐีอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังของจีน ผู้หลงใหลฟุตบอล ได้เริ่มโครงการส่งเสริมฟุตบอลระดับชาติ

โครงการนี้คัดเลือกเยาวชนฝีเท้าดีจากจีนส่งมาฝึกซ้อมและพัฒนาฝีเท้าที่แอตเลติโก มาดริด

ต่อมา เขาถึงขั้นทุ่มเงินมหาศาลซื้อหุ้น 20% ของสโมสร กลายเป็นหนึ่งในเจ้าของทีมตราหมี

คำนวณจากช่วงเวลา นี่น่าจะเป็นช่วงแรกเริ่มที่อีกฝ่ายเพิ่งเริ่มดำเนินโครงการ

และเด็กหนุ่มสองคนตรงหน้านี้ ก็น่าจะเป็น “หนูทดลองรุ่นแรก”

คิดได้ดังนั้น หลินรุ่ยก็ยิ้มออกมา... ดูท่าชีวิตในแอตเลติโก มาดริด ต่อจากนี้คงไม่น่าเบื่อแล้ว

ยังไงซะ การมีพวกพ้องอยู่ด้วยกันเยอะ ๆ ก็เป็นเรื่องดีเสมอ

เขายิ้มและยื่นมือไปทักทายทั้งสอง “ฉันชื่อ หลินรุ่ย อยู่ทีมชุดบี เพิ่งเซ็นสัญญาเมื่อวันนี้เอง”

“ว้าว! พี่หลิน พี่บอกว่าอยู่ชุดบีเหรอ? นั่นมันทีมระดับเซกุนด้า ดิวิชั่น เลยนะ! พี่โคตรเจ๋ง!”

เด็กหนุ่มทั้งสองตาโตด้วยความทึ่ง พวกเขาไม่คิดว่าชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันคนนี้จะสังกัดทีมชุดบี

ต้องรู้ก่อนว่า แม้เซกุนด้าจะเป็นแค่ลีกรองของสเปน แต่ระดับความเข้มข้นของการแข่งขันนั้นเหนือกว่าซูเปอร์ลีกจีนแบบคนละชั้น

การได้เล่นในเซกุนด้า หมายความว่าฝีเท้าต้องอยู่ในระดับท็อปของนักเตะจีนแน่นอน

จึงไม่แปลกที่เด็กหนุ่มทั้งสองจะตกใจ

“แค่โชคดีน่ะ” หลินรุ่ยตอบอย่างถ่อมตน

นั่นยิ่งทำให้เด็กหนุ่มทั้งสองประทับใจในตัวหลินรุ่ยมากขึ้นไปอีก

ถ้าเป็นนักเตะจีนคนอื่นที่ได้เข้าทีมชุดบี ป่านนี้คงยืดอกเชิดหน้าจนรูจมูกชี้ฟ้าไปแล้ว

ต่างจากหลินรุ่ยที่ทำตัวติดดินและถ่อมตัวสุด ๆ

พวกบิ๊กเนมในจีนน่ะเหรอ... ฝีเท้าไม่เท่าไหร่ แต่วางมาดระดับซูเปอร์สตาร์โลกทั้งนั้น

เมื่อกี้ตอนรู้ว่าหลินรุ่ยเป็นนักเตะชุดบี พวกเขายังเกร็ง ๆ อยู่เลย

แต่พอเห็นหลินรุ่ยเป็นกันเอง ความเกร็งก็ค่อย ๆ ผ่อนคลายลง

ทั้งสามคนอายุไล่เลี่ยกัน แถมเป็นนักเตะเหมือนกัน จึงมีเรื่องคุยกันถูกคอ ไม่นานก็สนิทสนมกัน

จากการพูดคุย หลินรุ่ยได้รู้ว่า เถียเสี่ยวปีนี้อายุ 18 ส่วนจ้าวตงหยางเพิ่งจะ 17

เถียเสี่ยวเป็นผู้รักษาประตู U18 ส่วนจ้าวตงหยางเล่นกองกลาง

ทั้งคู่มาอยู่ที่แอตเลติโก มาดริด ตั้งแต่ปีที่แล้ว รวม ๆ ก็เกือบปี

นอกจากพวกเขา ยังมีเพื่อนร่วมรุ่นอีกหลายคนที่มาพร้อมกัน และกำลังฝึกซ้อมอยู่ในอะคาเดมี่รุ่น U18

มื้ออาหารผ่านไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางบทสนทนาของทั้งสาม

ระหว่างนั้น มีนักเตะเยาวชนจีนอีกหลายคนเดินเข้ามาทานข้าว ซึ่งล้วนเป็นเพื่อนร่วมทีมของเถียเสี่ยว

คนเหล่านี้ต่างเข้ามาทักทายหลินรุ่ยอย่างกระตือรือร้น แต่เนื่องจากโต๊ะนั่งมีจำกัด พวกเขาจึงแยกไปนั่งโต๊ะข้าง ๆ

หลังจากจัดการอาหารเรียบร้อย หลินรุ่ยคิดจะกลับไปซ้อมต่อที่สนาม แต่ถูกเถียเสี่ยวรั้งไว้ก่อน

“พี่หลิน เดี๋ยวพวกผมจะออกไปเดินเล่นกัน พี่จะไปด้วยไหม?”

“ฉันไม่ไป เดี๋ยวต้องซ้อมต่อ” หลินรุ่ยปฏิเสธทันควัน

การออกไปเดินช้อปปิ้งมันไม่ช่วยให้เก่งขึ้นเท่าการซ้อมหรอก

“ซ้อม? ซ้อมอะไรตอนกลางคืนครับ?”

เถียเสี่ยวทำหน้างง

“ก็ซ้อมพิเศษไง ในเซกุนด้าการแข่งขันสูงจะตาย ถ้าไม่ซ้อมพิเศษจะยืนระยะในทีมได้ยังไง?”

หลินรุ่ยตอบเหมือนเป็นเรื่องปกติ

ได้ยินคำตอบของหลินรุ่ย เถียเสี่ยวและจ้าวตงหยางต่างเงียบกริบ

พวกเขาไม่คิดว่าหลินรุ่ยจะขยันขนาดนี้... มิน่าล่ะ ถึงได้ขึ้นไปอยู่ชุดบีได้

เทียบกับตัวพวกเขาเองที่คิดแต่เรื่องเที่ยวเล่น

พวกเขาหลงคิดว่าแค่ซ้อมตามโปรแกรมปกติให้ครบทุกวันก็พอแล้ว เวลาที่เหลือคือเวลาพักผ่อนบันเทิงเริงรมย์

มันก็เข้าใจได้ แต่ถ้าอยู่ในสภาพนั้น จะพัฒนาฝีเท้าให้ก้าวกระโดดได้ยังไง?

วินาทีนี้ สหายทั้งสองรู้สึกละอายใจขึ้นมาจับใจ

พวกเขาหันมามองหลินรุ่ย แล้วเอ่ยขึ้นว่า “พี่หลิน... งั้นพวกผมขอซ้อมพิเศษกับพี่ด้วยคน”

“หือ?”

หลินรุ่ยอึ้งไปเล็กน้อย

เจ้าหนุ่มสองคนนี้ใจสู้ใช้ได้แฮะ

แน่นอน เขาไม่ปฏิเสธคำขอนี้

ยังไงซะ ซ้อมคนเดียวมันก็น่าเบื่อ มีเพื่อนคุยเพิ่มอีกสองคนก็ดีเหมือนกัน

ดังนั้น ทั้งสามคนจึงเดินออกจากโรงอาหาร มุ่งหน้าตรงไปยังสนามซ้อมด้วยกัน

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 12 เพื่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว