- หน้าแรก
- ย้อนรอยอดีตพลิกชะตา ก๊อปผลงานมาเป็นซุปตาร์ข้ามคืน
- บทที่ 14 ฉันเซ็นสัญญาตัวประหลาดแบบไหนมาเนี่ย?
บทที่ 14 ฉันเซ็นสัญญาตัวประหลาดแบบไหนมาเนี่ย?
บทที่ 14 ฉันเซ็นสัญญาตัวประหลาดแบบไหนมาเนี่ย?
ซ่งฟานและจางสวี่เข้าวงการมาพร้อมๆ กัน แต่ดวงของซ่งฟานดีกว่าจางสวี่มาก นิยายเรื่องแรกของเขาก็ทำผลงานได้ค่อนข้างดีทีเดียว
ตอนที่จางสวี่เริ่มเขียนนิยายเรื่องใหม่นี้ เขายังต้องขอให้ซ่งฟานช่วยลงคำแนะนำในนิยายของซ่งฟานให้หน่อย และเพื่อการนั้น จางสวี่ต้องควักกระเป๋าเลี้ยงข้าวราคาแพงให้ซ่งฟานไปหลายมื้อ
แล้วซ่งฟานจะใจกว้างขนาดมาช่วยโปรโมทนิยายให้นักเขียนที่เจ้าตัวไม่รู้จักเลยอย่างนั้นเหรอ?
จางสวี่เชื่อว่าเขารู้จักนิสัยซ่งฟานดี หมอนี่ไม่ใช่คนใจบุญสุนทานขนาดนั้น
เขาสงสัยเหลือเกินว่านักเขียนเรื่อง คนขุดสุสาน เอายาเสน่ห์แบบไหนให้เพื่อนหน้าเลือดของเขาคนนี้กินเข้าไป
พอเห็นซ่งฟานบอกว่าอันดับนิยายใหม่ของเขากำลังจะร่วง จางสวี่ก็อยู่ไม่ติดทันที
วินาทีนี้นี้เขาไม่สนใจคำถากถางของเพื่อนแล้ว เขารีบคลิกเข้าเว็บไซต์ Qidian ทันที
จางสวี่เพิ่งเริ่มลงนิยายเรื่องใหม่สัปดาห์นี้ แม้จะมีเนื้อหาเพียงสามหมื่นคำ แต่เพราะเขามีฐานแฟนคลับจากเรื่องก่อนๆ อยู่แล้ว ยอดคนอ่านจึงค่อนข้างดี ลงไปได้ไม่กี่วันก็ไต่อันดับขึ้นมาอยู่ที่ 8 ของตารางนิยายใหม่
แต่พอเห็นหน้าจอตอนนี้ จางสวี่ถึงกับอึ้งกิมกี่
เมื่อสองวันก่อนที่ซ่งฟานดู ชื่อเรื่อง คนขุดสุสาน ยังไม่เห็นแม้แต่เงาบนตารางอันดับเลยด้วยซ้ำ
เป็นไปไม่ได้ เขาต้องตาฝาดไปแน่ๆ
จางสวี่ไม่เชื่อสายตาตัวเองจนต้องขยี้ตา แต่ถึงเขาจะขยี้จนตาบอด อันดับมันก็ไม่ขยับลงมาหรอก
ซ่งฟานไม่รีบร้อนเมื่อเห็นจางสวี่เงียบไปนาน เขาคิดอย่างสะใจว่า 'ไอ้หมอนี่ต้องช็อกไปแล้วแน่ๆ ปล่อยให้มันทำใจยอมรับความจริงไปก่อนเถอะ'
ผ่านไปครู่หนึ่ง ซ่งฟานก็ส่งข้อความมา: "เป็นไง? เชื่อฉันหรือยัง? มันโครตโหดเลยใช่ไหมล่ะ!"
จางสวี่: "..."
จางสวี่แทบจะกลายเป็นคนเก็บตัวตัดขาดจากสังคมไปชั่วขณะ
หลังจากตั้งสติได้ จางสวี่ก็เลิกปั่นต้นฉบับของตัวเองทันที เขาอยากรู้จริงๆ ว่าหนังสือเล่มนี้เป็นไอดีสำรองของบิ๊กเนมคนไหน ยิ่งอยู่วงการนักเขียนนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้ว่ายอดของนิยายเรื่องนี้มันมหัศจรรย์ขนาดไหน
นิยายขุดสุสานเหรอ?! นี่มันคือกระแสของการบุกเบิกสำนักแนวคิดใหม่ชัดๆ
หลังจากสืบไปสืบมา จางสวี่ก็ได้ยืนยันความจริงข้อหนึ่ง
เรื่อง คนขุดสุสาน ไม่ใช่ไอดีสำรองของเทพเจ้าที่ไหน แต่นักเขียนคนนี้เป็น 'หน้าใหม่' ของจริง!
นักเขียนหน้าใหม่คนหนึ่ง เขี่ยร่วงนิยายของเขาลงมาได้อย่างง่ายดายแบบไม่มีลุ้นเนี่ยนะ?! ทั้งที่จำนวนคำก็น้อยกว่าเขาด้วยซ้ำ
แค่ดูจากกระแสนิยมขนาดนี้ คนในวงการไม่มีใครคิดหรอกว่าหนังสือเล่มนี้จะไม่ดัง
ไอ้ประเภทที่เปิดตัวแรงแล้วแผ่วปลาย—ไม่มีทางเกิดขึ้นกับหนังสือเล่มนี้แน่นอน
จางสวี่นั่งเหม่ออยู่หน้าคอมพิวเตอร์พลางพึมพำ "ดูท่าทาง Qidian กำลังจะให้กำเนิดเทพเจ้าองค์ใหม่ซะแล้ว"
หนิงเซี่ยพิมพ์ตัวอักษรตัวสุดท้ายเสร็จและกดเผยแพร่ตอนที่สองก่อนที่เวลาเรียนคาบค่ำจะจบลง
เธอคลึงข้อมือที่ปวดเมื่อย กะว่าจะปิดเครื่องแล้ว แต่ก็ได้รับข้อความจากบรรณาธิการเสียก่อน
【หมั่นโถวไส้แยม】: "ผมสงสัยนิดหน่อย ทำไมแต่ละตอนของคุณถึงสั้นกว่าคนอื่นตั้งหนึ่งพันคำล่ะ? นิสัยส่วนตัวเหรอ?"
ตอนแรกจวงหยวนนึกว่าเป็นแค่ความชอบส่วนตัวของหนิงเซี่ย เพราะยังไงนิยายก็ยังไม่ได้เก็บเงิน อย่างแย่ที่สุดพอเริ่มเก็บเงินค่อยปรับเป็นตอนละสามพันคำก็ได้ แต่เขากลับพบว่าช่วงสองวันที่ผ่านมา นักอ่านเริ่มบ่นกันระงมในช่องคอมเมนต์แล้ว
หนิงเซี่ยงงกับคำถาม ตอนหนึ่งมันก็ต้องสองพันคำไม่ใช่เหรอ? หรือมันต้องห้าพันคำ?
เดี๋ยวนะ
หนิงเซี่ยเพิ่งนึกขึ้นได้ว่านี่คือโลกคู่ขนาน ไม่ใช่โลกเดิม
พอเธอลองเปิดหน้าเว็บนิยายดู ก็พบว่าคอมเมนต์ใต้นิยาย คนขุดสุสาน เต็มไปด้วยนักอ่านที่บ่นว่าเธอ 'สั้นเกินไป' ทำเอาหนิงเซี่ยไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
จะให้ทำไงได้ล่ะ
【อยากเป็นเจ้าแม่ที่ดิน】: "ฉันนึกว่าทุกคนลงตอนละสองพันคำกันซะอีก... งั้นเดี๋ยววันนี้ฉันจะเพิ่มจำนวนคำให้นะคะ"
จวงหยวน: "..."
เจอแบบนี้เข้าไปเขาจะพูดอะไรได้อีกล่ะ
【หมั่นโถวไส้แยม】: "วันนี้คุณเขียนไปได้เท่าไหร่แล้วครับ?"
หนิงเซี่ยไม่พูดพร่ำทำเพลง
【อยากเป็นเจ้าแม่ที่ดิน】: "แปดพันกว่าคำค่ะ เก็บไว้เป็นสต็อกสองพันคำ ที่เหลือลงไปหมดแล้ว"
จวงหยวน: "..."
เมื่อจวงหยวนเห็นตัวเลขแปดพันคำ เขานึกว่าตัวเองดูผิด
จนถึงตอนนี้ จวงหยวนยังไม่รู้เลยว่าหนิงเซี่ยใช้เวลาปั่นงานแค่ 2-3 ชั่วโมงต่อวัน เขาเลยไม่แปลกใจที่เธอลงงานวันละ 2 ตอนมาตลอด
แต่วันนี้มันต่างออกไป วันนี้จวงหยวนรู้ว่าหนิงเซี่ยเพิ่งจะเริ่มปั่นงานตอนประมาณหกโมงเย็น ต่อให้เธอเริ่มพิมพ์ทันทีที่ต่อเน็ต จนถึงตอนนี้มันก็เพิ่งผ่านไปแค่สองชั่วโมงกว่าๆ เองนะ
แปดพันคำ—มันคือระดับไหนกันเนี่ย!
การเขียนนิยายไม่ใช่แค่การพิมพ์ดีดธรรมดา แต่มันต้องคิดรายละเอียด ต้องวางพล็อต ความเร็วขนาดนั้น... นอกจาก... มันมีทางเดียวคือ หนิงเซี่ยต้องคิดรายละเอียดทุกเม็ดของเรื่อง คนขุดสุสาน ไว้ในหัวหมดแล้ว
ไม่อย่างนั้นเธอจะเขียนลื่นไหลขนาดนี้ได้ยังไง?
ตั้งแต่เป็นบรรณาธิการมา จวงหยวนเจอนักเขียนที่วันหนึ่งเขียนได้แค่สองพันคำมานับไม่ถ้วน ทุกคนแทบจะคลั่งเพราะไอเดียตันกันทั้งนั้น
ถึงแม้นักเขียนจะปั่นงานไวขึ้นหลังจากนิยายเริ่มเก็บเงิน แต่แปดพันคำในสองชั่วโมง! ต่อให้ตีให้ตายพวกนั้นก็ทำไม่ได้
เขาไปเซ็นสัญญาตัวประหลาดแบบไหนมาเนี่ย?
【หมั่นโถวไส้แยม】: "แปดพันคำ? นี่รวมสต็อกด้วยเหรอครับ?"
ทันทีที่ส่งไป จวงหยวนก็รู้ตัวว่าถามคำถามโง่ๆ ออกไปแล้ว
เขารู้สึกขัดใจจนอยากจะตบหน้าตัวเองสักที แล้วรีบแก้ตัวใหม่
【หมั่นโถวไส้แยม】: "นี่คุณปั่นแปดพันคำในเวลาแค่สองชั่วโมงเนี่ยนะ?!!!"
หนิงเซี่ยรู้สึกว่าบรรณาธิการของเธอช่างดูเด๋อด๋าพิกล 【อยากเป็นเจ้าแม่ที่ดิน】: "มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ?"
แน่นอนว่ามีสิ
และเป็นปัญหาใหญ่ซะด้วย
วินาทีนี้ จวงหยวนจิ้มแป้นพิมพ์แรงซะจนปุ่มแทบจะหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ
【หมั่นโถวไส้แยม】: "ถ้าคำนวณตามความเร็วของคุณ สมมติว่าชั่วโมงหนึ่งคุณพิมพ์ได้ 2,800 คำ วันหนึ่งทำงานแปดชั่วโมง นั่นหมายความว่าคุณเขียนได้วันละสองหมื่นสองพันคำเลยนะ!"
"อย่าบอกนะว่าคุณเขียนแค่วันละสองชั่วโมงน่ะ!"
【อยากเป็นเจ้าแม่ที่ดิน】: "ใช่ค่ะ"
จวงหยวน: "..."
เห็นคำว่า "ใช่ค่ะ" ของหนิงเซี่ยที่ยืนยันมาแบบนิ่งๆ จวงหยวนก็แทบคลั่ง
【หมั่นโถวไส้แยม】: "ไม่ได้นะคุณท่าน! นักอ่านตั้งกี่คนมารุมทึ้งนิยายคุณทุกวัน จะลงแดงตายเพราะอยากอ่านต่ออยู่แล้ว คุณไม่เห็นเหรอ?"
【หมั่นโถวไส้แยม】: "ไม่ได้การแล้ว ตั้งแต่นี้ไป คุณต้องอัปเดตอย่างน้อยวันละสาม... ไม่สิ! สี่ตอน!"
ถ้าหนิงเซี่ยอัปเดตได้วันละหนึ่งหมื่นคำ อันดับนิยายของเธอในตารางนิยายใหม่จะพุ่งขึ้นไปได้ไกลกว่านี้อีกมาก
เมื่อถึงตอนนั้น สต็อกที่เหลืออยู่ก็สามารถเก็บไว้ "ระเบิด" ลงรัวๆ สักสองสามวันหลังจากเริ่มเก็บเงินได้ นักอ่านเรื่อง คนขุดสุสาน ต้องดีใจจนบ้าแน่ๆ และยอดสมัครอ่านวันแรกต้องถล่มทลายแน่นอน
เห็นบรรณาธิการส่งข้อความรัวๆ เหมือนคนฉีดเลือดไก่ (คึกจัด) หนิงเซี่ยก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจ
สองหมื่นสองพันคำเหรอ? ถึงจะไม่เป๊ะ แต่ก็ใกล้เคียง
ลองมาคิดดู ถ้าเธอปั่นได้วันละสองหมื่นคำจริงๆ ทุกตอนที่ลงเพิ่มหลังจากเริ่มเก็บเงินมันก็คือเงินทั้งนั้น
แต่มันติดที่ว่าเวลาของหนิงเซี่ยไม่อำนวยน่ะสิ
【อยากเป็นเจ้าแม่ที่ดิน】: "อย่าหวังเรื่อง 3-4 ตอนเลยค่ะ ตอนกลางวันฉันต้องเรียนหนังสือ ปกติก็มีแค่ช่วง 2-3 ชั่วโมงตอนกลางคืนนี่แหละ"
เพราะฉะนั้น สองหมื่นคำน่ะลืมไปได้เลย
วินาทีนี้ พอจวงหยวนเห็นหนิงเซี่ยบอกว่าต้องเรียนหนังสือ เขาก็ถึงกับเกิดวิกฤตศรัทธาต่อโลกใบนี้ ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยได้ยินหนิงเซี่ยบอกว่าเป็นนักเรียนเลยนี่นา?
【หมั่นโถวไส้แยม】: "คุณเป็นนักศึกษาเหรอครับ?"
【อยากเป็นเจ้าแม่ที่ดิน】: "ยังค่ะ อยู่ ม.6"
จวงหยวน: "..."
ม... ม... ม.6?
เดี๋ยวนี้เด็ก ม.6 เขาเทพกันขนาดนี้เลยเหรอ?
เดี๋ยวนะ! นั่นไม่ใช่ประเด็น! เด็ก ม.6 เรียนหนักจะตาย! นั่นหมายความว่า... ถ้ามีอะไรผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว นิยายเรื่องนี้ก็เสี่ยงจะโดนทิ้งหรือหยุดอัปเดตไปเลยน่ะสิ?
ขอร้องล่ะ อย่าเป็นอย่างนั้นนะ!
โบนัสของผม!
【หมั่นโถวไส้แยม】: "คุณเซี่ยครับ อย่าล้อเล่นแบบนี้สิ มุกนี้ไม่ขำเลยนะ"
เด็ก ม.6 งั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้ น้องสาวของเขาเองยังเรียนเหนื่อยเหมือนสุนัขทุกวัน ในช่วงเวลาที่ตึงเครียดแบบนี้ หนิงเซี่ยจะมีเวลามาเขียนนิยายได้ยังไง?
ถึงแม้เขาจะไม่อยากเชื่อ แต่จวงหยวนก็รู้ว่าคนคนนี้ไม่ธรรมดา แต่เขาก็ยังถามย้ำอีกครั้งเพราะยังไม่อยากยอมแพ้
【หมั่นโถวไส้แยม】: "คุณเซี่ย คุณล้อผมเล่นใช่ไหมครับ?"
【อยากเป็นเจ้าแม่ที่ดิน】: "เรื่องจริงค่ะ"
ข่าวนี้มันสะเทือนใจเกินไป จวงหยวนหน้าเหี่ยวลงทันที
【หมั่นโถวไส้แยม】: "คุณท่าน! ผมเรียกคุณว่าคุณทวดเลยก็ได้ แต่อย่าหยุดอัปเดตใส่ผมนะ!!! ขอร้องล่ะ อย่าทำแบบนั้นนะ!"
【อยากเป็นเจ้าแม่ที่ดิน】: "ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันไม่หยุดอัปเดตแน่นอน"