เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 182 น่าหลานเพียวเสวี๋ย.

Chapter 182 น่าหลานเพียวเสวี๋ย.

Chapter 182 น่าหลานเพียวเสวี๋ย.


ยามไฮ่ สุ่ยเทียนหยาที่อยู่ในสภาพอ่อนแรง เดินทางมายังตำหนักเจ้าเมือง.

ที่ด้านนอกตำหนักเจ้าเมืองนั้น มีประชาชนมากมายรอคอยอยู่ ใบหน้าของโม่เหยียนปิงที่จ้องมองไปยังสุ่ยเทียนหยาที่ถูกประคองมาอย่างช่วยไม่ได้.

เจ้าเมือง! เจ้าเมืองเดินทางมาถึงด้วยตัวเอง ตอนนี้เขาไม่ใช่คนไร้ประโยชน์แล้ว ตอนนี้ในเมืองอู๋ซวัง เขาได้กลายเป็นเจ้าเมืองคนใหม่แล้ว.

นับจากนี้เขาคือขุนนางระดับสี่ ได้รับมรรคาที่อ่อนนุ่น วาสนาจากราชวงศ์สวรรค์ ทั่วร่างที่จะอาบไปด้วยวาสนาบำเพ็ญ กับการเป็นเจ้าเมืองคนใหม่ วาสนาที่จะได้รับนั้นจะทำให้เขามีความเร็วในการฝึกฝนเพิ่มกลายเป็นสี่เท่า.

สุ่ยเทียนหยาที่นำร่างที่อ่อนแรง เข้ามายังตำหนักเจ้าเมือง ที่แห่งนี้ซึ่งจะกลายเป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำงานของเขานับจากนี้ต่อไป.

"สุ่ยเทียนหยา คารวะกงจูและซือจื่อ."สุ่ยเทียนหยาที่แสดงความเคารพขณะที่มีคนพยุงอยู่.

กงจูเฉียนโหยวที่เผยยิ้มออกมาเล็กน้อย ทว่ากู่หลินนั้นใบหน้าดำมืด ทำได้แค่พยักหน้าให้เท่านั้น.

หลังจากนี้ ในเมืองอู๋ซวังแห่งนี้ ยกเว้นกงจูและซือจื่อ สุ่ยเทียนหยา จะมีตำแหน่งใหญ่ที่สุด.

สุ่ยเทียนหยาหลังจากที่คารวะคนทั้งสอง จากนั้นก็ก้าวออกมายืนอยู่ด้านหน้าของเกาะลอยฟ้า จ้องมองลงไปยังผุ้คนมากมาย สูดหายใจลึก ภายในใจที่เต็มไปด้วยความสุขอย่างที่สุด.

"เทียนหยาผู้นี้ ขอบคุณทุกท่านอย่างสุดซึ้ง เมื่อข้าได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว เทียนหยาจะทำการปกป้องเมืองอู๋ซวังด้วยชีวิต เพื่อตอบแทนทุกท่านที่ลงคะแนนให้ ข้าจะทำให้ทุกคนได้รับรู้ว่า ทุกท่านได้ตัดสินใจถูกต้องแล้ว!"สุ่ยเทียนหยาที่กล่าวออกมาด้วยความหนักแน่น.

ตำแหน่งที่เขายืนอยู่นั้น มีค่ายกลวางไว้ เป็นค่ายกลกระจายเสียง ทำให้ทุกคนทั่วทั้งเมืองได้ยินคำพูดของสุ่ยเทียนหยากันทุกคน.

"ใต้เท้าสุ่ย."

"ใต้เท้าสุ่ย."

แม้ว่าพื้นที่แห่งนี้จะเป็นพื้นที่หวงห้าม สำหรับเจ้าเมือง ทว่าเขากับสามารถได้ยินเสียงดังตะโกนที่อยู่ด้านล่างได้.

สุ่ยเทียนหยายิ้มแก้มปริ จนบางคนถึงกับใบหน้าเปลี่ยนเป็นมืดมัวเมื่อมองเห็นรอยยิ้มของสุ่ยเทียนหยาแล้ว.

คงจะไม่มีใครรู้ สุ่ยเทียนหยาหนึ่งในเฉิงตงทั้งสี่ ทว่ากับอ่อนแอที่สุด ไม่ได้มีพลังอำนาจเทียบกับคนอื่น ๆ ได้เลย หากไม่เพราะจงซาน กู่หลิน กงจูเฉียนโหยวและเซียนเซิงสุ่ยจิงทั้งสี่คนเข้ามาพัวพัน กับการหาเสียงในครั้งนี้ สุ่ยเทียนหยาเป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับชัยชนะ.

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้สุ่ยเทียนหยาแตกต่างออกไป ด้วยวิธีการหาเสียงที่แหวกแนว เขาที่ถูกทำร้ายบาดเจ็บล้มต่อหน้าทุกคน ตงเฉิงตงและซือเฉิงตง ที่สนับสนุนโม่ไป่หลี สุ่ยเทียนหยาที่ต้องดวลกับคนทั้งสาม คาดไม่ถึงเลยว่าจะได้รับชัยชนะ หนำซ้ำชัยชนะในครั้งนี้ ยังมากมายเหนือกว่าอีกฝ่ายมากกว่าหนึ่งล้านคะแนน นับเป็นตัวเลขที่น่าเกรงขามมาก.

ในวันนี้ สุ่ยเทียนหยาได้กลายเป็นคนที่โชติช่วงชัชวาลที่สุด อย่างน้อยในสายตาของจงซาน สุ่ยเทียนหยาคง นี่คือการก้าวไปถึงจุดสูงสุดของชีวิตแล้ว เพราะว่าด้วยภูมิปัญญาที่เขามีนั้น การเป็นเจ้าเมืองคือขีดจำกัดของเขานั่นเอง ต้องการที่จะก้าวข้ามระดับต่อไป นับว่ายาก ถึงยากมาก ๆ .

หนึ่งเดือนหลังจากนั้น.

บนเกาะลอยฟ้า ที่พักของจงซาน อาต้าที่อาบไปด้วยฝุ่น ทรงผมของจงซานเองก็กระเซอะกระเซิง ที่มุมปากมีโลหิตไหลออกมา คนทั้งคู่ที่เดินก้าวออกมาจากสถานที่ฝึกพร้อมกัน.

"อาต้า เจ้าใช้พลังฝึกตนมากเกินระดับ เกินกว่าจะดูแลข้าอย่างงั้นรึ?"จงซานที่เดินและกล่าวออกมา.

"วิชาของเซียนเซิงนั้นแปลกประหลาด อาต้าไม่มีทางเลือก."อาต้าที่กล่าวออกมาอย่างบริสุทธิ์ใจ.

"อืม ดูเหมือนว่าเจ้าจะยังไม่สามารถควบคุมพลังได้ดีนะ จะต้องฝึกมากกว่านี้."จงซานทีกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม.

"ครับ เซียนเซิง."อาต้าพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม เขารู้ดีว่าจงซานไม่ได้โกรธ ในแต่ละครั้งที่เขาโจมตีจงซาน เป็นเพราะว่าเขาถูกกดดันอย่างหนัก.

ระดับสองแกนทองอย่างงั้นรึ? กับระดับก่อตั้งวิญญาณระดับหนึ่งขั้นปลาย แม้ว่าเซียนเซิงจะจงใจ ทว่าบางจังหวะก็ทำให้เขาถูกกดดันอย่างหนักเหมือนกัน.

กงจูเฉียนโหยวที่นั่งอยู่ไม่ไกลบนโต๊ะศิลายกชาขึ้นดื่ม อาเอ้อและสุ่ยเทียนหยาที่ยืนอยู่ด้านข้าง.

"อาต้า เจ้าพ่ายแพ้เป็นครั้งแรกอย่างงั้นรึ?"กงจูเฉียนโหยวที่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม.

"ครับ กงจู."อาต้าพยักหน้า แสดงท่าทางเขินอายเหมือนกัน.

กงจูเฉียนโหยวที่เผยยิ้มออกมาอย่างนุ่มนวล.

จงซานที่ยกน้ำชาบนโต๊ะศิลาขึ้นดื่ม ชาวิญญาณนี้ช่วยในการรักษาร่างกาย นับว่ามีคุณสมบัติไม่ต่างจากเม็ดยาเลยทีเดียว แน่นอนว่าจงซานที่ยกขึ้นดื่มโดยไม่เกรงใจ.

"เทียนหยาที่ขอบคุณความกรุณาจากเซียนเซิง."สุ่ยเทียนหยาที่ก้าวออกมาและกล่าวออกมาทันที.

"โอ้ว ใต้เท้าสุ่ยท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นทางการแล้วรึ?"จงซานที่วางแก้วน้ำชาลงพลางสอบถาม.

"ครับ เมื่อเช้านี้."สุ่ยเทียนหยาที่กล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น.

"ได้รับการแต่งตั้งก็ดีแล้ว หลังจากนี้ทุกอย่างใต้เท้าสุ่ยต้องเป็นคนจัดการด้วยตัวเอง."จงซานที่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม.

"กับคำพูดที่ได้รับจากเซียนเซิงและยังมีข้อแนะนำอีกหลายอย่าง เทียนหยาจะพยายาม."สุ่ยเทียนหยาที่กล่าวออกมาในทันที.

"อืม เอาล่ะ ข้าจะให้ข้อแนะนำเป็นครั้งสุดท้าย."จงซานกล่าว.

"เชิญชี้แนะ."สุ่ยเทียนหยาที่ยืนตรง คำแนะนำของจงซาน? นับเป็นเรื่องที่สำคัญมาก.

"การจะควบคุมเมืองอู๋ซวัง อย่างแรกคือจะต้องครอบครองกองกำลังเมืองอู๋ซวัง."จงซานเอ่ย.

"ครับ เทียนหยาเข้าใจถึงเหตุผลดี."สุ่ยเทียนหยาที่รับคำในทันที.

"อืม สุ่ยเทียนหยา ท่านมีงานยุ่งไปจัดการก่อนก็แล้วกัน."กงจูเฉียนโหยวกล่าว.

"ครับ."สุ่ยเทียนหยาพยักหน้า และจากไปในทันที.

"เซียนเซิง ตอนนี้พลังฝึกตนเป็นอย่างไรบ้าง?"กงจูเฉียนโหยวจ้องมองไปยังจงซาน.

"หนึ่งปี ระดับสองแกนทองขั้นปลาย ด้วยวาสนาที่ได้รับและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ตลอดทั้งอาต้าที่คอยเป็นคู่มือให้ แต่ในเวลานี้คงเร็วไปที่จะสามารถทะลวงผ่านระดับได้."จงซานที่ส่ายหน้าพลางทอดถอนใจไปด้วย.

อย่างไรก็ตาม ภายในใจจงซานถือว่าพึงพอใจ เพราะว่านี่คือในระดับแกนทอง แม้แต่ระดับเซียนเทียนก็ยังต้องเวลามากกว่าหนึ่งปี การที่เขาก้าวไปถึงระดับสองแกนทองได้นั้นถือว่าคาดไม่ถึงแล้ว นี่ยังคิดที่จะทะลวงผ่านระดับอีก.

"ข้าจะรอคอยเซียนเซิงครึ่งปี."กงจูเฉียนโหยวกล่าว.

"หืม?รอคอยครึ่งปี?อีกหกเดือนหลังจากนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นอย่างงั้นรึ?"จงซานที่สอบถามออกมาด้วยความสงสัย.

"ถึงแม้ว่าจะมีการแต่งตั้งสุ่ยเทียนหยาอย่างเป็นทางการแล้วก็ตาม องค์เหนือหัวก็ยังได้มอบราชโองการแก่ข้า."กงจูเฉียนโหยวกล่าว.

"ราชโองการ?"จงซานสอบถามด้วยความสงสัย.

"อืม สองปีหลังจากนี้ ต้าตี้ราชวงศ์ราชันย์ต้ายวี อายุครบ 3 พันปี ข้าและกู่หลินจึงจำเป็นต้องเดินทางไปแสดงความยินดี."กงจูเฉียนโหยวกล่าว.

"หืม?ต้าตี้ต้ายวี? น่าหลานเพียวเสวี๋ย? ครบรอบวันเกิด 3000 ปี? เกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่เห็นกงจูต้องไปด้วยตัวเองเลยไม่ใช่รึ?"จงซานที่ขมวดคิ้วสอบถามด้วยความสงสัย.

"อืม หากเพียงแค่วันเกิดสามพันปีของน่าหลานเพียวเสวี๋ยล่ะก็ ไม่จำเป็นที่ข้าต้องไปก็ได้ ทว่า วันนั้น ในงานวันเกิดจะมีงานประลองกันระหว่างจื่อจุ้นเทพมังกรสวรรค์และน่าหลานเพียวเสวี๋ย ทั้งคู่คือผู้ถือครองมรรคาระดับกลาง นอกจากนี้ยังเป็นยอดฝีมือในโลกหล้า เป็นเทพสงครามไร้พ่าย ถึงแม้ว่าเหนือหัวจะไม่ออกราชโองการมา ข้าเองก็ต้องการไปชม โอกาสในรอบพันปีที่จะได้เห็น."กงจูเฉียนโหยวกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น.

"จื่อจุ้นเทพมังกรสวรรค์?น่าหลานเพียวเสวี๋ย? สองปีหลังจากนี้?"จงซานขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ภายในใจเองก็แอบคาดหวังเช่นกัน.

เทพ?ต้าตี้? สุดยอดฝีมือในโลกหล้า มีการประลองกัน แน่นอนว่ามันย่อมเป็นเรื่องน่าสนใจ ตลอดจนมียอดฝีมือมามายเดินทางไปชม ภายในใจจงซานก็แอบตื่นเต้นไปด้วย.

"สองปีหลังจากนี้ พวกเราจะรอเซียนเซิงครึ่งปี ไม่ว่าอย่างไรเซียนเซิงจะต้องทะลวงผ่านระดับภายในครึ่งปี ในเวลานั้นพวกเราจะเดินทางไปยังราชวงศ์ราชันย์ต้ายวีพร้อม ๆ กัน."กงจูเฉียนโหยวกล่าว.

"อืม."จงซานพยักหน้ารับคำ.

แม้ว่ากงจูจะบอกว่าเพื่อเขา ทว่าจงซานรู้ดี ด้วยเกียรติของนางแล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่นางจะมาเสียเวลารอเขา การที่นางยังรั้งรออยู่ที่นี่ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย นอกจากเหนือหัวแล้ว นางไม่มีทางที่จะใส่ใจใคร กับการเดินทางไปยังราชวงศ์ราชันย์ต้ายวีนั้น แม้ว่าจะบอกเพื่อตนเอง แม้ว่านางบอกว่าต้องการจะไป ทว่าดูเหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ใช่เรื่องธรรมดาทั่วไป ทว่ากับเรื่องที่นางคิดอยู่เวลานี้ ก็ไม่ใช่เรื่องจำเป็นที่ผู้ใต้บังคับบัญชาที่จะเข้าไปยุ่ง เขาเป็นเพียงผู้ใต้บังคับบัญชา ที่อาจจะพอมีประโยชน์ก็เท่านั้น.

ภายในใจจงซานเข้าใจดี เขาเองไม่ควรที่จะเปิดเผยตัวตน ต้องไม่ลืมว่า เขาไม่ได้สนใจในสถานะใดเลยแม้แต่น้อย กล่าวอีกอย่างหนึ่งแผนการการเลือกตั้งในเมืองอู่ซวังครั้งนี้ หรืออาจจะรวมก่อนหน้านี้เมื่อครั้งอยู่ในค่ายกลแปดประตูกุญแจทอง ทุกอย่างเป็นการสร้างความสนใจจากนางเท่านั้น.

จงซานสามารถคาดเดาได้ว่าการเดินทางไปยังราชวงศ์ราชันย์ต้ายวีในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เพียงแสดงความยินดีในวันเกิดแน่หรือว่าเข้าชมการประลองแต่อย่างใด แน่นอนว่ายังมีคำสั่งลับอีก ทว่ากงจูเฉียนโหยวไม่ได้กล่าว.

อย่างไรก็ตาม สำหรับตัวตนของจงซาน ด้วยสถานะของเขานั้นไม่มีเหตุผลที่ต้องรู้ ยิ่งรับรู้เรื่องราวมาก ก็จะยิ่งทำให้ตัวเขามีอันตราย ตอนนี้ทางที่ดีที่สุด ควรฝึกฝนอย่างแข็งขัน บำเพ็ญพลังให้เร็วไว นี่คือเรื่องที่เขาควรจะทำ.

....

เกาะหมาป่าสวรรค์ ราชวงศ์กษัตริย์ต้าเจิ้ง.

ภายในห้องโถง.

ร่างแยกเงาจงซาน เชวียนเป่าเอ๋อ เหว่ยไท่จง หยิงหลาน จงเจิ้งและหลินเซียว รวมตัวกันอยู่ที่นี่.

"เป่าเอ๋อ ค่ายกลที่สร้างขึ้นมาเป็นอย่างไรบ้าง?"จงซานเอ่ย.

"รับประกันได้เลยว่าไม่มีเสียงดังผ่านออกไปแน่."เชวียนเป่าเอ๋อกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ.

"อืม."จงซานพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ.

"กู่เหยี่ยเยี่ย ท่านเรียกพวกเรามาพร้อมกัน?มีเรื่องสำคัญอะไรอย่างงั้นรึ?"หยิงหลานที่กล่าวออกมาในทันที.

เกี่ยวกับจงซานนั้น มีเพียงแค่หยิงหลานที่ต่อหน้าผู้อื่นนางจะเรียกฝ่าบาท ทว่าอยู่ในที่ลับตา จะเรียกเขาว่ากู่เหยี่ยเยี่ย แน่นอนว่าที่นี่ตอนนี้มีเฉพาะคนกันเอง นางจึงไม่จำเป็นต้องมีพิธีรีตรองอะไรนัก.

จงซานที่จ้องมองไปยังหยิงหลานด้วยความเอ็นดูพร้อมกับเผยยิ้ม."แน่นอน ไม่เช่นนั้นคงไม่ทำเป็นความลับ?"

"มีอะไรอย่างงั้นรึ?"หยิงหลานกล่าว.

"มีเรื่องที่ต้องเตรียมการหลายอย่างที่จะบอกพวกเจ้า."จงซานกล่าว.

"หืม?"ทุก ๆ คนที่จับจ้องมองไปยังจงซาน.

"เรื่องแรก จงเจิ้ง."จงซานที่จ้องมองไปยังจงเจิ้ง.

"ฟู่หวง."จงเจิ้งที่ก้าวออกมาด้านหน้าในทันที.

"เจ้าจงวางแผนที่จะขยายตลาด เลือกคนกลุ่มหนึ่งที่ซื่อสัตย์มาฝึกฝนเพื่อต้าเจิ้ง และสนับสนุนด้วยเม็ดยาที่ได้การสนับสนุนจากสำนักไท่ต่าน ฝึกพวกเขาไปให้ถึงระดับแกนทองให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้."จงซานกล่าว.

"หืม?ฟู่หวง ต้องการให้พวกเขาทำอะไรอย่างงั้นรึ?"จงเจิ้งสอบถามออกมาด้วยความสงสัย.

"เมื่อพวกเขาก้าวไปถึงระดับแกนทองเมื่อไหร่ ข้าจะให้เจ้านำกลุ่มคนเหล่านั้นเดินทางไปยังทวีปศักดิ์สิทธิ์ สร้างหอการค้าขึ้นมา เพื่อเตรียมทรัพยากรให้พร้อม ก่อนที่ราชวงศ์กษัตริย์ต้าเจิ้งจะย้ายไปยังทวีปศักดิ์ได้."จงซานที่กล่าวอย่างแข็งขัน.

"ครับ บุตรจะไม่ทำให้ฟู่หวงผิดหวัง."ใบหน้าของจงเจิ้งที่กล่าวออกมาอย่างมั่นคง.

"อืม คนที่เจ้าเลือกนั้น ความสามารถให้เป็นเรื่องรอง ความภัคดีให้เป็นเรื่องแรก จงเลือกคนอย่างใจเย็น คนเก่าคนแก่ทีเคยช่วยเหลือข้า มอบยาให้พวกเขา ฝึกฝนให้พวกเขากลับมาสู่วัยหนุ่มสาว คนที่จะไม่จากพวกเราไป."จงซานที่กล่าวอย่างจริงจัง.

"ครับ บุตรจะจำเอาไว้."จงเจิ้งที่รับปากในทันที.

จบบทที่ Chapter 182 น่าหลานเพียวเสวี๋ย.

คัดลอกลิงก์แล้ว