- หน้าแรก
- เคยเห็นอาหารเรืองแสงหรือไง ถึงกล้าวาดมังงะอาหารเนี่ย
- บทที่ 58 วันที่ 1 มิถุนายน เตรียมตัวสู่งานเทศกาลอาหาร (ฟรี)
บทที่ 58 วันที่ 1 มิถุนายน เตรียมตัวสู่งานเทศกาลอาหาร (ฟรี)
บทที่ 58 วันที่ 1 มิถุนายน เตรียมตัวสู่งานเทศกาลอาหาร (ฟรี)
จูจื่อเซวียน หลิวซวง กระทั่งเจียงเย่าเถียวกับเจียงฮั่น และอีกหลายๆ คนต่างก็ถูกเพื่อนๆ เชียร์ให้ไปโชว์ฝีมือทำอาหาร หลายคนอยากรู้อยากเห็นจนออกนอกหน้า
“เอาเมนูที่พวกนายจะทำในงานเทศกาลอาหารมาทำเปิดหูเปิดตาให้พวกเราดูหน่อยสิวะ”
“นั่นดิ! พวกนายที่จะไปแข่งงานเทศกาลอาหารอะ ทำให้พวกเราชิมเป็นขวัญปากหน่อยเร็ว”
ส่วนสวี่โจวที่มัวแต่ก้มหน้าก้มตาตอบข้อความที่เด้งรัวๆ อยู่ในมือถือ ก็เลยไม่ได้ผสมโรงไปกับเขาด้วย
[เจียงหมิงจู: เถ้าแก่น้อย! ฉันติดต่อสื่อออนไลน์ระดับท็อปให้แล้วนะ เจ้านี้ร่วมงานกับร้านอาหารของบ้านฉันมาหลายรอบแล้ว มีคนติดตามตั้งสามล้านกว่าคนแหนะ! เขาตกลงจะช่วยถ่ายคลิปโปรโมทให้ร้านนายด้วย!]
[เจียงหมิงจู: ฉันคิดแผนไว้หมดแล้ว ถึงเวลานั้นนายก็แค่โชว์เมนูที่จะทำในงานเทศกาลอาหารลงในคลิปก็พอ]
[เจียงหมิงจู: ฉันอุตส่าห์ทุ่มเทขนาดนี้ ขอรางวัลเป็นสิทธิ์ VIP ให้ฉันสักคนได้ไหม?]
ตอนแรกสวี่โจวก็กะจะตกลงอยู่หรอก แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเดี๋ยวแฟนคลับของเจียงเหวิน รองหัวหน้าเชฟแห่งร้านอาหารตระกูลเจียง จะยกทัพมาถล่ม เขาก็เลยตัดสินใจปฏิเสธไปดีกว่า
ขืนทำบัญชีคนอื่นโดนรีพอร์ตจนน้ำหนักบัญชีร่วงขึ้นมาจริงๆ เขาคงติดหนี้บุญคุณก้อนโตแน่ๆ
ตั้งสามล้านฟอลโลเวอร์เลยนะ ไม่ใช่แค่สามแสน
อีกอย่าง เขาเองก็อยากจะลองดูเหมือนกันว่าถ้าไม่พึ่งโฆษณา อาศัยแค่ฝีมือกับกลิ่นหอมยั่วน้ำลายของวัตถุดิบในจินตนาการล้วนๆ จะดึงดูดลูกค้ามาได้สักกี่คนกันเชียว
เพิ่งจะพิมพ์ปฏิเสธเจียงหมิงจูไปหมาดๆ เสียงเชียร์ก็ดังแว่วเข้าหูมาอีกแล้ว
“พ่อเด็กเรียน! นายก็ต้องไปแข่งงานเทศกาลอาหารเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”
“นั่นดิ!”
“พี่ชายหัวหน้าห้องพวกเราน่ะโคตรเทพเลยนะเว้ย เป็นเชฟร้านดังระดับแนวหน้าของเมืองเราเลยนะ”
สวี่โจวโบกมือปฏิเสธ “พวกนายไม่ได้บอกล่วงหน้านี่นา ฉันเลยไม่ได้เตรียมวัตถุดิบมา วันนี้คงไม่ได้หรอก”
คนอื่นๆ รอบข้างทำหน้าเสียดายกันเป็นแถว แต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรต่อ
สวี่โจวหยิบแก้วเหล้าบนโต๊ะขึ้นมาจิบไปพลางๆ
หลังจากเล่นทอยเต๋าและเล่นไพ่กันไปได้พักใหญ่ แก๊งที่อยู่ในครัวก็ทยอยยกอาหารของตัวเองออกมาเสิร์ฟในที่สุด
กลิ่นหอมฉุยลอยฟุ้งออกมาจากห้องครัวทันที
ทว่าวินาทีที่สายตาของสวี่โจวปะทะเข้ากับอาหารจานหนึ่งบนโต๊ะ เขาก็ถึงกับพ่นเหล้าในปากพรวดออกมาทันที
“พรวด...”
สวี่โจวคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าในบรรดาอาหารทั้งสี่จานนี้ จะมีอยู่จานหนึ่งที่หน้าตาคุ้นตาซะเหลือเกิน
ในบรรดาอาหารทั้งสี่จานนั้น จานที่จูจื่อเซวียนยกออกมาเสิร์ฟก็คือเมนูเนื้อย่างจำแลงนั่นเอง!
แม้แต่วิธีการจัดจานก็ยังก๊อปปี้มาจากในมังงะของเขาเป๊ะๆ ต่างกันแค่หมอนั่นไม่ได้ใช้เบคอน แต่ใช้แฮมรมควันแผ่นแทน
ก็ในโลกนี้มันไม่มีเบคอนนี่หว่า มีแต่แฮมรมควันกับหมูแผ่นย่างเท่านั้นแหละ
...
และก็เป็นไปตามคาด ทันทีที่วางจานลงบนโต๊ะ เพื่อนๆ รอบข้างก็ตาลุกวาวแห่กันเข้ามามุงดูทันที
“เชี่ยยยย เมนูอะไรของมึงเนี่ย?”
“หน้าตาเหมือนน่องไก่ยักษ์เลยว่ะ!”
“ไม่เคยเห็นล่ะสิ?”
จูจื่อเซวียนยืดอกด้วยความภาคภูมิใจ แอบปรายตามองสวี่โจวแวบหนึ่ง ก่อนจะยืดอกพูดอย่างโอ้อวด
“นี่เป็นไอเดียที่ฉันได้มาจากมังงะอาหารเลยนะเว้ย! ชื่อเมนูว่าเนื้อย่างจำแลง!”
“แต่ฉันหาไอ้ของที่ห่อหุ้มอยู่ข้างนอกแบบในเรื่องไม่ได้ ก็เลยใช้แฮมมาแทน!”
ส่วนอาหารของอีกสามคนก็เป็นเมนูที่มีอยู่แล้วในโลกนี้ พอเพื่อนๆ ชิมแล้วก็แค่ชมตามมารยาท ไม่ได้มีปฏิกิริยาตื่นเต้นอะไรมากมาย
ตรงกันข้ามกับเมนูแปลกตาของจูจื่อเซวียนที่ทุกคนแห่กันเข้าไปมุงดูด้วยความสนใจ
“นี่มันแฮมห่อมันฝรั่งบดเหรอเนี่ย?”
“มันจะอร่อยเหรอวะ?”
“กูขอลองชิมคำนึง!”
ทุกคนต่างก็พากันถือตะเกียบและจานเข้าไปแบ่งอาหารกันอย่างคึกคัก
จูจื่อเซวียนค่อยๆ ใช้มีดหั่นเมนูเนื้อย่างจำแลงออกอย่างระมัดระวัง “ต้องอร่อยอยู่แล้วสิวะ! ฉันทำตามสูตรในมังงะเป๊ะๆ เลยนะเว้ย!”
“พวกนายลองไปหามังงะเรื่องนี้มาอ่านดูสิ ชื่อเรื่อง ยอดนักปรุงโซมะ! สนุกโคตรๆ เลยขอบอก!”
“ฉันว่าคนเขียนมังงะเรื่องนี้ไอเดียบรรเจิดมากเลยนะ อย่างน้อยไอ้เมนูเนื้อย่างจำแลงนี่ก็น่าสนใจสุดๆ ไปเลย!”
เพื่อนในห้องหลายคนต่างก็เข้าไปชิมกันคนละคำสองคำ
มันฝรั่งที่อยู่ข้างในแฮมรมควันชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำซอส ถึงแม้รสชาติของไวน์แดงในน้ำซอสจะออกเปรี้ยวฝาดไปสักหน่อย แต่ก็ถือว่าพอกล้อมแกล้มไปได้
“ไม่เลวเลยนี่หว่า! กูว่าเมนูนี้ต้องขายดีในงานเทศกาลอาหารแหงๆ!”
“ฝีมือพัฒนาขึ้นนะมึงเนี่ย จูจื่อเซวียน!”
ในระหว่างที่ทุกคนกำลังเอ่ยปากชมกันอย่างออกรส จู่ๆ เจียงฮั่นก็ตะโกนขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น
“พี่ครับ!”
ขวับ!
ทุกคนเงียบกริบลงทันที
เจียงฮั่นที่ปกติชอบทำตัวหยิ่งๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร สวมเสื้อผ้าแบรนด์เนมหรูหรา นั่งจิบเหล้าเงียบๆ อยู่คนเดียว
แต่พอตะโกนคำว่า “พี่ครับ” ออกมา เขากลับยืนตัวตรงแหน่วราวกับเด็กประถมที่กำลังรอรับคำชมจากครู แววตาเต็มไปด้วยความเทิดทูน
“พี่ครับ รีบมาทางนี้เร็ว! เพื่อนในห้องผมหลายคนจะไปแข่งงานเทศกาลอาหาร พี่ช่วยมาแนะนำพวกเขาหน่อยสิครับ”
“อืม ได้สิ”
เพราะตรงนั้นคนมุงกันเยอะมาก สวี่โจวก็ได้ยินแค่เสียงที่คุ้นหูแว่วๆ เท่านั้น
ทำไมเสียงมันคุ้นๆ วะ เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน?
...
เจียงฮั่นปรนนิบัติพัดวีอย่างกระตือรือร้น สีหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใย
“พี่ครับ ผมว่าข้าวต้มหอยนางรมรวมมิตรนั่นก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรนักหรอก พี่อย่าไปเสียเวลาแกะสูตรเลยครับ”
เจียงฮั่นทำหน้าไม่ยอมแพ้ “ซุปหิมะละลายของพี่ก็อร่อยสุดๆ อยู่แล้วนี่ครับ!”
“อย่าพูดซี้ซั้วน่า”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าของพี่ชายเจียงฮั่นดังขึ้น “เมนูของเขามีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร... หืม? นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
เพื่อนรอบข้างต่างก็ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก “เชฟเจียงครับ คุณหมายถึงใครเหรอครับ?”
“เขาไง”
สายตาของเจียงเหวินพุ่งตรงไปยังสวี่โจวที่นั่งรวมอยู่ท่ามกลางฝูงชน สายตาทุกคู่หันขวับไปมองสวี่โจวเป็นตาเดียว
เจียงเหวินที่ถูกรายล้อมอยู่ตรงกลางจ้องมองมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยไฟแห่งการแข่งขัน
“ข้าวต้มหอยนางรมรวมมิตรของนายร้ายกาจมาก”
“...”
“ถ้ามีโอกาส ฉันหวังว่าจะได้ประลองฝีมือกับนายสักครั้ง”
การที่เจียงเหวินพูดแบบนี้ แสดงว่าเขายกให้สวี่โจวอยู่ในระดับเดียวกับตัวเองอย่างเห็นได้ชัด เผลอๆ จะมองว่าสวี่โจวเหนือกว่าด้วยซ้ำ
คนรอบข้างถึงกับยืนอ้าปากค้าง
เจียงฮั่นยิ่งงงหนักเข้าไปใหญ่ “พี่ครับ...?”
เจียงเหวินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว “เขาคือเด็กหนุ่มที่ทำข้าวต้มหอยนางรมรวมมิตรที่พี่เล่าให้พวกนายฟังไงล่ะ”
“เขาเก่งมากเลยนะ!”
เจียงฮั่น “...!!”
เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ “...!!”
ฝีมือทำอาหารของสวี่โจวเก่งกาจขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?
ถึงขนาดทำให้พี่ชายสุดเทพของหัวหน้าห้องยอมรับจากปากตัวเองว่าเป็นอัจฉริยะเลยเนี่ยนะ?
สมกับเป็นเด็กเรียนจริงๆ ทำอะไรก็เทพไปซะหมด!
ในที่สุดจูจื่อเซวียนก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ไอ้โจว ร้านมึงชื่ออะไรวะ?”
ไม่มั้ง?
มันจะบังเอิญขนาดนั้นเชียวเหรอ?
สวี่โจวแย้มยิ้มบางๆ “ร้านฉันชื่ออิซากายะอี้โจว”
“ถ้าพวกนายว่างก็แวะไปกินได้นะ”
“แต่ไม่มีส่วนลดให้นะเว้ย”
จูจื่อเซวียน “...”
เขาก้มมองเมนูเนื้อย่างจำแลงของตัวเอง ใบหน้าแดงก่ำเป็นลูกตำลึงสุก
...
งานเลี้ยงรุ่นจบลงท่ามกลางบรรยากาศที่ทั้งแปลกประหลาดและอึดอัด สวี่โจวเองก็แอบทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน
ไม่รู้ทำไม ตั้งแต่เริ่มงานจนจบงาน... พวกเพื่อนร่วมชั้นทั้งชายหญิงต่างก็ชอบแอบชำเลืองมองเขาอยู่เรื่อย
มองหาพระแสงอะไรวะ?
หลังจากนั้นอีกหลายวัน แชทกลุ่มห้องก็เงียบกริบเป็นเป่าสาก
จูจื่อเซวียนที่ปกติชอบเจื้อยแจ้วก็เงียบกริบไม่ยอมปริปากพูดสักคำ มีแค่เจียงเย่าเถียวที่ทักแชทส่วนตัวมาแซวเขาเล่นบ้าง
[เจียงเย่าเถียว: ก่อนหน้านี้ฉันลืมบอกชื่อร้านนายให้พวกนั้นฟังอะ ตอนนี้จูจื่อเซวียนเปลี่ยนเมนูไปแล้ว วันๆ เอาแต่วุ่นวายอยู่กับการคิดเมนูใหม่สำหรับงานเทศกาลอาหาร]
[เจียงเย่าเถียว: นอกจากไอ้หลิวซวงแล้ว ความจริงแล้วเพื่อนในห้องส่วนใหญ่ก็ชื่นชมนายกันทั้งนั้นแหละ โดยเฉพาะจูจื่อเซวียน พวกนั้นแค่แอบน้อยใจที่นายไม่เคยมาร่วมงานเลี้ยงรุ่นเลยตั้งสี่ปี ท่าทีก็เลย...]
[สวี่โจว: ...]
[เจียงเย่าเถียว: ฮี่ๆๆ นายลองพิมพ์อะไรลงไปในกลุ่มดูสิ รับรองว่าพวกนั้นต้องแห่มาเชียร์นายแน่ๆ! ไม่รู้ล่ะสิว่าตอน ม.ปลาย นายมีอิทธิพลกับพวกนั้นขนาดไหน!]
[เจียงเย่าเถียว: นายเตรียมตัวสำหรับงานเทศกาลอาหารพร้อมหรือยัง?]
งานเทศกาลอาหารเหรอ?
สวี่โจวมองดูวัตถุดิบที่อัดแน่นจนล้นห้องฝึกซ้อมของระบบด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
[สวี่โจว: เรียบร้อยแล้ว]
ในตอนนั้นเอง แอปพลิเคชันสมาคมอาหารก็ประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมงานเทศกาลอาหารและเกณฑ์การให้คะแนนออกมาในที่สุด
สวี่โจวเห็นตำแหน่งบูธของตัวเองในวันพรุ่งนี้แล้วด้วย เป็นทำเลทองใจกลางโซน A เลยทีเดียว ตั้งอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของลานกว้างเลย
เชี่ยยยย!
สวี่โจวถึงกับสะดุ้งเมื่อเห็นตำแหน่งบูธของตัวเอง
...
ข้อความอวดอ้างสรรพคุณจากเจียงหมิงจูก็เด้งเข้ามาในมือถือพอดี
[เจียงหมิงจู: ฮ่าๆ ทำเลดีใช่ไหมล่ะ! สู้ๆ นะงานเทศกาลอาหารพรุ่งนี้! ร้านโปรดของฉันต้องเจ๋งที่สุดอยู่แล้ว!]
ลูกค้าในกลุ่มแชทต่างก็พากันส่งข้อความมาให้กำลังใจ
[สวีข่าย: เถ้าแก่น้อยสู้ๆ! อาหารของเถ้าแก่ต้องอร่อยที่สุดในสามโลกอยู่แล้ว!]
[ไช่ไช่: พรุ่งนี้ผมไปแน่นอนครับ!]
[ไช่ไช่: ผมส่งข่าวในกลุ่มมหา'ลัยไปเพียบเลย! พรุ่งนี้จะโชว์ให้เห็นว่าเส้นสายในมหา'ลัยของผมมันกว้างขวางแค่ไหน!]
[เฉินเยี่ยน: ฉันแจกอั่งเปาให้เพื่อนในคณะทุกคนแล้วนะ สู้ๆ พรุ่งนี้พวกเราจะไปถล่มร้านนายแน่]
พอสวี่โจวเห็นข้อความที่พวกเขาส่งมาในกลุ่ม ในใจก็แอบรู้สึกซาบซึ้งขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
[สวี่โจว: ขอบคุณทุกคนมากครับ]
[สวี่โจว: พรุ่งนี้ผมเตรียมวัตถุดิบไว้เยอะเลย มากันได้เต็มที่เลยครับ]
ชุดเบอร์เกอร์ปลาซาบะจานด่วนที่ตุนไว้วันละหนึ่งร้อยชุด ตอนนี้ก็มีถึงเจ็ดร้อยชุดแล้ว
เมนูปลาอินทรีย่างพริกไทยซันโชพร้อมซอสผักกะหล่ำตุนไว้น้อยหน่อย สองวันนี้เพิ่งจะตุนไปได้แค่ร้อยชุดเอง
เนื้อย่างจำแลงตุนไว้หนึ่งร้อยแปดสิบชุด
เนื้อตุ๋นไวน์แดงเบอร์กันดีตุนไว้แค่สิบชุดเท่านั้น
“ใช้เมนูเนื้อย่างจำแลงกับเบอร์เกอร์ปลาซาบะจานด่วนเป็นเมนูหลักแล้วกัน”
“พรุ่งนี้เมนูปลาอินทรีย่างพริกไทยซันโชพร้อมซอสผักกะหล่ำก็น่าจะอัปเกรดได้แล้วล่ะ”
สวี่โจวเหลือบมองค่าความปรารถนาของสูตรอาหาร
[ปลาอินทรีย่างพริกไทยซันโชพร้อมซอสผักกะหล่ำ: 600/1000 (2)]
พรุ่งนี้ขายออกไปได้อีกสักสองสามที่ก็น่าจะอัปเกรดได้แล้ว
...
วันรุ่งขึ้น
สวี่โจวหอบหิ้ววัตถุดิบทั้งหมดเดินทางมายังสถานที่จัดงานเทศกาลอาหาร