เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 541 มันน้อยไปไหม?

Chapter 541 มันน้อยไปไหม?

Chapter 541 มันน้อยไปไหม?


การเดิมพันของสามราชวงศ์ สถานที่จัดงานอยู่บนสถานที่เชื่อมต่อของทั้งสามอาณาจักร เทือกเขาหยินมี่!

สถานที่แห่งนี้มีเทือกเขาที่มีพื้นที่ราบมีเวทีขนาดใหญ่ เรียกว่าลานหยินมี่.

ผู้ที่ไปถึงเป็นคนแรกนั้นเป็นราชวงศ์จักรพรรดิต้าหยิง.

ราชวงศ์จักรพรรดิต้าหยิงนั้น เป็นราชวงศ์จักรพรรดิของเหล่าภูต พวกเขามีภูตชรากว่าหนึ่งพันตน.

ใต้สวรรค์แห่งนี้แยกภพหยินหยาง หลังจากที่คนตายไป มีเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ที่มีโอกาสเกิดเป็นภูต ทว่าเหล่าภูตเหล่านั้นเอง มีเพียงแค่ 1 เปอร์เซ็นต์เช่นกันที่มีโอกาสจุติกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง ดังนั้นเหล่าภูตมากมายจึงเลือกที่จะไม่จุติ พร้อมกับอาศัยอยู่ในภพหยิน คล้าย ๆ กับคนภพหยางที่ไม่ต้องการตกตายไปนั่นเอง.

ราชวงศ์จักรพรรดิของเหล่าภูต จักรพรรดิต้าหยิงมีนามว่า เหยี่ยนฉงจื่อ.

เหยี่ยนฉงจื่อที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สีดำทมิฬ บัลลังก์ที่เหมือนกับแร้งมังกร สีดำมืดมน มงกุฎของเขาก็เป็นสีดำล้วนเช่นกัน มีหยกประดับบนมงกุฎงดงาม ใบหน้าขาวซีดดวงตาสีแดงเพลิง.

เขานำกองกำลังมาราว ๆ  แปดแสนนาย ชุดเกาะของทหารที่สวมชุดสีดำล้วน จนไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ทหารทั้งแปดแสนคนนี้ดูแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก ราวกับว่ากำลังลอยอยู่ตลอดเวลา.

ทหารภูตแปดแสนนาย เป็นกองทัพที่บ่มเพาะวิชาของเหล่าภูตนั่นเอง.

เหยี่ยนฉงจื่อที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกร ซึ่งรอบ ๆ เขานั้นมีเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิท พวกเขาเองก็ไม่ต่างจากมนุษย์ ทว่าพวกเขาฝึกฝนวิชาของภูต ทำให้ใบหน้าของพวกเขาซีดขาว ไม่มีสีโลหิต ดูค่อนข้างน่าหวาดกลัวเช่นกัน.

พวกเขาไม่กล้าก้าวเลยออกมาด้านหน้าแม้เพียงครึ่งก้าว ตอนนี้ยืนอยู่ด้านหลังเยี่ยนฉงจื่อ ที่ด้านหลังบัลลังก์นั้นมีบรรยากาศที่แปลก ๆ  กลิ่นกายพลังวิญญาณของเหล่าภูตนั้นดูอึมครึมมืดมนเป็นอย่างมาก.

ที่บรรยากาศดูอึมครึมนั้น ดูเหมือนว่าที่ด้านหลังบัลลังก์มังกรนั้น มีเก้าอี้ยาว เป็นเก้าอี้ยาวที่ดูหรูหราไม่น้อย บนเกาะอี้ยาวนั้นมีชายชราผู้หนึ่ง จมูกที่มีสีแดง ดวงตาที่ครึ่งหลับครึ่งตื่น สวมชุดสีเทาที่ดูชำรุด ครึ่งนอนครึ่งนั่งบนเก้าอี้ยาว ที่ข้าง ๆ กายเขานั้นมีน้ำเต้าสุราขนาดใหญ่ เขาครึ่งนั่งครึ่งนอนกอดมันพลางยกมันขึ้นมาจิบเป็นระยะ พร้อมหลับตาพริ้ม.

ท่าทางของชายชราที่อยู่หัวแถว การกระทำของเขา ความน่าเกรงขามของเขากลับไม่มีให้เห็นเลย ทว่าเหยี่ยนฉงจื่อกลับไม่ได้ว่ากล่าวอะไร และไม่ได้หยุดชายชราผู้นี้แต่อย่างใด.

กองทัพของเขาที่ประจำอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ เหยียนฉงจื่อที่นั่งวางมือบนพนักพิงมังกร หลับตารอคอย.

ขณะที่เหยี่ยนฉงจื่อรอคอยอยู่นั้น ราชวงศ์จักรพรรดิที่สองก็เดินทางมากถึง.

ราชวงศ์จักรพรรดิต้าซุน.

จักรพรรดิต้าซุน โดยมีจักรพรรดินามว่า กัวเฟิง.

กัวเฟิงที่ดูเหมือนมนุษย์ กองทัพของเขาก็เคลื่อนทัพเหมือนกับมนุษย์.

กัวเฟิงที่สวมชุดจักรพรรดิสีแดงชาด มงกุฎหยกสีแดงชาด ใบหน้าที่ดูเคร่งขรึม ดวงตาที่ราวกับว่าเปิดไม่สนิท ทว่ากับแฝงไปด้วยจิตสังหาร ดูน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก.

กัวเฟิงที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกร ซึ่งมีกลุ่มผู้ใต้บังคับบัญชาที่เชื่อใจยืนอยู่ด้านหลัง เป็นชายที่ทั่วร่างมีสีผิวโลหิต ยืนอยู่ด้านหลังของเขาเล็กน้อย แม้ว่าจะมีสถานะต่ำกว่าเกาเฟิง ทว่าเห็นได้ชัดเจน ในกลุ่มคนนั้น เขามีสถานะที่สูงส่งเป็นอย่างมาก.

ด้านล่างเวที เป็นกองกำลังของราชวงศ์จักรพรรดิต้าซุน.

กองกำลังของราชวงศ์จักรพรรดิต้าซุน แยกออกเป็นสองทัพ หนึ่งคือทหารราบ อีกหนึ่งคือกองกำลังเคลื่อนที่เร็ว ทัพหมาป่า.

ทหารราบมี 300,000 นาย และกองกำลังหมาป่ามี 200,000 นาย.

ทหารสองแสนนาย ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หมาป่าขนาดใหญ่ หมาป่าเหล่านี้แปลกประหลาดเป็นอย่างมาก ทุกตนที่มีรัศมีแสงสีแดงโลหิตแผ่ออกไปทั่วร่าง แม้แต่ดวงตาเองก็ด้วย ปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งความตายออกมา เป็นหมาป่าโลหิตที่ร้ายกาจเป็นอย่างมาก.

กองกำลังหมาป่าโลหิตที่อยู่ด้านหน้า ดูทรงพลังน่าเกรงขาม.

ราชวงศ์จักรพรรดิต้าซุนร้ายกาจไม่น้อย ซึ่งนั่นก็เพราะว่ามีกองกำลังหมาป่านั่นเอง.

ทัพของพวกเขาที่ก้าวเข้ามา กัวเฟิงที่โบกสะบัดให้พวกเขาเข้าไปประจำตำแหน่งในทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเทือกเขาหยินมี่.

ทัพของพวกเขาที่เข้าประจำที่อย่างเป็นระเบียบ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีกฎระเบียบที่เข้มงวดเป็นอย่างมาก.

เกาเฟิงที่ยกมือขึ้นวางบนพนักบัลลังก์ เงยหน้าขึ้นมองเหยี่ยนฉงจื่อที่ไกลออกไป.

ทัพใหญ่ของราชวงศ์จักรพรรดิทั้งสองมาถึงแล้ว พวกเขาที่จ้องมองหน้ากันและกัน.

"เหยี่ยนฉงจื่อ รู้สึกว่าจะไม่ได้เห็นเจ้านานแล้วสินะ!"กัวเฟิงที่เผยยิ้มออกมา จ้องมองอย่างมีเลศนัย

"!" เหยี่ยนฉงจื่อที่พยักหน้าให้เท่านั้น.

นี่คือการพูดคุยของจักรพรรดิทั้งสอง แน่นอนว่าคนอื่นไม่สามารถออกความเห็นได้ พวกเขาที่รอคอยคำพูดของผู้นำทั้งสอง.

"ครั้งนี้เจ้าต้องการที่จะเดิมพันเท่าไหร่?"กัวเฟิงที่กล่าวออกมาตรง ๆ .

"เจ้าคิดว่าอย่างไร?"เหยี่ยนฉงจื่อที่ไม่กล่าวตอบออกไป.

นี่คือการชิงไหวชิงพริบ ไม่มีใครเผยความในใจของตัวเองออกมาก่อน.

"ต้าเซียนได้ล่มสลายไปแล้ว ในเวลาไม่นานก็มีราชวงศ์จักรพรรดิต้าเจิ้งโผล่ขึ้นมา เจ้ารู้หรือไม่?"กัวเฟิงที่สอบถามออกไป.

"ราชวงศ์จักรพรรดิต้าเจิ้ง ควบคุมผู้มีอำนาจควบคุมข้าราชบริพารพวกเขาเอาไว้ แสดงว่าจักรพรรดิหาได้ใช่คนดี!"เหยี่ยนฉงจื่อกล่าว.

"งั้นเจ้าก็เป็นคนดีอย่างงั้นรึ?"กัวเฟิงที่กล่าวล้อเผยยิ้มออกมาเล็กน้อย.

สายตาของเหยี่ยนฉงจื่อที่เปลี่ยนเป็นเย็นชา ภายในใจที่เผยความเป็นปฏิปักษ์ออกมา "อย่างน้อยก็ไม่ใช่วิธีลับ ๆ ล่อ!"

"เขา? จงซาน? คนผู้นี้ ใช้เวลาไม่ถึงสิบปีก็สามารถสร้างราชวงศ์จักรพรรดิขึ้นมา ข้าเองก็ต้องการเจอเขา เขาไม่มาอย่างงั้นรึ?ข้าละอย่างพบจริง ๆ ."กัวเฟิงเผยยิ้มเหยียดหยันออกมา.

กัวเฟิงผู้นี้เป็นคนที่ยโสโอหังเป็นอย่างมาก ต่อหน้าราชวงศ์จักรพรรดิทั้งสองที่มีกองกำลังกำลังรวมกันมากกว่าล้านคน ไม่คิดเลยว่าเขาจะเต็มไปด้วยความเหยียดหยันฝังตรงขาม และยังแสดงท่าทางดูแคลนจงซานอย่างชัดเจน ความอหังการนี้ อีกไม่นานจะต้องถูกคิดบัญชีอย่างสาสม.

เหยี่ยนฉงจื่อจ้องมองไปยังกัวเฟิง เผยท่าทางเหยียดหยัน.

ขณะที่พวกเขาพูดคุยกันนั้น ทันใดนั้นก็พบเงาร่างจากทิศตะวันออก.

ทัพของต้าเจิ้งเดินทางมาแล้วนั่นเอง.

จงซานที่นำกองกำลัง 800,000 นาย ออกมาจากเมืองซ่าง.

กองทัพที่ได้รับการฝึกฝนอย่างดีมาหลายปี แม้แต่การเดินขบวนถึงกับทำให้ราชวงศ์จักรพรรดิทั้งสองต้องขมวดคิ้วแน่น.

พร้อมเพรียงขนาดนี้เลยรึ?

แม้ว่าจงซานจะนำทหารมาเพียง 8 แสนนาย ทว่าทหารทั้งแปดแสนนี้ เดินขบวน จังหวะยกเท้า ที่ลงสู่พื้นและยกขึ้น เหมือน ๆ กันเป็นอย่างมาก ทุก ๆ  การก้าวเดินเป็นไปตามจังหวะกลองรบ.

เสียงเท้าที่กระทืบพื้น เสียงดังสนั่นหวั่นไหว แลดูน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก.

ธงจักรพรรดิขนาดใหญ่โต ปักอยู่บัลลังก์มังกร จงซานในชุดมังกรทองเก้าเล็บ ดูสง่างามน่าเกรงขาม มงกุฎสีทองที่แผ่กลิ่นอายที่แข็งแร่งราวกับปราณราชันย์.

บัลลังก์เก้ามังกรที่ดูยิ่งใหญ่ เผยให้เห็นถึงอำนาจของจักรพรรดิ บนแท่นขบวนมังกร เหล่าผู้บังคับบัญชาที่น่าเกรงขาม เต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม ใบหน้าของทุกคนที่ดูเคร่งขรึมและดูน่าเคารพ กลิ่นอายจักรพรรดิที่แผ่ออกมานั้น เต็มไปด้วยแรงกดดัน.

จักรพรรดิ นี่คือจักรพรรดิอย่างงั้นรึ? ทำไมอำนาจบารมีถึงได้ดูน่าเกรงขามถึงขนาดนี้.

ราชวงศ์จักรพรรดิต้าเจิ้ง.

เหยี่ยนฉงจื่อและกัวเฟิงจดจ้องมองด้วยสายตาที่เย็นชา.

ทัพของต้าเจิ้งที่ก้าวเข้ามาช้า ๆ  ท้ายที่สุดก็มาอยู่ที่ด้านหน้าลานหยินมี่ ไม่จำเป็นต้องให้จงซานกล่าวออกมา เพียงแค่โบกมือหลินเซียวก็เข้าใจแล้ว ทัพทั้งหมดที่หยุดอยู่อย่างพร้อมเพียง เขาแถวตรงไม่ขยับเคลื่อนไหว.

นี่เป็นกองทัพที่เข็มงวดเป็นอย่างมาก ราชวงศ์ฝ่ายตรงข้ามทั้งสองที่ขมวดคิ้ว คาดไม่ถึงแม้แต่น้อยจะมีทัพที่พร้อมเพียงถึงเพียงนี้ ทว่าไม่คาดคิดเช่นกันเพียงสองปี ราชวงศ์จักรพรรดิต้าเจิ้งจะพัฒนาได้เร็วขนาดนี้ ระยะเวลาสั้น ๆ กลับสามารถฝึกฝนทัพได้แข็งแกร่งขนาดนี้เลยรึ?

อย่างไรก็ตาม เหยี่ยนฉงจื่อและกัวเฟิงยังคงรู้สึกดูแคลนในใจ.

ที่ด้านข้างบัลลังก์มังกรของจงซานนั้น มีเหล่าเสนาธิการใหม่และมีเซียนเซิงซือ หลินเซียว เซียนเซียนและซาโพว.

เซียนเซียนที่จ้องมองผ่านลานหยินมี่ จับจ้องมองไปยังหมาป่าโลหิตที่อยู่ไกลออกไป ก่อนที่จะจ้องมองไปยังกองทัพภูตที่มีจำนวนแปดแสนตน.

เหล่าหมาป่า มีอะไรน่าสนใจ? เซียนเซียนที่มั่นใจ ก่อนที่จะจ้องมองไปยังทัพภูต ที่ดูแปลกประหลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าภูตกว่าแปดแสนตน ส่งกลิ่นอายแห่งความตายออกมา.

เซียนเซียนที่ดูกองทัพภูตที่ดูธรรมดา หากแต่เซียนเซิงซือนั้นเผยยิ้มออกมาเล็กน้อย.

ส่วนซาโพวนั้นจับจ้องมองไปยังตำแหน่งของหมาป่าโลหิต! พร้อมกับจดจ้องมองไปยังคนผู้หนึ่งที่อยู่ด้านหลังกัวเฟิง.

จ้องมองไปยังชายคนดังกล่าวดวงตาของซาโพวที่เปลี่ยนเป็นประกาย ที่มุมปากเผยยิ้มอย่างชั่วร้ายออกมา ซาโพวที่จ้องมองไปยังชายที่มีผิวสีโลหิต เช่นเดียวกันชายคนดังกล่าวก็จ้องมองมายังซาโพวและเซียนเซียน.

ชายผิวโลหิตที่ขมวดคิ้วไปมาหากแต่ยังควบคุมตัวเองเอาไว้.

แม้ว่าเขาจะไม่สามารถมองเห็นพลังฝึกตนของทั้งสองคน ทว่าชายผิวโลหิตก็สัมผัสได้ถึงความแปลกประหลาด ความสัมพันธ์ของเผ่าหมาป่า สัญชาตญาณที่ดูคล้ายคลึงกับพวกเขา.

ชายชราที่เมาอยู่ตลอดเวลา ก่อนหน้านี้เมื่อทัพของกัวเฟิงมา เขาหาได้ใส่ใจ ยังคงหลับตานอนอย่างเกียจคร้าน ทว่าขณะที่ทัพของจงซานมาถึง ดวงตาของเขาที่ลืมขึ้น ส่องประกาย จากนั้นก็หลับตาลง และนอนต่อ เหมือนกับก่อนหน้านี้.

จงซานที่นั่งบนบัลลังก์มังกร พร้อมกับวางแขนบนพนักพิงมังกร จดจ้องมองไปยังจักรพรรดิทั้งสองคน.

"ราชวงศ์จักรพรรดิต้าเจิ้ง จงซาน ยินดีที่ได้พบท่านทั้งสอง!"จงซานที่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม.

"ราชวงศ์จักรพรรดิต้าหยิง เหยี่ยนฉงจื่อ ยินดีที่ได้พบจงซาน!"เหยี่ยนฉงจื่อที่จ้องมองไปยังตำแหน่งของจงซาน.

"ราชวงศ์จักรพรรดิต้าซุน กัวเฟิง ยินดีที่ได้เห็น!"สายตาของกัวเฟิงเผยรอยยิ้มอันอัปลักษณ์ออกมา.

จากนั้น จักรพรรดิทั้งสองต้องการที่จะทดสอบจงซาน.

"จงซาน! เกี่ยวกับประเพณี เจ้ารู้หรือไม่?"กัวเฟิงที่จ้องมองไปยังจงซาน.

"ย่อมได้ยินมาบ้าง มีปัญหาอะไร มีการปรับเปลี่ยนกฎอย่างงั้นรึ?"จงซานที่เผยยิ้มกล่าวต่อกัวเฟิง.

"เปลี่ยนกฎ? ข้าต้องการถามราชวงศ์ต้าเจิ้งที่มีเมืองหลายเมืองเตรียมจะนำมาเดิมพันเท่าไหร่?"กัวเฟิงที่เผยรอยยิ้มที่เหยียดหยัน.

"ต้าเจิ้งนั้นเป็นผู้มาใหม่ แน่นอนว่าต้องขอฟังความเห็นของทั้งสองก่อน."จงซานที่เป็นมารยาท.

"ข้าต้องการเดิมพันสิบเมืองเป็นอย่างไร?"กัวเฟิงที่เผยรอยยิ้มที่ชั่วร้ายออกมา.

สิบ? ในอดีตของสามราชวงศ์ที่เดิมพันกันนั้น จะอยู่ที่ห้าเมือง มากสุดคือแปดเมือง ตอนนี้กัวเฟิงเริ่มที่สิบเมืองอย่างคาดไม่ถึง ต้องไม่ลืมว่าแต่ละราชวงศ์นั้นมีอยู่ด้วยกันสามสิบเมือง สิบเมืองก็เป็นจำนวนถึงหนึ่งในสาม นับว่ากัวเฟิงพูดจาใหญ่โต ราวกับว่าจะกินผู้มาใหม่อย่างจงซานอย่างอร่อย.

"เหยี่ยนฉงจื่อ ท่านเห็นว่าอย่างไร?"จงซานชำเลืองมองไปยังเหยี่ยนฉงจื่อ.

"สิบเมือง ราชวงศ์ต้าหยิงเองก็ยอมรับ "เหยียนฉงจื่อที่รับคำกัวเฟิงในทันที ราวกับว่าเขาต้องการเห็นปฏิกิริยาของจงซาน.

"..."จงซานเผยยิ้มออกมาเงียบ ๆ .

"มีปัญหาอะไร? ต้าจิ้งไม่กล้าอย่างงั้นรึ?"กัวเฟิงที่เผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความดูแคลน.

เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาที่เผยยิ้มด้วยความพึงพอใจกับความโชคร้ายของคนอื่น ส่วนเซียนเซียนที่อยู่ด้านหลังจงซานที่เผยแววตาโกรธเกรี้ยว ส่วนคนอื่น ๆ ยังคงสงบ.

คำพูดของเหล่าจักรพรรดิทั้งสาม คนอื่น ๆ ย่อมไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ นี่คือประเพณีนั่นเอง.

จงซานที่เผยยิ้มอย่างแปลกประหลาด "สิบเมือง มันน้อยไปไหม?."

จบบทที่ Chapter 541 มันน้อยไปไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว