เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 394 ผนึกเทวะ.

Chapter 394 ผนึกเทวะ.

Chapter 394 ผนึกเทวะ.


"ประสกทั้งสอง ที่นี่คือวิหารหลงเฟิง."เซอคงที่ชี้ไปยังเส้นทางที่ขมุกขมัวด้านหน้า.

หมอกที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ แม้ว่าจะเป็นพื้นที่ไม่ใหญ่นัก ทว่าก็สามารถมองเห็นเส้นทางลึกเข้าไปด้านใน ดูเหมือนว่าหมอกมืดจะปกคลุมรัศมีห้ากิโลเมตรเลยทีเดียว แม้ว่าจะมีขนาดใหญ่ไม่น้อย แต่ก็ไม่สามารถเทียบได้กับคฤหาสน์ตงฟางของเขาที่เมืองบรรพกาลศักดิ์สิทธิ์ได้แต่อย่างใด.

จงซานและเซียนเซิงซือที่สบตากันและกันแสดงท่าทางประหลาดใจเป็นอย่างมาก.

ก่อนหน้านี้ตลอดหลายวัน ที่เข้ามาในเขตค่ายกลอรหันต์แสนภูผา จงซานที่ได้ใช้บัวหงหลวน ทว่ากับได้ยินเพียงเสียงสวดมนต์ทีดังขึ้นไม่หยุด ดูเหมือนว่ามันจะเป็นส่วนหนึ่งของค่ายกลอรหันต์แสนภูผา เสียงของอรหันต์ที่ดังกระจายก้องไปทั่วทิศทาง.

คนอื่น ๆ ย่อมไม่ได้ยินเสียง มีเพียงแค่จงซานที่มีบัวหงหลวนถึงจะได้ยินเสียงดังกล่าวนี้ได้ ดังนั้นจึงอดไม่ได้เลยที่จะทำให้จงซานเต็มไปด้วยความสงสัย.

"ศิษย์พี่ ข้าพาแขกมา!"เซอคงกล่าวต่อคนดูแลค่ายกล ใบหน้าที่แสดงท่าทางมีความสุข.

เสียงของเซอคงที่ดังผ่านเข้าไปในค่ายกลหมอก ก่อนที่จะมีแสงสีทองผ่านออกมา เป็นแสงของพระพุทธที่ทรงพลังเป็นอย่างมาก.

ทันทีที่หมอกสลายหายไปช้า ๆ  ทันใดนั้นก็ปรากฏเป็นฉากของวิหารหลงเฟิง.

วิหารหลงเฟิงนั้นมีแท่นบูชาขนาดใหญ่บนยอดเขา ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีขนาดใหญ่ มีรูปร่างเหมือนพลั่ว ซึ่งมีตำหนักขนาดใหญ่อยู่ด้านบน ด้านในนั้นมีเหล่านักบวชห่มเหลืองที่กำลังยุ่งวุ่นวายอยู่เต็มไปหมด.

ในเวลาเดียวกันนั้น ที่ไกลออกไป มีนักบวชสามคนที่บินตรงมาทันที สวมผ้าคลุมสีเหลืองเหมือนกับเซอคง.

"เสี่ยวเซิงเซอ สองคนนี้คือผู้ศรัทธาที่เจ้านำมาอย่างงั้นรึ!"นักบวชทั้งสามที่เอ่ยออกมาในทันที.

"คารวะใต้ซือทั้งสาม!"จงซานที่เอ่ยออกมาเล็กน้อย.

"ศิษย์พี่ทั้งสาม คนทั้งสองคือผู้ช่วยชีวิตของข้า ในเวลานั้นกองกำลังปิศาจมายาได้ล้อมกรอบข้า ทว่าคนเหล่านี้ได้สังหารกองกำลังดังกล่าวไปจนสิ้น พรุ่งนี้ข้าจะนำผู้ช่วยชีวิตทั้งสองเดินทางไปยังดินแดนเทพพิสุทธิ์ วันนี้ข้าต้องการให้ผู้ช่วยชีวิตทั้งสองพักอยู่ในวิหารหลงเฟิงของพวกเราก่อน."เซอคงกล่าว.

"ดี!"นักบวชทั้งสามที่พยักหน้าทันที ก่อนที่จะกวาดตามองไปยังจงซานและเซียนเซิงซือ.

"เชิญผู้มีพระคุณท้องสอง วิหารหลงเฟิงนั้นเป็นวิหารเล็ก ๆ  ดังนั้นจึงมีพื้นที่ไม่ใหญ่นัก นอกจากนี้ค่ายกลยังดูหยาบกระด้าง ดังนั้นอาจะไม่แข็งแกร่ง บางครั้งก็มีคนนอกลอบผ่านเข้ามา."เซอคงที่กล่าวขณะนำจงซานไปยังที่พัก.

"ไม่มีปัญหา!"จงซานเผยยิ้มออกมาเล็กน้อย.

ไม่นานหลังจากนั้น จงซานและเซียนเซิงซือถูกนำมายังส่วนหนึ่งของภูเขา นับว่าเป็นวิหารที่ดูเงียบงันเป็นอย่างมาก.

ศิษย์พี่ทั้งสามของเซอคงเองดูเหมือนว่าจากไปแล้ว มีเพียงเซอคงที่นำจงซานและเซียนเซิงซือเข้ามาด้านใน.

จงซานและเซียนเซิงซือถูกนำมายังห้องรับรองแห่งหนึ่ง เป็นหนึ่งในห้องโถงของวิหารหลงเฟิง เซอคงที่อธิบายรายระเอียดข้อห้ามต่าง ๆ ภายในค่ายกลอรหันต์แสนภูผาให้ฟังเล็กน้อย.

"ไม่ได้พักมานานแล้ว ข้ารู้สึกเหน็ดเหนื่อยเล็กน้อย."จงซานกล่าวออกมาด้วยความสุภาพต่อเซอคง.

"ที่ด้านหลังนั้นมีน้ำพุร้อน ทั้งสองพักผ่อนเถอะ แล้วตอนเย็นข้าจะมาขอบคุณและต้อนรับทั้งสองอีกครั้ง."เซอคงกล่าว.

"ขอบคุณ!"จงซานกล่าวตอบรับ.

เซอคงที่ถอนตัวกลับไปในทันที หลังจากทีนั้นภายในวิหารแห่งนี้ที่ดูเงียบงัน จนจงซานต้องหรี่ตาจ้องมอง.

"เซียนเซิงซือ มีกลิ่นธูปป่วนจิต ระวังตัวด้วย."จงซานที่ขมวดคิ้วไปมา.

"อืม!"เซียนเซิงซือที่พยักหน้ารับ.

คนทั้งสองที่จ้องมองหน้ากันและกัน แสดงท่าทางจริงจัง.

"ท่านพบอะไรอย่างงั้นรึ?"เซียนเซิงซือจ้องมองไปยังจงซาน.

"ข้าสงสัยตั้งแต่ก่อนหน้าแล้ว แต่ไม่แน่ใจ คาดไม่ถึงเลยว่าเซอคงจะมีเจตนาร้ายแฝงอยู่."จงซานที่สูดหายใจลึก.

"หืม?"เซียนเซิงซือจ้องมองไปยังจงซาน.

"สำนักเล็ก ๆ อย่างงั้นรึ? เป็นไปไม่ได้ว่าที่นี่คือสำนักเล็ก ๆ  เซอคงมีระดับก่อตั้งวิญญาณ ศิษย์พี่ของเขาเองก็ควรจะมีระดับก่อตั้งวิญญาณ และพวกเขายังกล่าวถึงอาจารย์ของตัวเองอีก กับการมีคนที่มีระดับสูงหลายคน ถึงแม้ว่าจะเป็นสำนักที่กำลังตกต่ำ แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นสำนักขนาดเล็ก? บางทีนี่อาจจะไม่ใช่สำนักด้วยซ้ำ นอกจากนี้จากท่าทางของศิษย์พี่ของเซอคงแล้ว ราวกับว่าพวกเขารับรู้มาก่อนแล้วว่า เซอคงนั้นเดินทางไปยังเมืองเล็ก กับไม่กล่าวถึงว่าเกิดสิ่งใดขึ้น? เขาที่จงใจบอกว่าให้พวกเรารอ ก่อนที่จะพาไปยังแดนเทพพิสุทธิ์อย่างงั้นรึ? แน่นอนว่าเรื่องนี้ข้าก็พอคาดเดาได้แล้ว จนกระทั่ง ข้าได้กลิ่นของธูปป่วนจิตที่อยู่ในวิหารแห่งนี้ ชิ ข้าบอกได้อย่างมั่นใจว่าเซอคงมีเจตนาร้ายอย่างแน่นอน."จงซานที่กล่าวออกมาอย่างมั่นใจ.

"นี่มัน ผงป่วนทะเลลึกล้ำ ไร้สีไร้กลิ่น ท่านพบมันได้อย่างไร?"เซียนเซิงซือที่ไม่เข้าใจจ้องมองไปยังจงซาน.

"หืม?"จงซานที่จ้องมองไปยังเซียนเซิงซือด้วยท่าทางประหลาดใจ.

เขาที่พบเข้ากับควันป่วนจิตนี้ เพราะว่าบัวหงหลวน ส่วนเซียนเซิงซือรู้ได้อย่างไร?นอกจากนี้ยังรู้จักชื่อมันด้วยรึ?

"เจ้าคิดว่าข้ารู้ได้อย่างไร."จงซานที่ส่ายหน้าไปมาเผยยิ้มออกมาเล็กน้อย หากแต่ไม่ได้คิดจะกล่าวถึงเหตุผล ไม่ต้องการให้เซียนเซิงซือรับรู้.

เซียนเซิงซือจ้องมองไปยังจงซานที่เผยยิ้มออกมาเล็กน้อย ไม่ได้ตอบเขา จึงไม่ได้ถามต่อไป.

"ดูเหมือนว่าพวกเขาจะหมายสมบัติสองอย่างที่ท่านเก็บมา!"เซียนเซิงซือกล่าว.

จงซานที่นำสิ่งของทั้งสองอย่างออกมาจากอกเสื้อ เป็นถุงผ้าขนาดเล็กและหยกสีเขียว.

"เจ้ารู้จักสิ่งของทั้งสองสิ่งนี้รึ?"จงซานจ้องมองไปยังเซียนเซิงซือ.

"ข้าเคยเห็น."เซียนเซิงซือพยักหน้า.

"หืม?"

"ศิลามรกต มันถูกเรียกว่า ศิลาครวญวิญญาณ สามารถเก็บวิญญาณเอาไว้ได้พันวัน."เซียนเซิงซือกล่าว.

"พันวัน?"

"ใช่ วิญญาณธรรมดาไม่สามารถอยู่ในภพหยางได้นานถึงหนึ่งพันวัน ด้วยปราณหยางที่หนาแน่น สามารถทำร้ายพวกเขาได้ ดังนั้นศิลาครวญวิญญาณนั้น สามารถป้องกันพลังหยางไม่ให้เข้ามาทำลายดวงวิญญาณ แน่นอนว่าภายในนั้นมีวิญญาณอยู่ ทำให้ไม่สามารถเก็บเอาไว้ในกำไลเก็บของ."เซียนเซิงซือตอบ.

"พวกเขานำดวงวิญญาณไปทำอะไร?"จงซานกล่าว.

"ใช้ฝึกวิชามารและกลั่นเป็นของวิเศษที่ร้ายกาจ ยกตัวอย่าง  ยันต์ร้อยปิศาจ หรือ ธวัชกลืนกินหมื่นปิศาจ และอีกมากมาย."เซียนเซิงซือตอบ.

กับคำอธิบายของเซียนเซิงซือ จงซานที่ขมวดคิ้วไปมา เข้าใจบางอย่างและสัมผัสได้ถึงปราณแห่งความมืดที่แผ่ออกมา ดูทรงพลังอยู่ไม่น้อย.

"ตอนนี้ไม่สามารถเก็บเอาไว้ในกำไลเก็บของ หลังจากนี้พันวัน เหล่าดวงวิญญาณจะกลายเป็นพลังงานให้กับหยกมรกตนั่นโดยสมบูรณ์ และจะสามารถเก็บเข้าไปได้."เซียนเซิงซือตอบ.

"แล้วใช้เก็บดวงวิญญาณได้อย่างไร?"จงซานสอบถาม

"เพียงแค่เปิดใช้งานก็สามารถเก็บดวงวิญญาณที่อยู่ในรัศมีห้ากิโลเมตรได้ ดวงวิญญาณนั้นไม่สามารถทนต่อพลังหยาง ทว่าการจะนำดวงวิญญาณภายในออกมา จำเป็นต้องใช้อีกวิธี."เซียนเซิงซือตอบ.

จงซานที่สูดหายใจลึกขมวดคิ้วไปมา.

"ส่วนถุงผ้านั้น ข้าไม่ขอพูด ทางที่ดีท่านไม่ควรจะยุ่งเกี่ยวกับมัน ไม่ ไม่ควรจะนำออกมาใช้ต่อหน้าคนอื่น ๆ  เพราะมันเป็นสิ่งที่ดึงดูดคนอื่นเป็นอย่างมาก."เซียนเซิงซือที่ส่ายหน้าไปมา ดูเหมือนว่าภูมิหลังของถุงผ้านี้ จะเกี่ยวข้องกับความลับของภูมิหลังเซียนเซิงซือด้วย.

จงซานจ้องมองเซียนเซิงซือด้วยท่าทางประหลาดใจ พร้อมกับพยักหน้ารับ ก่อนที่จะเก็บของทั้งสองสิ่งเข้าไปในอกเสื้ออีกครั้ง.

"พวกเราควรทำอย่างไรเวลานี้?"เซียนเซิงซือที่จ้องมองไปยังจงซาน.

"แน่นอนว่าเซอคงสนใจสิ่งของดังกล่าวนี้ ไม่เช่นนั้นคงไม่เล่นละครพาพวกเรามาที่นี่ สถานที่แห่งนี้ไม่ควรจะอยู่นาน พวกเราควรจะหาสถานที่หลบหนีจากที่นี่."จงซานที่กล่าวออกมา.

"คาดไม่ถึงว่าวิหารแห่งนี้ถึงจะมีขนาดเล็ก หากแต่สัมผัสเทวะกับไม่สามารถตรวจค้นได้."เซียนเซิงซือที่ส่ายหน้าไปมา กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม.

"อืม ดูเหมือนว่าพวกเราจะถูกปิดกั้นเอาไว้ในค่ายกล ตั้งแต่แรกที่เข้ามาก็ไม่สามารถใช้สัมผัสเทวะได้ ตอนนี้ดูเหมือนว่า นี่ไม่ใช่ที่พักที่พวกเขาได้เตรียมให้พวกเรา ทว่าเป็นที่คุมขังถึงจะถูก."

"จงซาน."

"เซียนเซิงซือ."

ทันในนั้นทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงตะโกนจากด้านนอก.

"เซอคง ดูเหมือนว่าจะมาตรวจสอบผลของควันป่วนจิตอย่างงั้นรึ?

"ให้เขาเข้ามา! พวกเราจะได้ใช้โอกาสนี้จับเขาขังไว้ในคุกแห่งนี้!"

จงซานและเซียนเซิงที่เต็มไปด้วยความระมัดระวัง.

"แอ๊ด ๆ  ๆ  ๆ "

ประตูวิหารที่ถูกผลักออกไปช้า ๆ .

"ตูมมมมม"

จงซานที่ยกดาบฟันออกไปอย่างรุนแรง พร้อมกับร่างของเขาก็พุ่งออกไปยังทางออกในทันที.

เซอคงที่บินออกไป เซอคงคิดว่าคนทั้งคู่ติดอยู่ในโลกลวงตาไปแล้ว ก่อนที่จะผลักประตูออก คาดไม่ถึงเลยว่าทั้งคู่จะไม่ได้รับผลอะไรเลย ชั่วระยะเวลาที่เขาเปิดประตูออกมา ก็หนีออกมาได้ในทันที.

เซอคงที่หลบดาบของจงซานบินลอยออกมา.

ทันทีที่จงซานบินออกมา เวลานี้เหล่านักบวชมากมายได้ออกมารออยู่แล้ว ทุกคนต่างก็ถือดาบยาว ยืนอยู่ไม่ห่าง ดูเหมือนว่าพวกเขาได้เตรียมพร้อมที่จะสังหารพวกเขาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว สายตาของทุกคนที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวจ้องมองไปยังจงซานเป็นสายตาเดียวกัน.

"โฮกกกกกก"

ซือคงที่ถูกลอบโจมตี บินตามออกมา ลอยอยู่กลางอากาศ พร้อมกับเสียงคำรามดังออกมา ทั่วร่างปรากฏปราณสีดำปะทุขึ้นมาทันที ก่อนที่จะหยุดตัวลง พร้อมกับหันหน้ามา จ้องมองไปยังจงซานด้วยความดุร้าย.

ในเวลานี้จงซานก็เข้าใจทุกอย่างได้ทั้งหมด บนหน้าผากของเซอคงนั้น มีตัวอักษรสีดำ พร้อมกับปราณความมืดหมุนวนอยู่รอบ ๆ ตัวอักษรที่ส่องประกายกลิ่นอายความมืดมิด.

อักษร "เหยา" !

คาดไม่ถึงเลยว่าบนหน้าผากของเซอคงจะมีอักษรเหยา ทว่าเขาไม่ได้เป็นนักบวชหรอกรึ? และคนอื่น ๆ เองก็เหมือน ๆ กัน ทุกคนที่มีปราณแห่งความมืดแผ่ออกมา บนหน้าผากมีอักษรเหยาปรากฏอยู่กันทุกคน.

กองกำลังปิศาจมายารึ? ทุกคนคือกองกำลังปิศาจมายา เนื่องจากมีอักษรเหยาขึ้นบนหน้าผากนั่นเอง.

จงซานที่ตกใจเล็กน้อย เซอคงเองคือหนึ่งในกองกำลังอาชาปิศาจมายาอย่างงั้นรึ? ไม่ได้การ ที่แห่งนี้ นักบวชเหล่านี้ เกี่ยวข้องกันกับกองกำลังปิศาจมาอย่างรึอย่างไร?

วิหารพุทธ ดูเหมือนว่าจะถูกเปิดค่ายกลอีกครั้งแล้ว มีเพียงแค่จงซานที่ออกมาได้ เซียนเซิงซือยังอยู่ด้านใน ทว่าสามารถมองออกมาจากด้านในได้ ทุกคนบนหน้าผากที่มีอักษรเหยา ใบหน้าของเซียนเซิงซือแสดงท่าทางประหลาดใจไม่น้อยเลย.

ดูเหมือนว่าเซอคงต้องการสมบัติเหล่านั้นคืนตั้งแต่แรกแล้ว นี่เป็นแผนของเขา.

"เจ้าไม่เป็นไรได้อย่างไร?"เสียงของเซอคงที่เต็มไปด้วยความเย็นชา.

"เจ้าเป็นคนของกองกำลังปิศาจมายาอย่างงั้นรึ?"จงซานที่กล่าวออกมาด้วยท่าทางจริงจัง.

การที่เขาพบกับคนของกองกำลังปิศาจมายาเข้านั้นนับว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาด คาดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนอยู่เบื้องหลังอีก คนกลุ่มหนึ่งที่กำลังควบคุมการเคลื่อนไหวของกองกำลังปิศาจมายาอีกชั้นหนึ่ง คนเหล่านี้มีสาขาอยู่ที่นี่อย่างงั้นรึ? เป็นองค์กรในการไล่ล่าสังหารอย่างงั้นรึ?

"ส่งถุงค้างคาว และผนึกครวญวิญญาณมา."เซอคงแค่นเสียงเย็นชา.

"มีปัญญาอย่างงั้นรึ?? เซอคง เจ้าเองก็มีระดับก่อตั้งวิญญาณ ก่อนหน้านี้ที่สนามรบเจ้าก็เห็นแล้ว เจ้าต้องการถูกข้าฟันด้วยดาบนี้อย่างงั้นรึ? ทุกคนที่อยู่นี่ยังไม่พอให้ข้าสังหารเลย."จงซานแค่นเสียงกล่าวออกไป.

"พวกนั้นก็แค่พวกคนโง่ใช้แล้วทิ้ง ที่เปิดผนึกเทวะได้เท่านั้น เป็นพวกไร้ฝีมือที่ถึงจะเปิดผนึกเทวะ แต่กลับไม่สามารถเพิ่มพลังขึ้นมาได้หนึ่งอาณาจักร ด้วยผนึกเทวะตอนนี้ข้ามีพลังระดับหลอมกายธาตุ สถานที่แห่งนี้ทุกคนสามารถเปิดผนึกเทวะได้ ถุงค้างคาวและศิลาครวญวิญญาณ ไม่สามารถเปิดเผยสู่ภายนอกได้ ส่งกลับคืนมาให้ข้าซะ!"เซอคงที่แค่นเสียงเย็นชา.

ผนึกเทวะรึ? จงซานจ้องมองไปยังหน้าผากของเซอคงที่มีอักษร"เหยา."

จบบทที่ Chapter 394 ผนึกเทวะ.

คัดลอกลิงก์แล้ว