เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 191 แดนเทวะ.

Chapter 191 แดนเทวะ.

Chapter 191 แดนเทวะ.


"มารฉู่ป้า!"

บนทิศที่สูงขึ้นไป ทุกคนที่จ้องมองไปพร้อม ๆ กัน บนยอดเขายอดแห่งหนึ่ง ในเวลานี้มีนักบวชหัวโล้น สวมชุดเฉวียงบ่า เผยให้เห็นไหล่ซ้าย ใบหน้าที่ดูมีความหมาย แววตาที่แสดงการแจ้งเตือน.

ทันใดนั้นเหล่าทหารมากมายเข้ามาล้อมรอบอย่างรวดเร็ว ทว่านักบวชคนดังกล่าวคาดไม่ถึงเลยว่าจะไม่ใส่ใจเหล่าทหารแม้แต่น้อย ใบหน้าของเขายังส่งสัญญาณเตือนไปยังชายในชุดดำที่อยู่ในหุบเขา.

"วูซซ วูซซ วูซซซ..."

ทันทีที่เหล่าทหารเคลื่อนไหว ชายหนุ่มในชุดดำและนักบวชอีกฝั่งก็ถูกล้อมกรอบด้วยทหาร ทว่าพวกเขายังไม่สนใจเหล่าทหารแม้แต่น้อย ทั้งสองฝ่ายยังจ้องมองหน้าหน้ากันและกัน.

นักบวชเห็นอย่างชัดเจนว่ามารฉู่ป้านั้น เป็นเพียงแค่ข้ารับใช้ของชายหนุ่มด้านหน้า.

"พวกเจ้าเป็นใคร? โอหังนัก!"

ลึกเข้าไปในหุบเขา เสียงที่น่าเกรงขามของขุนพลทหารที่ดังลั่น เหล่านักรบหลายร้อยคนที่ถือหอกยาว พุ่งออกมาทุกทิศทุกทาง พวกเขาทุกคนเวลานี้ได้เข้าล้อมรอบยอดเขาทั้งสองแห่งเอาไว้.

"วูซซซ."

ที่ไกลออกไปนั้นก็มีร่าง ๆ หนึ่งที่บินออกมา เห็นได้อย่าชัดเจนว่ามีความรวดเร็วเป็นอย่างมาก.

หลังจากที่พุ่งออกมายืนที่อีกยอดเขาอีกแห่งหนึ่ง เป็นชายผู้หนึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำทหาร เมื่อไม่นานมานี้ เขาเป็นหนึ่งในแม่ทัพพิทักษ์ดินแดนที่นำกองกำลังไปล้อมสำนักยวีเหิง.

"แม่ทัพเจียน."เหล่าหทารที่แสดงท่าทางเคารพ.

แม่ทัพพิทักษ์ดินแดนที่โบกมือไปมา เหล่าทหารมากมายที่ถอนกลับไปในทันที แม่ทัพพิทักษ์ดินแดนจ้องมองไปยังคนสองกลุ่มบนยอดเขา หรี่ตามอง พร้อมกับโค้งออกไป."ทุก ๆ ท่านขอได้โปรด อย่าได้เข้ามาทำลายแผนการเหนือหัวของพวกเรา."

คนทั้งสองยอดเขาที่จ้องมองไปยังแม่ทัพพิทักษ์ดินแดนเล็กน้อย เผยยิ้มออกมาอย่างนุ่มนวล ไม่ได้สนใจเขาแม้แต่น้อย เห็นได้อย่างชัดเจนว่าพวกเขาไม่ได้ใส่ใจเลยด้วยซ้ำ.

แม่ทัพพิทักษ์ดินแดนที่จ้องมองไปยังคนทั้งสามที่ไม่ได้สนใจเขา ขมวดคิ้วไปมา ดวงตาที่ดูมืดครึ้ม ทว่าเขาก็ไม่ได้กล่าวอะไรต่อไปอีก หลังจากนั้นเขาก็บินลอยหายไปในทันที.

ที่ไกลออกไปนั้น จงซานและกงจูเฉียนโหยวตลอดจนคนอื่น ๆ ตอนนี้สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวที่ไกลออกไป สายตาของจงซานที่หรี่เล็กลง คนสองคนที่อยู่บนยอดเขาสูง ใครกัน? เป็นไปได้อย่างไรที่จะรอดพ้นจากการใช้เสียงรับฟังตรวจจับของเขาได้ ใครกัน ปกติแม้จะอยู่ไกลไปก็ไม่เคยรอดพ้นการฟังเสียงของเขา อย่างไรก็ตามเขากับไม่ได้ยินเสียงการมาของคนเหล่านี้เลย จวบจนพวกเขาเคลื่อนไหวในตอนนี้.

ที่ไกลออกไปนั้น ฉู่ป้ายืนอยู่ด้านหลังชายหนุ่ม จ้องมองไปยังนักบวชที่อยู่ตรงข้าม.

"พุทธะฮุ่ยกวง."ฉู่ป้ากล่าวออกมาเบา ๆ  อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่ามันเป็นเพียงแค่รายงานต่อนายน้อยเขาเท่านั้น.

นักบวชหัวล้าน พุทธะฮุ่ยกวง จ้องมองไปยังชายหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าฉู่ป้า.

"มารน้อยรึ? มารฉู่ป้า คาดไม่ถึงเลยว่าจะกลายเป็น ข้ารับใช้ของมารน้อยไปแล้ว."พุทธะฮุ่ยกวงที่เผยยิ้มออกมาเล็กน้อย ท่าทางไม่เป็นมิตร.

"ปกป้องกงจื่อ เป็นเกียรติต่อข้าฉู่ป้า เจ้าควรจะจำได้ว่าเจ้ามีหน้าที่ ปกป้องดวงวิญญาณเจ้าเด็กเกิดใหม่นั่นเหมือนกัน เจ้าเองก็เป็นข้ารับใช้ไม่ใช่รึ?"ฉู่ป่าแค่นเสียง.

"พุทธะฮุ่ยกวงเขาไม่จำเป็นต้องปกป้องวิญญาณเด็กเกิดใหม่นั่น เขาติดตามเทพจื่อจุ้นมังกรสวรรค์ ทว่าไม่รู้ว่าทำไมพุทธะฮุ่ยกวงถึงมาปรากฏตัวขึ้นที่นี้รึ?"ชายหนุ่มที่สอบถามออกมาทันที.

"เจ้าเป็นใคร?"พุทธะฮุ่ยกวงชำเลืองมองไปยังชายหนุ่มคนดังกล่าว.

ชายหนุ่มที่ยิ้มอย่างชั่วร้าย."เจ้าไม่รู้จักข้า แต่กับเรียกข้าว่ามารน้อยอย่างงั้นรึ? งั้นจำเอาไว้ ข้ามีนามว่า เซี่ยเหยี่ยน."

จงซานที่จ้องมองไปยังคนทั้งสามที่กำลังพูดคุยกัน พร้อมกับขมวดคิ้วไปมาเล็กน้อย..

"สุ่ยจิง พวกเขาเป็นใคร?"กู่หลินที่ขมวดคิ้วไปมา.

ได้ยินคำพูดของกู่หลินแล้ว จงซานที่เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ.

"นักบวชนั่นมาจากแดนเทพพิสุทธิ์ พุทธะฮุ่ยกวง เขาเป็นผู้ติดตามของจื่อจุ้นเทพมังกรสวรรค์ ทำไมไม่รู้มาปรากฏตัวที่นี่."สุ่ยจิงที่ขมวดคิ้วไปมา.

"แดนเทวะ เทพพิสุทธิ์อย่างงั้นรึ?"กู่หลินที่กล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ.

"ส่วนอีกฝั่ง ชายหนุ่มคนนั้น ข้าเองก็ไม่เคยเห็นเช่นกัน ส่วนชายวัยกลางคน เขามีนามว่า"มารฉู่ป้า."คนของดินแดนเทพอเวจี."เซียนเซิงกล่าว.

"แดนเทวะ เทพอเวจีอย่างงั้นรึ?"กู่หลินที่ขมวดคิ้วไปมาอัศจรรย์ใจยิ่งกว่าเดิม.

"อืม."เซียนเซิงสุ่ยจิงที่พยักหน้า.

"อะไรคือแดนเทวะ?"จงซานทีเอ่ยถามออกไปในทันที.

ได้ยินคำพูดของจงซาน คนอื่น ๆ ก็นิ่งงันไปชั่วครู่ กู่หลินที่จ้องมองไปยังจงซานที่ราวกับเห็นคนโง่เง่า ไม่รู้จักแดนเทวะอย่างงั้นรึ?

แน่นอนว่าจงซานนั้นถ้าไม่รู้ก็บอกว่าไม่รู้ เข้าไม่จำเป็นต้องแสร้งว่าเข้าใจ กับสายตาท่าทางของกู่หลินนั้น จงซานไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย.

กงจูเฉียนโหยวที่จ้องมองไปยังจงซานได้กล่าว่า"ด้วยการบำเพ็ญเกียรติยศนั้น มีสามราชวงศ์วาสนายืนอยู่บนจุดสูงสุดคือสามราชวงศ์สวรรค์ ทว่าการบำเพ็ญกรรมเองก็มีสำนักที่ก้าวไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดเช่นกัน ไม่ พวกเขาไม่ใช่สำนักธรรมดา แต่พวกเขาเรียกตัวเองว่าแดนเทวะ ซึ่งแดนเทวะมีอยู่ด้วยกันสี่แห่ง เทพพิสุทธิ์และเทพอเวจี เป็นสองดินแดนเทวะที่มีผู้เชี่ยวชาญมากมาย แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้มีจำนวนคนเทียบเท่ากับราชวงศ์สวรรค์ก็ตาม ทว่าเหล่ายอดฝีมือที่พวกเขามีก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าราชวงศ์สวรรค์ เป็นความสำเร็จที่แตกต่างกันของการบำเพ็ญเพียรนั่นเอง."

"พวกเขาไม่ต้องยึดครองดินแดนอย่างงั้นรึ?"จงซานที่ขมวดคิ้วสอบถาม.

"นั่นก็เพราะว่ารูปแบบของการบำเพ็ญนั้นต่างกัน การบำเพ็ญของพวกเขาภายใต้โลกใบนี้ ไม่จำเป็นต้องยึดครองดินแดน ไม่จำเป็นต้องยึดครองอำนาจ."กงจูเฉียนโหยวกล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"อืม."จงซานพยักหน้า.

ศาสตร์บำเพ็ญชื่อเสียง มีสามราชวงศ์สวรรค์ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุด!

ศาสตร์บำเพ็ญกรรม มีสี่แดนเทวะที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุด!

การบำเพ็ญฮวงจุ้ยล่ะ? ศาสตร์บำเพ็ญฮวงจุ้ย มีเพียนคนไม่กี่คน บนทวีปศักดิ์สิทธิ์นี้ มีจำนวนเท่าไหร่กัน.

"เซียนเซิงสุ่ยจิง ท่านคิดว่าทำไมพวกเขามาปรากฏตัวขึ้นที่นี่ล่ะ?"กงจูเฉียนโหยวขมวดคิ้วสอบถาม.

"พุทธะฮุ่ยกวงนั้นเป็นผู้ติดตามจื่อจุ้นเทพมังกรสวรรค์ ในเวลานี้ จื่อจุ้นเทพมังกรสวรรค์ไม่ได้มา มีเพียงเขา นอกจากนี้ยังมีฉู่ป้าอยู่ที่นี้ด้วย คงเป็นเรื่องบังเอิญ เห็นได้ชัดเจนว่า การมาที่นี่นั้นไม่ได้มีเรื่องสำคัญอะไรนัก ที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ พวกเขาผ่านมาพบกันที่นี่โดยบังเอิญ."เซียนเซิงสุ่ยจิงที่วิเคราะห์.

"อืม น่าดูชม เพียงแค่ผ่านมา ดูเหมือนว่าแดนเทพพิสุทธิ์จะมีความสัมพันธ์กับบางสำนัก จึงทำให้ดึงพุทธะฮุ่ยกวงเข้ามา."กงจูเฉียนโหยวกล่าว.

"เช่นนั้น มารฉู่ป้าและพุทธะฮุ่ยกวง สำหรับคนอของจักรพรรดิต้าเย่ บางทีคงจะอดปวดหัวไม่ได้."เซียนเซิงสุ่ยจิงที่เผยยิ้มออกมา.

"ไม่ดีอย่างงั้นรึ?"กงจูเฉียนโหยวที่เผยยิ้ม.

“ยิ่งคนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น.”เซียนเซิงสุ่ยจิงพยักหน้า เห็นได้อย่างชัดเจนยิ่งคนมากก็ยิ่งวุ่นวาย เหมาะที่จะกวนน้ำจับปลา ต้องรู้ด้วยว่าราชวงศ์จักรพรรดิต้าเย่นั้นมีกำลังที่เหนือกว่า กลุ่มของกงจูเฉียนโหยวมาก ซึ่งโดยรวมแล้วทำให้กลุ่มพวกนางนั้นค่อยข้างอันตรายทีเดียว การเข้ามาสำรวจที่นี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย.

ที่ไกลออกไป ทันใดนั้นกงจูเฉียนโหยวและเซียนเซิงสุ่ยจิงถึงกับต้องเพ่งพิศ.

"พบแล้วอย่างงั้นรึ?"กงจูเฉียนโหยวที่กล่าวออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจ.

ในเวลาเดียวกันนั้น จงซานที่สามารถมองเห็นได้ ว่าบนอากาศที่สูงขึ้นไปนั้น มีจุดเล็ก ๆ นับร้อยจุด.

จุดหลายร้อยจุดที่พุ่งตรงลงมาราวกับสายฝน กระจายไปทั่วบริเวณเทือกเขาต้าหยินหลายร้อยพื้นที่ และตำแหน่งหนึ่งที่พุ่งตรงลงมายังตำแหน่งกลุ่มของจงซาน มีความเร็วเป็นอย่างมาก พริบตาเดียวก็มาถึงพวกเขาแล้ว.

ภูเขาลูกหนึ่ง ยอดเขาขนาดใหญ่ ที่ล่วงหล่นลงมายังตำแหน่งของจงซานด้วยความเร็วสูง เป็นยอดเขาที่ส่องประกายแสงวับวาว เคลื่อนที่ล่วงหล่นลงมา.

"ย๊ากก ๆ "

อาต้า อาเอ้อคำรามเสียงดัง ทั้งคู่กำหมัดแน่นพร้อมกับกระโดดออกไปอย่างรดเร็ว กล้ามเนื้อขยายใหญ่เล็กน้อย หมัดของพวกเขาที่ต่อยออกไปยังยอดเขาที่พุ่งลงมาในทันที.

"ตูมมมมม"

หมัดของพวกเขากระแทกไปยังยอดเขาบินด้านหน้าเสียงดัง เกิดเสียงทึบด้าน ยอดเขาขนาดใหญ่ที่ยังบดขยี้ ส่องแสงสว่างจ้า พลังของยอดเขาบินนั้นทรงพลังแข็งแกร่งมาก หนำซ้ำยังมีน้ำหนักมหาศาล ดูเหมือนว่ามันจะถูกปล่อยออกมาโจมตีใส่เหล่ายอดฝีมือที่เข้ามาในเทือกเขาแห่งนี้.

ภายใต้พลังของยอดเขาบินที่ล่วงลงมานั้น จงซานยังรับรู้ได้ถึงแรงกดดันวิญญาณ แรงกดดันที่มองไม่เห็น กำลังกดลงมาทุกทิศทุกทาง แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ราวกับเป็นพลังสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่ ถึงกับทำให้จงซานย่อเข่าลงทีเดียว.

ทว่าจงซานที่รับกับแรงกดดันมหาศาลนี้ เขาที่กัดฟันแน่น เส้นโลหิตที่บวมปูดขึ้นมาบนหน้าผากเลยทีเดียว.

แข็งแกร่งมาก อาต้าและอาเอ้อสองคนที่อยู่ในระดับก่อตั้งวิญญาณขั้นปลาย ยังไม่สามารถต้านทานได้จากพลังมหาศาลที่กดทับลงมาจากบนฟ้า ยอดเขาบินที่กำลังบีบอัดลงมาด้านล่าง.

ในเวลาเดียวกัน เขาที่เห็นเซียนเซิงสุ่ยจิงขมวดคิ้วเล็กน้อย พัดของเขาที่สะบัดออกไปเบา ๆ .

นี่เป็นศาสตร์การใช้พัดที่จงซานเพิ่งเคยเห็น ทันใดนั้นก็ปรากฏประกายแสงสีน้ำเงินที่พุ่งออกไป บินตรงไปกระแทกไปยังยอดเขาบิน ทำให้มันหยุดนิ่งไม่กดลงมาอีก.

ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน ประกายแสงสีทองที่อาบไปทั่วยอดเขาบินก็สลายหายไป หลังจากนั้นดูเหมือนว่าพลังของอาต้าและอ้าเอ้อก็เพิ่มขึ้นมาทันที ก่อนที่จะสามารถกระแทกยอดเขาให้ลอยออกไป.

"วูซซซ"

ยอดเขาบินที่กลายเป็นฝุ่น เป็นกองเศษหินที่ถูกบดขยี้ ไม่ จากที่จงซานเห็น ยอดเขาบินนั่นไม่ได้ถูกอาต้าและอาเอ้อบดขยี้ ทว่าเป็นเซียนเซิงสุ่ยจิงต่างหาก ด้วยลำแสงสีน้ำเงินที่พุ่งออกไปเป็นเหมือนกับแส้ที่คมกริบ สามารถที่จะบดขยี้ยอดเขาบินจนแหลกออกเป็นเสี่ยง ๆ  เพียงแค่สะบัดพัดออกไปเบา ๆ ก็สามารถทะลายทุกอย่างได้อย่างงั้นรึ?

อาต้าและอาเอ้อที่มีพลังระดับก่อตั้งวิญญาณขั้นปลาย คนทั้งสองยังไม่สามารถต้านยอดเขาบินได้ หากแต่เพียงพัดที่สะบัดออกไปเบา ๆ  ของเซียนเซิงสุ่ยจิงที่เหมือนกับบัณฑิตผู้นี้ กับทรงพลังขนาดนี้เลยรึ? ยอดเขาถูกบดขยี้ออกเป็นผุยผง?

ในเวลาเดียวกัน ที่ไกลออกไปจงซานที่จ้องมองไปยังตำแหน่งของพุทธะฮุ่ยกวงและตำแหน่งของมารฉู่ป้า ยอดเขาสองแห่งก็ถูกบดขยี้โดยฝีมือของพวกเขาเช่นกัน คนทั้งสองที่เหวี่ยงหมัดออกไป.

"ตูมม"  "ตูมมม"

ยอดเขาที่ลอยออกไป ด้วยหมัดของพวกเขา.

พุทธะ? มาร? นี่คือความแข็งแกร่งของพุทธะ? และความแข็งแกร่งของมารอย่างงั้นรึ?

คนสองคนที่สกัดกั้นยอดเขาบิน ด้วยตัวคนเดียว นอกเหนือจากตำแหน่งของพุทธะฮุ่ยกวงแล้ว ยังมีอีกหลายร้อยตำแหน่งที่ยอดเขาพุ่งลงมา หล่นลงมากระจายไปทั่ว หากว่านี้ถูกเล็งไปยังเหล่าผู้ฝึกตนต่าง ๆ ทั่วทั้งเทือกเขาต้าหยินล่ะก็ คาดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนอื่น ๆ ที่แอบเข้ามามากมายขนาดนี้.

"นานแล้วไม่เคยเห็นเซียนเซิงลงมือ นับว่าเซียนเซิงยังทรงพลังไม่เปลี่ยนแปลง."กงจูเฉียนโหยวที่ถอนหายใจเบา ๆ .

"กงจู ยกย่องเกินไปแล้ว."เซียนเซิงสุ่ยจิงที่ส่ายหน้าไปมาแสดงท่าทางถ่อมตัว.

"เฮ้ ทรงพลังมาก ยอดเขาเหล่านั้นมันมาจากใหนกัน?"กู่หลินที่ตะโกนออกไปเสียงดัง ใบหน้าที่แสดงท่าทางประหลาดใจ.

"น่าจะเป็นฝีมือของจักรพรรดิต้าเย่ ที่ลงมือ."สายตาของกงจูเฉียนโหยวที่หรี่เล็กแสดงท่าทางจริงจัง.

จบบทที่ Chapter 191 แดนเทวะ.

คัดลอกลิงก์แล้ว