เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 500 การช่วยเหลือที่ทันท่วงที

บทที่ 500 การช่วยเหลือที่ทันท่วงที

บทที่ 500 การช่วยเหลือที่ทันท่วงที


เมืองหยาง ชุยปิ่ง?

เมืองหยางไม่ได้อยู่มณฑลเจียงหรอกเหรอ? ไม่ได้มีพรมแดนติดกันเลยสักนิด คนเมืองหยางจะถ่อมาหาเรื่องเหมืองของพวกเขาที่เมืองอู๋ทำไม?

แต่ต่อให้มันจะโง่แค่ไหนก็รู้ว่า คนระดับนี้ไม่ใช่คนที่มันจะไปล่วงเกินได้ มันก็เป็นแค่มดปลวกที่อาศัยเส้นสายในการวางก้ามเบ่งบารมี เรื่องใหญ่ระดับนี้ ปล่อยให้ตัวจริงจัดการดีกว่า

มันซักถามอีกสองสามประโยค พอเห็นว่าไม่มีอะไรคืบหน้าแล้วก็โบกมือไล่พวกอันธพาลออกไป

ไม่กล้าชักช้า มันรีบปิดประตูห้องให้สนิท แล้วต่อสายไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ปกติตนเองไม่กล้าโทรหา

เสียงรอสายดังอยู่นานกว่าจะมีคนรับสาย ปลายสายมีน้ำเสียงหงุดหงิดของผู้ชายดังขึ้น

"ดึกป่านนี้มีธุระอะไร? ฉันเคยบอกแล้วไงว่าถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายก็อย่าโทรมา!"

นายกเทศมนตรีเมืองเจียงเฉิง หวังเยี่ยน!

"ลูก...ลูกพี่ลูกน้อง ทางผมเกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อยน่ะ"

หวังเยี่ยน: "จะลนลานไปทำไม? ในเหมืองจะเกิดเรื่องใหญ่โตอะไรได้? คนที่ตายก่อนหน้านี้เสี่ยวจุนก็จัดการเรียบร้อยแล้วไม่ใช่เหรอ ฟ้าไม่ถล่มลงมาหรอก!"

"ไม่ใช่นะลูกพี่ลูกน้อง!" ผู้ดูแลหวังแทบจะร้องไห้อยู่แล้ว รีบเล่าเรื่องคนงานเหมืองหลบหนีให้ฟังอย่างรวดเร็ว โดยเน้นย้ำเรื่องที่พวกอาปิ่งมีการวางแผนอย่างดี รวมถึงความเสียหายของทางเหมืองด้วย

ยิ่งฟัง หวังเยี่ยนก็ยิ่งโกรธ พูดแทรกขึ้นมาว่า "เหมืองแค่เหมืองเดียวยังดูแลไม่ได้? คนหนีไปแค่ไม่กี่คน ก็ไปจับตัวกลับมาสิ เรื่องแค่นี้มันใหญ่โตตรงไหน"

ผู้ดูแลหวังรีบอธิบาย "ไม่ใช่นะครับ ถ้าเป็นแค่นั้นผมก็ไม่กล้ารบกวนคุณหรอก เมื่อคืนไอ้หน้าบากพาลูกน้องหลายสิบคนเกือบจะจับตัวพวกมันได้แล้ว แต่พวกมันดันมีกำลังเสริมมาช่วย! คนของเราเกือบตายเรียบ ไอ้หน้าบากกับพี่น้องอีกหลายคนก็ทิ้งชีวิตไว้บนเขาหมดเลย"

"ลูกพี่ลูกน้อง นี่ไม่ใช่การหนีของคนงานเหมืองธรรมดาๆ นะครับ มีคนจ้องเล่นงานเหมืองเราอยู่!"

ผู้ดูแลหวังไม่กล้าพูดตรงๆ ว่ามีคนจ้องเล่นงานหวังเยี่ยน จึงต้องใช้คำว่า 'เหมือง' แทน ต่างก็เป็นคนฉลาด ไม่ต้องพูดตรงๆ ก็เข้าใจ

ปลายสายเงียบไป

หวังเยี่ยนถือปากกาหมึกซึมเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ สมองหมุนติ้วอย่างรวดเร็ว

ถึงแม้เขาจะไม่ได้ดำรงตำแหน่งในเมืองอู๋แล้ว แต่ด้วยบารมีเก่าๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตามหลักแล้วไม่น่าจะมีใครจงใจหาเรื่องเขานี่นา?

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงขุมกำลังเดิมที่เขาทิ้งไว้ ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนตาบอดกล้ามาแตะต้องเหมืองของเขา

ตกลงใครกันแน่ ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้!

หรือว่าหวังจุนน้องชายของเขาไปก่อเรื่องไว้ที่ไหนอีก?

"กำลังเสริมอะไร เล่ามาให้ละเอียดซิ พอจะรู้ไหมว่าฝั่งตรงข้ามเป็นคนของใคร?"

"ผม...ผมไม่รู้ครับ! ลูกน้องบอกว่าคนพวกนั้นแม่งเหมือนหมาบ้าเลย คนที่เป็นหัวหน้าแม่งไม่ใช่คนแล้ว สู้แบบหนึ่งต่อสิบ ล้วนแต่เป็นพวกเดนตายที่เคยอาบเลือดมาแล้วทั้งนั้น คนของเราสู้พวกมันไม่ได้เลยครับ!"

"ไอ้พวกสวะ!" หวังเยี่ยนด่าเสียงต่ำ ยังไม่ตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหา

"ก็แค่พวกกองโจรไร้ระเบียบวินัย จะไปมีพวกเดนตายเยอะแยะขนาดนั้นได้ยังไง แกคิดว่านี่มันยุคขุนศึกหรือไง!"

"ไม่ใช่นะลูกพี่ลูกน้อง!" ผู้ดูแลหวังร้อนรนจนเหงื่อแตกพลั่ก ในที่สุดก็หลุดข้อมูลสำคัญออกมา

"ถึงเราจะไม่รู้ที่มาที่ไปของพวกมัน แต่ก็ยังพอมีเบาะแสอยู่บ้าง!"

"ไอ้คนงานเหมืองตัวแสบที่เป็นแกนนำในการหลบหนีนั่นน่ะ ตอนสุดท้ายที่มันจนมุม มันตะโกนออกมาประโยคหนึ่ง!"

"มันตะโกนว่าอะไร?"

"มันตะโกนว่า 'เมืองหยาง ชุยปิ่ง'!"

"แกร๊ก"

ปลายสาย มีเสียงของหล่นเบาๆ ดังขึ้น เหมือนเป็นเสียงปากกาหมึกซึมตกกระทบโต๊ะ

หวังเยี่ยนที่เมื่อกี้ยังหงุดหงิดอยู่ จู่ๆ ก็เงียบกริบไปเลย

ผู้ดูแลหวัง: "!!!"

เขารู้อยู่แล้ว ว่าต้องเป็นคนที่ลูกพี่ลูกน้องไปล่วงเกินไว้ข้างนอกแน่ๆ

ไม่อย่างนั้นด้วยฐานะของเขา จะไปรู้จักกับพวกคนโหดๆ แบบนี้ได้ยังไง? ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการไปล่วงเกินเลย!

ผ่านไปสองนาที หวังเยี่ยนถึงได้เอ่ยปากอีกครั้ง พร่ำพูดซ้ำไปซ้ำมาแค่สองชื่อนี้: "เมืองหยาง เซี่ยงเยว่......"

"ดี! ดีมาก! เซี่ยงเยว่! ฉันประเมินแกต่ำไปจริงๆ!"

ผู้ดูแลหวังฟังแล้วงงเป็นไก่ตาแตก: "เซี่ยงเยว่? เซี่ยงเยว่คือใครครับ?"

"แกไม่จำเป็นต้องรู้ว่ามันคือใคร!"

"แกแค่ต้องรู้ไว้ว่า มันคือศัตรูของตระกูลหวัง เป็นหมาบ้าตัวหนึ่ง! ตอนนี้ จมูกของไอ้หมาบ้าตัวนี้ มันดมกลิ่นมาถึงพวกเราแล้ว!"

ถึงแม้หวังเยี่ยนจะไม่รู้ว่าเซี่ยงเยว่สืบรู้มาได้ยังไงว่าเขามีเหมืองเถื่อนอยู่ที่เมืองอู๋

แต่นั่นมันไม่สำคัญแล้ว!

ที่สำคัญคือ เซี่ยงเยว่ลงมือแล้ว! แถมยังลงมือหนักซะด้วย!

ทั้งสองฝ่ายต่างก็อยากให้อีกฝ่ายตายอย่างศพไม่สวย แต่เซี่ยงเยว่กลับนำหน้าไปก้าวหนึ่ง คว้าจุดตายของเขาไว้ได้แล้ว!

เหมืองเถื่อน คือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของเขา หากถูกเปิดโปงเมื่อไหร่ ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาชื่อเสียงป่นปี้ และพังพินาศย่อยยับจนไม่อาจฟื้นคืนได้อีก!

"สวรรค์มีทางให้เดินแกไม่เดิน นรกไร้ประตูแกกลับดันรนหาที่!" หวังเยี่ยนกัดฟันกรอด ใบหน้าฉายแววเหี้ยมเกรียม

"ในเมื่อไม่อยากมีชีวิตอยู่ ก็ไปตายซะ แกบีบฉันเองนะ เซี่ยงเยว่"

เดิมที เขาคิดจะค่อยเป็นค่อยไป รอให้ไพ่ในมือมีมากกว่านี้ค่อยลงมือ

ในเมื่อเซี่ยงเยว่จับจุดตายของเขาได้แล้ว งั้นก็จะรอต่อไปไม่ได้อีกแล้ว!

ต้องกำจัดมันทิ้ง ก่อนที่มันจะแพร่งพรายข่าวนี้ออกไป!

แผนการ ต้องเลื่อนให้เร็วขึ้น!

เขาไม่ลังเลอีกต่อไป สั่งการอย่างเฉียบขาดผ่านทางโทรศัพท์

"ฟังนะ! รีบจัดการลบร่องรอยทุกอย่างให้สะอาดหมดจดเดี๋ยวนี้! อะไรที่ขนย้ายได้ก็รีบขนย้าย อะไรที่ขนย้ายไม่ได้ก็ฝังกลบมันซะตรงนั้นเลย! ห้ามทิ้งหลักฐานใดๆ ที่จะสาวมาถึงตัวฉันได้เด็ดขาด!"

"ตอนนี้ ไปติดต่อเสี่ยวจุน สั่งให้ปิดภูเขา! คนพวกนั้นอาจจะยังซ่อนตัวอยู่ในภูเขา ถ้าจับได้ก็ดีไป แต่ถ้าจับไม่ได้ก็ห้ามให้ใครเข้าไปในภูเขาเด็ดขาด!"

"จะปล่อยให้จุดอ่อนใดๆ ตกไปอยู่ในมือของเซี่ยงเยว่ไม่ได้เด็ดขาด! ได้ยินไหม?"

"ครับ! ครับ! ลูกพี่ลูกน้อง ผมเข้าใจแล้ว! ผมจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้เลย!" ผู้ดูแลหวังรับคำเป็นพัลวัน แม้เขาจะยังไม่ค่อยเข้าใจว่าเซี่ยงเยว่ที่ว่านี่คือใครมาจากไหน แต่ท่าทางของลูกพี่ลูกน้องที่ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ ก็ทำให้เขารู้สึกได้ว่า ท้องฟ้า คงจะกำลังเปลี่ยนสีแล้วล่ะ

ไอ้คนที่ชื่อเซี่ยงเยว่นี่ เป็นศัตรูตัวฉกาจของลูกพี่ลูกน้อง ตอนนี้คือศึกชี้เป็นชี้ตาย จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด!

หลังจากวางสายจากผู้ดูแลหวัง หวังเยี่ยนก็มีสีหน้าเคร่งเครียดเยือกเย็น กดโทรออกไปยังอีกเบอร์หนึ่ง

"ฉันเอง เลื่อนแผนการให้เร็วขึ้น! ฉันต้องการให้มันตาย!"

......

ลมภูเขาพัดบาดผิวกายราวกับคมมีด เปลวไฟในกองไฟถูกพัดจนแกว่งไกวไปมา

เหลียนหูนั่งยองๆ อยู่ข้างอาปิ่ง รอคอยอย่างร้อนรน

สิ่งที่เขารอคอยไม่ใช่เวลา แต่คือชีวิต! เวลาไม่เคยยาวนานขนาดนี้มาก่อนเลย

ในขณะที่ความอดทนของเหลียนหูใกล้จะหมดลง พี่น้องที่รับหน้าที่ดูลาดเลาก็ร้องตะโกนขึ้นมาเบาๆ

"แสงไฟ! ที่ตีนเขามีแสงไฟ!"

ทุกคนหันไปมอง

ลำแสงไฟฉายแหวกม่านความมืดมิดของป่าเขา พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่วุ่นวาย กำลังเคลื่อนตัวขึ้นมาบนยอดเขาอย่างรวดเร็ว!

"พี่เจ้า! พวกเขามาแล้ว!"

ในที่สุดร่างกายที่ตึงเครียดของเหลียนหูก็ผ่อนคลายลง ลุกขึ้นยืนเดินเข้าไปรับหน้า

ไม่นานนัก ถงเจ้าก็นำพี่น้องกว่ายี่สิบคน พร้อมด้วยเปลหามและชุดปฐมพยาบาลระดับมืออาชีพ พุ่งพรวดขึ้นมาบนยอดเขา

เมื่อเห็นสภาพอันน่าอนาถตรงหน้า ต่อให้ถงเจ้าจะเคยชินกับเหตุการณ์ใหญ่โตมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังต้องสูดลมหายใจด้วยความตกตะลึง

นี่มันในประเทศ หรือว่าสามเหลี่ยมทองคำกันแน่? มีการดวลปืน แถมยังมีคนตายตั้งเยอะแยะขนาดนี้ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งตกใจ การช่วยชีวิตอาปิ่งสำคัญที่สุด!

"อย่ามัวยืนอึ้งอยู่ รีบช่วยคนก่อน!" ถงเจ้าออกคำสั่งทันที

พี่น้องหลายคนที่เคยได้รับการฝึกอบรมด้านการปฐมพยาบาลมา รีบเปิดชุดปฐมพยาบาล นำสายรัดห้ามเลือด ยาปฏิชีวนะ และเข็มฉีดยาชนิดต่างๆ ออกมา

ฆ่าเชื้อ ล้างแผล ห้ามเลือด ให้น้ำเกลือ

พี่น้องคนหนึ่งทำการตรวจเลือดให้ทุกคนอย่างคล่องแคล่ว พอได้ผลตรวจ ก็หยิบสายรัดแขนมาหาเส้นเลือดดำของเฒ่าหยาง แล้วฉีดยาเข้าไป จากนั้น ถุงเลือดก็ถูกแขวนไว้ด้านข้าง พลังชีวิตค่อยๆ ไหลผ่านสายน้ำเกลือ เข้าสู่ร่างกายของเฒ่าหยาง

"ไป ยกขึ้นเปลหาม รีบพาไปส่งโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย!" ถงเจ้าตรวจดูอาการของคนเจ็บเสร็จ ก็พูดอย่างเด็ดขาด

"อยู่บนเขาทำได้แค่ยื้อชีวิตไว้ชั่วคราวเท่านั้น การติดเชื้อกับเลือดออกในต่างหากที่เป็นอันตรายถึงชีวิตจริงๆ!"

"ฉันแบกอาปิ่งเอง!" เหลียนหูไม่พูดพร่ำทำเพลง โน้มตัวลงไปอุ้มอาปิ่งขึ้นเปลหาม

กลุ่มคนไม่กล้าชักช้า รีบยกคนที่หมดสติทั้งหมดขึ้นเปลหาม

"ลงเขา! รถจอดรออยู่ตีนเขาแล้ว!" ถงเจ้าโบกมือ ทีมช่วยเหลือก็ช่วยกันคุ้มกันเปลหาม เดินลัดเลาะลงเขาไปตามเส้นทางที่เปิดไว้ด้วยความรวดเร็ว

จบบทที่ บทที่ 500 การช่วยเหลือที่ทันท่วงที

คัดลอกลิงก์แล้ว