เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1106: ความปรารถนาอันเรียบง่าย

บทที่ 1106: ความปรารถนาอันเรียบง่าย

บทที่ 1106: ความปรารถนาอันเรียบง่าย


#ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจสืบสวนเมืองหลานเยว่

นายตำรวจในทีมเฉพาะกิจคดีค้างเก่าของเจียงหยวนกว่า 30 ชีวิต นั่งเรียงแถวเป็นระเบียบ เบื้องหน้าของแต่ละคนมีคอมพิวเตอร์หรือไม่ก็ปึกสำนวนคดี ทุกคนต่างจดจ่ออยู่กับการอ่านด้วยสีหน้าจริงจัง

เว่ยซือค่านที่เดินเอาข้าวมาส่งเห็นภาพนี้เข้าก็อดไม่ได้ที่จะแอบถ่ายรูปไว้ พอกลับไปก็รีบเอาให้เจี่ยนโหลวหยวนหัวหน้าของตนดูพลางว่า “พี่ดูพวกนั้นทำงานสิ พับผ่าเหอะ คน 30 กว่าคนมานั่งรุมอ่านสำนวนคดีเดียวกัน แถมยังเป็นคดีที่ควรจะปิดไปแล้วเพราะไม่มีหลักฐานเพิ่มเติมอีก มิน่าล่ะพวกนั้นถึงคลี่คลายคดีใหญ่ๆ ได้...”

“ถ้านายมีงบประมาณให้ใช้ไม่อั้น โบนัสจัดเต็ม ทำทีละคดีใหญ่ๆ แถมมีคนจัดการเรื่องการกินอยู่หลับนอนให้เรียบร้อย นายก็มีสมาธินั่งอ่านสำนวนเดียวได้เหมือนกันนั่นแหละ” เจี่ยนโหลวหยวนทำสีหน้าเหมือนคนที่เห็นโลกมาเยอะ

เว่ยซือค่านเริ่มคึก “งั้นเราลองทำแบบนั้นบ้างไหมล่ะ? ถ้าพวกเราทำสำเร็จ ก็จะกลายเป็น ‘ทีมเฉพาะกิจคดีค้างเก่าเจี่ยนโหลวหยวน’ ไง”

“ใครว่านายไม่รู้จักกาลเทศะกันนะ” เจี่ยนโหลวหยวนมองเว่ยซือค่านแล้วยิ้มขำ “อย่างน้อยนายก็ไม่ได้ตั้งชื่อว่า ‘ทีมเฉพาะกิจคดีค้างเก่าเว่ยซือค่าน’ ล่ะนะ”

“ผมแบกรับความกดดันขนาดนั้นไม่ไหวหรอก หัวหน้าหลิวนี่เท่ากับเดาสุ่มเอาเลยนะว่ามันมีคดีซ้อนคดีอยู่ ถ้าเกิดมันไม่มีขึ้นมาจริงๆ ผมจินตนาการไม่ออกเลยว่าจะหน้าแตกขนาดไหน” เว่ยซือค่านนั้นเป็นคนรู้ความเกินไป พอคิดถึงจุดนี้เขาก็อดขนลุกซู่ไม่ได้

“นายแบกไม่ไหว แล้วคิดว่าฉันจะแบกไหวเหรอ?” เจี่ยนโหลวหยวนเองก็รู้สึกไม่สบายใจพอกัน

เว่ยซือค่านหัวเราะร่า “เป็นวัวเป็นควายมันเหนื่อย แต่เป็นวัวเป็นควายที่ต้องแบกความรับผิดชอบด้วยเนี่ยเหนื่อยกว่าเยอะ”

เจี่ยนโหลวหยวนเองก็จินตนาการไม่ออกว่าภายใต้สถานการณ์แบบไหนที่ตนจะกล้าสรุปแบบหลิวจิ่งฮุ่ย

--

ในสายตาของเขา เรื่องนี้มันดูไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่ คดีที่อุตส่าห์ปิดได้สวยๆ กลับต้องมาเริ่มหาเรื่องใส่ตัวใหม่ เจี่ยนโหลวหยวนมองแล้วเสียดายแทน ที่สำคัญคืออนาคตมันช่างเลือนลาง การทุ่มเทแรงงานและทรัพยากรมากมายอีกครั้งเพียงเพื่อขุดรากถอนโคนคดีเดิมกับผู้ต้องสงสัยคนเดิม เจี่ยนโหลวหยวนเองไม่มีทางตัดสินใจแบบนั้นแน่

คดีเผาศพทะเลสาบตงซีแม้จะเทียบไม่ได้กับคดีฆาตกรรมหลี่เหยาจี้ก่อนหน้านี้ แต่การสืบสวนคดีเผาศพที่มีเหยื่อมากกว่าหนึ่งคนจนคลี่คลายคดีได้ก็นับว่าสุดยอดมากแล้ว

ถ้าเจี่ยนโหลวหยวนคลี่คลายคดีนี้ได้ เขาคงจะถนอมผลงานนี้ไว้เยี่ยงไข่ในหิน ไม่ยอมเอามาเสี่ยงแบบนี้เด็ดขาด

“แต่พวกเจียงหยวนเนี่ย ปล่อยให้หลิวจิ่งฮุ่ยเดาสุ่มไปเรื่อยแบบนั้น ใจถึงจริงๆ นะครับ” เว่ยซือค่านทอดถอนใจอีกครั้ง เขาเข้าทำงานที่กองสืบเมืองหลานเยว่ด้วยอุดมการณ์อยากเป็นนักสืบ ซึ่งที่นี่ก็ถือเป็นองค์กรสืบสวนระดับท็อปของมณฑล งานประจำวันก็คล้ายกับในซีรีส์หลายเรื่อง แต่พอเอามาเทียบกับวิธีการทำงานของเจียงหยวนแล้ว เขากลับรู้สึกว่างานของตัวเองดูจืดชืดขึ้นมาทันที

เจี่ยนโหลวหยวนรู้ว่าเว่ยซือค่านหมายถึงอะไร จึงพูดอบบเรียบบว่า “เรื่องนี้นายไม่ต้องไปอิจฉาเขาหรอก ที่พวกเจียงหยวนทำงานกันได้ชิลขนาดนี้ เพราะเขาใช้ชื่อเสียงของตัวเองเป็นเดิมพัน ถ้าเจียงหยวนไม่ได้คลี่คลายคดีมานับไม่ถ้วน พวกเราก็คงไม่มานั่งสแตนด์บายรอรับคำสั่งอยู่ตรงนี้หรอก พอหลิวจิ่งฮุ่ยสั่งคำเดียว ทั้งที่ไม่มีหลักฐานสักชิ้น แต่คนทั้งทีมก็พร้อมจะทำงานตามแนวคิดของเขา ตำแหน่ง ‘‘ราชาแห่งการอนุมานแห่งซานหนาน’ ของเขาไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วยหรอกนะ แต่ชื่อเสียงแบบนี้ ถ้าพลาดสักสองครั้ง มันก็หายวับไปกับตาเหมือนกัน”

เว่ยซือค่านไม่ได้รู้สึกเข้าใจตามที่เจี่ยนโหลวหยวนพูด แต่กลับตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม “ทุ่มหมดหน้าตักเลยเหรอ? เท่ชะมัด!”

“นายมีความเข้าใจผิดอะไรเกี่ยวกับคำว่าเท่หรือเปล่า?” เจี่ยนโหลวหยวนไม่เข้าใจตรรกะของเว่ยซือค่านเลยจริงๆ

ตำรวจสายสืบข้างๆ กระซิบว่า “หัวหน้าเจี่ยนครับ คุณหนูเว่ยเขามาทำงานกองสืบก็เพราะคิดว่ามันเท่นี่แหละ คุณว่าเขามีความเข้าใจผิดเรื่องความเท่ไหมล่ะครับ?”

เจี่ยนโหลวหยวนถึงกับตาสว่าง “ช่างเถอะ ขนาดที่บ้านเขายังจัดการไม่ได้ เราก็อย่าไปคิดแทนเลย... เอาเป็นว่า เว่ยซือค่าน นายเฝ้าอยู่ตรงนี้แล้วกัน คอยอำนวยความสะดวกให้หัวหน้าเจียง มีอะไรคืบหน้าก็มารายงานฉัน”

เจี่ยนโหลวหยวนทนบรรยากาศกดดันตรงนี้ไม่ไหว จึงปลีกตัวเข้าไปขลุกอยู่ในห้องทำงานเล็กๆ แทน

--

หลิวจิ่งฮุ่ยไม่ได้ดูผ่อนคลายเหมือนภาพลักษณ์ภายนอก แต่เขาก็ไม่ได้เครียดจนเกินไป

การอนุมานโดยไร้หลักฐานแบบนี้ สำหรับตำรวจคนอื่นอาจเป็นการกระทำที่เสี่ยงมาก ถ้าพลาดมาอาจต้องรับผิดชอบกันยาว แต่สำหรับหลิวจิ่งฮุ่ย...นี่คือสิ่งที่เขาใฝ่ฝันและตามหามาตลอด

แน่นอนว่าความกดดันน่ะมีแน่ คนตั้งมากมายทำงานโดยอาศัยความเชื่อใจในตัวเขา ถ้าสุดท้ายทิศทางมันผิด หลิวจิ่งฮุ่ยคงจะรู้สึกผิดอยู่บ้าง... แต่ก็แค่หน่อยเดียวแหละ

การสืบสวนพลาดเป็นเรื่องปกติสำหรับสารวัตรระดับสูงประจำมณฑลอย่างเขา ไม่ต้องพูดถึงคดีค้างเก่าที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจแล้วยังปิดไม่ได้หรอก แม้แต่คดีฆาตกรรมที่เพิ่งเกิด การลองผิดลองถูกสักสามครั้งห้าครั้งแล้วล้มเหลวก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าไม่มีจิตใจที่หนักแน่นขนาดนี้ หลิวจิ่งฮุ่ยคงไม่สร้างชื่อเสียงมาได้จนถึงทุกวันนี้

ต้องรู้ว่าก่อนที่เจียงหยวนจะโด่งดัง "ราชาแห่งการอนุมาน—หลิวจิ่งฮุ่ย" คือยอดนักสืบที่เป็นไพ่ตายใบสุดท้ายของมณฑลซานหนานอย่างแท้จริง

ตำรวจในทีมเฉพาะกิจคดีค้างเก่าของเจียงหยวนเองก็เยือกเย็นไม่แพ้กัน พวกเขาผ่านคดีค้างเก่ามาโชกโชน จนชินชากับการ "รอคอยความสำเร็จที่มาถึงช้า" ไปแล้ว หรือจะพูดว่า ต่อให้สุดท้ายมันจะไม่สำเร็จเลย แล้วจะทำไมล่ะ?

คนที่ว่างที่สุดกลับกลายเป็นเจียงหยวน

การนั่งไล่อ่านสำนวนคดีเนี่ย ความสามารถของเจียงหยวนไม่ได้เก่งไปกว่าหวังชวนซิงหรอก จะว่าอวยหน่อยก็ได้ แต่ถ้าพูดถึงทักษะการจัดการกับตัวบทเอกสารล้วนๆ หวังชวนซิงที่ผ่านการเคี่ยวกรำจากสนามจริงมาน่ะ เก่งกว่าเจียงหยวนตั้ง 4 เท่าแรงวัวแรงควาย

เจียงหยวนแค่มีทักษะทางเทคนิคที่เหนือกว่า และมีความสามารถในการประมวลผลตอนอ่านที่รอบด้านกว่าเท่านั้น แต่ในขั้นตอนปัจจุบันนี้ ยังไม่ถึงเวลาที่เจียงหยวนจะต้องลงไปไล่บี้สำนวนด้วยตัวเอง

ถ้าหากคัดกรองคดีที่หลิวเฉิงหมิงอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องไม่ได้ ข้อสันนิษฐานของหลิวจิ่งฮุ่ยก็จะไม่ได้รับการพิสูจน์ และถ้าพิสูจน์ไม่ได้ มันก็อาจจะหมายความว่าคดีก่อนหน้านั้นไม่มีอยู่จริง...

เจียงหยวนชงชามากาหนึ่ง นั่งจิบไปอย่างสโลว์ไลฟ์

ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นข้อความ WeChat จากเจียงฟู่เจิน เจียงหยวนก็ใส่หูฟังแล้วโทรกลับไปหาพ่อทันที “พ่อครับ?”

“อ้าว เป็นไงบ้าง ทางนั้นราบรื่นดีไหม? พ่อกำลังจิบชากับอาจารย์ของลูกอยู่เนี่ย พอพูดถึงลูกขึ้นมา อาจารย์เขาก็เลยทำพิธีให้ลูกหน่อย ลองดูสิ” เจียงฟู่เจินดูอารมณ์ดีมาก พลางหมุนกล้องให้ดู ภาพที่เห็นคือโต๊ะไพ่นกกระจอกตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า

เจียงหยวนแปลกใจเล็กน้อย “พ่อเริ่มเล่นไพ่นกกระจอกตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?”

เจียงฟู่เจินหัวเราะร่า “ก็พวกแก๊งต้มตุ๋นที่ชอบเล็งพวกเศรษฐีเงินเวนคืนไง ช่วงก่อนมีแก๊งหนึ่งมาตามจีบพ่อ มานั่งเล่นไพ่นกกระจอกเป็นเพื่อนทุกวัน พาเล่นโป๊กเกอร์บ้าง พ่อเลยชักจะติดลมขึ้นมาหน่อย”

“เอ่อ... แล้วแก๊งต้มตุ๋นนั่นล่ะครับ?” เจียงหยวนรีบจับประเด็นสำคัญ

“โดนรวบไปแล้วมั้ง” เจียงฟู่เจินนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนหันไปถามน้าช่าง “พวกนั้นโดนจับวันไหนนะ?”

“วันศุกร์ที่แล้วไง ผู้กำกับสถานีตำรวจโจวม่านำกำลังมาจับด้วยตัวเองเลย” หัวโตๆ ของน้าช่างโผล่เข้ามาในวิดีโอพลางเสริมว่า “พวกนั้นดันเผยพิรุธเองน่ะ”

“พิรุธเรื่องอะไรครับ?”

“พวกนั้นอยากเปิดบ่อนไพ่นกกระจอก เลยพยายามเอาเงินมาติดสินบนคนในพื้นที่ แต่เจ้าของบ้านเช่าแถวนี้พอได้ยินว่าจะทำอะไรเขาก็แจ้งตำรวจทันที เซ็นสัญญาเช่าจ่ายเงินกันตอนเที่ยง ตอนบ่ายก็โดนรวบยกแก๊งแล้ว” น้าช่างเล่าจบก็เสริมอีกว่า “เงินค่าเช่าเขาก็ไม่คืนให้นะ ยึดทั้งเงินมัดจำทั้งค่าเช่าเกลี้ยงเลย”

“มีค่าเซ้งด้วยนะ” เจียงหยวนได้ยินเสียงเจียงฟู่เจินผลักไพ่นกกระจอกดังแกรกกรากพลางว่า “เจ้าพวกเด็กน้อยไม่กี่คน คิดว่าพวกเราเพิ่งเคยโดนเวนคืนครั้งแรกหรือไง อ้อ เจียงหยวน พ่อให้เชฟขนอาหารทะเลไปหาลูกแล้วนะ คำนวณเวลาแล้วน่าจะใกล้ถึงแล้ว อย่าลืมกินล่ะ แบ่งให้เพื่อนร่วมงานด้วยนะ ใจกว้างเข้าไว้ ถ้าไม่พอก็บอกพ่อ”

“ครับ” เจียงหยวนฟังคำบ่นพึมพำอีกไม่กี่ประโยคก่อนจะวางสายแล้วนวดขมับ

มู่จื้อหยางที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบถามทันที “ได้ไอเดียแล้วเหรอครับ?”

สิ้นคำนี้ คนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะครึ่งหนึ่งต่างหันขวับมามองพร้อมกัน

“เปล่าครับ” เจียงหยวนเอามือลง “ผมแค่คุยโทรศัพท์ปกติเฉยๆ ทำไมต้องได้ไอเดียด้วยล่ะ?”

“อ๋อ...” ทุกคนเผลอครางออกมาด้วยความผิดหวังเบาๆ

“จริงด้วย” เจียงหยวนนวดขมับอีกรอบพลางว่า “พ่อผมส่งอาหารทะเลมาให้ ทุกคนเตรียมท้องไว้รอด้วยนะ”

อารมณ์ในห้องประชุมพลันคึกคักขึ้นมาอีกครั้งทันที

----------

(จบบทที่ 1106)

จบบทที่ บทที่ 1106: ความปรารถนาอันเรียบง่าย

คัดลอกลิงก์แล้ว