เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 391 กองกำลังอาชาปิศาจมายา.

Chapter 391 กองกำลังอาชาปิศาจมายา.

Chapter 391 กองกำลังอาชาปิศาจมายา.


สุ่ยอู๋เหินนำกองกำลังมุ่งตรงไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือในทันที ซึ่งมีสุ่ยอู๋เหิน หลินเซียวและหลิวอู๋ซ่างในการคุมทัพ สุ่ยอู๋เหินยังจดจำได้ดีเกี่ยวกับเรื่องที่จงซานกล่าว.

"สุ่ยอู๋เหิน กองกำลังจง แปดแสนนายให้เจ้าเป็นผู้บัญชาการ หลินเซียวเป็นกุนซือของเจ้า หากมีเรื่องใดยากที่จะแก้ไข ให้ขอคำแนะนำจากหลินเซียว."จงซานกล่าว.

"ครับ!"สุ่ยอู๋เหินรับคำ.

"ข้ารู้ว่าเจ้าอาจจะไม่มั่นใจในตัวหลินเซียว ไม่จำเป็นต้องสงสัยใด ๆ ทั้งนั้น หลังจากนี้อีกไม่นาน เจ้าจะได้รับรู้ความสามารถของหลินเซียว ในเวลาปรกติ หลินเซียวจะเป็นเพียงนายทหารทั่วไปของเจ้า จะไม่เข้าไปในการตัดสินใจของเจ้า ทว่าข้าต้องการให้หลินเซียวช่วยเหลือเจ้าในเวลาวิกฤติ บางเรื่องที่ยากจะตัดสินใจ นี่คือตราบัญชาการ เจ้ารับไป."จงซานที่กล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ.

สุ่ยอู๋เหินที่ขมวดคิ้วไปมา และตอบรับ "ครับ."

"จื่อเห่า เจ้ารับหน้าที่ดูแลความปลอดภัย หลินเซียว สุ่ยอู๋เหินและหลิวอู๋ซ่างให้ปลอดภัย."จงซานกล่าวต่อจื่อเห่าหลางเจียง.

"ครับ!"จื่อเห่ารับคำในทันที.

"จอมพล แล้วพวกเราจะพบกันได้อย่างไร?"สุ่ยอู๋เหินที่กล่าวออกมาด้วยท่าทางเป็นกังวล.

"บนเส้นทาง ข้าได้เตรียมการเอาไว้แล้ว เมื่อถึงเมืองแต่ละเมือง ให้เจ้าทิ้งเครื่องหมายตามที่ข้าได้บอกไว้ ข้าและเซียนเซิงซือจะเร่งความเร็ว แน่นอนว่าเร็วกว่าพวกเจ้า หากว่าพวกเจ้าเดินทางไม่ถึง ข้าเองก็จะเดินทางกลับมาพบกับพวกเจ้าเอง."จงซานที่กล่าวรับรอง.

"รับทราบ!"สุ่ยอู๋เหินที่ตอบรับ.

นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสองเดือนที่แล้ว สุ่ยอู๋เหินยังคงจดจำได้ดี.

"เซียนเซิงหลิน ท่านคิดว่าจอมพลจะไปที่ใด? ตอนนี้ยังไม่กลับมาเลยไม่ใช่รึ?"สุ่ยอู๋เหินกล่าว.

"ไม่รู้ แต่ต้องกลับมาแน่น พวกเราเดินทางตามแผนก็พอ."หลินเซียวกล่าว.

"อืม."สุ่ยอู๋เหินพยักหน้า.

ส่วนเส้นทางอีกเส้นจงซานและเซียนเซิงซือกำลังมุ่งหน้าเดินทาง.

ซึ่งมีเจี้ยนอ้าวและฉู่จิว เดินทางไปด้วย.

"เจี้ยนอ้าว อีกนานเท่าไหร่รึ?"จงซานกล่าว.

"ด้วยความเร็วตอนนี้ อีกไม่กี่วัน ก็จะเข้าสู่ ค่ายกลอรหันต์แสนภูผาแล้ว."ในเวลานั้นข้าจะไม่เข้าไป เจ้าจะเห็นสำนักป้อมปราการอยู่ด้านใน ซึ่งจะไม่ใช่เรื่องยากแล้ว เจ้าสามารถเข้าไปสอบถามเส้นทางจากสำนักแต่ละแห่งได้และจะรับรู้เส้นทางว่าจะเดินทางอย่างไร."เจี้ยนอ้าวกล่าว.

"ขอบคุณที่นำทาง!"จงซานกล่าว.

"อืม."เจี้ยนอ้าวเผยยิ้มออกมาเล็กน้อย.

"ดูตรงนั้น."เซียนเซิงซือที่เอ่ยปากออกมาในทันที.

ทุกคนที่จ้องมองไปตามเซียนเซิงซือซึ่งก็พบว่าบนท้องฟ้า กลายเป็นสีแดงเข้ม อาบมวลเมฆาเป็นสีโลหิต.

"จิตสังหารที่รุนแรงนัก."ฉู่จิวที่ขมวดคิ้วไปมา.

"จิตสังหารนี้ ผสมไปด้วยปราณทมิฬอยู่ด้วย."เซียนเซิงซือที่หรี่ตาจ้องมอง.

คนทั้งสี่ต่างจ้องมองหน้ากันและกัน พร้อมกับตรงไปยังพื้นที่ดังกล่าว.

ทุกคนที่ได้ไปหยุดที่ยอดเขาแห่งหนึ่ง ต่างก็จ้องมองออกไปเป็นสายตาเดียวกัน.

ด้านล่างนั้นน่าจะเป็นเมืองเล็กแห่งหนึ่ง ที่ต้องบอกว่าเป็นเมืองเล็ก เนื่องจากเป็นเมืองของปุถุชน มีกำแพงเมืองไม่สูงนัก สามารถป้องกันเพียงสัตว์ร้ายและสัตว์อสูรเท่านั้น อย่างอื่นแล้วไม่สามารถป้องกันเอาไว้ได้.

ภายในเมืองนั้นมีบ้านเรือนมากมาย ส่วนมากแล้วเป็นเพียงประชาชนธรรมดา และมีผู้ฝึกตนระดับเซียนเทียนเป็นส่วนใหญ่ ระดับแกนทองเป็นส่วนน้อย.

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มันไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นเมืองได้อีกแล้ว คนทั้งสี่ดูเหมือนว่าจะมาสายไปแล้ว.

แม้ว่าสิ่งก่อสร้างไม่ได้เสียหายมากมายนัก ทว่ากำแพงเมืองตอนนี้พลังทลายลงไปเรียบร้อยแล้ว ภายในเมืองเต็มไปด้วยศพมากมายตายเกลื่อนเต็มไปหมด.

ศพที่นอนเกลื่อนบนพื้นนั้น เต็มไปด้วยโลหิตที่สาดกระจาย สภาพศพแหลกเละ เครื่องในถูกคว้านออกมา หัวใจถูกล้วงหายไป ตายอย่างน่าอนาถ มีสภาพศพไม่สมบูรณ์ทุกร่าง.

ศพมากมายที่ถูกควักหัวใจออกมา ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ฝีมือของคน ๆ เดียวด้วย ทว่าเป็นกองทัพ มีคนกว่าหมื่นคน.

ทั้งหมื่นคนนี้ ต่างก็ขี่อาชาสีดำทมิฬ เป็นอาชาทมิฬที่แปลกประหลาด รูปร่างเหมือนกับสัตว์อสูร ทว่าดวงตาสีแดง สามารถที่จะเหินเดินอากาศได้ สามารถกระโดดข้ามกำแพง นับว่าเป็นพลังกระโดดที่แข็งแกร่งมาก.

"อาชาปิศาจมายา?"เซียนเซิงซือขมวดคิ้วไปมา.

"เจ้ากล่าวถึงอาชาทมิฬเหล่านั้นนะรึ?"จงซานสอบถาม.

"อืม!"เซียนเซิงพยักหน้ารับ.

อาชาปิศาจมายา อาชาแห่งความมืดที่มีเหล่าชายเปลือยด้านบนที่มีกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ  ดูไม่ต่างจากโจรป่า ร่างกายที่มีรอยสักสีดำมากมาย พร้อมกับมีดาบรูปแบบต่าง ๆ  ราวกับว่ากำลังมาปล้นชิง.

เหล่าโจรร้ายมากมายที่ถือดาบและกระบี่ ไล่ล่าสังหารทุกคน พวกเขามีเพลงดาบที่โดดเด่นเป็นอย่างมาก หลังจากสังหารแล้วคนเหล่านั้นได้ก็ขุดหัวใจออกมา และทรัพย์สินอื่น ๆ ก็ถูกเก็บเข้าไปในกำไลเก็บของด้วย และระหว่างนั้นก็กินหัวใจราวกับเป็นของว่าง ปากของพวกเขาที่เปื้อนไปด้วยโลหิต นี่คือปิศาจร้ายที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก.

"ฮ่าอ่าฮ่าฮ่า.........."

เหล่าคนเถื่อนบนหลังอาชาปิศาจมายา เต็มไปด้วยโอหัง หัวเราะด้วยความชอบใจ กับการสังหารปุถุชนธรรมดาทั่วไป ไม่มีใครสามารถหนีได้ ทุกคนกำลังถูกไล่ล่าสังหารราวกับสัตว์เลี้ยง.

เหล่าอาชาปิศาจมายาที่กระโดดไปมารอบ ๆ  ด้วยการสั่งการของปิศาจร้าย ทว่าที่น่าประหลาดใจคือบนหน้าผากของคนเหล่านี้มีรอยสักที่ปรากฏขึ้นเหมือน ๆ กัน.

จงซานที่กวาดตามอง คนทั้งหมด ดูเหมือนว่า เป็นหน้าผากนั้นมีอักษรตัวเดียวกัน.

แม้ว่าทั่วร่างนั้นจะมีรอยสักที่แตกต่างกันไป ทว่าบนหน้าผากนั้นเหมือนกัน เป็นอักษรสีดำ "เหยา"(幺)

คำว่าเหยานั้นส่องปราณทมิฬออกมาบาง ๆ  ราวกับว่าเป็นพลังที่ทำให้เหล่าโจรร้ายเหล่านี้เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง.

"ฮ่าฮ่าฮ่าอ่า............"

“.........”

“......”

เหล่าโจรร้ายที่เต็มไปด้วยความยโส เสียงของประชาชนทั่วไปที่โหยหวน ถูกไล่ล่าสังหารอย่างดุร้าย เสียงของโลหิตที่พุ่งกระฉูด.

เสียงของการล้วงหัวใจออกมา เป็นภาพที่สยดสยองเป็นอย่างมาก.

"กองทัพอาชาปิศาจมายา?"ฉู่จิวที่ขมวดคิ้วไปมา.

"เจ้ารู้จักอย่างงั้นรึ?"เจี้ยนอ้าวที่กล่าวสอบถาม.

"ขอรับ เส้าเหยี่ย ข้าเคยได้ยินมา แดนเทวะทิศตะวันออกเฉียงเหนือนั้น มีกลุ่มอิทธิพลลึกลับอยู่ ไม่รู้ที่มาที่ไป รับรู้เพียงว่าเป็นปิศาจร้ายทำลายล้าง ที่ไล่ล่าสังหาร กินหัวใจผู้คน และยังมีสัตว์ขี่เป็นอาชาปิศาจมายา มีภูมิหลังที่ลึกลับ เป็นอาชาในตำนาน กองกำลังอาชาปิศาจมายานั้น มีความสามารถสูงมากสามารเดินทางได้วันล่ะแสนลี้ หนำซ้ำยังมีความเร็ว และแข็งแกร่ง เหล่าอสูรเหล่านั้นล้วนแล้วแต่มีพลังฝึกตนแกนทองระดับสูง และคนเหล่านั้นต่างก็มีระดับก่อตั้งวิญญาณเกือบทุกคน ไม่รู้ที่มาที่ไป ไม่มีใครรู้จัก รู้เพียงคนเหล่านี้ มีจำนวนทั้งหมด 500,000 คน คาดไม่ถึงเลยว่าจะมาปรากฏที่นี่ด้วยหนึ่งกองกำลังด้วย."ฉู่จิวตอบ.

"รู้เพียงแค่เป็นหน่วยทำลายล้าง สังหารผู้คนและขุดเอาหัวใจไปอย่างงั้นรึ?"เจี้ยนอ้าวที่ขมวดคิ้วไปมา.

"ครับ นอกจากนี้พวกเขานั้นยังไม่รู้สึกหวาดกลัวต่อการบาดเจ็บ ถึงแม้ว่าแขนจะหัก ขาจะหัก แต่พวกเขาก็ไร้ซึ่งความกลัว ไล่ล่าสังหารทุกสิ่งมีชีวิตที่ขวางหน้า ไม่ต่างจากปิศาจร้าย."ฉู่จิวที่สูดหายใจลึก.

"พวกเขากำลังรวบรวมวิญญาณ."เซียนเซิงซือหรี่ตาจ้องมองและกล่าวออกมา.

"รวมรวมวิญญาณ?"

"ดูที่หัวหน้าของพวกเขาที่อยู่ตรงกลาง ที่มือของเขากำลังกุมอะไรบางอย่างอยู่?"เซียนเซิงซือที่ชี้ไปยังชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนอาชาปิศาจมายา ที่ไม่ขยับหรือเคลื่อนไหวอยู่ตรงกลาง.

เห็นแค่เพียงบนฝ่ามือของชายคนดังกล่าว ถือหยกมรกตอยู่ หยกมรกตนั้นส่องประกายแสงสีเขียวเรื่อ ๆ  ด้านในนั้นมีจุดเล็ก ๆ เหมือนกับดวงดารามากมาย ทว่ากลับมองแล้วดูมืดมัวหมองคล้ำเป็นอย่างมาก.

รอยยิ้มที่ดุร้ายใบหน้าที่น่าหวาดกลัว ชำเลืองมองไปยังหยกมรกตด้วยท่าทางพึงพอใจ ดูเหมือนว่าหยกมรกตนั้นจะคอยดูดซับดวงวิญญาณจากศพที่อยู่รอบ ๆ .

"เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าหยกนั้นใช้รวมดวงวิญญาณ?"ฉู่จิวที่ขมวดคิ้วไปมา.

"เพราะว่าข้าเคยเห็นมาก่อน."เซียนเซิงซือกล่าว.

ฉู่จิวที่จ้องมองไปยังเซียนเซิงซือด้วยสายตาประหลาดใจ.

ภายในเมืองเวลานี้กำลังถูกสังหารไปเกือบหมดแล้ว เหลือแค่เพียงตรงกลาง บนบ้านหลังใหญ่ที่มีธวัชค่ายกลปกป้องอยู่.

บ้านหลังดังกล่าวที่ถูกรื้อทำลายในทันที มีคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังยืนอยู่ด้วยท่าทางสั่นสะท้าน จ้องมองเหล่ากองกำลังอาชาปิศาจมายากำลังทำลายธวัช ล้อมกรอบเข้าไป ค่ายกลที่กำลังส่ายไปมา เริ่มพังทลายลงเรื่อย ๆ .

คนที่อยู่ภายในตอนนี้กำลังหมอบด้วยความหวาดกลัว แต่ละคนต่างก็กอดกันร้องให้โฮ เมื่อไหร่ก็ตามที่ค่ายกลพังทลาย ชีวิตของพวกเขาก็ต้องจบลงในทันที พวกเขาก็จะกลายเป็นเหมือนกับคนอื่น ๆ  ที่ถูกสังหารกัดกินหัวใจ.

"ฮือ ๆ  ๆ  แม่จ๋า หนูกลัว.........."

"อย่าเข้ามา................."

ค่ายกลธวัชที่สั่นไหว มีสัญญาณพังทะลายแล้ว.

"จงซาน!"เจี้ยนอ้าวกล่าวออกมาในทันที.

"อะไร?"จงซานที่จ้องมองเจี้ยนอ้าวด้วยความสงสัย.

"เจ้ากับข้า แม้ว่านี้จะไม่ใช่การประลองใหญ่ ทว่าก็สามารถหาผู้ชนะและแพ้ได้ เหล่าคนของดินแดนปิศาจมายา เจ้าและข้ามาแข่งกันว่าใครจะสังหารได้มากกว่ากัน."เจี้ยนอ้าวที่จ้องมองไปยังจงซาน.

"สังหารพวกเขารึ?"จงซานที่จ้องมองออกไป.

"ใช่."เจี้ยนอ้าวพยักหน้า.

"ตกลง!"จงซานเผยรอยยิ้มที่ชั่วร้ายอกมา.

เหมือนดั่งที่ฉู่จิวกล่าว อาชาปิศาจมายานั้นมีระดับแกนทอง ส่วนคนขี่นั้นอยู่ในระดับก่อตั้งวิญญาณ.

กับกองกำลังขนาดใหญ่ เจี้ยนอ้าวและจงซานที่บ้าคลั่งพุ่งเข้าไป.

"เริ่ม!...."

จงซานที่คำรามเสียงดัง บินลอยไป พร้อมกับชักดาบยักษ์ฝันร้ายออกมา เจี้ยนอ้าวที่บินตามมา แววตาที่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่เป็นจงซานในคราวนี้ใช้ดาบยักษ์ ทว่าก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา.

คนทั้งสองที่บินตรงไปยังเมืองเล็ก จากทางทิศเหนือและทางทิศใต้ พร้อมกับเข้าโจมตีศัตรูด้านหน้า.

จงซานที่ร่อนลงมา ซึ่งมีเหล่าอาชาปิศาจมายาจำนวนหนึ่งอยู่ใกล้ ๆ ..

เหล่าโจรร้ายที่มีกันหลายคน ที่เห็นจงซานไม่ได้รู้สึกสนใจด้วยซ้ำ พร้อมกับเผยยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย พร้อมกับพุ่งเข้าหาจงซานทันที.

"ซี่ ๆ  ๆ "

ดาบของจงซานฟันไปยังอาชาปิศาจมายา พร้อมกับฝ่ามือที่ฟาดไปยังใบหน้า ที่จริง จงซานคิดว่าเขาจะตายแล้ว ทว่า ดูเหมือนว่าถึงคอจะบิดไปด้านหลัง ทว่ากลับสามารถใช้มือบิดกลับมาได้ คาดไม่ถึงเลยว่าจะทนทานขนาดนี้ ไม่มีความเจ็บปวดเลยอย่างงั้นรึ?

"ฉับบบ!"

ดาบของจงซานฟันไปอีกครั้ง ที่ขาซ้ายของฝ่ายตรงข้าในทันที ทว่าใบหน้าของชายคนดังกล่าวยังไม่ได้แสดงความเจ็บปวดออกมา ทว่าไม่ว่าอย่างไร ก็มีโลหิตที่พุ่งออกมา แต่ถึงกระนั้นก็ยังไร้ซึ่งความรู้สึกเข้าจู่โจมจงซานต่อ.

จงซานถึงกับพูดไม่ออก ทว่าก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย.

"ฉับบบ!"

ดาบของจงซานที่ขยับอีกครั้ง หัวที่หลุดออกจากบ่า ดูเหมือนว่าเวลานี้จะตายอย่างแท้จริงแล้ว ทว่าในเวลาเดียวกัน เหล่าโจรร้ายอื่นอีกจำนวนไม่น้อยจ้องมองมายังจงซาน พร้อมกับเข้าล้อมกรอบในทันที.

จบบทที่ Chapter 391 กองกำลังอาชาปิศาจมายา.

คัดลอกลิงก์แล้ว